วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 [02:05:26]

ระบบกรองชีวภาพในตู้ปลาน้ำจืด

ระบบกรองชีวภาพในตู้ปลาน้ำจืด

สิ่งมีชีวิตทุกชนิดมีการขับถ่าย ฉะนั้น สิ่งมีชีวิตที่เราเลี้ยงกันในตุ้ปลา ไม่ว่าจะเป็น ปลา กุ้ง หอย ไม้น้ำ กบ เขียด ก็ล้วนแล้วแต่มีการขับถ่ายสสารที่ไม่ต้องการ หรือการ "ขี้" ทั้งสิ้น แม้แต่ พืช ก็ยังมีการขับถ่ายก๊าซออกซิเจนที่มันไม่ต้องการออกมาในยามที่สังเคราะห์แสง ซึ่งก๊าซออกซิเจนที่ถูกขับถ่ายออกมาจากพืช ก็เป็นสิ่งที่สิ่งมีชีวิตอื่นๆต้องการ

ต้นหญ้าสังเคราะห์แสงคายออกซิเจนออกมาให้วัวได้หายใจ > วัวกินหญ้าไปก็โดนเสือกิน > เสือกินวัวแล้วขี้ออกมารวมกับซากวัวที่เหลือ กลายเป็นปุ๋ยให้หญ้าอีกที

นี่คือตัวอย่างง่ายๆของการหมุนเวียนสสารในจักรวาล ที่มีการส่งต่อพลังงานกันหมุนเวียนไปไม่มีที่สิ้นสุด

ผลัดกันแดกขี้กันไปมาเป็นวัฎจักร [puke01]

ดังนั้น ในตู้ปลาของเรา ที่เป็นการจำลองระบบนิเวศน์ย่อส่วนให้ลงมาอยู่ในกล่องกระจกเล็กๆนี้ ก็จำเป็นต้องมีวัฏจักรพลังงานนี้เช่นกัน แม้ว่ามันอาจจะไม่ครบหรือไม่เหมือนในธรรมชาตินัก แต่ก็จำเป็นต้องมี เพราะเมื่อสิ่งมีชีวิตในตู้ผลิตของเสียออกมาแล้วไม่มีใครมารับช่วงวงเวียนนี้ต่อไป วัฎจักรขาดตอนลง ระบบนิเวศน์นั้นก็จะเสียสมดุลจนสิ่งมีชีวิตไม่สามารถดำรงชีพอยู่ต่อไปได้

แล้วของเสียในตู้ปลามาจากไหน?

ต้นทางหลักๆของของเสียในตู้ก็มักจะมาจากอาหารปลา ซึ่งเมื่อปลากินเข้าไปแล้วก็จะขี้ออกมา
ขี้ปลานั้นก็จะ Brakedown หรือย่อยสลาย จนกลายเป็น แอมโมเนียออกมา
ซึ่งเจ้าแอมโมเนียนี้มีความเป็นพิษกับสัตว์น้ำสูง มีอยู่ในน้ำไม่มากสัตว์น้ำก็พากันตายทั้งตู้แล้ว
แต่แอมโมเนียนี้ ก็เป็นอาหารโปรดของแบคทีเรียกลุ่มหนึ่งที่มีชื่อว่า Ammonia oxidizing bacteria (AOB) ให้กลายเป็น Nitrite หรือ ไนไตรท์
ไอ้ไนไตรท์นี่ก็ยังเป็นพิษอยู่นะครับ แต่ว่าน้อยกว่าแอมโมเนียมาก ซึ่งไนไตรท์นี้ก็จะเป้นอาหารของแบคทีเรียอีกจำพวกหนึ่งที่ชื่อ Nitrite-oxidizing bacteria (NOB) ย่อยสลายให้กลายเป็น Nitrate หรือ ไนเตรท ที่มีความเป็นพิษต่ำมากและปลอดภัยกับสิ่งมีชีวิตในตู้มากกว่าแอมโมเนียมาก
และไนเตรทนี้ก็จะถูกพืชในตู้นำไปใช้เป็นอาหาร หรือถ้าไม่มีพืชน้ำ เราก็สามารถเอาไนเตรทออกจากตู้ได้ด้วยการเปลี่ยนถ่ายน้ำนั่นเอง



นอกจากอาหารปลาแล้ว ของเสียในตู้ก็อาจจะมาจากอย่างอื่นได้อีก เช่น ซากสัตว์ที่ตาย ซากพืชที่หลุดร่วงออกมา ไขมันจากมือของเราที่ล้วงลงไปในตู้ และอื่นๆอีกมากมาย แต่ทั้งหมดนั้นก็จะถูกส่งต่อกันไปในวัฎจักรเดียวกัน

แล้วไอ้แบคทีเรียที่ว่านี้มันมาจากไหน?

มันมีอยู่ในสิ่งแวดล้อมรอบๆตัวเรานี่แหละครับ อยู่ในดิน ในน้ำ บนผิวเรา ฯลฯ เพียงแต่เรามองไม่เห็นมันเท่านั้นเอง แค่เราเซ็ตตู้เสร็จ มันก็มาอยู่ในตู้เราโดยไม่ต้องร่ายเวทย์อัญเชิญแต่อย่างใด โดยเจ้าพวกนี้มันจะสร้าง "บ้าน" อยู่เป็นเมือกลื่นๆ เกาะอยู่ตามพื้นผิวทั่วไปในตู้ของเรา ไม่ว่าจะเป็นกระจก ก้อนหิน ขอนไม้ กรวด ทราย ต้นไม้ ของแต่งตู้ บ้านใครมีอ่างไว้ใส่น้ำอาบก็ลองลูบๆดูข้างในครับ ที่มันจะลื่นๆมือ นั่นแหละครับ เมือกนั้นมีแบคทีเรียอยู่ข้างใน

แต่....แต่...แต่...แต่....มันมีน้อยเกินไปครับ ลำพังแค่ปริมาณของแบคทีเรียที่อาศัยเกาะอยู่ตาม "พื้นผิว" ของกระจกตู้หรือก้อนหินในตู้มันมักจะน้อยเกินไปที่จะกำจัดของเสียจากสิ่งมีชีวิตที่เราประเดประดังลงไปในตู้ได้ และจำเป็นต้องหาพื้นที่ให้มันมาอยู่กันได้เยอะๆ เพียงพอกับของเสียในตู้เรา เหมือนกับที่มนุษย์อยู่คอนโดมิเนี่ยม เพื่อให้อยู่กันในพื้นที่น้อยๆได้ เราก็ทำสิ่งที่คล้ายๆคอนโดให้กับแบคทีเรีย ด้วยสิ่งที่เรียกว่า "Filter Media" หรือ "วัสดุกรอง" ซึ่งก็คือ วัสดุอะไรก็ได้ ที่ขุรขระ มีรูพรุนๆ มีพื้นที่ผิวเยอะๆ เพื่อให้แบคทีเรียสามารถเกาะอาศัยอยู่ได้ในปริมาณมากๆ และมีคุณสมบัติอื่นๆเหมาะกับการใช้งานในตู้ปลา เอามาใส่ไว้ในตู้ ให้เป็นที่อยู่อาศัยของแบคทีเรีย

อ่านรายละเอียดเรื่องวัสดุกรองได้ในบทความ (บทความยังสร้างไม่เสร็จ ขออภัยในฟามไม่สะดวก [mock02])




ตัวอย่างวัสดุกรองแบบต่างๆ


ใยกรองแบบนี้ก็เป็นที่อยู่ของแบคทีเรียได้เหมือนกันนะ

พอเราสร้างที่อยู่ให้มันอย่างดี แบคทีเรียพวกนี้มันก็จะไปอาศัยเกาะกันอยู่ตามซอกหลืบพื้นผิวของวัสดุกรองเหล่านี้ โดยจะแบ่งพื้นที่กันอยู่ เพราะ Ammonia oxidizing bacteria (AOB) หรือน้องอ๊อบ (นามสมมุติ) กลุ่มแบคทีเรียที่มีสกิลย่อยสลายแอมโมเนียให้เป็นไนไตรท์ จะชอบอยู่ในที่มีออกซิเจนมากๆ เช่นบริเวณด้านนอกของวัสดุกรองและวัสดุในตู้ทั่วไป ส่วน Nitrite-oxidizing bacteria (NOB) หรือน้องนพ (นามสมมุติ) จะชอบอยู่ในที่ๆมีปริมาณออกซิเจนต่ำ (แต่ก็ยังต้องใช้ออกซิเจนนะ) และอยู่ในวัสดุกรองส่วนที่เป็นซอกหลืบลึกลงไป หรือใต้ชั้นกรวดทรายและดินในตู้ที่อยู่ในชั้นลึกลงไปจนน้ำไหลเวียนผ่านได้น้อย ทั้งสองชนิดอยู่ร่วมกัน แบ่งพื้นที่กันทำงานอย่างสามัคคี ไม่ไปวิ่งตีกบาลกันแทบทุกวันเหมือนนักเรียนช่างของประเทศหนึ่งในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แต่เท่านั้นยังไม่พอ! แค่คุณโทรมาในสิบนาทีนี้.... แค่จับแบคทีเรียไปนั่งๆนอนๆอยู่ในวัสดุกรองเฉยๆเดี๋ยวมันทำงานไม่เต็มที่ เราต้องปั๊มน้ำผ่านมันด้วย มันจะได้มีของเสียไปย่อยสลายเยอะๆ และแบคทีเรียพวกนี้เนี่ยมันยังต้องการออกซิเจนในการทำงานของมันด้วย เมื่อเราปั๊มน้ำไหลผ่านมัน มันก็จะได้ออกซิเจนเร็วขึ้นด้วย และทำงานดีขึ้นไปอีก เหมือนคนงานพับกรวยกระดาษที่ซดน้ำใบกระท่อม ด้วยอุปกรณ์ที่เรียกว่า "เครื่องกรอง" คอนเซ็ปของมันก็คือ ซัมติงที่เป็นภาชนะ ให้เราเอาวัสดุกรองไปใส่ และปั๊มน้ำไหลผ่านมันได้ ซึ่งก็มีหลากลายแบบหลายชนิดมากจนขอแยกออกไปอีกบทความนึงดีกว่า


อ่านรายละเอียดเรื่องเครื่องกรองได้ในบทความ ประเภทของระบบกรอง ลักษณะ และคุณสมบัติ

ซึ่งพอเราเอา "วัสดุกรอง" มาใส่ใน "เครื่องกรอง" และเอาน้ำไหลผ่านมันแล้ว ก็จะกลายเป็น "ระบบกรอง" นั่นเองงงงงงงงงงงงง (เวลาอ่านทำเสียงโดเรม่อนตอนเอาของวิเศษออกมาด้วย [smile01]) พอตู้เรามีระบบกรองแล้ว ก็จะเกิดการหมุนเวียนไนโตรเจนในตู้ และไม่มีแอมโมเนียและไนไตรท์ที่เป็นพิษอยู่ภายในตู้ หรือมีน้อยมากๆ ปลาเราก็จะไม่ตาย กุ้งก็จะเดินมุ้งมิ้งน่ารัก

แต่ไม่ใช่ว่าทำระบบกรองเสร็จแล้ว มันจะมีแบคทีเรียมาอยู่เป็นหมื่นล้านตัวในสามนาที ไม่ใช่! แกต้องรอก่อน ที่เค้าเรียกว่า รอระบบกรองเซ็ตตัว ซึ่งก็คือการรอให้แบคทีเรียมันเพิ่มจำนวนขึ้นนี่เอง ไม่ใช่ว่าซื้อตู้ซื้อกรองมาพร้อมกัน ใส่น้ำแล้วเทปลาเลย มีโอกาสระบบล่มสูง ต้องให้เวลาแบคทีเรียได้เกิดได้ขยายพันธุ์บ้าง


จัดใหม่ใสกิ๊งแบบนี้ ยังไม่มีแบคทีเรียแน่นวล

รอนานแค่ไหน?

บอกไม่ได้แน่นอน ที่สวยๆเลยคือต้องเอากุ้งปลาตายมาใส่ในตู้ รอให้มันเน่าจนค่าแอมโมเนียพุ่ง แล้ววัดค่าแอมโมเนียและไนไตรท์ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะไม่มี
ที่ทำแบบนั้นเพื่อเป็นการเริ่มระบบ ด้วยการใช้ซากสัตว์ (กุ้ง) เป็นแหล่งของแอมโมเนีย แต่จะใช้อย่างอื่นก็ได้
ถ้าไม่ใส่เลย แบคทีเรียก็จะเกิดได้เหมือนกัน แต่ใช้เวลานานกว่ามาก เพราะไม่มีแหล่งอาหารที่จะเป็นตัวจั๊มสตาร์ทระบบ
แต่สำหรับตู้น้ำจืด มันก็ไม่จำเป็นขนาดนั้น และคนส่วนใหญ่ก็มักไม่ทำกันเพราะมันยุ่งยาก พิมพ์ไปก็ไม่มีใครอ่าน เอาแบบง่ายๆดีกว่า

หาปลาหรือกุ้งหอยที่มันทนๆอึดๆมา พวกปลาสอด หางนกยูง กุ้งเชอรี่ กุ้งฝอย หอยก็ได้ เอามาใส่ตู้สักสามสี่ตัว เลี้ยงมันเล่นๆรอสักเดือนนึงก็เป็นอันใช้ได้

ข้อดี: ถ้าเลือกตัวดีๆ แบคฯมาเร็วมาก เช่น กุ้งแคระ เพราะมันขี้เยอะ กินเร็ว กินได้ทั้งอาหารที่ให้และตะไคร่สีน้ำตาลในตู้ ที่มักจะเกิดกับตู้ใหม่ๆที่เปิดไฟเยอะตั้งแต่แรกๆ

ข้อเสีย: ต้องเลี้ยงไอ้ตัวที่เอามารันรบบนี้ต่อไป หรือหาทางย้ายมันไปที่อื่น กลายเป็นภาระอีก แต่ถ้าใครมีบ่อบัวหรือตู้อื่นให้ไปยืมปลามาก่อนได้ก็สบายไป


ปลาสอด ตัวเลือกที่ดีในการรันระบบ เพราะกินเร็ว ขี้เยอะ กินฝ้าและกินตะไคร่ อึด เลือดเยอะ def เยอะ ไม่ตายง่ายๆ

เอาปลาที่จะเลี้ยงนั่นแหละ แต่ซื้อมาน้อยๆก่อน เซ็ตตู้กับระบบกรองให้เรียบร้อย รอซักวันสองวัน แล้วซื้อปลาที่ต้องการเลี้ยงมาสองสามตัว ใส่ลงไปเลย แล้วจากนั้นค่อยๆเพิ่มจำนวนขึ้น สัปดาห์ละสองสามตัว เพื่อให้ระบบกรองได้มีเวลาปรับตัว เกิดแบคทีเรียมาทำงานได้ทันกับปริมาณของสิ่งมีชีวิตของเรา

ข้อดี: ไม่มีปัญหาเหมือนหาปลาอื่นมาลงรันระบบกรอง รันเสร็จก็เลี้ยงต่อไปเลย

ข้อเสีย: ต้องซื้อปลาหลายรอบ โดยเฉพาะปลาราคาถูกๆ ไปซื้อทีละสามสี่ตัวอาจจะโดนคนขายหมั่นไส้ได้ ก็พยายามเฉลี่ยให้มันดูเหมาะสมแล้วกัน

ใส่แบคทีเรียช่วยได้มั้ย?

แบคทีเรียสำเร็จรูปก็ช่วยได้ แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบน้้ำ แบบผง แบบเม็ด แบบแท่งสอด หรือสายพันธุ์อวกาศตัดต่อพันธุกรรมด้วยโฟโต้ช็อปมาจากไหน ก็ตายห่าเบิดถ้าไม่มีอาหาร เข้าใจบ่!

ฉะนั้น เราต้องสร้างอาหารของแบคทีเรีย (กุ้งตาย, ปลาตาย, ขี้ปลา, ขี้กุ้ง) ขึ้นมาเสียก่อน ถ้ามีอาหารแล้ว ใส่แบคทีเรียพวกนั้นลงไปเพิ่ม มันถึงจะอยู่รอดได้ ก็ทำให้เพิ่มจำนวนแบคทีเรียได้เร็วขึ้น แต่ก็ไม่ได้เร็วกว่ามากมายอะไรนัก เพราะธรรมชาติของแบคทีเรียมันขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนได้เร็วอยู่แล้ว
ที่จะช่วยได้ชัดเจนหน่อยคือช่วยให้ระบบกรองของเรามีแบคทีเรียที่สายพันธุ์ดีๆมากกว่า เพราะในแบคทีเรียทั้งสองกลุ่มที่กล่าวไปถึงข้างต้นนั้น ก็ยังมีหลากหลายสายพันธุ์ และแต่ละสายพันธุ์ก็มีคุณสมบัติและความต้านทานต่อสภาพแวดล้อมไม่เหมือนกัน ซึ่งในแบคทีเรียแบบสำเร็จรูปนั้น ผู้ผลิตก็มักจะคัดเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับตู้ปลามาแล้ว

แต่ถ้าไม่อยากเสียเงินซื้อ เราก็เอาแบคทีเรียจากตู้อื่นมาก็ได้ครับ ที่ผมทำบ่อยคือใช้น้ำล้างวัสดุกรองจากตู้อื่น ที่เป็นตะกอนดำๆนี่แหละ ใส่ลงไปหน่อยนึง แบคทีเรียเข้มข้นล้วนๆครับ ช่วยให้กรองเซ็ตตัวเร็วขึ้นได้นิดหน่อย

ถ้าที่บ้านยังไม่มีตู้อยู่เลยก็ซื้อสักขวดเถอะครับ ให้เงินตรามันหมุนเวียนในประเทศบ้าง เดี๋ยวเงินมันจะเฟ้อกันเสียหมด

ทีนี้ถ้ากรองเซ็ตตัวแล้ว น้ำใสแล้ว เราต้องดูแลยังไงบ้าง?

[idea01] อย่าเปลี่ยนน้ำมากเกินไปหรือล้างตู้แบบเกลี้ยงทั้งตู้ หลายคนจะยังติดกับการเลี้ยงปลาในแบบโบราณ ที่ใช้การเปลี่ยนน้ำทีละ 100% เทน้ำออกทั้งตู้ เอาปลาใส่ถัง แล้วเอาของในตู้ออกมาขัดล้าง เอาตู้ออกมาลงแฟ๊บ สำหรับตู้ที่ใช้ระบบกรองชีวภาพแล้ว ผิดนะครับ! ผิดมหันต์!! แบคทีเรียกลับไปอยู่กับบรรพบุรุษมันหมดครับแบบนั้น เปลี่ยนน้ำทีละไม่เกิน 50% ของตู้ ไม่เกินอาทิตย์ละสองครั้ง หรือถ้าเป็นตู้ที่มีของเสียน้อย เช่นตู้ไม้น้ำที่มีปลาน้อยๆ ก็สามารถยืดเวลาการเปลี่ยนถ่ายน้ำไปได้่จนถึงไม่ต้องเปลี่ยนน้ำเลย

[idea01] อย่าให้อาหารปลามากเกินไป เพราะแม้ระบบกรองจะเซ็ตตัวแล้ว มีแบคทีเรียแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะสามารถรับปริมาณของเสียที่เพิ่มขึ้นอย่างพรวดพราดได้ โดยเฉพาะอาหารปลาที่เหลือ จะเน่าเสียและสร้างแอมโมเนียได้มากกว่าขี้ปลาหลายเท่า และบ่อยครั้งที่ถึงกับทำให้ระบบกรองล่มไปเลยเพราะแบคทีเรียตายจากน้ำเสีย

[idea01] เปลี่ยนถ่ายน้ำสม่ำเสมอ ซึ่งปริมาณและความถี่นั้นจะแล้วแต่ตู้ ว่ามีปริมาณสิ่งมีชีวิตและปริมาณของเสียแค่ไหนเมื่อเทียบกับปริมาตรน้ำ และระบบมีความสมบูรณ์แค่ไหน ตู้ปลาโดยทั่วไปจะประมาณอาทิตย์ละครั้ง ครั้งละ 50% ถ้าเป็นตู้ที่เลี้ยงปลาใหญ่และจำนวนปลาแน่นก็อาจจะถี่กว่านั้น แต่สำหรับที่มีความสมบูรณ์ของระบบมากกว่า เช่น ตู้ไม้น้ำก็อาจจะนานกว่านั้นก็ได้ หรือบางตู้ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเลยเป็นปีๆก็มี เพราะมีพืชน้ำมาดึงไนเตรทออกจากระบบโดยไม่ต้องอาศัยการเปลี่ยนถ่ายน้ำ

[idea01] ล้างวัสดุกรองเป็นระยะ เมื่อในกรองมีเมือกหรือตะกอนมากจนน้ำไหลออกมาจากกรองเบา เวลาล้างก็ล้างด้วยน้ำในตู้ หรือน้ำประปาที่พักไว้จนไม่มีคลอรีน เพราะคลอรีนที่เป็นสารฆ่าเชื้อจะทำลายแบคทีเรียที่เราอุตส่าปลุกปั้นขึ้นมาจนตายหมด ห้ามใช้น้ำยาล้างจาน ผงซักฟอก สบู่ และอะไรทั้งสิ้น น้ำเปล่าล้วนๆ ล้างเขย่าๆแค่พอตะกอนหลุด ไม่ต้องขัดด้วยแปรงจนขาวสะอาดหรืออะไรแบบนั้น ล้างแล้วจดไว้ด้วยก็ดีว่าล้างไปวันไหน จะได้ไม่ลืม



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06/09/2561 [15:00:51] โดย บัง »
ขอความกรุณาปิด Ad-Blocker เวลาเปิดเว็บนี้ด้วยครับ
เว็บไซต์ของเรามีรายได้เพียงทางเดียวคือรายได้จากการโฆษณา และหนึ่งในช่องทางโฆษณาของเราคือ Google adsense หากคุณใช้ โปรแกรมหรือตัวเสริมที่บล็อกโฆษณาประเภท Ad-Blocker กับเว็บของเรา ก็จะทำให้ทางเว็บขาดรายได้ส่วนนี้ไป โฆษณาที่ทางเว็บเลือกก็เป็นแบบที่ไม่รบกวนผู้ใช้งานมากนักอยู่แล้ว ไม่ชอบก็เลื่อนผ่านๆไปได้ครับ ดังนั้นขอความกรุณาใส่ c1ub.net ไว้ใน whitelist ของโปรแกรมหรือปิดการทำงานของโปรแกรมบล็อกโฆษณาด้วยครับ (หากคุณเห็นข้อความนี้โดยที่ไม่ได้ใช้โปรแกรม Ad-Blocker ใดๆ รบกวนจิ้ม --> ส่ง PM บอกแอดมิน ทีครับ)
สุดยอดเลยครับ ขอบคุณมากครับ  [thumbup]