วันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2562 [02:52:12]

พ105 ระบบกรองสำหรับตู้ไม้น้ำ

พ105 ระบบกรองสำหรับตู้ไม้น้ำ

*** ก่อนที่จะอ่านบทความนี้ หากใครยังไม่ได้อ่านบทความ ระบบกรองชีวภาพในตู้ปลาน้ำจืด แนะนำให้ไปอ่านก่อนนะครับ เพราะผมจะข้ามส่วนที่อธิบายไปแล้วในบทความนั้น ***

ในบทความนี้จะอธิบายเรื่องของระบบกรองสำหรับตู้ไม้น้ำ ที่ค่อนข้างจะมีความแตกต่างกับตู้ปลาอื่นๆพอสมควร มันมีอะไรตรงไหนที่แตกต่างกันบ้าง?

ปริมาณของเสียจากสิ่งมีชีวิตที่น้อยกว่า ของเสียในที่นี้จะรวมถึงขี้ปลา ขี้กุ้ง ขี้หอย ที่มักจะน้อยกว่าในตู้ปลาอื่นๆมาก ยกตัวอย่างเช่น ปลาทองออรันดาขนาดตัวเท่ากำมือเพียงตัวเดียว ในวันหนึ่งๆอาจจะผลิตขี้ออกมามากกว่าคาร์ดินัลเตตร้าร้อยตัวเสียอีก เพราะลองเทียบขนาดปลาทองตัวหนึ่งกับกับคาร์ดินัลจิ๋วๆ 100 ตัวสิครับ ปลาทองตัวอวบๆหน่อยอาจจะมีมวลหรือขนาดตัวพอๆหรือมากกว่าคารดินัลเสียอีก แถมยังกินอาหารมากและมีระบบย่อยที่สั้นกว่า ดังนั้นแม้เราจะเลี้ยงปลาขนาดจิ๋วๆเป็นร้อยตัว โหลดของเสียในตู้ไม้น้ำก็อาจจะน้อยกว่าตู้ปลาที่มีปลาทองเพียงสี่ห้าตัวก็ได้

ปริมาณของพืชที่มากกว่า พืชเป็นตัวกรองบำบัดน้ำตามธรรมชาติ ที่จะดูดซับไนเตรทจากกระบวนการย่อยสลายของเสียของแบคทีเรียเพื่อใช้เป็นอาหาร ดังนั้นในตู้ไม้น้ำจึงเรียกได้ว่ามีระบบกรองตามธรรมชาติอยู่แล้วส่วนหนึ่งโดยไม่ต้องติดตั้งเพิ่ม

ด้วยปัจจัยที่แตกต่างกันเหล่านี้ ทำให้ระบบกรองของตู้ไม้น้ำ ไม่จำเป็นต้องมีปริมาณวัสดุกรองเยอะๆ เหมือนกรองตู้ปลา เพราะมีปริมาณของเสียน้อยกว่า แต่ปริมาณวัสดุกรองที่เยอะไปก็ไม่ได้มีผลเสียอะไรมากไปกว่าเปลืองเงินและเกะกะพื้นที่วางของ เพราะการมีวัสดุกรองที่มากเกินกว่าจำนวนของเสีย ก็แค่วัสดุกรองนั้นจะนอนอยู่เฉยๆไม่ได้ประโยชน์อะไรเท่านั้นเอง จะใช้หลักการเหลือดีกว่าขาดก็ได้ครับ

แล้วขนาดไหนถึงเรียกว่าน้อยหรือเยอะ อันนี้บอกยากครับ เพราะปัจจัยมันเยอะ แต่ละตู้ไม่เหมือนกันเลย วัสดุกรองแต่ละตัวก็ประสิทธิภาพไม่เท่ากัน ทำให้มันไม่มีสูตรคำนวณตายตัว เราจึงมักจะใช้วิธีเผื่อๆกะๆเอาให้พอเหมาะกับขนาดตู้ ด้วยอัตราส่วนประมาณ 50:1 เช่น สมมุติว่าตู้มีปริมาตร 50 ลิตร ก็ควรจะใช้กรองที่มีปริมาตรวัสดุกรองอย่างน้อย 1 ลิตร ซึ่งจะน้อยกว่าอัตราส่วนของกรองตู้ปลาทั่วไปที่จะใช้อัตราส่วนราวๆ 10:1 ขึ้นไปมาก

ยกตัวอย่างเช่น ในตู้ขนาด 24 นิ้วมาตรฐาน 24x12x12 นิ้ว หรือ 60x30x30ซม. จะมีปริมาตรน้ำราวๆ 50 ลิตร หากเราเลี้ยงปลาและกุ้งในความหนาแน่นพอเหมาะ (อ่านเพิ่มเติมเรื่อง ปริมาณของสัตว์น้ำที่เหมาะสม) ก็สามารถใช้กรองนอก Crazy stone CS-600 ที่มีปริมาณวัสดุกรองเพียงแค่ประมาณ 1 ลิตร ใส่วัสดุกรองราคาถูกๆตามท้องตลาดทั่วไปก็เพียงพอแล้ว

นอกจากใช้ขนาดกรองเล็กกว่าแล้ว ตู้ไม้น้ำยังไม่ต้องล้างกรองบ่อยเท่ากับกรองตู้ปลาทั่วไป เพราะของเสียมีปริมาณน้อยกว่า ของเสียที่เป็นซากพืชเน่าเปื่อยส่วนมากก็จะถูกเราเก็บออกไปในการดูแลตู้เป็นประจำอยู่แล้ว ใยกรองและวัสดุกรองของตู้ไม้น้ำจึงมักจะไม่มีตะกอนและเมือกแบคทีเรียมากนัก ทำให้กรองไม่อุดตันง่ายและไม่ต้องล้างกรองบ่อยๆ หลายๆคนรันกรองเป็นปีๆโดยไม่ได้ล้างเลยก็มี


กรองตัวเท่านี้ก็พอสำหรับตู้ไม้น้ำที่ลงปลาไม่แน่นตู้มากนัก

แต่ถ้าเลี้ยงปลาที่ของเสียเยอะกว่า เช่น ปลาทอง ปลาแพะ ปอมปาดัวร์ ปลาหมอสี หมอเลคแทง ซัคเกอร์ ก็ควรจะใช้กรองที่มีปริมาตรวัสดุกรองที่มากกว่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าให้อาหารสดด้วยแล้ว ก็ควรจะมีปริมาตรวัสดุกรองอย่างน้อย 2 ลิตรขึ้นไปจึงจะเพียงพอ ไม่ว่าจะใช้วัสดุกรองชนิดใดก็ตาม

ด้วยเหตุผลเหล่านี้ทำให้ตัวเลือกของผู้เลี้ยงไม้น้ำส่วนมากมักจะเป็นกรองแขวนและกรองนอก เพราะมีขนาดให้เลือกหลากหลายและสะดวกในการติดตั้งและดูแลมากกว่าระบบกรองชนิดอื่นๆ แม้ว่าราคาต่อปริมาตรวัสดุกรองที่ใส่ได้และอัตราการไหลของน้ำจะถือว่าสูงกว่ากรองชนิดอื่นพอสมควร แต่ก็เพราะไม่จำเป็นต้องใช้วัสดุกรองในปริมาณที่มาก ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้กรองขนาดใหญ่ที่ราคาแพง ส่วนต่างของราคาจึงไม่แตกต่างจากกรองชนิดอื่นมากนัก


กรองแขวน Dophin A3000 ตัวเท่านี้ใช้กับตู้ 12-18 นิ้วสบายๆ

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ากรองชนิดอื่นๆอย่างเช่น กรองบนและกรองล่าง จะใช้กับตู้ไม้น้ำไม่ได้นะครับ ระบบกรองทุกชนิดสามารถใช้กับตู้ไม้น้ำได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นกรองฟองน้ำ กรองกระปุก กรองในตู้นอกตู้ กรองถัง ได้หมดครับ แค่ประสิทธิภาพ ความสะดวก ความสวยงามเรียบร้อยมันอาจจะแตกต่างกันไปบ้างเท่านั้น อย่างเช่นกรองกระปุก กรองฟองน้ำนี่ก็ใช้ได้ แต่ที่คนส่วนมากไม่ใช้เพราะมันกินเนื้อที่ภายในตู้มากเกินไป เราอุตส่าจัดตู้เสียสวย แล้วดันมีกรองฟองน้ำอันดำๆใหญ่เท่ากำปั้นมาตั้งโด่อยู่ มันก็หมดสวยจริงไหมครับ?

ที่มีคนถามกันมาอีกมากก็คือ กั้นกรองข้างตู้และกรองล่าง อันนี้ก็ใช้เลี้ยงได้ครับ ใช้ดีเสียด้วย เพราะพื้นที่ใส่วัสดุกรองมหาศาลมากเมื่อเทียบกับกรองแขวนและกรองนอก แต่กั้นกรองข้างมันกินเนื้อที่ตู้ หรือกรองล่างก็มักจะมีการติดตั้งและใช้งานที่วุ่นวายเสียหน่อย ถ้าไม่ใช่คนที่คุ้นเคยกับเรื่องพวกนี้ก็มักจะงงกันง่ายๆ

อ่านถึงตรงนี้ใครงงว่ากรองแบบต่างๆที่ผมยกตัวอย่างหน้าตาเป็นยังไง ไปดูได้ที่บทความ ประเภทของระบบกรอง ก่อนได้นะครับ



ลองดูตัวอย่างตู้นี้สิครับ เขาก็ใช้กรองล่าง ต้นไม้อย่างงาม [hungry01]

หรือแม้แต่จะไม่มีกรองเลยก็ยังได้ เพราะอย่างที่บอกไปตอนต้นแล้วว่า พืชจะเป็นตัวบำบัดน้ำตามธรรมชาติอยู่แล้ว ทำให้เราสามารถเซ็ตตู้ที่ไม่ต้องมีระบบกรองเลยก็ได้ เพียงแต่ประสิทธิภาพในการบำบัดน้ำมันจะไม่ดีเท่า เพราะไม่มีแบคทีเรียมาช่วยย่อยแอมโมเนียให้กลายเป็นไนเตรทได้เหมือนตู้ที่มีระบบกรอง อาศัยเพียงแค่แบคทีเรียที่อยู่ในพื้นปลูกและพื้นผิวภายในตู้ก็มักจะไม่ได้ความสักเท่าไหร่ แต่ก็สามารถทำได้ด้วยการลงสิ่งมีชีวิตน้อยๆ และลงไม้น้ำเยอะๆ ให้ปริมาณของเสียในตู้มีไม่มากเกินกว่าปริมาณที่ต้นไม้จะบำบัดไหว ก็จะสามารถเลี้ยงพรรณไม้น้ำได้สวยงามไม่แตกต่างจากตู้ที่มีระบบกรองอื่นๆ ซึ่งหากใครสนใจก็สามารถอ่านเรื่องนี้เพิ่มเติมได้ในบทความ ตู้โลว์เทค (Low-tech)

เท่านี้ก็คงพอจะเห็นถึงความแตกต่างในการเลือกใช้ระบบกรองระหว่างตู้ปลาและตู้ไม้น้ำแล้วนะครับ พบกันใหม่บทความหน้า รักนะปู๊นๆ [perv03]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07/04/2562 [23:56:32] โดย บัง »
ขอความกรุณาปิด Ad-Blocker เวลาเปิดเว็บนี้ด้วยครับ
เว็บไซต์ของเรามีรายได้เพียงทางเดียวคือรายได้จากการโฆษณา และหนึ่งในช่องทางโฆษณาของเราคือ Google adsense หากคุณใช้ โปรแกรมหรือตัวเสริมที่บล็อกโฆษณาประเภท Ad-Blocker กับเว็บของเรา ก็จะทำให้ทางเว็บขาดรายได้ส่วนนี้ไป โฆษณาที่ทางเว็บเลือกก็เป็นแบบที่ไม่รบกวนผู้ใช้งานมากนักอยู่แล้ว ไม่ชอบก็เลื่อนผ่านๆไปได้ครับ ดังนั้นขอความกรุณาใส่ c1ub.net ไว้ใน whitelist ของโปรแกรมหรือปิดการทำงานของโปรแกรมบล็อกโฆษณาด้วยครับ (หากคุณเห็นข้อความนี้โดยที่ไม่ได้ใช้โปรแกรม Ad-Blocker ใดๆ รบกวนจิ้ม --> ส่ง PM บอกแอดมิน ทีครับ)
ผมเข้า "ปริมาณของสัตว์น้ำที่เหมาะสม" ไม่ได้ครับ ขอบคุณครับ
ผมเข้า "ปริมาณของสัตว์น้ำที่เหมาะสม" ไม่ได้ครับ ขอบคุณครับ

เพราะมันเพิ่งเสร็จครับ [mock01] ปริมาณของสัตว์น้ำที่เหมาะสม ตอนนี้ใช้งานได้แล้วครับ