Aqua.c1ub.net
*
  Sun 25/Aug/2019
หน้า: 1 2 3   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ว่าด้วยเรื่อง"overview : ภาพรวมการเริ่มต้นทำตู้ไม้นํ้า" ★ ★ ★ ★ ★ อัพเดทเพิ่มอีก4PART-11ธค.56  (อ่าน 56416 ครั้ง)
ROMMY ออฟไลน์
Club Leader
« เมื่อ: 13/10/13, [06:31:43] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

เกริ่นกันนิดนึงครับ ...คือว่าในเว็บเรามีกระทู้เเนะนำการตั้งตู้สำหรับมือใหม่ไว้มากมาย เเต่ที่ผมสังเกตคือจะมีคนมาตั้งกระทู้ถามเช่นต้องใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง ยี่ห้อไหน ตัวไหน ซื้อร้านไหน  เเละอุปกรณ์...นี้จำเป็นหรือไม่  ซึ่งผมเลยมองว่ามือใหม่ที่คิดจะทำตู้ไม้นํ้า น่าจะไม่เข้าใจภาพรวมของการตั้งตู้เเละการทำงาน/ความจำเป็น/การติดตั้ง/การใช้งาน ของอุปกรณ์เเต่ละชิ้น

ดังนั้นผมจึงทำ OVERVIEW ของการเริ่มต้นตู้ไม้นํ้ามาให้ครับเเละจะมีการอธิบายในประเด็นต่างๆที่ควรทราบ ทั้งประเด็นหลักๆเเละเรื่องยิบๆย่อยๆครับ พร้อมlinkไปยังกระทู้ย่อยๆเช่นเรื่องไฟ เป็นต้น ซึ่งมีหลายๆท่านเช่นคุณบัง (เเนะนำไว้อย่างละเอียด)ครับ .... ผิดถูกประการใดต้องขออภัยนะครับ เเละถ้าหากคุณบัง/พี่เอ เห็นว่าเป็นประโยชน์ รบกวนช่วยปักหมุดไว้ให้ด้วยนะครับ จะได้ไม่ต้องคอยตอบกระทู้ประเภทนี้บ่อยๆครับ   //ทั้งหมดที่พิมพ์ผมพิมพ์สดๆครับ ในหัวมีความรู้เรื่องไม้นํ้าอันน้อยนิด พยายามจะอธิบายให้มากที่สุดครับ ซึ่งก็จะมีทั้งเนื้อหาส่วนที่เกิดจากการที่ผมเลี้ยงเอง ทดลองเอง เเละประสบการณ์ของผม รวมทั้งบทความดีๆจากพี่ๆทุกๆท่านที่ผมเห็นว่ามีประโยชน์กับมือใหม่ก็จะนำมาอ้างอิงไว้ในนี้ด้วยครับ ^^ เเละผมมีอัพเดทตลอดนะครับโดยจะนำมาเพิ่มเติมให้โดยใส่ไว้ล่างสุดของตัวกระทู้หลักนะครับ เพื่อความสะดวกในการอ่านครับ (เนื้อหาทั้งหมดอยู่ในกระทู้หลักครับ) เเละขอขอบพระคุณสำหรับพี่ๆทุกท่านที่ทำบทความดีๆไว้ (ผมจะมีลิ้งค์ไปยังบทความดีๆเหล่านั้นเพื่อให้มือใหม่ทุกท่านอ่านเพิ่มเติมได้ครับ) เเละขออนุญาตในการอ้างอิงถึงบทความดังกล่าวด้วยนะครับ เเละผมใส่CREDITให้ทุกๆบทความที่ผมได้ยกมาใช้ประกอบการอธิบายครับ


                      
ด้วยความเคารพครับ ROMMY


:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::
รูปนี้ผมตั้งใจทำให้ดูง่ายนะครับ (หวังว่าจะดูง่ายนะครับ555)

:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

 [อ่ะแหะๆ]   PART 1 "อุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการเลี้ยงต้นไม้นํ้า"
เริ่มกันเลยนะครับ::อุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการทำตู้ไม้นํ้า

[A] ตู้ :: สำหรับตู้ที่จะใช้ทำตู้ไม้นํ้านั้นมีมากมายหลายขนาด เช่น12"(นิ้ว) ,14",18",24",36",48"60" เป็นต้น ซึ่งสำหรับมือใหม่ควรจะใช้ตู้24"เพราะ
-ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่
-หาอุปกรณ์ต่างๆง่าย
-ไม่เล็กเกินไปจนจัดวางเลย์เอาท์ยาก
-ปริมาตรนํ้าในตู้ ประมาณ60ลิตร ซึ่งกำลังดีในเรื่อง อุณหภูมิไม่เปลี่ยนเเปลงเร็วมากนัก / ค่าต่างในนํ้าไม่เเกว่งมาก(ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิต)
-ไม่เปลืองดินมาก เพราะตู้ใหญ่ๆจะใช้ดินมาก (ตู้24"ใช้ดิน 9L. ถุงนึงก็จะกำลังดี )  
-ขนย้ายสะดวก ใส่รถเก๋งได้
-ยกมาล้างคนเดียวได้ เพราะไม่หนักมากเเละไม่ใหญ่มาก

---------------------------------------------------------------------------------------------------------

[B']ระบบกรอง :: นับว่าระบบกรองมีผลอย่างมากต่อสภาพนํ้า ซึ่งถ้าระบบกรองดีๆก็จะทำให้สัตว์นํ้าอยู่กันอย่างปกติ ไม่มีปัญหาใดๆ โดยระบบกรองที่นิยมใช้ในตู้ไม้นํ้าคือ กรองเเขวน เเละกรองนอก(กรองนอกตู้)ที่มีประสิทธิภาพดีกว่ากรองเเขวน(ตามรูป)
โดยยี่ห้อกรองนั้นก็มีมากมาย เช่นEHEIM,ATMAN,GEX เป็นต้น ก็เลือกใช้กันตามสะดวกครับ
สำหรับตัวกรองนอกนั้นจะมีส่วนประกอบคือ
1B=ตัวถังกรอง มีหน้าที่ใส่วัสดุกรอง(มีเดีย)ซึ่งตัววัสดุกรองก็มีมากมายหลายชนิด ให้เลือกใช้กันตามความเหมาะสม เเต่ระวังการใช้ถ่านคาร์บอน เพราะจะดูดปุ๋ยเเละเเร่ธาตุที่เราใส่ลงไป ทำให้ต้นไม้อาจจะได้รับปุ๋ยไม่เพียงพอ (ซึ่งโดยมากเเล้วจะใช้ถ่านคาร์บอน ในกรณีที่นํ้ามีกลิ่นเน่าเสีย หรือมีสีผิดปกติครับ)

2B=สายยางของกรองนอก ก็จะมีหลายขนาดเช่น 13mm. 17mm โดยเราต้องเลือกใช้สายยางให้ตรงกับspecของตัวกรอง (ปกติถ้าซื้อกรองใหม่ จะมีสายเเถมมาให้เหลือเฟือครับ)

3B=OUTFLOW เอ้าท์โฟลว เป็นท่อให้นํ้าออกจากกรอง (จะไปเเขวนกับขอบกระจกโดยมีจุ๊บยางยึดไว้) ซึ่งตัวOUTFLOWที่เเถมมาในกล่องก็จะใช้ได้ครับ เเต่ถ้าอยากได้เเบบใส ก็สามารถซื้อเพิ่มได้ *เเละจะมีOUTFLOW เเบบหัวบอล(ช่วยลดเเรงนํ้า) มเเบบหัวลิลลี่(ช่วยเพิ่มเเรงนํ้า สร้างกระเเสนํ้าในตู้) ,หรือบางคนก็ใช้ท่อสเปรย์บาร์ เป็นท่อยาววางขนานเจาะรูเยอะๆ ,เเบบหัวJET จะเพิ่มเเรงนํ้า เหมือนเวลาเราเอามืออุดสายยางรดนํ้าต้นไม้


4B=INFLOW อินโฟลว คือท่อที่นำนํ้าเข้าตัวถังกรอง

5B= ตะเเกรงกันปลาถูกดูดเข้าไปในกรอง ก็จะสวมที่ปลายของตัวinflowครับ เเละเราสามารถซื้อตะเเกรงกันลูกกุ้งมาสวมอีกชั้นนึง ในกรณีที่ในตู้เรามีกุ้งเเคระ ต่างๆ เพราะเวลามีลูกกุ้งตัวน้อยๆเกิดใหม่ อาจจะหลุดเข้าไปในกรองได้ครับ

------------------------------------------------------------------------------------------------------

[C] โคมไฟ ::นับว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากับตู้ไม้นํ้า เพราะเป็นเเสงที่ต้นไม้ใช้ในการสังเคราะห์เเสง โดยโคมไฟก็มีมากมายหลายประเภทเช่น โคมMH (เมทัลเฮไลด์) ,โคมPL ,โคมLED ,โคม T5HO ฯลฯ  สำหรับเวลาในการเปิดไฟนั้นก็เปิดประมาณ6-8ชม.ต่อวันครับ โดยถ้าตู้เรามีไฟไม่เหมาะสม จะสังเกตได้ว่าไม้ข้อจะยืดยาว ก็ควรจะหาไฟมาเพิ่มหรือเปลี่ยนให้ดีขึ้นครับ

อ่านเพิ่มเติมเรื่องไฟ :: http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=50084.0 โดยคุณบัง
---------------------------------------------------------------------------------------------------------

[D] คาร์บอนไดออกไซด์ :: เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อกระบวนการสังเคราะห์เเสงของต้นไม้มากๆครับ ซึ่งก็มีทั้งเเบบถัง ,เเบบยีสต์(กระบวนการหมักยีสต์),เเบบนํ้า ,เเบบไฟฟ้า,เเบบกระป๋อง ฯลฯ ซึ่งสามารถเลือกใช้ได้ครับ  ... ขอพูดเเค่สองเเบบคือเเบบยีสต์ เเละเเบบถังนะครับ สำหรับเเบบยีสต์ ผสมครั้งนึงอยู่ได้1-2สัปดาห์ เเละหลังจากนั้นยีสต์ก็จะตายเพราะความเข้มข้นของเเอลกอฮอล์ที่เพิ่มขึ้นจะฆ่ายีสต์ครับก็มีข้อดีคือราคาถูก เเต่ก็ต้องผสมบ่อยๆ เเละให้ความเข้มข้นของco2ได้ไม่ดีเท่าเเบบถัง อีกทั้งคาร์บอนยีสต์ยังไม่เหมาะกับตู้ที่ใหญ่เกิน24"ครับ(เพราะจะไม่เพียงพอ นอกเสียจากจะทำหลายๆชุด)  
อ่านเรื่องการทำคาร์บอนเเบบยีสต์ http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=87609.0 โดยคุณเก่งcoffmanครับ
อ่านเรื่อง สูตรยีส 2เดือน BY ... DIY MAN   http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=229220.0 โดยคุณbankcaramel

ส่วนเเบบถัง(ตามรูป)จะลงทุนครั้งเเรกเยอะกว่ามาก ประมาณ3-7พัน เเต่เติมครั้งละ150 (ถัง3Kg.อยู่ได้ประมาณ6เดือน) โดยอุปกรณ์สำหรับเเบบถัง(ตามรูป)คือ
-1D=ถังคาร์บอนไดออกไซด์ มีทั้งเเบบถังเหล็กเเละถังอะลูมิเนียม(เเพงกว่า เบากว่า เเละไม่เป็นสนิม)
-2D=วาว์วหัวถัง ใช้เปิด/ปิด เท่านั้นไม่สามารถควบคุมก๊าซได้
-3D=หัวเร็กกูเรเตอร์Regulatorทำหน้าที่ควบคุมปริมาณก๊าซ เเละก็จะต่อเข้ากับตัวปรับหยาบ/ปรับละเอียด/โซลินอยด์(คุมการจ่ายก๊าซโดยเสียบไว้กับtimerตามการเปิด/ปิดไฟ) เเต่หัวเร็กบางประเภทก็ไม่มีตัวปรับหยาบ คือจะมีเเต่ปรับละเอียดเลย เช่นของINTENSE ครับ  อ่านเรื่องหัวเร็กintense type1&2 ได้ที่ http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=198593.0 โดยคุณบังครับ  เเละรีวิวหัวเร็กintense type2 NEW!!  http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=231483.0  ผมรีวิวไว้เองครับ

-4D=สายPUทนเเรงดัน (ห้ามใช้สายลมถูกๆที่ใช้กับปั้มลมธรรมดา เพราะสายจะพองเเละระเบิด/ฉีกได้)  โดยมีทั้งเเบบเเข็งเเละเเบบอ่อน (เเบบอ่อนจะใช้หลังจากผ่านตัวกันย้อนเเล้ว เพราะเเรงดันจะลดลงไปมาก สายเเบบอ่อนจะทนได้ไม่มีปัญหา เเต่ถ้าใช้สายอ่อนทั้งหมด เเรกๆอาจจะไม่มีปัญหาอะไร เเต่พอใช้ๆไป สายอาจะบวมเเละระเบิดฉีกออกได้เช่นกัน)
-5D=กันย้อน หรือที่เรียกว่า check valve ทำหน้าที่กันนํ้าย้อนลงมาเข้าถัง หรือเข้าตัวโซลินอยด์ เพราะจะทำให้เสียหายได้
-6D=ตัวนับฟอง เนื่องจากการที่เราเปิดco2เราไม่รู้ว่ามากหรือน้อย เเต่เราสามารถดูได้จากตัวนับฟอง โดยจะนับเป็น ฟอง ต่อ วินาที เช่น2ฟอง/วิ โดยช่วงเเรกๆควรเปิด1-2ฟองต่อวิเเละพอต้นไม้เริ่มปรับตัวได้ก็เปิด3-4ฟองต่อวิ *ทั้งนี้ขึ้นกับความหนาเเน่นของต้นไม้นะครับ
-7D=หัวDiffuser ทำให้ฟองco2เล็กลง (มีพื้นที่ผิวมาก สัมผัสกับนํ้าได้มาก co2ละลายไปได้ดี ต้นไม้ได้รับco2เพียงพอ)
*สำหรับคนใช้เเบบยีสต์ ต้องเลือกหัวดิฟดีๆ อย่าเอาหัวดิฟที่ใช้กับco2เเบบถังมาใช้ เพราะยีสต์มันจะดันไม่ออกครับ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------


[E]วัสดุปลูกเเละวัสดุรองพื้น
>วัสดุรองพื้น
-ปุ๋ยรองพื้น เป็นเเหล่งเเร่ธาตุสารอาหารที่จำเป็นสำหรับพืชที่ดูดซึมอาหารทางราก
-หินพัมมิส Pumice เป็นหินภูเขาไฟที่มีรูพรุน ลอยนํ้าได้ เหมาะจะใช้รองพื้น เพราะช่วยเพิ่มความโปร่งของชั้นดิน เเละยังช่วยให้ไม่เกิดชั้นดินดำด้วยครับ
-เเบคทีเรียรองพื้น เราจะใส่ในรูปเเบคทีเรียผง(เเห้ง) เเละพอเรารันนํ้าตามปกติ เเบคทีเรียพวกนี้ก็จะคอยย่อยสลายของเสียให้กับตู้เราครับ (จำเป็นมากๆ) เเต่ถ้าเราไมใส่เเบคทีเรียไป ก็สามารถเกิดเองได้ตามธรรมชาติครับ คือพอมีขี้ปลา (มีของเสีย) ก็จะมีเเบคทีเรียพวกนี้เกิดมาเอง เเต่อาจจะช้าหน่อยครับ

สำหรับวัสดุรองพื้น ถ้าง่ายๆก็เช่น ADA power sand special (รวมทั้งปุ๋ย เเบคทีเรีย พัมมิส) ,Ferka aquabase เป็นต้น

>วัสดุปลูก
ถ้าจะให้ดีควรใช้ดินปลูกไม้นํ้า โดยเฉพาะครับ เช่น ADA aqua soil amazonia เเละเราจะใช้ ADA aqua soil amazonia powder โรยทับด้านบน เพื่อให้มองดูเม็ดดินเล็กๆ เเละทำให้ตู้ดูไม่เเคบครับ ส่วนดินยี่ห้ออื่นๆเช่นเเบล๊คเอิร์ท ,Gex ก็เลือกใช้กันได้ครับ

อ่านเพิ่มเติมเริ่องวัสดุปลูก http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=17613.0 โดยคุณบัง  
-------------------------------------------------------------------------------------------------------

[F] พัดลม ช่วยลดอุณหภูมิ ทำให้ตู้เราไม่ร้อน (นํ้าเย็น ต้นไม้งาม)ครับ เเต่บางคนก็อาจจะใช้ชิลเลอร์ทำความเย็น(ซึ่งจะลดอุณหภูมิได้ดี เเละคงอุณหภูมิได้ดีกว่าครับ) พัดลมก็มีให้เลือกหลายเเบบ สามารถเลือกใช้ตามชอบเลยครับ

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
[G] Thermometer
เนื่องจากอุณหภูมินั้นโดยหลักๆเเล้วมีผลต่อการเลี้ยงไม้นํ้าในเเง่ความสวยงามของต้นไม้ ซึ่ง ยิ่งนํ้าเย็นยิ่งดี ดังนั้น
เราควรจะควบคุมอุณหภูมิให้ไม่เกินกว่า30องศา (ใช้พัดลมช่วย) หรือบางท่านอาจจะใช้ชิลเลอร์ทำความเย็ยก็ได้ ซึ่งการวัดอุณหภูมิเราจะใช้ที่วัดอุณหภูมิ(Thermometer) ไม่ว่าจะเป็นเเบบปรอท หรือเเบบดิจิตัลก็สามารถใช้งานได้ทั้งนั้น (เลือกใช้ตามความชอบได้เลยครับ) เเนะนำว่าควรจะเลือกของดีๆนิดนึง เพราะถ้าราคาไม่ได้ต่างกันมาก(ต่างกันหลักสิบบาท) เเต่อุณหภูมิที่ได้จะเที่ยงตรงเเละเเม่นยำต่างกันเยอะ 555555  //  สำหรับหัวข้อ"G" ที่ตอนเเรกไปใส่เป็นเรื่องdrop checker เเละหัวข้อตัว"H"
ก็ตกหล่นไป ตอนนี้เเก้ไขเเล้วนะครับ ต้องขอบคุณคุณjokers  ด้วยนะครับที่PMมาบอก ... เดี๋ยวผมไปหากระทู้ของคุณซักอันเเล้วจะบวกให้ครับ หรือคุณคอมเม้นท์ในนี้เเล้วผมจะบวกให้ครับ ขอบคุณครับ  [เจ๋ง]  <เเสดงว่าตั้งใจอ่านมาก 5555 ถึงรู้ว่ามีตกหล่นไป  ้hahaha
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
[H] Drop checker จะบอกเลยว่าตู้เรามีปริมาณco2เพียงพอหรือไม่ ...โดยภายในจะบรรจุนํ้ายาindicatorที่จะเปลี่ยนสีตามpH (เปลี่ยนสีในช่วงเเคบๆ) ซึ่งBromthymol blue เป็น  indicator ที่มีการเปลี่ยนแปลงของสีในช่วง pH 6-8 โดย ที่pH 6.6 สีจะเป็นสีเขียวและเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเมื่อ pH สูงกว่า 7.6 ขึ้นและเป็นเหลืองเมื่อpH ต่ำกว่า 6 ครับ สำหรับคนที่ใช้co2เเบบยีสต์ก็ทำอะไรได้ไม่มากเพราะเพิ่ม/ลด ปริมาณการปล่อยco2ไม่ได้ เเต่ถ้าเเบบถัง พอdropเป็นสีฟ้า ต้องเปิดco2เพิ่ม เเละพอdropเป็นสีเหลืองก็ต้องลดco2ลงครับ ส่วนถ้าเป็นสีเขียวคือกำลังดีละ

อ่านเพิ่มเติมเรื่องdrop checker http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=18156.0 โดยคุณbanx
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------


ส่วนเรื่องที่ตอนตั้งตู้ใหม่ๆจะเจอกันบ่อยคือตะไคร่ ซึ่งสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ลิ้งค์
-สารานุกรมตะไคร่  โดยคุณบัง
http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=5.0

-สัตว์น้ำผู้ช่วยควบคุมตะใคร่น้ำ   โดยคุณbanx
http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=6.0  

---------------------------------------------------------------------------------------------------------
เเละลิ้งค์ที่น่าสนใจสำหรับมือใหม่จะอยู่ที่หน้าเเรกของห้องคุยเรื่องไม้นํ้านะครับ (กระทู้ปักหมุด)ไปหาอ่านเป็นความรู้ได้ครับ


----------------------------------------------------------------------------------------------------------
สำหรับบางท่านที่เห็นต้นไม้ที่มีสีสวยๆ ราคาก็ไม่ใช่ถูกๆ มันคือบูเซปค้าบบบบ !!!!!!!

~ ถ้าอยากอ่านเพิ่มเติมเชิญที่ลิ้งค์นี้เลยครับ
เป็นบทความของคุณTomasz Wastowskiเป็นภาษาอังกฤษครับ เเละผมได้เเปลเป็นภาษาไทยให้อ่านกันง่ายๆครับ ลองเข้าไปอ่านได้ครับ http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=230797.0


----------------------------------------------------------------------------------------------------------
 [อ่ะแหะๆ]   PART 2 "ความสำคัญของการถ่ายนํ้า"

เพิ่มเติมเรื่องการถ่ายนํ้าที่หลายๆคนอาจจะสงสัยว่าทำไมต้องถ่ายนํ้า ทั้งๆที่เวลานํ้าระเหยไปเราก็เติมนํ้าใหม่อยู่ดี+ก็ใช้เครื่องกรองนะ ทำไมต้องถ่ายนํ้าด้วย ผมจะอธิบายง่ายๆคือ ตามธรรมชาติเเล้วเเหล่งนํ้าเช่นเเม่นํ้า ลำธาร เป็นระบบเปิด ซึ่งก็คือมีการหมุนเวียนนํ้าใหม่มา นํ้าเก่าไป ของเสียก็เวียนไปเรื่อยๆ สัตว์นํ้าจึงไม่มีปัญหาใดๆ เเต่ ... พอเรานำมาเลี้ยงใน Aquarium ซึ่งเป็นระบบปิด เเน่นอนว่าทุกๆวัน ของเสียจากสัตว์นํ้าก็ค่อนๆสะสมๆ (ถึงเเม้ว่าจะมีระบบจุลินทรีย์ช่วยย่อยสลายของเสีย เเต่ก็ไม่เพียงพอ เเละไม่ทันการครับ) เเละถึงเเม้เราจะใช้กรองนอกดีๆ เเต่ถ้าเราไม่ถ่ายนํ้าหรือล้างกรอง ของเสียก็วนเวียนอยู่ในตู้ ไม่ไปไหน เเละว่งผลเสียต่อสัตว์นํ้าโดยตรง รวมถึงการที่เราเติมนํ้าใหม่ลงไป เมื่อนํ้าระเหย เเห้งไป (นํ้าลดลงจากการเปิดไฟเเละเปิดพัดลม) มันก็เป็นเเค่การเจือจางของเสีย เหมือนเอาก้อนหินใส่ในหม้อเเละเติมนํ้า เเละต้มไปจนนํ้าระเหยหมด ก้อนหินก็ยังอยู่ (ถึงเเม้ของเสียบางส่วนจะระเหยไปกับนํ้า เเต่ของเสียส่วนมากก็ยังอยู่ในตู้เรา) ดังนั้นเราควรจะถ่ายนํ้าเพื่อลดประมาณของเสียครับ

สำหรับสิ่งที่ควรทำก่อนถ่ายนํ้าคือ เอาฟองนํ้าสะอาดไม่มีสารเคมี มาขัดกระจกตู้ หรือจะใช้ที่ขัดกระจกก็ได้ โดยขัดเเค่บานหน้าเท่านั้น เเละเหลือสามบานไว้ เพราะบางครั้งตะไคร่จุดเขียวในตู้ที่ชอบเกาะกระจกมว๊ากกกก มันช่วยทำให้ตะไคร่อื่นๆเกิดได้ช้าลง (มีประโยชน์) ครับเเละก็เอากระชอนช้อนเศษใบไม้ เศษตะกอนในตู้ทิ้ง (ระวังถ้ามีกุ้งเเคระ จะติดไปด้วยนะครับ)

วิธีการก็ง่ายมาก
-ถ่ายนํ้า10-20% ทุกๆ7วัน หรือ14วัน โดยใช้นํ้าสะอาด (มือใหม่คงสงสัยกันอีกว่านํ้าสะอาดใช้นํ้าประปาได้มั้ย)
นํ้าสะอาด ที่ใช่ได้
>นํ้าประปาที่ผ่านการพักไว้ (เอามาใส่กะละมังเเล้วอาจจะมีการเปิดปั้มลมช่วยการระเหยของคลอรีน อย่างน้อย3-7วัน) ถามว่าทำไมต้องพักนํ้า เพราะคลอรีนมีผลต่อสัตวนํ้าโดยตรง เเละยังทำลายจุลินทรีย์(ที่มีประโยชน์ในตู้เรา ที่อุตส่าห์เลี้ยงไว้ช่วยกินของเสียให้555)
>นํ้าจากเครื่องกรอง (นํ้าดื่ม) อันนี้ชัวร์สุด ไม่ต้องพัก ไม่ต้องรอ สะอาดเเน่นอนเพราะเราก็ยังดื่มได้
#ข้อควรระวังในการถ่ายนํ้า ... การถ่ายนํ้าปริมาณมากๆอาจะทำให้อุณหภูมิเปลี่ยนอย่างฉับพลัน ซึ่ง ไม่ดีๆเเน่ๆต่อสัตว์นํ้า ดังนั้นอาจจะใช้ขันตักนํ้าเเละลอยในตู้ไว้ก่อน เพื่อปรับอุณหภูมิ เเล้วค่อยเทลงไปครับ(เทช้าๆเดี๋ยวดินฟุ้ง)

เเละสิ่งที่ควรทำหลังจากถ่ายนํ้าทุกๆ1-2weeksคือ
=เติมจุลินทรีย์นํ้าทดเเทน(มีหลายยี่ห้อ เลือกเอาเลยครับ) ระวังเเค่อย่าใช้หลายๆยี่ห้อปนกัน เพราะบางครั้งมันก็ตีกันนะครับ
(ส่วนการใส่มาก น้อย ไม่มีผลครับ ใส่มากก็ดี จุลินทรีย์เยอะ เเต่เปลือง)
=เติมปุ๋ยนํ้า
=เติมCO2นํ้า (อย่าoverdoseเด็ดขาด ไม่งั้นสัตวนํ้าตาย จะหาว่าไม่เตือนนะค้าบบ5555)
=เเละเปิดกรองตามปกติครับ รวมถึงเช็ดกระจกให้เรียบร้อย จะได้สวยงาม สะอาด ใสๆ


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 [อ่ะแหะๆ]   PART 3 "การลงสิ่งมีชีวิตอย่างถูกเวลาเเละถูกวิธี"

อัพเดทเพิ่มให้นะครับ
-การลงสิ่งมีชีวิต  ปกติเเล้วการเลือกซื้อสัตว์นํ้ามาใส่ในตู้เรานั้น ต้องเลือกตัวที่ไม่ซึม ตัวปกติดี เเละไม่มีเเผลจากการถูกกัด(ในกรณีปลา) รวมทั้งควรจะเลือกร้าน(ถามเจ้าของร้านเลยครับ ว่าเอามาปลาลงไว้ที่ร้าน พักไว้กี่วันเเล้ว) เพราะยิ่งพักไว้ที่ร้านนานๆ ปลาจะปรับตัวได้ เเละพอเราเอากลับไปบ้าน ก็จะไม่ค่อยมีปัญหาครับ .... หลังจากตั้งตู้เเล้ว เราควรจะวางเเผนการใช้สัตว์นํ้า โดยเเบ่งออกเป็น2 พวกหลักๆคือ
   >พวกกินตะไคร่ เช่นกุ้งยามาโตะ กุ้งเชอรี่ กุ้งเรดโนส ปลาออตโต้ ปลาเล็บมือนาง หอยเขา หอยม้าลาย ฯลฯ ซึ่งพวกนี้เราควรจะหามาใส่ตู้ไว้เพื่อป้องกันตะไคร่ โดยตู้ที่ตั้งใหม่นั้นควรจะมีอายุตู้2weeksขึ้นไป จึงจะนำทีมงานกินตะไคร่ของเรามาลงตู้ครับ
(ก่อนจะไปซื้อมาลงตู้ เช่นพรุ่งนี้จะเข้าสวนฯ วันนี้ก็ควรจะถ่ายนํ้า ขัดตู้ เช็ดกระจกให้เรียบร้อย เพราะถ้าลงสัตว์นํ้าใหม่ๆ เเล้วถ่ายนํ้าทันที อาจจะปรับตัวไม่ได้ครับ รวมถึงควรจะเติมจุลินทรีย์นํ้าไปด้วยครับ)

   >พวกสวยงาม ก็เช่นปลาคาร์ดินัล ปลาเอมเบอร์เตตร้า ปลาซิว ปลานีออน ปลาเชอรี่บาร์บ ปลาเเรมอาย ปลากระดี่ ฯลฯ
จะหามาใส่ตู้ได้ ตู้เราควรจะมีอายุ4weeksขึ้นไปนะครับ เพื่อให้สภาพเเวดล้อมในตู้ เหมาะสมเเก่การอาศัยของสัตวนํ้า(ค่าต่างๆเริ่มคงที่ เเบคทีเรียเเละจุลินทรีย์ที่คอยย่อยสลายของเสียมีมากพอที่จะรองรับของเสียจากสัตว์นํ้า)

โดยพอเราตั้งตู้เเล้ว1week ก็ควรจะไปซื้อพวกทีมงานจัดการตะไคร่มาพักไว้ก่อนในตู้พัก (อาจจะเป็นตู้เล็กๆ มีกรองเเขวน เเละปั้มลม ง่ายๆ) เพื่อพักทีมงานจัดการตะไคร่ไว้7วัน (พอครบ7วันก็จะเท่ากับว่าตู้มีอายุ2weeksพอดี) ซึ่งการเลือกใช้ตัวกินตะไคร่บางชนิดเช่นปลาเล็บมือนางหรือหอยบางตัวที่ มีเเรงดูด เเรงกระชากมาก  ก็อาจจะรอไปอีกระยะนึงค่อยหามาใส่ เพราะต้นไม้ที่ปักใหม่ๆ รากยังไม่ทันจะเดิน จะหลุดลอยได้ครับ เเละพอครับ2weeksเเล้วค่อยๆทะยอยปล่อยลงตู้(วิธีการปรับอุณหภูมิเดี๋ยวบอกด้านล่างครับ) ทะยอยปล่อยไปทีละน้อยๆ ปล่อยสองสามวันก็ครบทุกตัว

เเละพอตู้เรามีอายุ3weeksก็ควรจะไปหาซื้อปลาสวยงามมาเตรียมตัวได้เเล้วครับ ก็เอามาพักไว้เหมือนเดิม 7วัน พอตู้มีอายุครบ4weeksก็ทะยอยปล่อยลงวันละน้อยๆ จนครบครับ

*เวลาซื้อปลามา นํ้าในถุงที่ใส่มาจากร้านอย่าทิ้ง ให้เก็บไว้ส่วนนึง เผื่อปลาช็อคนํ้าในตู้เรา จะได้ให้พักฟื้นในนํ้าเก่าจากร้านขายปลาครับ

การปล่อยลงตู้ :
ถ้าพักปลาเองในตู้พัก >ก็เอาถ้วยเล็กๆตักขึ้นมามีนํ้ามาด้วยเเล้วไปลอยในตู้ไม้นํ้าครับ ลอยไว้สัก15-30นาที เเล้วเอียงถ้วยให้นํ้าในตู้ไม้นํ้าเข้าไปผสมกับนํ้าในถ้วย เเละลอยต่อไปอีก15นาที เเละก็เอียงถ้วยให้นํ้าเข้าไปมากขึ้นจนปริ่มๆขอบถ้วย เเละลอยไว้
ถ้าถ้วยจมลงไป ปลาก็จะออกเองครับ เเต่ถ้าไม่จมเราก็ค่อยๆเอียงถ้วยให้ปลาว่ายออกไปเองนะครับ
*ระวังการปล่อยกุ้งเเคระตัวน้อยๆ ลงตู้ ...ถ้าตู้คุณมีปลาเยอะๆ ว่ายไปมา การปล่อยกุ้งลงไปตรงๆ ปลาจะคิดว่าให้อาหาร มันก็จะเข้ามาหมํ่ากุ้งเราได้ครับ ต้องเอามือไล่ปลาไว้ เเละปล่อยกุ้งให้ลงไปที่ต้นไม้ให้เร็วที่สุด อย่าให้ลงในที่โล่งๆไม่งั้นปลาที่ปากใหญ่ๆจะหมํ่า 5555

ถ้าซื้อปลามาใหม่ไม่ได้พักในตู้พัก > ปกติเเล้วร้านจะอัดออกซิเจนมาในถุงให้เรา เราก็เเช่ลงไปทั้งถุงเลยครับ ไม่ต้องเเกะหนังยางออก เเช่ไว้30-60นาที เเล้วก็เปิดปากถุงตักนํ้าในถุงออกมาเเบ่งไว้(เผื่อปลาช็อคนํ้าในตู้เรา) เอาค่อยนํ้าในตู้เข้าไปนิดหน่อย เเช่ไว้อีก15นาที เเละเอานํ้าเข้าไปมากขึ้น เเช่ไว้จนปลาออกเองครับ

วิธีการปรับอุณหภูมิเเบบนี้บางท่านก็มีเทคนิคต่างๆกันไป เเต่ผมใช้วิธีนี้กับสัตว์นํ้าทุกๆตัว ..ก็ไม่เคยตายช็อคนํ้าตายซักตัวเลยครับ ^^

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 [อ่ะแหะๆ]   PART 4 "Tank mate ปลากินกุ้ง กุ้งกินปลา"


-เรื่อง Tank mate (ปลากัดกัน ปลากินกุ้ง กุ้งกินปลา ฯลฯ)
คือจะมีกระทู้มากมายถามว่าปลาตัวไหนไม่กินกุ้งเเคระบ้าง ??
จริงเเล้วต้องเข้าใจก่อนว่า ปลาทุกชนิดก็กินกุ้งได้ทั้งนั้น เเต่กุ้งตัวใหญ่ๆมันไม่กิน มันจะกินลูกกุ้ง
ซึ่งปลากินตะไคร่มักจะไม่ยุ่งกับกุ้งเเคระ เเต่ก็ไม่เเน่เสมอไปครับ ดังนั้นถ้าตู้เราคิดจะลงกุ้งเเคระ ต้องมีต้นไม้หนาเเน่น หรือมีที่หลบให้กุ้งเข้าไปหลบได้  เเละลูกกุ้งก็จะหลบอยู่ไม่ออกมาเพ่นพ่าน ไม่งั้นเวลาปลาหิวๆอาจจะโดนหมํ่าได้ครับ
ซึ่งโดยมากเเล้วปลาด้วยกัน ถ้าเป็นปลาพวกเตตร้า บาร์บ ซิว ฯลฯ มันจะไม่กัดกันเอง เเละไม่ค่อยยุ่งกับกุ้งด้วย ถ้าเราไม่ปล่อยให้มันอด .... ส่วนการดูเเลพวกกุ้งเเคระก็ไม่มีอะไรมาก เพราะเค้าหากินเศษตะไคร่ เศษอาหารได้ เเต่ที่ต้องระวังมากกว่าปลากินกุ้งคือ ต้องใส่ตะเเกรงกันลูกกุ้งครอบที่ปลายinflowครับ (ผมเคยเเล้ว กรองอีฮาม2213ไม่ใส่ตะเเกรงกันลูกกุ้ง เเต่ใส่ตะเเกรงเขียวๆกันปลาถูกดูดเข้ากรอง พอตอนล้างกรอง เจอลูกกุ้ง10กว่าตัว ไปว่ายนํ้าเล่นในกรอง 5555 )ดังนั้นจำเป็นมากๆครับ (ขนาดใส่ตะเเกรงกันลูกกุ้งเเล้ว ทุกวันนี้ยังมีหลุดเข้าไปได้เลย ไม่รู้ว่าเข้าไปยังไง55555)

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 [อ่ะแหะๆ]   PART 5 "การให้อาหารปลา"


-การให้อาหารปลา(ทั้งอาหารสดเเละเเห้ง)
ปกติเเล้วการให้อาหารปลาบ่อยๆเเต่น้อยๆ จะดีกว่าการให้ครั้งละมากๆ เพราะปลามันกินไม่ทัน อาหารก็จะตกลงไปบนดิน เเละถ้ากุ้งไม่กินเศษอาหารบนดิน,ปลาไม่คุ้ยเศษอาหารบนดินกิน ก็เท่ากับว่ามีของเสียเพิ่มในตู้ ซึ่งไม่ดีครับ ดังนั้นควรจะให้บ่อยๆ วันละหลายๆครั้ง (ผมให้วันละ6-8รอบ)  ส่วนประเภทอาหารก็ต้องดูว่าอาหารปลาเเบบเม็ดที่เราซื้อมา เป็นเเบบลอย/จม/กึ่งจมกึ่งลอย
ต้องเลือกให้เหมาะสมกับชนิดของปลาที่เลี้ยงครับ เเละอาหารยี่ห้อดีๆ เวลาโดนนํ้าเเล้วเม็ดจะไปเปื่อยยุ่ย ง่าย โดยจะคงรูปไว้ได้นานไม่ค่อยทำให้นํ้าเสีย

ส่วนเรื่องอาหารสด ผมใช้หนอนเเดงเเช่เเข็ง ซึ่งเเต่ก่อนก็ให้สัปดาห์ละครั้ง เเต่เดี๋ยวนี้ก็ให้วันเว้นวันครับ เพราะพอปลากินเเล้วก็สมบูรณ์เเข็งเเรง โตไวดีครับ ^^ * ระวังการใช้อาหารสดมากเกินไปจะทำนํ้าเน่า เเละถ้าให้บ่อยๆอาจจะทำให้ปลาไม่ยอมกินอาหารเม็ด ครับ //สรุปคือให้เเค่weekละครั้งพอครับ


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 [อ่ะแหะๆ]   PART 6 "การใช้ต้นไม้ที่เรียกกันสั้นๆว่าใบบก ใบนํ้า"

-การใช้ต้นไม้ใบบก-ใบนํ้า (พร้อมlink กระทู้"ทำไมต้องใบบก ใบนํ้า" ของคุณเล็ก OBARONครับ)
ต้นไม้นํ้าที่เราเลี้ยงๆกันจริงเเล้วมันก็มีที่เป็นต้นไม้ใต้นํ้าโดยธรรมชาติ เเละต้นไม้ริมนํ้า ซึ่งพวกต้นไม้ริมนํ้าที่รากจุ่มในนํ้าเเต่ใบอยู่พ้นนํ้า นั้นพอเวลาหน้านํ้า นํ้าเยอะ มันก็จะจมไปอยุ่ใต้นํ้า เเละเปลี่ยนจากใบบก เป็นใบนํ้า เเละพอระดับนํ้าลดลงก็จะกลับมาเป็นใบบก (เเตกใบบกใหม่ได้) สลับไปมา ซึ่งข้อดีของใบบกคือ มันเเข็งกว่า ถูกกว่า ทนทานในการขนส่ง มากกว่า เเต่พอซื้อมาเเล้วใส่ในตู้ก็ต้องรอมันเเตกใบนํ้า(ใช้เวลา)  ส่วนใบนํ้ามีข้อดีคือ ถ้าจับลงตู้ก็ไม่ต้องเสียเวลาผลัดใบ เเต่ก็ขนส่งลำบาก เพราะใบจะอ่อนนุ่มเเละชํ้าง่ายครับ

สำหรับการทำใบบก > ใบนํ้า ไม่มีอะไรมาก เเค่จับกดนํ้า(จับใส่ตู้เลยครับ) เดี๋ยวมันเเตกใบนํ้าเอง
ส่วนการทำใบนํ้า > ใบบก ต้องใช้การลดระดับนํ้าช้าๆ เเละลุ้นว่ามันจะเเตกใบบกมั้ย เพราะถ้าไม่ยอมเเตกใบบก ต้นไม้ก็จะเหี่ยวตายไปเลยครับ (ความชื้นเป็นปัจจัยสำคัญในการอยู่บนบกนะครับ)

สำหรับเรื่องใบบก ใบนํ้า อย่างละเอียด สามารถอ่านได้ที่ กระทู้
"ทำไมต้องใบบก ทำไมต้องใบนํ้า" ของคุณเล็ก OBARON เลยครับ
http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=232029.0


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 [อ่ะแหะๆ]   PART 7 "ปัญหาหอยในตู้ pond snail"


-ปัญหาหอยในตู้(pond snail)
หอยที่ว่าคือหอยที่ติดมากับต้นไม้(เหมือนหอยในบ่อบัว) เรียกว่า pond snail ซึ่งหลายๆคนมองว่ามันจะกินต้นไม้ มันจะกัดใบ เสียหาย เเต่จริงๆเเล้วถ้าลองสังเกตกันดีๆ มันไม่กินใบไม้นะครับ เเทบไม่ยุ่งกับต้นไม้ที่ยังมีชีวิตอยู่ เเต่จะคอยกินซากใบไม้ที่หลุดออกมา กินเศษอาหาร เเละเศษตะกอนต่างๆ <ทำตัวมีประโยชน์ดีครับ เเต่บางครั้งความที่ตู้เราอุดมสมบูรณ์มาก (ให้อาหารเหลือเยอะ) หอยชอบมากครับ จะโตไว ออกลูกออกหลานได้ เเละรกหูรกตาบางท่าน //เค้าจึงใช้หอยกินหอย หรือพวกปักเป้าเเคระ มาจัดการครับ <ผมมองว่าไม่จำเป็นขนาดต้องลงตัวกินหอยพวกนี้ เเค่คีบไปปล่อยในบ่อบัวหน้าบ้าน หรือปล่อยลงคลอง มันก็จะลดจำนวนลงเองครับ เเละพออายุตู้มากขึ้น หอยพวกนี้เเทบจะคงที่ครับ .... ยิ่งบางท่านใช้ยากำจัดหอย =.= ก็ต้องระวังผลกระทบกับสัตว์นํ้าเเละหอยอื่นๆด้วยนะครับ ดังนั้นอย่าไปฆ่ามันเลย ปล่อยไว้ ลดอาหารปลา เเล้วถ้ามันมีมากไปก็คีบทิ้ง =ปลอดภัย ไม่บาป อยากให้มองว่าระบบที่สมบูรณ์ก็ต้องมีสัตว์นํ้าน้อยใหญ่หลากหลาย อยู่ร่วมกัน เหมือนในธรรมชาติครับ รวมถึงพวกสัตว์ประหลาดในตู้เช่น พลานาเรีย ฯลฯ //ขออย่าให้มันมากเกินไป จนรกหูรกตาครับ 55555
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 [อ่ะแหะๆ]   PART 8 "เเก้ปัญหาตะไคร่เบื้องต้น"

-ตะไคร่เยอะมาก (เเก้ปัญหาเบื้องต้น)

เเก้ปัญหาที่ตัวเรา
>ลดชม.การเปิดไฟ
>ลดปุ๋ย
>ถ่ายนํ้าบ้าง

หาตัวช่วย
>ลงปลาหรือกุ้งหรือหอย กินตะไคร่
>ใช้คาร์บอนนํ้าในโดสที่ระบุว่าเพื่อลดปริมาณตะไคร่ (ระวังอย่าเกินโดสไม่งั้นสัตว์นํ้าม่อง)
>ใช้ยากำจัดตะไคร่(ไว้ให้มันสุดๆค่อยใช้ครับ เพราะต้นไม้บางต้นเช่น ริกเซียที่มีผนังเซลล์บาง มันก็อาจจะบั๊ยบายได้นะครับ) มีคนเเนะนำว่าควรใช้ 1/2 dose ก่อน เเล้วถ้าไม่มีปัญหาค่อยใช้เต็มโดส ครับ


สำหรับสัตว์ประหลาดในตู้ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ "มารู้จักสัตว์ประหลาดในตู้ไม้น้ำ : Monster in Aquatic Tank "
http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=185531.0   โดยคุณ PEATSOIL ครับ



--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 [อ่ะแหะๆ]   PART 9 "การเลือกปุ๋ยให้เหมาะสม"

เรื่องที่ Request โดยคุณ skyrider "อยากให้ ใส่หัวข้อเกี่ยวกับ"
-วิธีการเลือกปุ๋ยให้เหมาะสมกับไม้น้ำ
linkที่คุณเก่งCoffmanใส่ไว้ในคอมเม้นท์ที่3#ของกระทู้นี้ มีข้อมูลเรื่องปุ๋ยเเละอาการขาดสารอาหารครบทุกประเด็นครับ
(เเต่ไม่ได้พูดถึงยี่ห้อเจาะจง เพราะเเต่ละยี่ห้อมีความเเตกต่างกัน เเต่สามารถหาข้อมูลเองได้ครับ เช่นของADA จะมีตารางให้เลยว่าต้องใช้ปุ๋ยของADAตัวไหน ตอนไหน คู่กับอะไร เเละเพื่อต้นไม้เเบบไหน)  ลองอ่านดูนะครับของคุณเก่งเขียนไว้ดีมากๆครับ

  ว่าด้วยเรื่อง ปุ๋ย N P K ทำไมฉัน(ไม้น้ำ)ถึงต้องการเธอ?    Credit : คุณเก่งcoffman
   > http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=118577.0
  รูปภาพ อาการขาดสารอาหาร (ดูง่ายดีครับ)  Credit : คุณเก่งcoffman
   > http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=118068.0
  
  
   บทความ : ค่า PH ที่มีผลเกี่ยวเนื่องกับการเจริญเติบโตของไม้น้ำ (*มีเรื่องธาตุอาหารด้วยครับ)
   > http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=113637.0   Credit: คุณ ณ~ใชเหมี่ยง

   ปุ๋ยคาร์บอนน้ำ How it works   Credit คุณbanx
   > http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=29734.0
  
   ตารางเเละข้อมูลปุ๋ยของADA  
   > http://www.adana-th.com/liq_fer.htm

   ข้อมูลปุ๋ยของ FERKA
   > http://www.ferka-germany.de/en/index.php?seite=3.liquidfertilizer


 [อ่ะแหะๆ]   PART 10 "การตัดเเต่งต้นไม้"

-การตัดแต่งต้นไม้

   >ผมPMไปหาคุณเก่งcoffmanเเล้วนะครับ เนื่องจากผมไม่ทราบ(ต้นไม้มันมีหลายเเบบ เช่นไม้ข้อ ไม้หน้าตู้ ฯลฯ ซึ่งผมไม่เคยเลี้ยงครบทุกเเบบเลยครับ555 เเละผมก็ไม่ทราบว่าไม้เเต่ละตัวเเบบเฉพาะเจาะจงเช่น หญ้ากระดาษ ตัดยังไง มีเทคนิคอะไรบ้าง) ผมเลย (PMไปรบกวนให้คุณเก่งมาช่วยอธิบายให้นะครับ) ...รบกวนคุณเก่งด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ
                                                             ด้วยความเคารพครับ ROMMY
คุณเก่งฝากมาครับ
[howto] วิธีตัดแต่งไม้ข้อ(ภายหลังการปลูก)  by คุณเก่งcoffman
> http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=44981.0

Tip of the day: การฟอร์มพุ่มหวีดสามใบให้แน่นๆ ในระยะเวลาจำกัด  
> http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=198501.0

สำหรับการตัดเเต่งเพิ่มเติมผมจะหามาให้เพิ่มนะครับ+สอบถามจากคุณเก่งๆเเละพี่ๆท่านอื่นๆให้ครับ
ขอบพระคุณคุณเก่งด้วยนะครับ ^^


 [อ่ะแหะๆ]   PART 11 "ร้านเติมco2"

-ข้อแนะนำในการเติม CO2 กับร้านที่รับเติมก๊าช
(ประเด็นนี้ผมไม่เข้าใจคำถามครับ...ยังไงคุณSkyriderขยายความคำถามให้นิดนึงครับเเล้วผมจะมาตอบให้ครับ)
งั้นเอาร้านเติมไปก่อนละกันครับ
   รบกวนขอรายชื่อ "ร้านเติมคาร์บอน" ด้วยครับ  
  > http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=690.0
 
   !!!!! ให้เราช่วยแบ่งเบาเวลาของท่านเถอะครับ รับเติม CO2 Delivery by Ballstyles !!!!!    
  > http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=218828.0


--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 [อ่ะแหะๆ]   PART 12 "เเก้ปัญหาหัวดิฟตัน ... คืนชีพหัวดิฟให้เหมือนใหม่ :: Diffuser"

เพิ่มเติมเรื่องหัวดิฟตัน
..สำหรับคนที่ใช้คาร์บอนเเบบถังจะไม่ค่อยมีปัญหาครับ เเต่ถ้าใช้ยีสต์มันจะตันบ่อย ซึ่งของเเบบถังนั้น มันตันเพราะตะไคร่ไปเกาะ หรือตันจากภายใน (ของผมมันตันจากภายในครับ) หาสาเหตุตั้งนาน สุดท้ายเป็นเพราะดิฟ มันค่อนข้างละเอียด เเละตันได้ไงไม่รู้
เลยไปสอบถามจากคุณอาร์ม[Aurora],พี่ปุ๊น [คุณพ่อหน้าเด็ก],คุณทอม [จอมใจรัก] เเละทั้งสามท่านเเนะนำว่าให้ใช้ไฮเตอร์เเช่ครับ ผมก็ไปซื้อมาลอง ขวดละ27บาท (ขวดใหญ่มากครับ) ผมใส่ไป3ฝา เเช่ไว้12ชม. เเละล้างหลายๆรอบเเล้วเสียบกับถังเทส ก็ใช้ได้เหมือนของใหม่เลยครับ เลยเอาไปล้างอีกหลายๆรอบ (ล้างนํ้าอุ่น) เเละใช้syringeฉีดยา อัดนํ้าเข้าไป เเละดูดนํ้าออกมา หลายๆรอบ เพื่อป้องกันอันตรายจากสารเคมีตกค้างเเละทำให้สัตว์นํ้าในตู้ตายครับ

สำหรับใครที่มีปัญหาเเบบนี้ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือมือเก่า ลองใช้วิธีนี้ดูนะครับ
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ "วิธีล้างดิฟ (Diffuser) ด้วยไฮเตอร์" โดยคุณอาร์ม Auroraครับ
http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=148337.0
#ขอบพระคุณทั้งสามท่านณ.ที่นี้ด้วยครับ //


----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 [อ่ะแหะๆ]   PART 13 "เเก้ปัญหานํ้ากระเด็นจากการเปิดปั้มลมหลังจากปิดไฟ"

นึกๆเรื่องที่เป็นประโยชน์กับมือใหม่ได้อีกนิดหน่อยครับ ไปหาลิ้งค์มาประกอบเช่นเคยครับ

-ยามคํ่าคืน(กลางคืน)หรือเวลาที่ไม่ได้เปิดไฟ+co2 ... หลายๆท่านก็จะมีการเปิดปั้มลม เพื่อให้สัตว์นํ้า จุลินทรีย์ ต้นไม้ อยู่กันอย่างไม่อึดอัด (ส่วนมากสัตว์นํ้าจะมีปัญหามากที่สุด) ส่วนจุลินทรีย์นั้น ถ้าเราเปิดปั้มลมให้ ก็คือเปิดให้กับจุลินทรีย์ประเภทใช้ออกซิเจนครับ ซึ่ง อุปกรณ์ก็ไม่มีอะไรมาก  คือ ปั้มลม , สายลม(เมตรละ5-10บาทโดยประมาณ) , หัวทราย(เลือกที่ละเอียดๆหน่อยก็ดีครับ มีผลต่อการละลายของo2) *เน้นยํ้าว่า ไม่เปิดปั้มลมตอนเปิดไฟเเละให้co2นะครับ เพราะการที่เราเปิดปั้มลม ส่งผลให้o2ไปขัดขวางการละลายของco2ที่พืชต้องใช้ในกระบวนกาสังเคระห์เเสง ครับ ทำให้ต้นไม้ได้co2ไม่เพียงพอ (ถ้าอยากรู้ว่าจริงมั้ย ลองเปิดปั้มลม พร้อมเปิดไฟ +co2 เเละดูสีในdrop checker จะรู้เลยว่าสีนํ้ายาindicatorจะออกเขียวฟ้าๆ เเทนที่จะเป็นเขียวๆอ่อนๆค่อนมาทางเหลือง(ถ้าออกเหลืองก็คือเปิดco2มากไป)

สำหรับประเด็นเรื่องการเปิดปั้มลมที่จะพูดถึงในหัวข้อย่อยๆนี้คือ(ข้อดี:การเปิดปั้มลมหลังจากปิดไฟปั้มลมจะช่วยให้ฝ้าผิวนํ้าลดลง)
เเต่ปัญหาที่ว่านี้ คือเรื่องนํ้ากระเด็น ทำให้โคมไฟเปียก ขอบกระจกมีคราบนํ้าไม่น่าดู เเละถ้าใครตั้งตู้ใกล้ๆโซฟา ตื่นเช้ามาจะพบว่าโซฟ้าชื้นมากครับ (จากนํ้ากระเด็น)  ซึ่งบางคนก็ใช้ขวดนํ้าเล็กๆตัดครึ่งเเละเจาะรูเยอะๆเเละควํ่าครอบหัวทรายไว้ ทำให้ไม่มีฟองกระเด็นมาบนผิวนํ้า เเต่จะละลายออกตามรูรอบๆขวด  เเต่ผมว่ามันเกะกะตู้เเละดูไม่สวยงาม ... ผมเลยลองเอาจอกอะเมซอน(ที่หลายๆคนชอบเรียกว่าจอกญี่ปุ่น) มาลอยไว้เหนือตําเเหน่งของหัวทราย  พบว่าพอเปิดหัวทรายเเล้วนํ้าก็ไม่กระเด็นจริงๆ555 ง่ายกว่าเยอะครับ เเละสวยงามอีกด้วย สำหรับใครที่อยากได้ อาจจะขอจากพี่ๆในเว็บหรือขอตามร้านที่เราไปซื้อ ขอเเบ่งไปเเค่3จอก เเปปเดียวก็เต็มตู้ละครับ (ผมว่าจะเเจกอยู่ครับมีประมาณ200จอกครับผมขอเเบ่งมาจากพี่ตูนaqu@mind 5-6จอก เมื่อสองเดือนที่เเล้ว ...ซึ่งตอนนี้มันเยอะมาก อยากเเจก เเต่ไม่มีเวลาไปสวน+ส่งEMSให้ กำลังหาวิธีอยู่ครับว่าจะเเจกยังไงดี5555)

 [อ่ะแหะๆ]   PART 14 "เเก้ปัญหาสายยางกรองนอกสกปรก"


-ใครที่ใช้กรองนอกจะรู้ดีครับ ว่าสายยางสกปรกง่ายมากๆ ซึ่งบางครั้งเราถอดกรองไปล้าง เเต่คาสายไว้กับตู้ (ปิดวาว์วไว้) ซึ่งพอเอากรองกลับมาต่อเหมือนเดิมก็พบว่านํ้าเบา เบามาก เอ๊ะกรองพังหรือเปล่า .....  ผมก็ยกกรองไปล้างอีกสองสามรอบ ก็ยังเบา เหมือนเดิม เลยคิดว่าน่าจะเป็นเพราะเราลักนํ้าลงกรองไม่ดี เเต่ก็ไม่ใชครับ...สุดท้ายคือ สายยางสกปรกมากๆ เหมือนคนเป็นไขมันอุดตันในเส้นเลือดครับ พอเอาสายออกมาล้างเท่านั้นเเหละครับ มีทั้งตะไคร่ ไขมัน เมือก อะไรไม่รู้เต็มไปหมด หลังๆมาผมจะล้างสายทุกๆ2-4weeks ส่วนกรองก็1-2เดือนครั้งครับ (ล้างบ่อยไม่บ่อยขึ้นกับความสกปรกของกรองเเละดูได้จากนํ้ามันจะเบาลงอย่างเห็นได้ชัด)

สำหรับวิธีล้างสายยางง่ายๆ ผมใช้ใยกรองละเอียดสีขาวๆ ฉีกมานิดเดียว ยัดไปในสายยาง เเล้วเอานํ้าจากก๊อก ฉีดเข้าไป ให้ใยมันวิ่งจากปลายด้านหนึ่งไปอีกด้าน ทำซํ้าๆก็สะอาดละครับ *ข้อควรระวัง อย่ายัดใยละเอียดใส่สายเยอะไป บางทีมันจะติดอยู่ข้างใน ต้องหาอะไรมาคีบนะครับ เเละดูให้ดี ว่าเอาใยละเอียดออกหมดมั้ย บางครั้งมันติดในสายเราไม่เห็น พอไปต่อกรอง เอ๊ะ ทำไมนํ้ามันเบา 55555ครับ

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ สายยางใคร "สกปรก" มาทางนี้มีวิธีเอาออก  โดยคุณ kwang01
>http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=222782.0

 [อ่ะแหะๆ]   PART 15 "ริกเซีย ไม้ลอยนํ้า น่าสนใจ"

-ต้นไม้ลอยนํ้าที่ผมจะมาเเนะนำมือใหม่อีกตัวคือ ริกเซียครับ ตามธรรมชาติเป็นลิเวอร์เวิร์ต ลอยนํ้า เเต่บางคนก็ชอบเอามาพันตะเเกรง หรือพันหินภูเขาไฟไว้ เเต่ไม่นานพอมันฟู มันก็จะหลุดลอยง่ายๆครับ ซึ่งตัวนี้ก็เลี้ยงไม่ยาก ครับนํ้าเย็นกลางๆ ถ้าเลี้ยงหวีดจิ๋วได้ ริกเซียนี่หมูๆครับ (ริกเซียมีหลายพันธุ์ ซึ่งมีฟอร์มที่เเตกต่างกันลองหาข้อมูลดูนะครับ)  ประเด็นเรื่องริกเซียที่จะพูดคือ
ริกเซียใช้เป็นตัวชี้วัดco2เเละเเสงในตู้เราได้ว่า เพียงพอ เหมาะสมหรือไม่ (ดูทางอ้อม) ซึ่งถ้าริกเซียมีการคายฟอง ปกติดีเเสดงว่าระบบเรามีco2เเละเเสงที่ดีในระดับนึง รวมถึงมีนํ้าที่ค่อนข้างเย็นครับ (หน้าที่เหมือนเป็นdrop checkerตามธรรมชาติเลยครับ)
ที่ผมทราบเพราะมีพี่ท่านนึงในนี้เคยเเนะนำครับ เเต่ผมจำไม่ได้ว่าใคร ถ้าผมนึกออก จะมาบอกนะครับ (ต้องขออภัยที่ยังใส่creditคำเเนะนำให้ไม่ได้นะครับ)

ถ้าจะซื้อมาลองเลี้ยงดูเอามาสัก1atmก็พอครับ มันโตไวมาก ยิ่งถ้าปล่อยลอยใกล้ๆไฟ co2ไม่ขาด นํ้าเย็น ไม่นานจะเต็มตู้จนต้องเอาออกไปครับ เพราะมันจะบังเเสงต้นไม้ด้านล่างทั้งหมด 55555 ครับ ... ผมมีริกเซียในตู้ไม้นํ้าใบเเรกในชีวิตมาให้ชมครับ
ซื้อมาเเค่ครึ่งฝ่ามือ เลี้ยงๆไปเดือนเศษๆมีประมาณ20atmครับ เยอะมากกกครับ ลองชมดูนะครับ (ตู้ใบนี้ผมรื้อเเล้วครับ)


อ่านเพิ่มเติมได้ที่ =เสน่ห์ ของ ''Riccia''= โดยคุณ  ❤▇[P]PoonZeang[Z]▇❤
>http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=223945.0

*ข้อควรระวังสำหรับริกเซียเเละจอกอะเมซอน รวมทั้งไม้ลอยนํ้าอื่นๆคือ อย่าให้มันมากไปจนบังเเสง ต้นไม้ด้านล่างเช่นไม้ข้อ หวีดจิ๋ว บูเซป ฯลฯ เพราะอาจจะได้รับเเสงไม่เพียงพอ คือพยายามวางลอยนํ้าไว้ เหนือพวกอนูเบียส เฟิร์น มอสบางตัว ครับ
เเละนอกจากนั้นไม้ลอยนํ้าพวกนี้ยังช่วยบังเเสงเเก่ต้นไม้ใหม่ๆที่เราเพิ่งปักลงตู้ เช่นบูเซป สักระยะนึงก่อน เเล้วค่อยย้ายไม้ลอยนํ้าออกไป เพื่อให้บูเซปได้รับเเสงเต็มที่ครับ (มีประโยชน์มากๆนะครับ)


 [อ่ะแหะๆ]   PART 16 "ใช้Timerเถอะครับ จะได้ไม่เป็นภาระลูกหลาน"


-เรื่องต่อไปนะครับ คือบางครั้งตู้ไม้นํ้าของหลายๆท่าน ใช้การเปิดไฟ เเบบออโตมือปิด 5555  คือ ตื่นเช้ามาก็เดินไปเปิดไฟตู้ พร้อมco2 เเละพอเย็นๆก็ปิดไฟตู้​ซึ่ง หลายๆท่านที่มีเวลาว่างมากๆ เเละสามารถเปิด-ปิดได้ตรงเวลาทุกๆวัน ก็ไม่ค่อยจะมีปัญหาอะไร เเต่สำหรับท่านที่ตื่นสาย ไม่เป็นเวลา รวมทั้งมีภารกิจไปตจว.  ตปท. บ่อยๆ ก็ต้องพึ่งพาเจ้า TIMER ครับ

ถามว่ามันคืออะไร ตอบให้สั้นๆว่ามันคือตัวคุมการเปิดปิดไฟ (ในลักษณะเหมือนเป็นสวิตช์ที่จะปิดเปิดไฟ ตามเวลาที่เรากำหนด โดยมันก็มีหลายเเบบ หลายยี่ห้อ รวมทั้งหลายรุ่น /มีทั้งเเบบดิจิตัลเเละเเบบธรรมดา) ซึ่งราคาค่าตัวก็ไม่เเพงครับ หลักร้อย เอง
เเต่คุ้มค่าเพราะเราจะทำให้ต้นไม้ได้รับไฟอย่างเป็นระบบ เป็นเวลา เหมือนในธรรมชาติครับ

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ วิธีตั้ง TIMER แบบหมุนอย่างละเอียด โดยคุณ ป๊อป
>http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=231532.0

#เเละคนที่จำเป็นต้องใช้timer เเน่ๆคือคนที่ใช้คาร์บอนไดออกไซด์เเบบถัง เเละใช้โซลินอยด์คุมการจ่ายก๊าซ เพราะตัวtimerก็จะคุมไฟให้ตัวโซลินอยด์อีกที เช่น timerตั้งเวลาไว้เปิดตอน8.00 พอไฟจ่ายผ่านtimerเข้าโซลินอยด์ โซลินอยด์ก็ทำงาน โดยเปิดการจ่ายco2 ไปยังปรับละเอียด>กันย้อน>นับฟอง>ดิฟ ครับ

 [อ่ะแหะๆ]   PART 17 "Hardscapeของตกเเต่งในตู้ไม้นํ้า(ขอนไม้/หิน)"

-เรื่องสุดท้ายคือ Hardscape ที่ใช้ตกเเต่งในตู้ไม้นํ้า หลักๆคือ ขอนไม้ เเละหิน
ซึ่งผมจะพูดเเค่คร่าวๆนะครับ
>หิน มีมากมายหลากหลาย เลือกใช้ตามอัธยาศัย เเต่ว่า การซื้อหินมาทุบ ควรคิดให้ดีก่อนว่า บางครั้งทุบหินมาเเล้วเนื้อภายใน สีไม่เหมือนภายนอก/หินมีสีไม่เหมือนกัน/เเละก่อนจะใช้ควรนำมาล้างหลายๆรอบ ล้างฝุ่น ล้างดิน ออกให้หมด ขัดให้สะอาดเเละจึงนำไปใช้ครับ (เรื่องหินไม่ค่อยมีอะไรมาก ในการเตรียมการใช้งาน เพราะยังไงมันก็จม 555 ไม่ต้องถ่วง)

>ส่วนขอนไม้นั้น ค่อนข้างจะวุ่นวายนิดหน่อย เช่นใส่เเล้วนํ้าเหลือง , ไม่ยอมจมต้มตั้งนาน ทำไงดี  , มีเมือกๆที่ขอน ซึ่งปัญหาเเละขั้นตอนการจัดเตรียมทั้งหมดสามารถอ่านได้อย่างละเอียด เน้นนะครับว่าลิ้งค์นี้ละเอียดมาก5555 ของคุณเก่งcoffman
บทความ : การจัดเตรียมขอนไม้(Driftwood) ก่อนใช้ตบแต่งจริงในตู้ไม้น้ำ  
http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=111386.0

ปล.สำหรับขอนไม้ ผมไม่เคยต้มครับ ขี้เกียจรอ555 ถ้าชิ้นใหญ่ๆผมถ่วงเอา เเต่ถ้าชิ้นกลางๆ ผมจะขอซื้อจากขอนไม้ในตู้ที่ใช้อยู่จริงๆ คือจมอยู่เเล้วในตู้ที่มีนํ้าเเละมีต้นไม้จริงๆ (ผมซื้อจากร้านพี่ตูนaqu@mindครับ)  จมเเน่นอน ไม่ต้องเเช่ไม่ต้องต้ม 55555
ครับ




------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 [อ่ะแหะๆ]   PART 18 "การถ่ายภาพตู้ไม้นํ้าเเละฉาก/สติ๊กเกอร์หลังตู้"


จากที่คุณMacheteพูดถึงประเด็นการถ่ายภาพตู้ไม้นํ้า  ต้องออกตัวก่อนว่าผมไม่มีกล้องDSLRครับ เเละไม่เคยถ่ายภาพส่งประกวด (กำลังจะถายภาพส่งประกวดครั้งเเรก AAC Thailand 2013ครับ) ซึ่งเรื่องการถ่ายภาพผมรู้เเค่ว่า(จากการอ่านบทความ)...
1.ฉาก หลังตู้ถ้าใช้ฉากขุ่นก็จะเอาไฟมาส่องหลังฉากทำให้ฉากหลังสว่างครับ
2.โคมไฟ ที่ใช้ในการถ่ายรูปมีเท่าไหร่ ใส่ให้หมด เพื่อจะได้ไม่มืด
3.ใช้พัดลมเป่าผิวนํ้าเบาๆให้พอมีคลื่น
4.ก่อนถ่ายรูปควรถ่ายนํ้าเหมือนที่ทำทุกๆ1-2weeks เเละตักเศษใบไม้ออกให้หมด ขัดตะไคร่ตามกระจก เเละตามใบไม้ รวมทั้งคีบหอยที่อยู่บนกระจกออก เเละถอดกรอง เเละอุปกรณ์ทุกอย่างออกให้หมด เเล้วเช็ดกระจกภายนอกให้เรียบร้อย เติมนํ้าให้ปริ่มๆ
เเละก็เริ่มการถ่ายรูปได้เลยครับ ^^

เรื่องการถ่ายรูปตู้ไม้นํ้าเเละสัตว์นํ้าสามารถอ่านได้ในห้องคนสร้างภาพ http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?board=65.0
เเละอ่านเพิ่มเติมในบทความย่อยๆดังนี้
-มาเรียนรู้เทคนิคการถ่ายภาพตู้ไม้น้ำกันนะครับ
> http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=9288.0

- เทคนิคถ่ายภาพไม้น้ำแบบมือใหม่
> http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=26614.0

- การถ่ายรูป : การถ่ายภาพปลาและต้นไม้ด้วยกล้อง Digital.....
> http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=1083.0

- เทคนิคการถ่ายรูป : การถ่ายรูปปลาซิวหนู และสิ่งมีชีวิตในตู้
> http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=3042.0

เเละสำหรับสิ่งที่ผมสามารถเเนะนำจากความรู้ในหัว+ประสบการณ์(อันน้อยนิด)
คือ ฉากหลังตู้ กับสติ๊กเกอร์หลังตู้ในมุมมองผมนะครับ
::ฉากหลังตู้คือเเผ่นพลาสติกขุ่น สีขาว หรือสีฟ้า จะนำมาวางหลังตู้ เมื่อเราจะถ่ายรูป ซึ่งควรจะใช้ไฟส่องจากด้านหลังเข้าหาฉากจะทำให้ตู้ดูสว่างเเละมองได้ลึกมากๆ (ถ้ามีฉากกับไม่มีฉาก ความรู้สึกจะต่างกันลิบครับ)

::สติ๊กเกอร์ติดถาวรหลังตู้ มันก็คือสติ๊กเกอร์ธรรมดามีทั้งขุ่น เเละสีๆ ซึ่ง สีที่นิยมคือ ดำ ฟ้า นํ้าเงิน ฯลฯ
ครับ เเต่ส่วนมากจะใช้สีดำ ไม่ก็ใช้สติ๊กเกอร์ขุ่น  ซึ่งผมซื้อมาลองติดดูพบว่าติดไม่ยากมาก เเต่ควรจะติดกระจกตู้ตั้งเเต่ตอนซื้อมา เพราะติดเเนวนอนง่ายกว่าติดเเนวตั้ง เเละถ้าติดผิดมันดึงยากมากครับเพราะมันเหนียวสุดๆ ต้องใช้ความโปรกันนิดนึง บางท่านก็ใช้นํ้ายาเช็ดกระจก หรือนํ้า ฉีดลงไปบนกระจกเยอะๆเเละเอาสติ๊กเกอร์ไปติดเเล้วค่อยรีด ก็เป็นวิธีที่เวิร์คดีครับ *ระวังตอนรีดขึ้นด้านบน อาจจะทำให้นํ้ายาเช็ดกระจก หยดลงในตู้เราได้ (งานเข้าเเน่ๆ5555) ต้องระวังกันนิดนึงครับ เเละสำหรับเเบบสติ๊กเกอร์ถาวร ผมว่าโอเคมากๆ สำหรับคนที่คิดจะใช้เเบบถาวรไปเลย เพราะไม่ต้องมานั่งเตรียมฉาก เเต่ถ้าเราติดไปเเล้วไม่ชอบ ตอนลอกทิ้งนี้ "งานหยาบครับ5555"

ยังไงลองดูตัวอย่างตู้ไม้นํ้า(กังๆ)ของผมทั้งสองใบครับ ... อย่าสนใจlayoutเเละต้นไม้นะครับ จุดประสงค์คือจะให้ดูฉากเเละสติ๊กเกอร์ครับ

เเบบนี้เป็นฉากขุ่น วางหลังตู้ ผมใช้กับตู้18" จัดเเนวlandscapeครับ ผมว่าใช้ฉากเเล้วดูโอเคกว่าโล่งๆเยอะครับ
(ฉากอันนี้พี่ตูนAqu@mindให้มาครับ ขอบคุณอีกครั้งครับ^^)


เเละเเบบนี้คือสติ๊กเกอร์ดำผมซื้อจากร้านbe trendราคา30กว่าบาทเองครับเเละรู้สึกของB2Sก็มีขายครับ
ใช้กับตู้24"ครับ ใช้ฉากดำเพราะอยากเน้นสีสันของปลาเเละต้นไม้(บูเซปทางด้านซ้ายเเละบูเซปบนเเนวขอน รวมทั้งไม้ข้อสีๆครับ)


เเต่ตอนหลังมาผมก็เอาสติ๊กเกอร์ออกครับ เพราะมันทึบไป555 ลองดูเปรียบเทียบได้ครับ






------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 [อ่ะแหะๆ]   PART 19 "ตำเเหน่งการวางหัวดิฟเเละความสูงของหัวดิฟจากผิวดิน" **สำคัญมากๆครับสำหรับท่านที่ใช้co2เเบบยีสต์


ฮุฮุ นึกได้อีกนิดหน่อยมาเพิ่มเติมให้ครับ(เป็นประเด็นที่สำคัญมากๆด้วยครับ)


ตำเเหน่งการวางหัวดิฟ Diffuser ในตู้ไม้นํ้านั้นส่วนมากเเล้วจะวาง ตรงข้ามกับตัวoutflow (ท่อoutflow&inflowจะวางฝั่งซ้ายหรือฝั่งขวาของตู้) เเละจะวางตัวดิฟไว้ตรงข้ามกับoutflowเช่น ถ้าตู้ผมวางinflowไว้ฝั่งซ้ายชิดหลังตู้  เเละวางoutflowไว้ฝั่งซ้ายชิดหน้าตู้ ผมจะวางหัวดิฟ ไว้ ฝั่งขวา ชิดหน้าตู้ครับ (หวังว่าจะไม่งง 5555)   หรือจะวางใต้outflowก็ได้เช่นกันครับ เเล้วเเต่สะดวก (ยึดหลักง่ายๆวางหัวดิฟยังไงก็ได้ให้ฟองวนได้ทั่วตู้เเละอยู่ในตู้ได้นานที่สุด)  โดยสำหรับท่านที่ใช้co2ถังไม่ค่อยจะมีปัญหาหรอกครับวางดิฟตรงไหนก็เหมือนกันเพราะมันปรับเพิ่ม-ลดได้ เเละความเข้มข้มของco2ต่อให้วางมั่วๆ ก็เเทบไม่มีความเเตกต่าง เเต่..!!! ถ้าท่านไหนใช้ยีสต์ วางให้ถูกตำเเหน่งนะครับ co2มันยิ่งไม่ค่อยจะพออยู่ 5555

เเละอีกประเด็นที่สำคัญไม้เเพ้กันคือความลึกในการวางหัวดิฟ (อ่านจากหนังสือเค้าจะบอกว่า4"จากผิวดิน) เเต่..!!! จริงๆเเล้วความสูงของตัวดิฟที่ต่างกันเพียงเล็กน้อย จะให้ผลลัพธ์ที่เเตกต่างกันชัดเจนในคนที่ใช้co2เเบบยีสต์ ดังนั้นกดให้ลึกที่สุด ติดๆผิวดินหรือผิวทรายเลยครับ เพื่อเพิ่มเวลาในการละลายก๊าซไปกับนํ้ามากยิ่งขึ้น ก่อนขึ้นสู่ผิวนํ้าเเละหายไป  ส่วนคนใช้เเบบถังก็ตามเคยครับ ไม่ต้องสนใจมากเท่าไหร่555..ขอเเค่อย่าติดไว้กลางกระจกหน้าตู้ละกันครับ คงดูตลกน่าดู  ้hahaha

เเละหลายๆท่านที่ใช้เเบบยีสต์มักจะยกดิฟหลังจากปิดไฟ เเต่ผมมองว่าไม่ต้องไปยุ่งกับมันหรอกครับ เเค่ไม่ยกมันก็จะไม่ค่อยจะพพออยู่เเล้วสำหรับคนใช้ยีสต์ (ดูdrop checkerเป็นหลัก) ซึ่งขนาดผมใช้co2ถังเปิด24H ผมยังไม่เคยยกดิฟเลยครับ เเต่ถ้าวันไหนอยากลดปริมาณco2ที่ละลายในนํ้าก็ปรับที่ตัวปรับละเอียดหรือไม่ก็ง่ายกว่านั้นครับ "เปิดปั้มลมหลังจากปิดไฟ" สีในdrop checkerก็จะออกเขียวค่อนมาทางฟ้าอ่อนๆครับ เเค่นี้ก็ไม่มีปัญหากับปริมาณco2ที่ละลายในนํ้าเเละกังวลว่ามันจะมากเกินไปจนสัตว์นํ้าตายครับ




update 4 NOV 2013 ครับ
 [on_059]  PART 20 "10 Step ในการ เซ็ทอัพตู้ไม้นํ้าของเรา "


มีเรื่องนึงที่ผมอยากจะมาเพิ่มเติมให้สำหรับมือใหม่ครับ (มีคนPMมาถามผมหลายคนครับ) ประเด็นที่ว่าคือ
"มีอุปกรณ์เเล้วเเต่ SETUPตู้ไม้นํ้า ยังไง..?????? "  ซึ่งประเด็นนี้ถ้าใครเคยตั้งตู้เเล้วจะรู้ว่ามันง่ายมาก เเต่สำหรับมือใหม่ที่ทำตู้เเรก มี"งง"ครับ 5555 (ผมก็เคยสงสัยว่ามันจะใส่อันไหนก่อน/หลัง) ดังนั้นผมขออนุญาติอธิบายให้นะครับ


เริ่มจาก
1.หาที่วางตู้ไม่ว่าจะเป็นขาเฟอร์ ขาไม้ ขาS หรือโต๊ะ  ซึ่งที่ตั้งตู้ต้องมั่นคง เเข็งเเรง รองรับนํ้าหนักได้ เเละทนทานในระยะยาว
2.ถ้าพื้นผิวที่เราจะวางตู้ไม่เรียบก็ให้ใช้โฟมดำหนาพอประมาณวางรองไว้ก่อน (พวกขาเฟอร์จะเรียบมาก จึงไม่จำเป็นต้องใช้ เเต่ส่วนใหญ่ก็ใช้โฟมดำรองกันทั้งนั้นครับ) เพราะว่าถ้ามีเศษหินหรือเศษอะไรเเข็งๆไปอยู่บนพื้นผิวที่เราจะวางตู้ พอใช้ๆไปมีโอกาสทำให้ตู้ร้าวเเละเเตกได้ครับ
3.ตู้ที่ซื้อมาใหม่ก็จัดการล้างทำความสะอาด ให้เรียบร้อย เอาผ้าสะอาดเช็ดให้เเห้งเเล้วค่อยๆยกมาวางทับบนโฟมดำที่เรารองไว้ครับ
4.การลงวัสดุรองพื้น ที่ต้องใช้คือ
          -ปุ๋ยรองพื้น
          -หินพัมมิส(ก้อนเล็กๆ)
          -เเบคทีเรียรองพื้น(ผง)
          -ถุงตาข่าย , ตะเเกรง *

ก็ให้เรานำปุ๋ยรองพื้นมาคลุกกับหินพัมมิส ในกะละมังจากนั้นถ้าใครจะใช้ถุงตาข่ายก็ให้เทปุ๋ยที่คลุกกับพัมมิสเเล้วลงไปในถุงตาข่าย เเละปิดถุงให้เรียบร้อย เเล้วนำถุงตาข่ายไปวางในตู้ (เว้นขอบหน้าตู้ไว้ด้วยครับ เพื่อความสวยงาม เวลาเทดินเเล้วจะได้ไม่เห็นชั้นของถุงตาข่าย) ซึ่งสาเหตุที่ใช้ถุงตาข่ายเพราะว่าเวลาในกรณีที่เรารื้อตู้ ดินมันจะไม่ปนกับพัมมิสเเละปุ๋ยครับ ทำให้นำไปใช้ต่อได้ง่าย หรือถ้าใครใช้เเบบตะเเกรงก็ให้เอาปุ๋ยที่คลุกกับพัมมิสเเล้วไปเทลงในตู้เลยครับ เกลี่ยให้เรียบๆ เว้นขอบหน้าไว้1-2นิ้ว  เเละเอาตะเเกรง(คล้ายๆมุ้งลวด)วางทับครับ  หรือถ้าใครไม่ใช้ทั้งถุงตาข่าย/ตะเเกรง ก็นำส่วนผสมของปุ๋ยรองพื้นกับพัมมิสไปเทลงในตู้ได้เลยครับ(เว้นขอบหน้าด้วย)

เเละขั้นตอนต่อมาคือ โรยเเบคทีเรียรองพื้นให้ทั่วๆครับ โรยลงบนถุงตาข่าย/บนตะเเกรง/บนปุ๋ยที่คลุกกับพัมมิส

*เเต่ถ้าใครใช้วัสดุรองพื้นที่ผสมรวมมาให้ทั้งปุ๋ย พัมมิส เเบคทีเรียรองพื้น (เช่นของADA :Power Sand Special ที่มีทั้งปุ๋ยรองพื้น,หินภูเขาไฟ รวมถึง Bacter 100 และ Clear Super ) ก็ง่ายเลยครับ เทลงตู้ได้เลยเเล้วเว้นขอบหน้าไว้1-2นิ้วครับ


#หลายท่านอาจจะถามว่า...
>ทำไมต้องใช้ปุ๋ยรองพื้นในเมื่อดินก็มีเเร่ธาตุเเล้ว?
ตอบ เพื่อให้มีเเร่ธาตุสารอาหารที่จำเป็นต่อพื้นที่ดูดซึมทางราก เเละเป็นเเหล่งอาหารในระยะยาว เเละถึงเเม้ดินจะมีเเร่ธาตุเเต่มันก็น้อยกว่าปุ๋ยรองพื้นครับ

>ทำไมต้องใช้หินภูเขาไฟ/หินพัมมิส?
ตอบ ง่ายๆคือช่วยทำให้ชั้นวัสดุปลูกมีความโปร่ง(หินมันมีรูพรุน) เเละไม่ทำให้เกิดชั้นดินดำ

>เเบคทีเรียรองพื้นไม่ใช้ได้มั้ย ?
ตอบ ได้ครับ เเต่ระบบเเบคทีเรียที่คอยย่อยสลายของเสียให้เรานั้น มันจะเกิดช้า เเละจะเกิดเมื่อมีของเสีย ซึ่งถ้าเราใส่ไปให้เลย มันก็สร้างเเละเพิ่มจำนวนได้ไว เเละรองรับของเสีย(จากการลงปลา/สัตว์นํ้า)ได้ดีกว่าครับ หรือถ้าใครไม่ใช้ก็ต้องใช้วิธีส่งหน่วยกล้าตาย (ปลา) ลงไปว่าย ในช่วงตั้งตู้ เพื่อให้มีขี้ปลา เเละทำให้เเบคทีเรียเกิดขึ้นครับ (อย่าเลย สงสารมัน)


5.ดินปลูกไม้นํ้าซึ่งเป็นวัสดุปลูกที่สำคัญ
ดินปลูกไม้นํ้ามันก็มีหลายยี่ห้อ เช่นADA GEX BlackEarth ฯลฯ เลือกใช้กันตามสะดวกครับ อันไหนดีไม่ดี ต้องลองเองครับ (เเต่ผมลองเเล้ว ผมชอบADAที่สุด)

การลงดินนั้น หลังจากเราเตรียมวัสดุรองพื้นเเล้ว เราจะใช้ดินเม็ดปกติ ADA Aqua Soil Amazonia เม็ดปกติ
(โดยตู้24"ใช้ดินเม็ดปกติ 9L. จะกำลังดีครับ ) เราจะเทดินเม็ดปกติทับวัสดุรองพื้นของเราโดยเว้นขอบหน้าตู้ไว้1นิ้ว
(พยายามเหลือดินเม็ดปกติไว้1-2ลิตร)เเล้วเราจะใช้ที่เกลี่ยดิน,บัตรATM,ไม้บรรทัด,เเปรงทาสี ฯลฯ เกลี่ยดินให้เป็นslopeซึ่งโดยมากเเล้วก็ทำ หน้าตํ่า หลังสูงครับ รวมทั้ง เกลี่ยให้ระนาบด้านหน้าราบเท่ากัน  เเล้วเราก็จะวางlayoutครับ ใครใคร่วางขอน วาง! ... ใครใคร่วางหิน ก็วาง!  จากนั้นเราจะใช้เเปรงทาสีหรืออะไรก็ตาม เกลี่ยดินให้เเทรกๆกับหิน/ขอนของเรา จากนั้น
เราจะใช้ดินเม็ดปกติที่เหลือ เทเหมือนดินถล่ม จากหลังตู้มาหน้าตู้ เเละเราก็จะกั้นเว้นหน้าตู้ไว้1นิ้วครับ จากนั้นเราจะใช้ดินเม็ดละเอียด (ADA aqua soil amazonia POWDER) ใช้ถุงเล็กก็พอ (3L.) เทลงที่หน้าตู้ที่เราเว้นไว้ เเล้วก็เททับให้ทั่วๆ หนาพอประมาณ เเล้วเราก็เกลี่ยให้เรียบร้อยตามใจชอบครับ


#หลายท่านอาจจะถามว่า...
>ใช้กรวดเเม่นํ้าได้มั้ย
ตอบ ได้เเต่มันไม่มีเเร่ธาตุนะ ไม่มีสารอาหาร ต้องมาฝังปุ๋ยในช่วงตั้งตู้ ซึ่งใช้ดินไปเลยดีกว่าครับ

>ทำไมต้องเว้นหน้าตู้ไว้ลงดินเม็ดเล็ก
ตอบ เพราะจะได้ดูตู้ใหญ่ครับ ดินเม็ดเล็กทำให้ตู้เล็กๆดูใหญ่ขึ้น (ถ้าใครใช้ตู้ใหญ่ๆมากๆ อาจจะไม่มีผลมาก) เเต่ถ้าเล่นตู้14" 18" เห็นความต่างชัดเจนมากครับ

6.เราจะสเปรย์นํ้าให้ชุ่มๆ ใช้กระบอกฉีดผ้า (ของใหม่นะ ไม่เอาที่เคยใส่นํ้ายารีดผ้าเรียบนะครับ5555) เติมนํ้าดื่ม (อย่าใช้นํ้าประปา)  ฉีดพรมให้ทั่วๆ เพื่อ!!... กันดินลอยเวลาเติมนํ้าครับ ให้พรมไปจนไม่เห็นเม็ดดินเเห้งๆ

7.เราจะเติมนํ้าช้าๆ จะใช้ขัน/เเก้ว ไปรองไว้เเล้วเทนํ้าก็ได้ เเต่สำหรับผมเเล้วผมว่า ใช้มือนาบกับกระจกหน้าตู้ เเล้วรูดมือลงไปตํ่าที่สุด เเล้วก็เทนํ้าลงบนมือครับ จะไม่ทำให้ดินฟุ้งมากนัก หรือถ้าใครไม่รีบ ผมเเนะนำให้ เอาขวดนํ้าวางให้สูงกว่าตู้ เเล้วเอาสายลม(ที่ใช้กับปั้มลม) ทำกาลักนํ้าเลยครับ  [เจ๋ง]  โดยเราจะเติมเเค่1/2 -1 นิ้ว เพื่อที่จะได้ปักต้นไม้ได้ครับ

8.ปักต้นไม้ตาม layoutที่วางไว้ในหัว

9.เติมนํ้า100%  >ตักเศษดิน เศษตะกอน >ถ่ายนํ้า50% >เติมนํ้าใหม่จนเต็ม100% > ลดนํ้าเหลือ80% เช็ดขอบกระจก(เช็ดที่ระดับ100% จะมีคราบนํ้า คราบดิน) > ติดอุปกรณ์ เช่นin-outflow ของกรอง, หัวดิฟ, drop checker , เทอร์โมมิเตอร์, โคมไฟ
ฯลฯ > เติมนํ้าจนเต็ม100% >เปิดกรองรันนํ้าไป เปิดco2 เปิดไฟ เปิดให้หมด ครับ ถ้ามีจุลินทรีย์นํ้าก็เติมได้ครับ ส่วนปุ๋ยนํ้า,คาร์บอนนํ้า ก็เติมตามโดสครับ

10.นั่งกอดอกชมตู้อย่างภูมิใจ 555555 .... เเละอีก2weeksค่อยลงตัวกินตะไคร่ เเละ4weeksค่อยลงปลาสวยงาม

จบเเล้วครับ กับ 10 STEP ในการเซ็ทอัพ ตู้ไม้นํ้า ของเรา สวัสดีครับ



อัพเดทเพิ่มให้นิดนึงครับ สำหรับคนที่คิดหาไอเดียการวางlayoutไม่ออก , อยากดูว่าตู้ไม้นํ้าที่ระดับโลกเค้าทำกันมันจะยิ่งใหญ่ขนาดไหน ก็ลองเข้าไปชมได้ใน Youtube :: channel aquadesignamano (ของADAครับ)
มีเป็นร้อยๆตู้ ดูกันตาเเฉะครับ 55555 .... รวมทั้งนั่งดูวิธีการทำตู้ของลุงอมาโน่ การวางหิน เทคนิค เยอะเเยะครับ
สำหรับท่านที่รู้เเล้วต้องขออภัย เเต่ผมว่ามือใหม่ๆหลายท่านยังไม่รู้ว่ามี channel ของADA ในยูทูปครับ อิอิ

LINK >>>

 http://www.youtube.com/user/aquadesignamano/videos?flow=grid&view=0&sort=p







อัพเดทเพิ่มเติมให้ครับ หลังจากหายไปนาน ^.^   UPDATE 11DEC2013 [01:23]

 [on_059]  PART 21 " การปักเพิลหวีดจิ๋ว ไม้หน้าตู้ สเกลเล็ก ใบละเอียด "
สำหรับเพิลหวีดจิ๋ว หรือที่ใครหลายๆคนเรียกสั้นๆว่า"หวีดจิ๋ว"  นั้นมีชื่อวิทย์ฯ คือ  Hemianthus callitrichoides
ซึ่งเป็นไม้หน้าตู้ที่หลายๆท่านนิยมเลี้ยงกัน โดยลักษณะของมันจะเป็นใบละเอียดเล็กๆ เลื้อยไปตามหน้าดิน
เเต่หลายๆคนก็เลี้ยงไม่รอด ละลายหายหมด  =.=  5555   เอิ่มม จริงๆเเล้วมันเลี้ยงง่ายนะครับ ผมว่าง่ายมากด้วย
เเต่มันโตช้า เลื้อยช้า ต้องใช้เวลาในการฟอร์มนิดนึง เเต่ถ้าเลื้อยเต็มหน้าตู้เเล้ว ผมรับรองว่าสวยเเน่นอนครับ
ยิ่งตัดจะยิ่งเเน่น
 [เจ๋ง]   เอาหล่ะครับมาเข้าเรื่องกันเลยสำหรับการปักหวีดจิ๋วลงในตู้ไม้นํ้าของเรา
โดยที่ผมทดลองปักๆมาพบว่าวิธีปักจะมีอยู่หลักๆสามเเบบคือ (จะบอกข้อดีข้อเสียด้วยครับ)
1.ปักเเบบดำนา ทีละต้น
ข้อดี::ตอนเลื้อยเต็ม จะเเน่น เเละสวยมาก เป็นระเบียบดีครับ
ข้อเสีย::คนปักหลักจะหัก ปักเสร็จก็ทายาคลายกล้ามเนื้อได้เลยครับ ยิ่งตู้ใหญ่ๆ วิธีนี้ไม่เหมาะเท่าไหร่ครับ555

2.ปักเเบบเป็นกลุ่ม คือเวลาเราซื้อหวีดจิ๋วที่เป็นใบบกมาจะมีใยหินมาด้วย เราก็จะตัดออกเป็น4ส่วน เเละดึงใยหินออกให้มากที่สุด เเล้วเอาลูกเต๋าเเต่ละก้อนที่เตรียมไว้ ไปปักลงในตู้เเล้วเอาดินกลบๆครับ
ข้อดี::ตอนเลื้อยเต็ม สวยใช้ได้ ไม่ค่อยต่างกับเเบบที่1มากนัก
ข้อเสีย::ในพื้นที่ปักเเคบๆ ก้อนเเบบนี้อาจจะติดช่องหิน เเละก้อนก็อาจจะใหญ่ไปจนปักไม่ได้ในพื้นที่เล็กๆ

คลิปวิดิโอสำหรับวิธีนี้ครับ creditจากยูทูป [TheGreenMachineLtd] ดูเเล้วเก็ทเเน่นอนครับ

<a href="http://www.youtube.com/v/2n9m1wp0nYI" target="_blank">http://www.youtube.com/v/2n9m1wp0nYI</a>

3.ปักลงไปทั้งpot คือซื้อเป็นใบบกมา เป็นpot ๆ เเทนที่จะตัดเเบ่งเป็นสี่ก้อน ก็ใช้มันทั้งpot โดยคีบใยหินออกให้มากที่สุดเเล้วก็ปักเลยครับ เอาดินกลบๆเช่นกัน
ข้อดี::ง่าย เร็ว เหมาะกับตู้ใหญ่ๆ
ข้อเสีย::อาจจะได้ฟอร์มที่ไม่สวยเท่าเเบบ1,2 เเละวิธีนี้ถ้าเอาใยหินออกไม่มากพอ รากก็จะลงไปในดินได้ช้า ทำให้เลื้อยช้า เเต่ถ้าเอาใยหินออกมากเกินไป มันก็จะหลุด ไม่เป็นก้อน(pot)

**สำหรับทุกๆวิธี ผมเเนะนำให้ใช้forcepคีบใยหินออกให้มากที่สุด โดยยังคงรูปก้อนไว้ได้ เเละปักลงไปเเล้วเอาดินกลบๆ เเละอย่าไปยุ่งกับมัน อย่าไปเคลื่อนย้าย รอประมาณ1เดือนก็จะเลื้อยเกือบเต็มครับ (บางคนช้าหน่อยก็1.5-2เดือน) เเละหวีดจิ๋วต้องไฟเเรง นํ้าเย็น co2ห้ามขาด ปุ๋ยสมํ่าเสมอ เเละที่สำคัญเตรียมลุยกับตะไคร่ไว้ได้เลยครับ มาเเน่ๆ เเต่ตัวหวีดจิ๋วก็มีตะไคร่มาเเค่เเปปๆช่วงที่ต้นไม้กำลังปรับตัว เเต่พอเลื้อยเเล้ว ทีนี้สบายละครับ ได้ฟอร์มสวยๆเเน่นอน


**** ผมเเนะนำให้ใช้วิธีที่2 คู่กับวิธีที่1 ครับจะได้ฟอร์มที่สวยยยย ส๊วยยย สวยย ครับ อิอิ



 [on_059]  PART 22 " การปักเพิลกลาส ไม้หน้าตู้ ของหมูๆ เลี้ยงง่ายๆ "
#ผมเคยอธิบายในกระทู้ๆนึงเเล้วเเละเห็นว่าเป็นประโยชน์เลยนำมาใส่ไว้ในบทความของผมด้วยครับ

เพิลกลาสเป็นไม้หน้าตู้ที่เลี้ยงง่ายมาก เลื้อยไว โตไว เหมาะสำหรับมือใหม่นะครับ ซึ่งเวลาโตเต็มฟอร์มเเล้วใบจะใหญ่กว่าใบของหวีดจิ๋ว (หวีดจิ๋วจะสวยกว่า) ซึ่งถ้าตู้เล็กๆเเนะนำเป็นหวีดจิ๋ว เเต่ถ้าตู้ใหญ่ๆสัก 24" ใช้เพิลกลาสก็จะกำลังดีครับ โดยเวลาโตเต็มฟอร์มเเล้วต้องขยันตัดให้ใบมันเเตกใบใหม่เรื่อยๆ เเละจะได้เพิลกลาสที่ฟอร์มเล็กๆ ก็ดูน่ารักดีครับ
>> มือใหม่ เเนะนำเพิลกลาสนะครับ ตู้24" ซื้อสัก10กิ่ง ก็เกินพอครับ ครึ่งเดือน-1เดือน เลื้อยเต็มตู้ เเละเลี้ยงไปเรื่อยๆก็จะเเน่นๆเองครับ พอถึงเวลาตัดก็ต้องตัดด้วย ถ้าไม่ตัดด้านล่างจะเน่านะครับ ^^

เริ่มจากตัดเพิลกลาสให้ได้กิ่งขนาดพอดีปักประมาณท่อนละ1นิ้ว จะกำลังดีครับ(ถ้ากิ่งยาวๆจะปักยากกว่านิดหน่อยครับ)
ซึ่งการปักนั้น.. เพิลกลาสมันจะเป็นลักษณะกิ่งที่เลื้อยไปตามผิวดิน ซึ่งรากมันก็จะลงตรงๆจากกิ่ง ดังนั้นเวลาจะปัก
(ดูตามรูปที่ผมวาดคร่าวๆให้นะครับ ^^ ขี้เกียจไปตัดเพิลกลาสในตู้เเล้วมาถ่ายรูปให้ 5555)



*เวลาปักจะใช้ฟอเซปตรงหรือฟอเซปปลายโค้งก็ได้ ซึ่งเราจะคีบที่รากของเพิลกลาส

ถ้าเป็นฟอเซปตรงให้เอียงฟอเซป45องศา เเล้วดึงตัวรากลงไปในดินอย่างเบามือครับ (ในลักษณะเเทรกดินลงไป)



ถ้าฟอเซปปลายโค้ง ก็ไม่ต้องเอียงฟอเซปมากนัก เเล้วทำเเบบเดียวกับปลายตรงครับ



พยายามปักให้รากลงไปในดินทั้งหมด ส่วนตัวกิ่งของเพิลกลาสพยายามให้ขนานผิวดินไว้ เเละตัวใบให้ปริ่มๆผิวดินครับ
หลังจากปักเเล้วก็เอาดินโรยทับเล็กน้อย เพื่อไม่ให้เพิลกลาสของเราหลุดลอยได้ครับ

จบเรื่องการปักเพิลกลาสครับ





 [on_059]  PART 23 " อุปกรณ์ในการทำความสะอาดตู้ไม้นํ้า&STEP การ maintenance "

หลักๆก็ใช้อุปกรณ์ดังนี้ครับ
-ที่ขูดตะไคร่เเบบใบมีด เเนะนำเป็นเเบบสเเตนเลสจะคงทนเเละมีนํ้าหนักใช้งานสะดวกครับ
CREDIT รูป :: ADA
ผมรีวิวไว้ตัวนึงจากร้านพี่ตูนAqu@mind ครับ >> http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=237015.0

-สายยางดูดนํ้า
CREDITตามลิ้งค์ในภาพครับ

-ถังนํ้า
-ผ้าสะอาด
-เเปรงสีฟันใช้เเล้ว
-ฟองนํ้าเเบบอ่อนๆนุ่มๆ
-กระชอนขนาดใหญ่ เเละขนาดเล็ก (ใช้เเบบถี่ๆยิ่งดีครับ)
-ฟอเซป

ปกติSTEPที่ผมทำเป็นประจำ ทุกๆ1weeks  (จริงๆผมทำทุกๆ3วันครับ เพราะผมชอบตู้ที่สะอาด กระจกใสๆ ^.^ )
เข้าเรื่องครับSTEPมีดังนี้
1.ปิดกรอง ถอดอุปกรณ์ออกให้หมด ทั้งin-outflow , โคมไฟ ,พัดลม ,ที่วัดอุณหภูมิ ,Drop checker ,หัวดิฟ ฯลฯ
2.เอาสายยางดูดนํ้าดูดนํ้าออกนิ้วนึง เพื่อให้ ทำงานง่ายขึ้น นํ้าไม่กระเพื่อมล้นตู้
3.ประกอบเเละใช้ที่ขูดตะไคร่ขูดกระจกเเต่ละบานให้เรียบร้อย *ระวังอย่าไปโดนซิลิโคนตามมุมตู้ เดี๋ยวรั่ว
4.ใช้เเปรงสีฟันเก่าๆนุ่มๆ เเปรงเเนวดิ่งเบาๆ ที่ซิลิโคนเเต่ละมุม เพื่อทำความสะอาดซิลิโคน
5.เอาฟอเซปคีบเศษต้นไม้ที่หลุดลอย หรือเศษอะไรก็ตามในนํ้า
6.ใช้กระชอนตักเศษอะไรก็ตามที่ลอยในนํ้าให้เรียบร้อย
7.เอาสายยางดูดนํ้า ดูดนํ้าออกเท่าที่จะถ่ายนํ้า เช่นต้องการถ่ายนํ้า50% ก็ดูดออกซักครึ่งตู้ (ดูดลงถังที่เตรียมไว้)
*ระวังสัตว์นํ้าติดไปด้วยนะครับ ดูดีๆ โดยเฉพาะกุ้งน้อย
8.อุปกรณ์ในตู้พวกจุ๊บยางเเละสายPUของco2,สายวัดอุณหภูมิของเทอร์โมมิเตอร์,ตัวเทอร์โมมิเตอร์เเบบเเขวนในตู้, ก็เอาฟองนํ้าลูบๆ ตะไคร่ที่เกาะตามอุปกรณ์พวกนี้ เเละถ้าไม่หลุดก็เอาเเปรงสีฟันเเปรงเบาๆ เเละตัวdrop checker ก็เปลี่ยนนํ้ายาindicatorใหม่ให้เรียบร้อย จากนั้นก็ติดอุปกรณ์เข้าไป ตามตำเเหน่งเดิม
9.เครื่องเเก้ว เเละสายยาง in-outflow ก็ถอดมาล้างก็ได้ในกรณีที่ล้างกรองด้วย หรือจะล้างเเต่ตัวสายเเละตัวเครื่องเเก้วก็ได้ครับ
10.เติมนํ้าสะอาดลงไปช้าๆ ผมเเนะนำให้ใช้มือเเนบติดกับกระจกในตู้เเละเทนํ้าลงมือช้าๆ จนเต็ม เเละเอากระชอนตักเศษใบไม้ที่หลงเหลือ
11.ติดตั้งระบบกรองเหมือนเดิม เเละติดโคมไฟ พัดลม ให้เรียบร้อย
12.ตรวจเช็คอุปกรณ์ทุกชิ้น ให้เรียบร้อยก่อนเสียบปลั๊ก เเละเปิดใช้งาน เเละอย่าลืมเช็คตัวระบบco2ด้วยว่าจ่ายco2ได้ปกติหรือไม่ ซึ่งถ้ากลัวรั่วก็เช็คโดยการเอานํ้าตีฟองสบู่เเล้วลูบๆดูครับ

#จริงๆขั้นตอนที่ผมทำมันยุ่งยากเเละเยอะกว่านี้ เเละผมมีตารางการดูเเลตู้+จดบันทึกทุกๆอย่างตั้งเเต่วันที่การเติมco2 ยันตารางฝังปุ๋ย ตารางปุ๋ยนํ้า ฯลฯ 55555 ดังนั้นเอาเเบบกระชับๆไปละกันครับ อิอิ


 [on_059]  PART 24 " Items ที่ควรมี ภาค 1  "
partนี้สั้นๆครับ ไอเทมที่ควรมี ภาค1 ที่ผมเเนะนำคือ เจ้านี่ครับ >> Syringe + ตัวเข็มฉีดยา
ดังรูปเลยครับ ใช้ตวงยากำจัดตะไคร่ คาร์บอนนํ้า ปุ๋ยนํ้า ฯลฯ (ผมตวงทุกอย่างที่เป็นนํ้าครับ) เพื่อความเที่ยงตรง เเม่นยำ ไม่overdose ซึ่งราคามันก็ถูกมากครับ สิบกว่าบาทเอง ตัวปลอกเข็มซื้ออันเดียวพอ ส่วนตัวsyringe ซื้อขนาด 5ml 10ml อย่างละอันก็พอครับ ใช้งานง่ายๆ เป็นอุปกรณ์ตวงที่ดีกว่าฝาตวงนะครับ

เเละที่สำคัญเวลาเราฉีดลงในตู้ หลังจากดูดยา(เช่นยากำจัดตะไคร่)ตามปริมาตรที่ต้องการเเล้ว ก็ดูดนํ้าในตู้ขึ้นมาเจือจางรอบเเรก เเล้วฉีดช้าๆเเถวๆoutflow ค่อยๆให้เจือจางไปกับนํ้า(เจือจางรอบสอง) จะได้ไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์นํ้าครับ เเละใช้ฉีดตะไคร่เฉพาะจุดได้ด้วยครับ อิอิ

 













------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
หวังว่าสิ่งที่ผมพยายามพิมพ์เเละทำรูปตั้ง3ชม.(ตอนเริ่มตั้งกระทู้) จะเป็นประโยชน์เเก่คนที่สนใจไม้นํ้ามือใหม่นะครับ ถ้ามีข้อผิดพลาดประการใดต้องขออภัย เเละน้อมรับคำติชม ด้วยความเต็มใจครับ .... สวัสดีครับ ROMMY

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22/01/14, [18:23:27] โดย บัง! »
Tags: ไม้น้ำ 
ROMMY ออฟไลน์
Club Leader
« ตอบ #1 เมื่อ: 13/10/13, [14:41:01] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ


เพิ่มเติมเรื่องการถ่ายนํ้าให้เเล้วนะครับ (สำคัญมากๆสำหรับมือใหม่) //เเละใครอ่านเเล้วคิดเห็นอย่างไรคอมเม้นท์กันได้นะครับ หรือถ้ามีข้อสงสัยก็ถามได้ครับ ทั้งในนี้เเละทาง PM (ถ้าผมไม่รู้จะถามพี่ๆเทพๆหลายๆท่านให้นะครับ)


ประเด็นที่ผมจะมาอัพเดทเพิ่มคือ
-การลงสิ่งมีชีวิต (ตั้งเเต่การซื้อ/พัก/การจับใส่ลงในตู้)
-เรื่อง Tank mate (ปลากัดกัน ปลากินกุ้ง กุ้งกินปลา ฯลฯ)
-การให้อาหารปลา(ทั้งอาหารสดเเละเเห้ง)
-การใช้ต้นไม้ใบบก-ใบนํ้า (พร้อมlink กระทู้"ทำไมต้องใบบก ใบนํ้า" ของคุณเล็ก OBARONครับ)
-ปัญหาหอยในตู้(pond snail)
-ตะไคร่เยอะมาก (เเก้ปัญหาเบื้องต้น)

ฯลฯ ครับ ถ้าใครสงสัยเรื่องไรถามได้นะครับ ถ้าตอบได้ผมจะตอบ ถ้าผมไม่รู้จะถามพี่เทพๆให้ครับ
[เดะแว๊น]   ....  [วิ่งชิลๆ]  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13/10/13, [14:59:32] โดย ROMMY »
Coffman ออฟไลน์
Sponsor
« ตอบ #2 เมื่อ: 13/10/13, [16:14:54] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

อ้างถึง
>นํ้าจากเครื่องกรอง (นํ้าดื่ม) อันนี้ชัวร์สุด ไม่ต้องพัก ไม่ต้องรอ สะอาดเเน่นอนเพราะเราก็ยังดื่มได้
#ข้อควรระวังในการถ่ายนํ้า ... การถ่ายนํ้าปริมาณมากๆอาจะทำให้อุณหภูมิเปลี่ยนอย่างฉับพลัน ซึ่ง ไม่ดีๆเเน่ๆต่อสัตว์นํ้า ดังนั้นอาจจะใช้ขันตักนํ้าเเละลอยในตู้ไว้ก่อน เพื่อปรับอุณหภูมิ เเล้วค่อยเทลงไปครับ(เทช้าๆเดี๋ยวดินฟุ้ง)

น้ำจากเครื่องกรองบ้านเรือน ตู้กดส่วนใหญ่จะเป็นน้ำที่ไม่มีความกระด้าง ยิ่งเป็นน้ำ RO นี่ยิ่งเอาธาตุรองของต้นไม้ไปทั้งหมด
ผมเคยตั้งข้อสังเกตุไว้ที่บทความนี้
http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=118577.0

การเปลี่ยนน้ำจากแทงค์พัถังพัก ไม่ได้เป็นการฆ่าปลาฆ่ากุ้งจากอุณหภูมิเท่านั้น
การที่เราพักน้ำโดยที่ไม่เติมออกซิเจน หรือใช้น้ำบาดาลที่ไม่มีปริมาณออกซิเจนเลย จากประสบการร์ที่บ้านผมใฝช้น้ำทั้ง 2 ประเภททั้งพักทั้งบาดาล จะมีผลหากเปลี่ยนน้ำเกินกว่า 50% ปลามีลอยหัวและร่วงได้ครับ
อ้างถึง
การเปลี่ยนน้ำ ก็เป็นการให้ปุ๋ย
แหล่งของน้ำดิบที่มีแร่ธาตุอย่างครบถ้วน หาได้ง่ายที่สุดคือน้ำประปา หรือน้ำที่ขุดพักไว้ในบ่อดิน
บางท่านอาจใช้น้ำที่ผ่านระบบกรองประเภท น้ำ RO เพื่อเลี้ยงไม้น้ำที่ต้องการน้ำที่มีความกระด้างต่ำ ปัญหาที่เกิดขึ้นคือความเสี่ยงที่ไม้น้ำจะขาดแร่ธาตุสำคัญจากน้ำไปทั้งหมด สำหรับผู้ที่เริ่มเลี้ยงผมแนะนำให้ใช้น้ำประปา หรือบางพื้นที่น้ำจากบ่อขุด เพื่อเริ่มเลี้ยงไม้น้ำก่อน เพราะหากเริ่มต้นด้วยการเลี้ยงดดยใช้น้ำที่ผ่านระบบกรองมักจะเป็นการยากที่จะเติมปุ๋ยที่จำเป็นกลับคืนเพื่อเลี้ยงไม้น้ำและยังสิ้นเปลืองเงินมากอีกด้วย หากน้ำจากแหล่งที่หามาได้ในพื้นที่อื่นๆ ควรหาชุดตรวจวัด pH GH KH อย่างง่ายมาตรวจวัดน้ำก่อนเลี้ยงไม้น้ำก็ได้นะครับ

ในระบบการเลี้ยงแบบปิดสัญญานการขาดแร่ธาตุอาหารดูได้จาก
รูปภาพการขาดสารอาหาร http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=118068.0
ลักษณะอาการ และขาดธาตุตัวไหน http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=113637.0

เป็นบทความที่ดีครับ + ให้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13/10/13, [16:17:07] โดย Coffman »
TeW ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #3 เมื่อ: 13/10/13, [17:42:00] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

เยี่ยมเลยครับ
 [กู้ดครับ!]
Indicator ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #4 เมื่อ: 13/10/13, [18:20:53] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

แจ่มครับ [เจ๋ง]
คุณพ่อหน้าเด็ก ออฟไลน์
Club Leader
« ตอบ #5 เมื่อ: 13/10/13, [18:59:56] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ยาววววมากกก +ให้
kenaqua ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #6 เมื่อ: 13/10/13, [19:17:11] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

เป็นประโยชน์มากครับ+ [กู้ดครับ!]
TFMAKO ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #7 เมื่อ: 13/10/13, [21:30:32] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ขยันมาก + ให้เลย
ROMMY ออฟไลน์
Club Leader
« ตอบ #8 เมื่อ: 13/10/13, [22:37:53] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

เพิ่มเติมให้เเล้วนะครับ เชิญอ่านครับ
-การลงสิ่งมีชีวิต (ตั้งเเต่การซื้อ/พัก/การจับใส่ลงในตู้)
-เรื่อง Tank mate (ปลากัดกัน ปลากินกุ้ง กุ้งกินปลา ฯลฯ)
-การให้อาหารปลา(ทั้งอาหารสดเเละเเห้ง)
-การใช้ต้นไม้ใบบก-ใบนํ้า (พร้อมlink กระทู้"ทำไมต้องใบบก ใบนํ้า" ของคุณเล็ก OBARONครับ)
-ปัญหาหอยในตู้(pond snail)
-ตะไคร่เยอะมาก (เเก้ปัญหาเบื้องต้น)


ขอบพระคุณคุณเก่ง COFFMAN ด้วยนะครับที่มาเพิ่มเติมข้อมูลเเละเเก้ไขให้ครับ ^^
ถ้าท่านใดมีข้อมูลดีๆ ที่เป็นประโยชน์กับมือใหม่ เชิญได้เลยครับ  [เจ๋ง]
OBARON ออฟไลน์
Club Leader
« ตอบ #9 เมื่อ: 13/10/13, [22:47:23] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ยาวมาก บุ๊คมาร๋คไว้ เดี๋ยวมาอ่าน [เจ๋ง]
pvinpvin ออฟไลน์
Club Follower
« ตอบ #10 เมื่อ: 13/10/13, [23:23:44] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

บวกให้ครับผม
myboyvz ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #11 เมื่อ: 14/10/13, [01:11:06] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ต้องร่วมมือไม่ตอบพวกชุ่ยและทักง่ายด้วยด้วย  กระทู้นี้ถึงจะทรงคุณค่า
ตอนผมเข้ามาเล่นแรกๆ เริ่มใหม่ๆ  ทรมานสุดๆ สมัครสมาชิกไม่ได้  จะถามใครก็ไม่ได้  ด้นสด ลุยเองล้วนๆ  พอไปได้ก็สมัครผ่าน  ้hahaha
ROMMY ออฟไลน์
Club Leader
« ตอบ #12 เมื่อ: 14/10/13, [01:23:48] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ต้องร่วมมือไม่ตอบพวกชุ่ยและทักง่ายด้วยด้วย  กระทู้นี้ถึงจะทรงคุณค่า
ตอนผมเข้ามาเล่นแรกๆ เริ่มใหม่ๆ  ทรมานสุดๆ สมัครสมาชิกไม่ได้  จะถามใครก็ไม่ได้  ด้นสด ลุยเองล้วนๆ  พอไปได้ก็สมัครผ่าน  ้hahaha

คือจริงๆผมเข้าใจนะ ว่าเวลาคนที่ไม่รู้ ทำยังไงก็ไม่รู้ อ่านเอง ศึกษาเองก็ยังไม่รู้ เลยต้องตั้งกระทู้ถามซึ่งหลายๆคนก็อาจจะเบื่อครับ เพราะถามซํ้าๆซากๆ ผมเลยพยายามจะทำกระทู้ที่มองเห็นภาพรวม คืออย่างน้อยก็ตอบคำถามในใจที่มือใหม่สงสัยได้บ้าง เเละถ้ายังมีข้อสงสัยอีก ก็ค่อยถามกันเป็นข้อไป (เบาเเรงคนตอบได้มากครับ)    ้hahaha

ส่วนเรื่องวิธีการ เเละเทคนิคการดูเเล เเละจัดการตู้ไม้นํ้า มันไม่เป็นเเบบเเผนจริงจังหรอกครับ เพราะที่เรารู้ๆกันมันก็เกิดจากคนที่เลี้ยงมาก่อน เเละมีประสบการณ์ในเรื่องนั้นๆ ซึ่งถ้าเราจะเชื่อเค้าเลยก็ได้ หรือจะลองในทางอื่นๆ วิธีๆอื่นๆเเละค้นพบ"ทางเลือก" เราก็จะมีวิธีเป็นของตัวเอง เเละยิ่งเอาวิธีการดีๆ ประสบการณ์ดีๆของเเต่ละท่าน มารวมๆกัน ยิ่งมีประโยชน์ เหมือนเป็นการสร้างองค์ความรู้ ที่ใช้ได้จริงๆครับ  

เเต่สำหรับมือใหม่ควรจะเริ่มต้นด้วยการศึกษาด้วยตนเองก่อน อ่านให้เยอะ อ่านให้มาก เเล้วเข้าใจในภาพรวม(อย่างที่ผมตั้งใจทำกระทู้ให้มองเห็นภาพรวมๆของระบบตู้ไม้นํ้า) เเล้วก็ทดลองเลี้ยง ค่อยๆปรับไปเรื่อยๆ พัฒนาไปเรื่อยๆ ก็จะดีเองครับ เเละผมยืนยันว่าพี่ๆที่น่ารักในบอร์ดนี้ทุกๆท่าน ยินดีจะตอบคำถาม เเม้ว่าบางครั้งจะน่าเบื่อมากๆ (คิดในใจถามมาได้ไงเนี่ย ทำไมไม่หาข้อมูลเอง 555) เเต่ผมก็มองกลับกัน ถึงเข้าใจว่า บางครั้งคนเราอ่านข้อความๆเดียวกัน เเต่ตีความเเละซึบซัมในใจความได้ต่างกัน
เช่นถ้าพูดถึงco2หลายๆคนก็ทราบดีว่าเป็นก๊าซ เเต่ถ้าผมยกphase diagramมาอธิบาย ก็ย่อมมีคนที่เข้าใจ(ถ้าเคยเรียน/เคยศึกษาเอง) เเละไม่เข้าใจ ดังนั้นผมเลยพยายามจะตอบให้ทุกๆกระทู้ที่ผมสามารถตอบได้ (อย่างละเอียดครับ) เเละพยายามจะให้คนที่ถามด้วยความสงสัยจริงๆ ได้หายสงสัยครับ (พูดเรื่องที่เข้าใจยาก ให้เป็นเรื่องที่ฟังเเล้วเข้าใจง่าย ^^)

ปล.ผมเคยทำกระทู้เกี่ยวกับphase diagram เเต่ผมลบไปเเล้วครับ5555  เพราะมองว่าคงมีไม่กี่คนที่สนใจเเละไม่ค่อยเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมสักเท่าไหร่ ฮ่าๆๆๆ  ้hahaha

ด้วยความเคารพครับ ROMMY /ขอบคุณที่เเสดงความคิดเห็นนะครับ ^^
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14/10/13, [01:42:38] โดย ROMMY »
skyrider ออฟไลน์
Club Veteran
« ตอบ #13 เมื่อ: 14/10/13, [12:26:42] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

กระทู้ดีครับ  [เจ๋ง] [เจ๋ง]
อยากให้ ใส่หัวข้อเกี่ยวกับ
เพิ่มเรื่องวิธีการเลือกปุ๋ยให้เหมาะสมกับไม้น้ำ
การตัดแต่งต้นไม้
และข้อแนะนำในการเติม CO2 กับร้านที่รับเติมก๊าช
ใส่เป็น LINK ก็ได้ครับ

ขอบคุณมากๆ ครับ
ROMMY ออฟไลน์
Club Leader
« ตอบ #14 เมื่อ: 14/10/13, [18:04:58] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

กระทู้ดีครับ  [เจ๋ง] [เจ๋ง]
อยากให้ ใส่หัวข้อเกี่ยวกับ
เพิ่มเรื่องวิธีการเลือกปุ๋ยให้เหมาะสมกับไม้น้ำ
การตัดแต่งต้นไม้
และข้อแนะนำในการเติม CO2 กับร้านที่รับเติมก๊าช
ใส่เป็น LINK ก็ได้ครับ

ขอบคุณมากๆ ครับ


เพิ่มเรื่องที่ REQUEST โดยคุณ skyrider เเล้วนะครับ
-วิธีการเลือกปุ๋ยให้เหมาะสมกับไม้น้ำ
-การตัดแต่งต้นไม้ <ผมPMไปรบกวนคุณเก่งcoffmanให้ช่วยมาอธิบายในกระทู้ให้นะครับ
-ข้อแนะนำในการเติม CO2 กับร้านที่รับเติมก๊าช

เชิญอ่านได้เลยครับ
skyrider ออฟไลน์
Club Veteran
« ตอบ #15 เมื่อ: 14/10/13, [23:19:38] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

เพิ่มเรื่องที่ REQUEST โดยคุณ skyrider เเล้วนะครับ
-วิธีการเลือกปุ๋ยให้เหมาะสมกับไม้น้ำ
-การตัดแต่งต้นไม้ <ผมPMไปรบกวนคุณเก่งcoffmanให้ช่วยมาอธิบายในกระทู้ให้นะครับ
-ข้อแนะนำในการเติม CO2 กับร้านที่รับเติมก๊าช

เชิญอ่านได้เลยครับ


ขอบคุณมากๆ ครับ  [เจ๋ง] [เจ๋ง]
เรื่องการตัดแต่งต้นไม้ ที่ผมถาม เพราะว่าไม้แต่ละประเภท พวกมือใหม่เช่นผมเอง  [on_007] ไม่มั่นใจว่า  ตัดแล้วฟอร์มจะสวยเหมือนตอนเพิ่งลงใหม่ๆ หรือเปล่า

ส่วนเรื่องการเติม CO2 คือถ้าเป็นร้านในสวนหรือร้านที่เกี่ยวข้องกับไม้น้ำ ก็คงรู้ว่าต้องทำอย่างไรอยู่แล้ว ลูกค้าไม่ต้องบอกอะไร
แต่ผมหมายถึง มีร้านที่รับเติมก๊าช CO2 แถวๆ บ้าน แล้วไปเจอเจ้าของร้าน ลุงแก่ๆ ถามโน่นถามนี่
ไอ้เราก็งงๆ ไม่แน่ใจ จะบอกยังไงให้ไม่มีปัญหาเรื่องเติมเต็มเกิน ถังไม่ระเบิดตอนกลับ ประมาณกระทู้นี้
http://aqua.c1ub.net/forum/lite.php?topic=102257.0
หรือเราควรจะตรวจสอบอะไรอย่างไร หลังรับถัง
หรือ ข้อควรระวัง กรณีร้านไปเอาถังหมุนเวียนของลูกค้ารายอื่นมาให้

ขอบคุณครับอีกครั้ง
ROMMY ออฟไลน์
Club Leader
« ตอบ #16 เมื่อ: 14/10/13, [23:31:06] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ขอบคุณมากๆ ครับ  [เจ๋ง] [เจ๋ง]
เรื่องการตัดแต่งต้นไม้ ที่ผมถาม เพราะว่าไม้แต่ละประเภท พวกมือใหม่เช่นผมเอง  [on_007] ไม่มั่นใจว่า  ตัดแล้วฟอร์มจะสวยเหมือนตอนเพิ่งลงใหม่ๆ หรือเปล่า

ส่วนเรื่องการเติม CO2 คือถ้าเป็นร้านในสวนหรือร้านที่เกี่ยวข้องกับไม้น้ำ ก็คงรู้ว่าต้องทำอย่างไรอยู่แล้ว ลูกค้าไม่ต้องบอกอะไร
แต่ผมหมายถึง มีร้านที่รับเติมก๊าช CO2 แถวๆ บ้าน แล้วไปเจอเจ้าของร้าน ลุงแก่ๆ ถามโน่นถามนี่
ไอ้เราก็งงๆ ไม่แน่ใจ จะบอกยังไงให้ไม่มีปัญหาเรื่องเติมเต็มเกิน ถังไม่ระเบิดตอนกลับ ประมาณกระทู้นี้
http://aqua.c1ub.net/forum/lite.php?topic=102257.0
หรือเราควรจะตรวจสอบอะไรอย่างไร หลังรับถัง
หรือ ข้อควรระวัง กรณีร้านไปเอาถังหมุนเวียนของลูกค้ารายอื่นมาให้

ขอบคุณครับอีกครั้ง

ยินดีครับถ้าความตั้งใจผมเป็นประโยชน์ผมยินดีหาคำตอบให้ครับ  ^^
เรื่องตัดเเต่งต้นไม้ ผมPMคุณกับคุณเก่งละครับ เเล้วคุณเก่งก็PMตอบมาพร้อมลิ้งค์ครับ เดี๋ยวผมคัดๆเอามาใส่ให้ในกระทู้หลักด้านบนนะครับ ... ต้องขอบคุณคุณเก่งCoffmanไว้ ณ. ที่นี้ด้วยครับ

เรื่องเติมco2 คือร้านเเถวๆบ้าน ผมว่าระวังไว้อย่างนึงคือ ถ้าคนเติมเค้าเติมเกิน เเละวางถังไว้ในรถจอดตากเเดดหรือใส่หลังกะบะ อาจจะระเบิดได้ครับ ผมเเนะนำให้หาร้านที่ไว้ใจได้ (ให้เค้าเทสถังให้ด้วยนะครับ) ส่วนถ้าซื้อจากร้านในสวนก็เอาไปเวียนได้เลยครับ พอรับมาก็เอาหัวเร็กregulatorไปใส่เลยครับเเล้วดูความดันว่าเกินค่ามาตราฐานความปลอดภัยที่ควรจะเติมมั้ย ถ้าเกินก็เปลี่ยนถังอื่น หรือเปิดทิ้งครับ ^^ // เเละจริงเเล้วเรื่องco2นั้นความดันไม่จำเป็นต้องคงที่ครับ ขึ้นกับอุณหภูมิเป็นหลัก (สามารถอธิบายได้ด้วยphase diagram ถ้าสนใจผมจะเอามาพิมอธิบายไว้ให้ในนี้ครับ) เเต่เราป้องกันตัวเองก่อนคือ ไม่บังคับร้านให้เติมเยอะๆ / ไม่เอาถังไปวางในที่ร้อนๆ ก็ช่วยลดปัจจัยเสี่ยงได้เยอะครับ

ส่วนตัวผมใช้ถังอะลูมิเนียม3Kg.ซื้อใหม่มือ1 เเละถ้าหมดผมจะเอาไปฝากเติมครับ (ไม่เวียน เพราะอยากใช้เป็นถังส่วนตัว + ไม่ค่อยไว้ใจถังคนอื่นเท่าไหร่ครับ) ก็ร้านพี่ตูนaqu@mindถ้าซื้อร้านเค้า ฝากเติมวันอังคาร รับวันพุธได้เลยครับ/หรือเวียนเลยก็ได้ครับ  //ผมอาจจะซื้อถังสำรองอีกใบ เผื่อว่าไม่มีเวลาไปสวน จะได้มีco2ใช้ตลอดครับ ^^

อ่อเกือบลืมครับ เรื่องอุปกรณ์co2นั้น ถ้าใช้ของดีๆ ของใหม่ มีการรับประกัน เชื่อถือได้ เเพงหน่อย เเต่คุ้มครับ
(ไปต่างจว.หรือต่างปท.หลายๆวันไม่ต้องห่วงตู้ครับ)   [เจ๋ง]
ROMMY ออฟไลน์
Club Leader
« ตอบ #17 เมื่อ: 14/10/13, [23:38:56] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ


เพิ่มเติมให้เเล้วครับเกี่ยวกับการตัดเเต่งต้นไม้ ที่requestโดยคุณskyrider (เดี๋ยวจะหามาเพิ่มให้อีกครับ)
>  [howto] วิธีตัดแต่งไม้ข้อ(ภายหลังการปลูก)  by คุณเก่งcoffman
>  Tip of the day: การฟอร์มพุ่มหวีดสามใบให้แน่นๆ ในระยะเวลาจำกัด  byคุณเก่งcoffman
  
ROMMY ออฟไลน์
Club Leader
« ตอบ #18 เมื่อ: 15/10/13, [15:26:44] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

เพิ่มเติมเรื่องการเเก้ปัญหาหัวดิฟตัน (ทั้งคนที่ใช้co2เเบบถังเเละเเบบยีสต์) &  "วิธีล้างดิฟ (Diffuser) ด้วยไฮเตอร์" โดยคุณอาร์ม Auroraครับ
skyrider ออฟไลน์
Club Veteran
« ตอบ #19 เมื่อ: 15/10/13, [20:41:32] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ


เพิ่มเติมให้เเล้วครับเกี่ยวกับการตัดเเต่งต้นไม้ ที่requestโดยคุณskyrider (เดี๋ยวจะหามาเพิ่มให้อีกครับ)
>  [howto] วิธีตัดแต่งไม้ข้อ(ภายหลังการปลูก)  by คุณเก่งcoffman
>  Tip of the day: การฟอร์มพุ่มหวีดสามใบให้แน่นๆ ในระยะเวลาจำกัด  byคุณเก่งcoffman
  


ที่เพิ่มลงไป ถูกใจใช่เลยครับ  [เจ๋ง] [เจ๋ง]
Machete ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #20 เมื่อ: 16/10/13, [11:37:25] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

เก๋าขนาดไหนก็ต้องย้อนกลับมาอ่านครับ + ให้ครับ เหลือการถ่ายภาพ อ่านเสร็จแล้วก็จัดตู้ส่งประกวดกันได้เลย   [เจ๋ง]
BJP Crayfish ^ ^ ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #21 เมื่อ: 16/10/13, [11:48:50] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ความรู้ทั้งนั้น  [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง]
winsuck ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #22 เมื่อ: 16/10/13, [14:30:23] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

เก่งมากครับ ใจรักดี [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง] ชอบ บวกปาย
panupon23 ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #23 เมื่อ: 16/10/13, [18:18:41] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

เยอะเกินจน ต้องปริ้น อ่านในคอม ตาลายเลยครับ
Mr.MAI ออฟไลน์
Hot Member
« ตอบ #24 เมื่อ: 16/10/13, [23:53:42] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

เป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ น้องๆมือใหม่มากๆครับ         [เจ๋ง]
ROMMY ออฟไลน์
Club Leader
« ตอบ #25 เมื่อ: 17/10/13, [01:07:28] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

นึกเรื่องที่น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับเพิ่มให้เเล้วนะครับ พร้อมลิ้งค์อ่านเพิ่มเติมในบทความดีๆของพี่ๆหลายๆท่านครับ
-เเก้ปัญหานํ้ากระเด็นจากการเปิดปั้มลมหลังจากปิดไฟ
-สายยางกรองนอกสกปรก มีวิธีเเก้ง่ายๆครับ
-ริกเซีย ไม้ลอยนํ้า โตไวมากๆ
-Timer ใช้ซะจะได้ไม่ต้องใช้วิธี ออโตมือปิด 55555
-Hardscape ที่ใช้ในการตกเเต่งตู้
เอกกะมอส ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #26 เมื่อ: 17/10/13, [03:11:19] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

บวกให้สำหรับความพยายามและข้อความที่มีประโยชน์ครับ
ROMMY ออฟไลน์
Club Leader
« ตอบ #27 เมื่อ: 17/10/13, [05:01:52] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

จากที่คุณMacheteพูดถึงประเด็นการถ่ายภาพตู้ไม้นํ้าผมเลยหาข้อมูลการถ่ายรูปตู้ไม้นํ้ามาใส่ไว้ให้ครับ พร้อมทั้งพูดเรื่องฉากหลังตู้เเละสติ๊กเกอร์หลังตู้ ครับ  อยู่ใน PART18 ครับ ขอบคุณคุณMacheteที่เสนอประเด็นให้นะครับ


# ผมจะอัพเดทเรื่อยๆทุกวัน(ถ้านึกประเด็นไหนออก&ไปอ่านเจอประเด็นไหนมีประโยชน์เเละน่าสนใจ ก็จะเอามาเพิ่มเติมเรื่อยๆ) ซึ่งผมลองไล่ๆอ่านดูมันดูรกๆ มึนๆ ผมเลยเเยกเป็นPARTไว้ให้ดังนี้ครับ เพื่อความสะดวกในการเลือกอ่าน เเละเเยกเเยะได้ว่าข้อความนี้อยู่ในเรื่องอะไร ไม่สับสนครับ
เเละหวังว่าสิ่งที่ผมตั้งใจทำกระทู้นี้จะเป็นประโยชน์กับมือใหม่ทุกๆท่านนะครับ เเละขอบพระคุณสำหรับคอมเม้นท์ทุกๆคอมเม้นท์ครับ <เป็นกำลังใจให้อย่างดีมากๆครับ เเละถ้าท่านใดมีข้อสงสัยตรงไหนPMถามได้นะครับ รวมทั้งถ้าอยากเสนอประเด็นไหนผมจะหาคำตอบให้ครับ เเละถ้ามีข้อผิดพลาดประการใด หรือมีส่วนใดไม่เหมาะสม รบกวนเเนะนำให้เเก้ไขด้วยนะครับ ขอบพระคุณมากๆครับ



   PART 1 "อุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการเลี้ยงต้นไม้นํ้า"

    PART 2 "ความสำคัญของการถ่ายนํ้า"

    PART 3 "การลงสิ่งมีชีวิตอย่างถูกเวลาเเละถูกวิธี"

    PART 4 "Tank mate ปลากินกุ้ง กุ้งกินปลา"

    PART 5 "การให้อาหารปลา"

    PART 6 "การใช้ต้นไม้ที่เรียกกันสั้นๆว่าใบบก ใบนํ้า"

    PART 7 "ปัญหาหอยในตู้ pond snail"

    PART 8 "เเก้ปัญหาตะไคร่เบื้องต้น"

    PART 9 "การเลือกปุ๋ยให้เหมาะสม"

    PART 10 "การตัดเเต่งต้นไม้"

    PART 11 "ร้านเติมco2"

    PART 12 "เเก้ปัญหาหัวดิฟตัน ... คืนชีพหัวดิฟให้เหมือนใหม่ :: Diffuser"

    PART 13 "เเก้ปัญหานํ้ากระเด็นจากการเปิดปั้มลมหลังจากปิดไฟ"

    PART 14 "เเก้ปัญหาสายยางกรองนอกสกปรก"

    PART 15 "ริกเซีย ไม้ลอยนํ้า น่าสนใจ"

    PART 16 "ใช้Timerเถอะครับ จะได้ไม่เป็นภาระลูกหลาน"

    PART 17 "Hardscapeของตกเเต่งในตู้ไม้นํ้า(ขอนไม้/หิน)"

    PART 18 "การถ่ายภาพตู้ไม้นํ้าเเละฉาก/สติ๊กเกอร์หลังตู้"
    
    PART 19 "ตำเเหน่งการวางหัวดิฟเเละความสูงของหัวดิฟจากผิวดิน"
    ( **สำคัญมากๆครับสำหรับท่านที่ใช้co2เเบบยีสต์)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17/10/13, [05:42:20] โดย ROMMY »
juneo ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #28 เมื่อ: 17/10/13, [23:55:46] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

สุดยอด ความรู้เบื้องต้นเลย กดไลค์ [เจ๋ง] [เจ๋ง]
413 ออฟไลน์
Club Champion
« ตอบ #29 เมื่อ: 22/10/13, [01:06:25] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

 ขอบคุณครับ +ให้ครับ  [เจ๋ง]
หน้า: 1 2 3   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: