โรคสนิม (แผลไฟไหม้) คืออะไร
โดย เว็บไซต์สัตว์เลี้ยง กันยายน 4th, 20090
โรคสนิม (Velvet Disease)
จะเกิดเป็น ลักษณะคล้ายมีผงสนิมสีน้ำตาลหรือสีทอง เกาะอยู่ตามตัวสัตว์น้ำ โรคนี้นั้นเกิดจากเชื้อโปรโตซัวร์ เกิดจากเชื้อ Piscinoodinium pillularis ช่วงชีวิตหนึ่งซึ่งต้องอาศัยเกาะติดกับสัตว์น้ำ ในฐานะปรสิต อาศัยสัตว์น้ำ สังเคราะห์แสงได้เช่นเดียวกับพืช ทำให้เรามองเห็นปรสิตดังกล่าวเป็นสีน้ำตาล สีทอง หรือสีคล้ายกับสนิม จึงเป็นที่มาของชื่อเรียกว่า โรคสนิม
มันสามารถดูซับสารอาหาร จากตัวสัตว์น้ำได้ ทำให้เกิดบาดแผล ติดเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อราแทรกซ้อนได้ นำมาซึ่งสาเหตุการตายที่สำคัญของสัตว์น้ำ
สัตว์ น้ำป่วยเป็นโรค จะเซื่องซึม ไม่ค่อยเคลื่อนไหว ไม่กินอาหาร อาจมีมีลักษณะเหมือนกับหอบร่วมด้วย เนื่องมาจากเชื้อเข้าทำลายเหงือก(ในปลา) ถ้าเปิดเหงือกปลาออกดูจะเห็นว่ามีเมือกถูกขับออกมามากผิดปกติ สีซีดผิดปกติ จนบางครั้งก็อาจออกดำไปเลย
โรควิบริโอซีส
อาการ: ตามระยางค์มีรอยไหม้สีดำเกิดขึ้น จากการที่กุ้งพยายามสร้างเม็ดสี การอักเสบบริเวณตับ ตับอ่อน ตับฝ่อ การกินอาหารลดลงและอาจตายได้ (มีการเกิดระบาดโดยเฉพาะในขณะที่น้ำมีความเค็มสูง = 20-30 ppt.)
สาเหตุของโรค: จากการติดเชื้อวิบริโอ (Vibrio spp.)
การรักษา:
1.ใช้สารเคมีกลุ่มไอโอดีน
2.ใช้ยาในกลุ่มยาปฏิชีวนะ
การป้องกัน:
1.ควบคุมปริมาณอาหารที่ให้อยู่ในระดับเหมาะสม
2.การเปลี่ยนแปลงคุณภาพน้ำ และควบคุมปัจจัยต่างๆ ให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
สาระสำคัญอ้างอิง:
Burn spot disease
Burn spot disease, often referred to as shell disease, is a common disease of freshwater crayfish which is caused by fungi and/or bacteria. The disease is characterised by progressive erosion of the exoskeleton and is fatal when large areas of the exoskeleton have been eroded. Fungal species involved with shell disease include Ramularia astaci, Cephalosporium leptodactyli and Didymaria cambari.
ข้อมูลน่ารู้ เกี่ยวกับโรคสนิม หรือ แผลไฟไหม้
ควร รักษาคุณภาพของน้ำให้สะอาดอยู่เสมอ เนื่องจากหากว่าคุณภาพน้ำไม่ดี กุ้งจะลอกคราบไม่ผ่าน และโรคสนิมนี้จะลุกลามเร็วมาก มีอัตราการตายสูง
วิธี รักษาเบื้องต้น คือ การถ่ายน้ำและเร่งให้กุ้งลอกคราบออกเสีย จากนั้นจึงตักคราบทิ้งทันที เร่งการลอกคราบทำได้โดยการถ่ายน้ำด้วยน้ำที่มีค่า Alkalinity สูงกว่าอยู่ในตู้ หรือปรับน้ำให้มีค่าอยู่ในช่วงที่จะกระตุ้นได้ ( น้ำจืด 80 – 100 ppm น้ำเค็ม 150 – 200 ppm ) หากยังเป็นโรคนี้ขึ้นมาอีกให้ใช้ยา Chioramphenicol 5-7 MG ผสมอาหาร 1 ขีด ให้กินติดต่อกันจนกว่าจะหาย ( ควรคำนวณให้ดี ก่อนจะมีการตวงนะครับ ) โดยปกติแล้วกุ้งที่มีสุขภาพดี และ คุณภาพน้ำเหมาะสม จะลอกคราบเดือนละ 1 – 2 ครั้ง ขึ้นกับชนิดและวัยของกุ้งด้วย ซึ่งถึงแม้ว่ากุ้งจะไม่ค่อยเป็นโรค แต่ถ้าเป็นแล้วจะรุนแรง และ สูญเสียเร็วมาก จึงต้องมีการเอาใจใส่เป็นอย่างดีครับ
อ้างอิงบางส่วนจาก :
อาจารย์นายสัตว์แพทย์ สุรชัย พิกุลแก้ว และ อาจารย์นายสัตว์แพทย์ ดร.รัชต์ ขัตติยะ . 2548
ไปก็อบมาจากเว็บ http://www.tomyfarm.com/library/archives/97
ไม่รู้มีคนลงไว้หรือยังครับ
| |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||


โพลล์






