สำหรับครั้งนี้ อาจจะริวิวช้าไปสักหน่อย สำหรับศิลปินท่านนี้
เตรียมตัวไม่ทันเพราะมันคือความฉุกเฉินกะทันหันอย่างไม่คาดคิดเหลือเกินสำหรับเหตุการณ์นี้
นั่นคือในวันที่ 22 กรกฎาคม 2025
โลกได้สูญเสียศิลปินฮาร์ดร๊อคเฮฟวี่เมทัลชั้นบรมครูไปตลอดกาลอีกคนหนึ่ง![[cry01] [cry01]](https://aqua.c1ub.net/home/Smileys/aqua2.0/cry01.png)
นามเขานั้นคือ
Ozzy Osbourne เดชไอ้หมูผี

เรามารู้จักเขาและผลงานของเขารวมทั้งเหล่าผองเพื่อนร่วมวงการของเขากันสักเล็กน้อยกันดีกว่า
ป๋า Ozzy เกิดในปี 1948 ที่เมือง Warwickshire อังกฤษ
แต่เขามาเติบโตที่ Birmingham ในเวลาต่อมา
และที่Birmingham นี่เองที่ป๋าแกได้รวมตัวกับเพื่อนๆอีกสามคน
ช่วยกันฟอร์มวงฮาร์ดร๊อคขั้นทลายโลกาขึ้นมาประดับวงการ
นั่นคือวง Black Sabbath ในปี 1968
(หรือในฉายาที่คุณวิฑูลย์ วทัญญูตั้งให้คือ ผู้หนักแน่นดุจภูผาถล่มทลาย )
สมาชิกรุ่นโคตรคลาสสิคของ ซับบาทต้องเป็นสี่คนนี้เท่านั้น![[gurock01] [gurock01]](https://aqua.c1ub.net/home/Smileys/aqua2.0/gurock01.gif)

Ozzy Osbourne (ร้องนำ )
Tony Iommi (มือกีตาร์)
Geezer Butler (มือเบส)
Bill Ward (มือกลอง)
ซึ่งเพียงแค่อัลบั้มแรกออกมาเท่านั้นแหละ
ชื่อของวงก็ถูกกล่าวถึงอย่างเซ็งแซ่ในแวดวงดนตรีฮาร์ดร๊อคในยุคนั้นเลยทีเดียว
นั่นเพราะอะไร นั่นก็เพราะในยุคนั้นแวดวงฮาร์ดร๊อค
ซึ่งก็เป็นช่วงคาบเกี่ยวกับการเริ่มถือกำเนิดของแนวเฮฟวี่เมทัลด้วย
ไม่มีวงร๊อคไหนในยุคนั้นเลยที่เล่นในแบบที่ ซับบาทเล่นเลย
มันเต็มไปด้วยความมืดมน ชั่วร้าย อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของภูตผีปิศาจ
เอาว่าตั้งแต่หน้าปกก็หลอนแล้ว
ดูเอาเถอะท่าน![[hungry02] [hungry02]](https://aqua.c1ub.net/home/Smileys/aqua2.0/hungry02.png)

เพลงไทเทิลแทรคชื่อเดียวกันกับวง นั่นคือเพลง Black Sabbath
เป็นอะไรที่เกินทนจริงๆสำหรับ คนที่เพิ่งเคยฟังหรือคนที่อยู่นอกอาณาจักรเพลงร๊อค
มันมีความลึกลับ มืดมน อนธกาล
ความน่ากลัวแบบความมุ่งร้ายหมายขวัญ การสาปแช่ง ภูตผีปิศาจ
ดนตรียานค้างเนิบ โน๊ตกีตาร์ของป๋าไออมมีที่ดีดทีเดียวแล้วปล่อยเสียงยานยาว บางทีก็หยุดเงียบค้างใว้ดื้อๆซะยังงั้นแหละ
ออซซีร้องด้วยเสียงที่ไม่ได้ปรุงแต่งอะไรเลย ไม่ได้บีบเสียงแหบแห้ง ไม่ได้กู่คำราม แต่มันน่ากลัว
มันให้ความรู้สึกเหมือนเราถูกทิ้งเอาใว้ในห้องมืดมิด ที่คลำหากำแพงหรือผนังรอบตัวไม่เจอเลย
แถมเราก็ไม่มีเทียนหรือตะเกียงหรือแสงสว่างอะไรเลยด้วยซ้ำ
ในขณะเดียวกันกับที่มันก็ดันรู้สึกได้ว่าคงไม่ได้มีเราอยู่ในห้องนั้นคนเดียว และไอ้พวกนั้นไม่น่าจะใช่คนเอาเสียด้วย
นั่นแหละ คำจำกัดความเพลงนี้![[evil01] [evil01]](https://aqua.c1ub.net/home/Smileys/aqua2.0/evil01.png)

ผมรู้จักเพลงนี้ครั้งแรกตอนเด็กมากกกกก ตอนนั้นเปิดฟังวิทยุฟังเพลงตอนกลางคืน เที่ยงคืนกว่าแล้วมั้ง
หนอยแน่ เพลงนี้ถูกเปิดขึ้น ผมฟังไม่จบอ่ะ ปิดวิทยุคลุมโปงเลย นี่เรื่องจริง
ยังนึกเลย เพลงเชี่ยไรวะ น่ากัวอิ๊บอ๋าย
เคล็ดอีกประการของความพิสดารไม่เหมือนใครของวงนี้ อัลบั้มนี้คือ
ชุดนี้ป๋า โทนี ไออมมี มือกีตาร์ แกถนัดซ้ายจ้ะ
ในอัลบั้มแรกของวงนี่ แกเล่นแบบไม่ได้เปลี่ยนกลับสายเลย
คือแกเอากีตาร์ของคนถนัดขวดปกตินี่แหละมาเล่นด้วยอีซ้าย
เพราะกีตาร์สำหรับคนถนัดซ้ายตอนนั้นมันหายากมากๆ (ถึงจะสมัยนี้ก็เหอะน่ะ)
แกเลยเล่นแบบขวากลับด้านแม่มเลย ซึ่งการเล่นแบบนี้มันโคตรยาก เพราะมันฝืนธรรมชาติ
แต่ในทางกลับกัน มันกลับให้สำเนียงที่โคตรพิลึกแบบที่วงอื่นไม่มีและทำไม่ได้
แถมซ้ำร้าย ป๋าไออมมีเนี่ย แกยังเคยประสบอุบัติเหตุทำให้ปลายนิ้วชี้กับนิ้วนางของแกขาด
แกเลยต้องใช้ปลอกนิ้วเทียมสวม
และไอ้นิ้วที่ขาดก็ดันเสือกเป็นนิ้วที่ใช้กดสายซะอีก
แกเลยต้องปรับสายกีตาร์ให้ยานกว่าปกติเพื่อให้สายมันกดได้ง่าย
ซึ่งสิ่งที่ได้มาคือ เสียงกีตาร์ที่ยานนนน ต่ำ แกว่ง กว่าชาวบ้านเขา
ยิ่งพอมารวมกับไสตล์เพลงที่มืดหม่นเข้าไปอีก
ทีนี้เพลงพวกท่านๆก็เลยกลายเป็นเหมือนบทสวดเรียกชุมนุมภูตผีปิศาจไปซะเลย![[puke01] [puke01]](https://aqua.c1ub.net/home/Smileys/aqua2.0/puke01.png)

และถ้านีมันยังฮาไม่พอ
ก็ฮาซะให้สาแก่ใจไปอีกสิท่าน![[perv01] [perv01]](https://aqua.c1ub.net/home/Smileys/aqua2.0/perv01.png)
ป๋าไอออมมี ตอนนั้น หลังจากอัดอัลบั้มแรกเสร็จไปเรียบร้อย
แกได้พบกับนักกีตาร์คนหนึ่งที่เล่นกีตาร์ซ้ายแบบกลับด้าน ทั้งๆที่ตานั่นถนัดขวาปกติ
(นี่คงเป็นคนบ้าอีกคนแหละ เสียดายไม่รู้จักชื่อ กรั่กๆๆ )
ทั้งสองเลยแลกกีตาร์กันในลานจอดรถ
นั่นทำให้ Iommi ได้กีตาร์ซ้ายที่ตั้งสายอย่างถูกต้องมาใช้ในอัลบั้มต่อมา
กีตาร์ที่เขาได้มาในครั้งนั้นคือ Gibson SG Special ( ในวงการหูเหล็กไทยเรียกกิ๊บสันเขาควาย )
ซึ่งจะเป็นโมเดลที่ป๋าแกใช้มาตลอดจนเป็นสัญลักษณ์ของแกไปเลย![[perv01] [perv01]](https://aqua.c1ub.net/home/Smileys/aqua2.0/perv01.png)

บ้าบอดีมั้ยล่ะ
จากนั้นอัลบั้มต่อมา ก็สร้างแรงระเบิดขนาดยักษ์ขึ้นได้อีก
กับอัลบั้ม Paranoid ด้วยเพลงไทเทิลแทรคชื่อเดียวกันนี่แหละ
ริฟท์ของเพลงนี้จากป๋าไออมมีกลายเป็นริฟท์อินโทรที่ถูกยกให้เป็นริฟท์อมตะของวงการมาจนทุกวันนี้
เรียกว่าถ้าริฟท์นี้ขึ้น ทุกคนจะเฮกันลั่นและโยกหัวกันสนั่นหวั่นไหวรอได้เลย ของเค้ามันส์จริงๆ มันส์จิงจิ๊งงงงง
( ริฟท์ที่เข้าขั้นอมตะจากวงอื่นร่วมยุคกันอย่าง rock bottom, higtway star , Breaking the law นั่นแหละ )
แล้วจากนั้นมา ป๋า Ozzy กับผองเพื่อนก็ได้โลดแล่นอยู่ในเส้นทางของชาวหูเหล็กอย่างยิ่งใหญ่มานับแต่นั้น
และข้างล่างนี้ คือสตูดิโออัลบั้มทั้งหมดของ Black Sabbath
Black Sabbath 1970
Paranoid 1970
Master of Reality 1971
Black Sabbath Vol. 4 1972
Sabbath Bloody Sabbath 1973
Sabotage 1975
Technical Ecstasy 1976
Never Say Die! 1978
Heaven and Hell 1980
Mob Rules 1981
Born Again 1983
Seventh Star 1986
Headless Cross 1989
Dehumanizer 1992
Cross Purposes 1994
จะอย่างไรก็ดีทั้งหมดของสตูดิโออัลบั้มนี้
ป๋าแกไม่ได้ร่วมเดินทางด้วยทุกอัลบั้มหรอก
อัลบั้มที่ป๋าออซซี่แกร่วมเดินทางด้วยนั้นก็ตามข้างล่างล่ะท่าน
Black Sabbath (1970)
Paranoid (1970)
Master of Reality (1971)
Vol. 4 (1972)
Sabbath Bloody Sabbath (1973)
Sabotage (1975)
Technical Ecstasy (1976)
Never Say Die! (1978)
สาเหตุนั่นก็เพราะ ในช่วงนึง
ป๋าแกมีปัญหาเรื่องการใช้สารต้องห้ามเข้าขั้นเกินขีดไปหน่อย
คือสมาชิกคนอื่นก็ใช้เหมือนแกนั่นแหละ แต่ป๋าแกระห่ำใช้เยอะเกินหน้าเพื่อนไปนิสสส![[lol01] [lol01]](https://aqua.c1ub.net/home/Smileys/aqua2.0/lol01.png)
มันเลยทำให้แกมีปัญหาในการควบคุมตนเองอยู่พอสมควร
และในที่สุดแกก็ระห่ำจนเกินความควบคุมจนเหล่าสมาชิกรับมือไม่ไหว
เลยรวมใจกันสะกิดตูดป๋าแกด้วยส้นเท้ารวมมิตรให้แกออกจากวงไป
จนเป็นรอยด่างแห่งมิตรภาพไปยาวนานเป็นสิบๆปี![[mad03] [mad03]](https://aqua.c1ub.net/home/Smileys/aqua2.0/mad03.png)
และเมื่อแกพอตั้งหลักได้
เพราะความหลงในกลิ่นโคลนสาบไมค์ แกก็ผันตัวเป็นศิลปินเดี่ยว
ด้วยความสามารถ บารมี และวิสัยทัศน์ของป๋าหมูผี
อัลบั้มเดี่ยวของแกจึงไปได้ฉลุยไม่แพ้วงเก่าเลย

ดูตามรายชื่ออัลบั้มเดี่ยวของแกข้างล่างสิท่าน ยาวยืดเลย
Blizzard of Ozz 1980
Diary of a Madman 1981
Bark at the Moon 1983
The Ultimate Sin 1986
No Rest for the Wicked 1988
No More Tears 1991
Ozzmosis 1995
Down to Earth 2001
Blizzard of Ozz 2002
Diary of a Madman 2002
Under Cover 2005
Black Rain 2007
Scream 2010
Ordinary Man 2020
Patient Number 9 2022
จะBlizzard of Ozz จะ Diary of a Madman หรือ Bark at the Moon
หรืออัลบั้มอื่นๆถัดๆมา ถูกยกขึ้นเป็นอัลบั้มเมทัลชนิดคลาสสิคไปแล้วในทุกวันนี้
หลายๆเพลงในหลายๆอัลบั้มเดี่ยวของป๋าถูกนักดนตรีรุ่นหลังขอยืมไปเล่น ไปแกะ ไปต่อยอดกันอื้อระหึ้ม ( แปลว่าเยอะ อิอิอิ )
และที่มันเจ๋งมากๆสำหรับป๋าออซซี่ก็คือ
ทุกอัลบั้มเดี่ยวของแกมันจะต้องมีสุดยอดมือกีตาร์ระดับมหาเทพร่วมทางด้วยทุกชุด
เหมือนกับว่าป๋าแกมีสายตาและเยื่อหูที่เฉียบคมที่สามารถไปเฟ้นหามหาเทพขนาดนี้มาร่วมงานได้
Randy Rhoads (1979–1982)

มือกีตาร์ร่างผอมบางแต่ฝีมือสุดฉกาจหาใครเทียมได้ในยุคเดียวกัน
แรนดีเป็นนักกีตาร์คนต้นๆในวงการยุคนั้นที่มาจากสายกีตาร์คลาสสิค
และเขาได้นำเอามันมาผนวกรวมกับร๊อค และเมทัลได้อย่างยอดเยี่ยมถึงใจ
เพลงที่เขาเล่นต้องใช้เทคนิคสูงมาก และติดหูอย่างที่ไม่น่าเชื่อ
เขายิ่งใหญ่ถึงขนาดภายหลังการเสียชิวิตของเขา
ชื่อเขาได้เข้าไปอยู่ฮอลออฟเฟมนั่นเลย เขายิ่งใหญ่มากจริงๆ
ลองฟังผลงานเพลงพวกนี้สิ Crazy Train , Mr. Crowley ,
I Don’t Know Dee , Goodbye to romance ,Diary of a Madman
เป็นที่น่าเสียดายที่เขามีโอกาสสำแดงความยิ่งใหญ่คู่กับป๋าออซซี่ได้เพียงสองอัลบั้มเท่านั้น
แรนดีประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกในปี 1982 เหตุการณ์ครั้งนี้อยู่ในสายตาของป๋าแกทั้งหมด
มันทำให้แกถึงกับจิตตก เสียใจไปพักใหญ่ๆเลยทีเดียว
และถัดมา
Jake E. Lee มือกีตาร์สุดเฟี้ยวลูกครึ่งเชื้อสายเอเชีย

คนนี้เขาไม่ได้สายละไมแบบแรนดี แต่เขามาทางร๊อค บลูส์แบบสายตรงจี๊ดจ๊าดเลยล่ะ
เพลงเด่นในยุคเขา Bark at the Moon ,Shot in the Dark
ถัดมาอีก
Zakk Wylde

เสียงกีตาร์ของไอ้หนุ่มจากนิวเจอร์ซีคนนี้มันช่างบ้าคลั่งและโกลาหลฝุดๆ![[gurock01] [gurock01]](https://aqua.c1ub.net/home/Smileys/aqua2.0/gurock01.gif)
สำเนียงกีตาร์เขาเหมือนจะพุ่งมาจากสายตรงเลยคือสายเมทัลนี่แหละ
แต่ที่ทำให้ซาวด์กีตาร์ของเขาแตกต่างนั่นคือความหนึบ ตึ้บ ริฟท์มันจะหนักมาก และพ่วงด้วยสำเนียงแบบบลูส์เจ้มจ้นเข้าไปด้วย
เพลงเด่นของเขา Miracle Man, Mama I’m Coming Home ,I Don’t Wanna Change the World , old l.a. tonight
เอ้าคนถัดมา
Gus G

พี่คนนี้รับไม้ต่อจาก Zakk Wylde
เขามาจากสายตรงคือสายเฮฟวี่เมทัล
กัสเป็นมือกีตาร์เทคนิคสูง และแม่นยำมากในตอนเล่นสด คือเป๊ะโน๊ต
แต่ถ้าจะให้พลิกแพลงกันตอนนั้นแกก็ทำได้สบาย
ผลงานของเขาน่ะรึ เอาไปสิ Let Me Hear You Scream , Diggin' Me Down, Fearless , Time
มือกีตาร์คู่กายป๋าออซซี่ทุกคนนั้น ล้วนไม่เคยเป็นบิ๊กเนมมาก่อนทั้งสิ้น
ทุกคนล้วนเป็นมือกีตาร์ที่ไม่เคยมีใครรู้จักมาก่อน
แต่ไม่รู้ทำไมพอมาอยู่กับป๋าแกแล้ว ทุกคนนี่ต่างล้วนกลายเป็นตำนานแห่งขุนขวานกันทั้งสิ้น
นี่แหละคือความสามารถและความถึงของป๋า
ที่สุดอ่ะ b![[mad02] [mad02]](https://aqua.c1ub.net/home/Smileys/aqua2.0/mad02.png)
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
แต่จะอย่างไรก็ดี ในยุคปี 2000' ป๋าแกก็เริ่มมีอาการเจ็บป่วย
มันเริ่มจากปี 2003 แกประสบอุบัติเหตุจากการขับรถ ATV ที่บ้านในอังกฤษ
นั่นทำให้ กระดูกคอหักและต้องผ่าตัดใส่เหล็กดามหลัง
ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาสุขภาพการเจ็บเรื้อรังตามมา
จากนั้นด้วยอาการที่ไม่สมบูรณ์ ปี 2019 แกก็ไปล้มในบ้านอีก
ทำให้เฝือกหลุด ต้องผ่าตัดกันรัวๆ อีกหลายครั้ง ทำให้มีผลต่อการทรงตัว
พอเข้าปี 2020แกก็เป็นโรคพาร์กินสันเข้าอีก
แล้วหลังจากนั้นก็เข้าๆออกๆโรงพยาบาลเพื่อผ่าตัดอีกหลายครั้ง และผ่าตัดกระดูกสันหลังอีก
2023 แกก็เริ่มเดินไม่ได้ ต้องนั่งเก้าอี้ เรื่องร้องเพลงไม่ต้องพูดถึงเลย
และด้วยอะไรก็ไม่รู้
ในปี 2025 ป๋าแกโทรหาเพื่อนเก่า สมาชิกดั้งเดิมทุกคนของ Black Sabbath
แกชักชวนด้วยประโยคนี้
“It’s my time to go back to the beginning…
time for me to give back to the place where I was born.
How blessed am I to do it with the help of people whom I love.
Birmingham is the true home of metal. Birmingham Forever.”
![[gurock01] [gurock01]](https://aqua.c1ub.net/home/Smileys/aqua2.0/gurock01.gif)
และในที่สุด ในวันที่ 5 กรกฎาคม 2025
เหล่าสมาชิกรุ่นดั้งเดิมของแทร่ ของ Black Sabbath ทุกคนก็ขึ้นมาอยู่บนเวทีสนาม Villa Park
เมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ
เมืองที่เป็นบ้านเกิดของ Ozzy Osbourne และของวง Black Sabbath อย่างเกรียงไกร
พร้อมเหล่าแฟนๆสาวกเดนตายที่เข้าชมในสนามอีกกว่า40000คน
ด้วยชื่อคอนเสิร์ต:Back to the Beginning
พวกเขากลับมารวมตัวกันอีกในรอบกว่า20 ปี
สี่อสูรกายเฒ่า

Ozzy Osbourne (ร้องนำ )
Tony Iommi (มือกีตาร์)
Geezer Butler (มือเบส)
Bill Ward (มือกลอง)
คอนเสิร์ตในครั้งนั้น เรียกเสียงฮือฮาได้ตั้งแต่มหาชนชาวหูเหล็กทราบข่าวว่ามันจะเกิด
ทุกคนต่างตั้งตารอ รอวันสำคัญในประวัติศาสตร์ชาวร๊อค
และในเมื่อมันคือคอนเสิร์ตของโคตรวงในตำนาน
วงที่เป็นต้นกำเนิดและรากเหง้า
วงที่เป็นดั่งบรรพบุรุษของดนตรีเอ๊กสตีม
วงที่มีบรรดาเมทัลแบนด์รุ่นลูกรุ่นหลานนับร้อยนับพันยกย่อง
และในบรรดาลูกหลานที่เคยเป็นผู้ติดตามBlack Sabbathและ Ozzy Osbourneเหล่านั้น
ในวันนี้พวกรุ่นหลังเหล่านั้นได้กลายมาเป็นรุ่นใหญ่อย่างสมภาคภูมิเช่นกัน
วงที่จะมาร่วมเล่นในคอนเสิร์ตครั้งนี้จึงประกอบด้วยมหาไททันของยุค
ดังเช่นวง Metallica, Guns N’ Roses, Slayer, Tool, Pantera,
Alice In Chains, Gojira, Halestorm, Lamb of God, Anthrax, Mastodon, Rival Sons
เห็นมั้ย ล้วนแต่วงระดับมหากาฬทั้งนั้น

METTALLICA
และนอกจากนี้ยังมีเหล่าแจมเซสชั่นที่มารวมตัวกันเฉพาะกิจเพื่อการนี้ด้วย
ยาวเหยียดเลย
Jake E. Lee – ร่วมเล่นเพลง The Ultimate Sin และ Shot in the Dark
Nuno Bettencourt (Extreme) – ร่วมหลายเพลง รวมถึง Mr. Crowley, Sweet Leaf, Changes
Tom Morello (Rage Against the Machine) – ร่วมหลายชุด รวมถึง Breaking the Law, Walk This Way
Ronnie Wood (The Rolling Stones) – ร่วมกับ Steven Tyler ใน The Train Kept A-Rollin’
Vernon Reid (Living Colour) – เล่น Bark at the Moon
Billy Corgan (Smashing Pumpkins), K.K. Downing (Judas Priest),
Adam Jones (Tool) – ร่วมใน Breaking the Law และ Snowblind
Steven Tyler (Aerosmith) – ร้องนำใน Walk This Way และ Whole Lotta Love
Papa V Perpetua (Ghost) – ร่วมร้อง Bark at the Moon
Sammy Hagar – ร่วมร้อง Flying High Again และ Rock Candy
Jack Black – ร่วมร้อง Mr. Crowley พร้อมนักดนตรีรุ่นเยาว์

SLAYER
หรือแขกรับเชิญพิเศษอีกล่ะ
Chad Smith (Red Hot Chili Peppers),
Travis Barker (Blink-182)
Danny Carey (Tool) – ร่วมใน Symptom of the Universe
Rudy Sarzo (Quiet Riot), David Ellefson (ex-Megadeth),
Mike Bordin (Faith No More) – เข้าร่วมในหลายเพลง
Adam Wakeman – ลูกชายของ Rick Wakeman จาก Yes เป็นมือคีย์บอร์ดหลักของงาน
ดูเอาเถิด คอนเสิร์ตครั้งนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะบารมีของ ป๋าออซซี่และ เหล่าสมาชิกปฐมภูมิของ Black Sabbathแล้ว
การจะเรียกแขกรับเชิญระดับนี้มาได้ขนาดนี้จะเป็นไปได้หรือ![[mad02] [mad02]](https://aqua.c1ub.net/home/Smileys/aqua2.0/mad02.png)
คอนเสิร์ตครั้งนี้สร้างความซาบซึ้งประทับใจให้เหล่าแฟนๆเดนตายกันมาก
เพราะสภาพป๋า และบรรดาสหายทั้งหลายของ Black Sabbath ที่ขึ้นมาเป็นวงปิดท้าย
พวกเขาอยู่ในสภาพของชายชราที่ต่างก็ล้วนเข้าวัย70เข้าไปแล้ว
แต่ถึงแม้ร่างกายจะโรยรา
แต่เลือดทุกหยาดหยดของเหล่าเสือเฒ่ายังคงเป็นเลือดชาวหูเหล็กอย่างไม่เสื่อมคลาย![[gurock01] [gurock01]](https://aqua.c1ub.net/home/Smileys/aqua2.0/gurock01.gif)

โดยเฉพาะป๋าออซซี แกOzzy ขึ้นเวทีในสภาพนั่งบนบัลลังก์สีดำประดับหัวกะโหลกและค้างคาว
ซึ่งแกต้องนั่งอยู่กับเก้าอี้สั่งทำพิเศษตัวนี้ไปตลอดคอนเสิร์ต เพราะแกยืนไม่ได้แล้ว
สุ้มเสียงก็แหบแห้ง จังหวะตะกุกตะกัก
แต่พลังใจแกทุ่มให้เต็มที่ มีเท่าไหร่แกประเคนให้แฟนๆจนหมดสิ้น

หนึ่งในเพลงที่ป๋าแกร้องสร้างแรงกระแทกให้แฟนๆอย่างมาก นั่นคือ Mama I’m Coming Home
แฟนๆเพลงอกสามศอกหรือสาวแกร่งหลายๆๆๆๆคนร้องคลอตามไปและต้องร้องไห้ไปด้วย มันทนไม่ไหวจริงๆ



คอนเสิร์ตปิดฉากด้วยความยิ่งใหญ่ด้วยเวลารวมถึงกว่า 10 ชม
ทิ้งใว้ซึ่งความทรงจำอันสุดประทับใจให้ทุกๆคนที่มีส่วนร่วมในคอนเสิร์ตครั้งนี้เก็บเอาใว้รำลึกถึง![[cheer01] [cheer01]](https://aqua.c1ub.net/home/Smileys/aqua2.0/cheer01.gif)

นี่คือความยิ่งใหญ่ของ เดชไอ้หมูผี ออซซี่ ออสบอร์น และ Black Sabbath ปฐมบทของเมทัล
หลังจากคอนเสิร์ตนี้จบลงไม่นาน
Ozzy Osbourne ก็ได้เสียชีวิตลงในวันที่ 22 กรกฎาคม 2025 ด้วยอายุ 76 ปี
ซึ่งหมายความว่าแกอยู่ต่อมาหลังคอนเสิร์ตได้เพียง 17 วันเท่านั้นเอง![[mad01] [mad01]](https://aqua.c1ub.net/home/Smileys/aqua2.0/mad01.png)

มันคล้ายกับแกรู้ตัวอยู่แล้วว่าแกกำลังจะต้องเดินทางใกล
และคอนเสิร์ตครั้งนี้จะเป็นสิ่งสุดท้ายที่แกฝากเอาใว้ให้การเดินทางใกลของแกเป็นไปอย่างหมดสิ้นห่วงกังวลทั้งปวง
ป๋าแกจากไปอย่างสมภาคภูมิแล้วจริงๆ
และด้วยความเป็นออซซี ออสบอร์น
แกสั่งเสียเอาใว้ก่อนจะเดินทางใกล งานศพของแกต้องไม่ใช่งานเศร้า
เพราะงั้นแกเลยขอให้ขบวนแห่ศพแกมีวงดนตรีบรรเลงเพลง “Iron Man” และ “Crazy Train” ไปตลอดทาง
*** ท่านใดสนใจบรรยากาศคอนเสิร์ตรวมทั้งบรรดาแขกรับเชิญในครั้งนี้ เข้าไปดูภาพได้ที่เครดิตเวปนี้ครับ
https://ultimateclassicrock.com/ozzy-osbourne-last-show-photos/
-----------------------------------------------------------------------------------
-----------------------------------------------------------------------------------
-----------------------------------------------------------------------------------
-----------------------------------------------------------------------------------
แถมท้ายวีรกรรมความระห่ำสมัยป๋าแกยังอยู่ในวัยดุดันตามประสาชาวร๊อค
ที่เฮี้ยวฮาและกวงตีงสุดบรรยาย
มาดูวีรกรรมวีรเวรของแกกัน
1 แก้แค้นครู
ตอนที่ยังเรียนอยู่ คุณเลน ครูสอนช่างโลหะของออซซี่ มักจะลงโทษออซซี่ด้วยการตบก้นด้วยไม้ท่อนใหญ่
เพื่อแก้แค้น ออซซี่เลยเอาเหรียญเพนนีไปอุ่นสักสามสี่นาที แล้วสอดเข้าไปในโต๊ะของคุณเลน
พอถึงจุดหนึ่ง คุณเลนก็จะหยิบเหรียญเพนนีขึ้นมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น แล้วก็...เย้! ออซซี่จะได้หัวเราะชอบใจ
ปาเจรา จริยา โหนติ
2. เลือดเปรอะตอนทำงานในโรงฆ่าสัตว์
สมัยยังเป็นวัยรุ่น ออซซี่ได้งานในโรงฆ่าสัตว์
หน้าที่ของเขาคือการฆ่าวัวด้วยการยิงหัววัวด้วยปืนที่ยิงเหล็กแหลม
บางครั้งออซซี่ก็เปื้อนเลือดและเครื่องในเละเทะ
จุดเริ่มต้นของการเข้าวงการชาวร๊อคมั้ยนี่
3. กูเบื่อ ขอโยนทีวีแก้เบื่อหน่อยนะ
โยนทีวีลงจากโรงแรม
ขณะพักโรงแรม ออซซี่เคยโยนทีวีลงจากหน้าต่างห้องพักจนเกือบโดนคนที่ยืนอยู่ข้างล่าง
เหตุผลคือ “เบื่อ” และอยากทำอะไรแหวกแนวแบบร็อกสตาร์
ไม่มีวิธีอื่นอีกเรอะ![[perv01] [perv01]](https://aqua.c1ub.net/home/Smileys/aqua2.0/perv01.png)
4. โรงแรมที่พักถูกพวกนับถือซาตานบุกโจมตี
ระหว่างที่วง Black Sabbath กำลังออกทัวร์ในช่วงต้นทศวรรษ 1970
โรงแรมที่วงพักอยู่ถูกพวกบูชาซาตานบุกเข้ามา ซึ่งบางคนได้ตั้งแคมป์อยู่หน้าห้องพักของออซซี่
และเพื่อกำจัดพวกคลั่งไคล้เหล่านี้ ออซซี่จึงเป่าเทียนของพวกเขาและร้องเพลง "สุขสันต์วันเกิด" ให้พวกนั้นฟัง
เออ เอากะเขาสิ พับแผ่
5. แมวมายุ่งกะรถกรู ยิงแม่มเลย
สมัยนั้น ออซซี่และเทลม่าภรรยาคนแรกมีรถใหม่หลายคัน
พอรถเมอร์เซเดสคันใหม่เอี่ยมของเทลม่ามีรอยขีดข่วนเต็มไปหมดอย่างน่าประหลาด
ป๋าแกจึงไปตรวจสอบและพบว่ามีแมวจรจัดปีนขึ้นไปบนรถขณะที่จอดอยู่ในโรงรถ
คืนหนึ่ง แกเลยแอบเข้าไปในโรงรถ หยิบปืนลูกซองออกมา แล้วตั้งใจยิงแมวให้ตายให้ได้มากที่สุด
รถข้าแมวอย่าแตะ จ๊ากกกกก
6. วางยาบาทหลวงโดยไม่ได้ตั้งใจ
วันหนึ่ง ขณะที่บาทหลวงมาเยี่ยมครอบครัวออสบอร์น (ออซซี่เป็นสมาชิกของคริสตจักรแห่งอังกฤษ)
ภรรยาคนแรกของป๋าได้ให้เค้กชิ้นใหญ่แก่บาทหลวงโดยไม่ได้ตั้งใจ
ซึ่งบังเอิญที่ออซซี่ผสมกัญชาอัฟกันที่มีฤทธิ์แรง ไม่นานนักบาทหลวงก็สลบ
จนต้องอุ้มบาทหลวงไปที่รถและพาเขากลับบ้าน และเป็นเวลาสามวันที่บาทหลวงนอนม่อยกะรอก
และโชคดีสำหรับครอบครัวออสบอร์นที่บาทหลวงแกจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา
( บาดหลวงน่าจะยังเมาไม่สร่าง กรั่กๆๆๆ)
7. แบ่งโคเคนกับพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน
บนเที่ยวบินกลับอังกฤษ ออซซี่ดันพกโคเคนหนักสี่กรัมไว้ในถุงเท้า
แต่คิดไปคิดมาก็ห่วงว่าจะโดนจับได้ แกเลยให้มันกับพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินไปเล่นบนเครื่องมันซะเลย
เป็นคนมีน้ำใจนิ![[lol01] [lol01]](https://aqua.c1ub.net/home/Smileys/aqua2.0/lol01.png)
8. รำคาญไก่ที่เมียหามาให้เลี้ยง จุดไฟเผาแม่มซะเลย
เทลมาภรรยาคนแรกของป๋าพยายามไม่ให้แกไปปาร์ตี้เสมอๆ เธอซื้อเล้าไก่ให้เขาให้เขาเลี้ยงไก่ซะจะได้ไม่ว่าง
แต่ออซซี่เกลียดไก่และเกลียดการให้อาหารพวกมัน
คืนหนึ่งตอนกำลังเมาได้ที่ พี่แกหยิบปืนลูกซองไปที่เล้าและเริ่มยิงแล้วก็จุดไฟเผาเล้าไก่ตามไป
ดูแกเป็นคนรักสัตว์ดีนะ ทุ้ยยยส์
9. ปีนโต๊ะ แก้ผ้า แล้วเยี่ยวใส่แก้วเพื่อนร่วมโต๊ะ
คืนหนึ่งระหว่างทัวร์คอนเสิร์ต “Blizzard of Ozz” ที่เยอรมนี
ตอนกำลังอาหารค่ำรวมกับกลุ่มคนที่ดูเคร่งขรึม อยู่ๆป๋าแกก็องค์ลง แกปีนขึ้นไปบนโต๊ะและเริ่มถอดเสื้อถอดผ้า
แล้วก็ฉี่มันลงในเหยือกไวน์ของชายคนหนึ่งในกลุ่มนั่นแหละ
หลังจากนั้น ออซซี่ก็ไม่ได้รับเชิญให้กลับไปเยอรมนีอีกเลยเป็นเวลาหลายปีเชียวล่ะ
ยังดีที่แกรอดมาได้ กรั่กๆๆๆๆ![[sleepy01] [sleepy01]](https://aqua.c1ub.net/home/Smileys/aqua2.0/sleepy01.png)
10 อะไรไม่รู้ แต่กูกัดแม่มซะ

นี่คือตำนานสุดคลาสสิคของป๋าเลยเชียว
เรื่องราวมันเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 มกราคม ค.ศ. 1982
เมือง Des Moines รัฐไอโอวา อเมริกาตอนป๋าแกกำลังออนทัวร์โปรโมตอัลบั้มเดี่ยวชุดที่สอง "Diary of a Madman"
ตอนกำลังแสดงคอนเสิร์ต มีแฟนเพลงคนหนึ่งโยนค้างคาวขึ้นไปบนเวที
Ozzy คงกำลังเมามันส์เลยไม่ได้สนใจ เขาหยิบมันขึ้นมา โดยคิดว่าเป็นของเล่นยาง
เพราะแฟนเพลงมักโยนของแปลก ๆ ขึ้นเวทีอยู่แล้ว
เขากัดกร้วมเข้าไปที่หัวของค้างคาว แล้วพบว่า มันเป็นค้างคาวจริงๆ แถมยังมีชีวิตอยู่ด้วย
หลังจากนั้นเขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันทีเพื่อ ฉีดยากันพิษสุนัขบ้า
ในหนังสืออัตชีวประวัติของเขา "I Am Ozzy" เขาเล่าว่า
“ทันทีที่มันเข้าปาก ผมรู้สึกถึงของเหลวอุ่น ๆ รสชาติแย่ที่สุดในชีวิต
มันไหลลงคาง และหัวของมันก็กระตุกอยู่ในปากผม...
ผมคิดว่า ‘ชิบหายล่ะ นี่เรากำลังกินค้างคาวจริง ๆ อยู่เหรอวะเนี่ย’”
เหตุการณ์นี้กลายเป็นหนึ่งใน ตำนานที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์ดนตรีร็อก
และก็นั่นแหละ ป๋าแกเลยได้รับฉายา "Prince of Darkness" มาก็ด้วยประการล่ะฉะนี้ ฮ่าๆๆๆ
และหลังจากนั้น ป๋าแกก็กัดอย่างอื่นไปเรื่อยเปื่อยนะ นกพิราบแก็เคยกัดนะ
ตอนกำลังจะทำสัญญาออกอัลบั้มกับค่าย แกพกนกพิราบมาด้วย
แล้วในตอนประชุมร่วมกับบรรดาผู้บริหารค่ายนั่นแหละ แกงัดนกพิราบออกมาแล้วกัดหัวนกเฉยเลย
แกว่า เป็นแผนสร้างความประทับใจให้กับเหล่าผู้บริหารว่า แกน่ะของจริงนะเว้ยเฮ้ย
ฮ่าๆๆๆๆ บาปกรรมแท้
11 แข่งความเก๋ากันด้วยการแข่งกันสูดมดเข้าจมูก
ครั้งหนึ่งป๋าแกเดิมพันกับ Nikki Sixx มือเบสวง Mötley Crüe ว่าใครจะทำอะไรบ้าบอกว่ากันได้มากกว่ากัน
Ozzy จึงนอนลงบนพื้นแล้วสูดมดเป็น ๆ เข้าจมูก เพื่อโชว์ความกล้าแบบสุดโต่ง
ทำไปเพื่อ ??????![[shock01] [shock01]](https://aqua.c1ub.net/home/Smileys/aqua2.0/shock01.png)
และชีวประวัติของป๋าแกมันจะไม่สมบูรณ์ได้เลย ถ้าไม่ได้พูดถึงชิวิตรักของป๋าหมูผี
นั่นคือ คู่ชิวิตของป๋า นาม Sharon Osbourne ภรรยาผู้ซึ่งอยู่กับออซซี่จนตราบวาระสุดท้ายของชิวิตออซซี่
มันเป็นหนึ่งในเรื่องราวความรักที่ทั้งซับซ้อนและยืนยาวที่สุดในวงการดนตรีร็อก
โดยมีทั้งช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความรัก ความเจ็บปวด และการให้อภัยซึ่งกันและกันตลอดกว่า 45 ปีที่ครองคู่กัน![[mad02] [mad02]](https://aqua.c1ub.net/home/Smileys/aqua2.0/mad02.png)

จุดเริ่มต้นน่ะรึ
ทั้งคู่พบกันครั้งแรกในปี 1970 เมื่อ Sharon อายุเพียง 18 ปี และ Ozzy อายุ 22 ปี
ตอนนั้นพ่อของ Sharon คือ Don Arden เป็นผู้จัดการวง Black Sabbath
ตอนแรกความสัมพันธ์มันก็เริ่มต้นอย่างมืออาชีพจริงๆ แต่หลังจากนั้นก็กลายเป็นความรักในช่วงปลายยุค 70 ไปจนได้
และต่อมาเมื่อหลังจากที่ Ozzy ถูกไล่ออกจากวงเนื่องจากปัญหาการใช้สารบางอย่าง
ทำให้ออซซี่ขาดสภาวะการควบคุมตนเองทั้งร่างกายและจิตใจ
ทำให้ชิวิตเขาหลังถูกไล่ออกจากวงต้องตกต่ำลงจนเกือบจะถึงที่สุด
ก็ได้ Sharonนี่แหละที่กล้าหาญ อาสาเข้ามาเป็นผู้จัดการส่วนตัวของเขา
แน่นอนพ่อตาขัดขวางอย่างหนัก แต่ไม่อาจทำอะไรต่อความรักของพวกเขาได้
พวกเขามีลูกด้วยกัน 3 คน: Aimee, Kelly และ Jack
และสำหรับชิวิตคู่ของพวกเขามันก็ไม่ได้ปกติธรรมดาเหมือนคู่ของคนทั่วๆไป
จะเพราะว่าด้วย วิถีชิวิตของคนชาวร๊อคที่ต้องระหกระเหินเดินทางอยู่ตลอดเวลาหรืออะไรก็ตามที
พวกเขามีบททดสอบเข้ามาตลอดเวลา
ปี 1989 Ozzy เคยพยายามฆ่า Sharon ขณะเมายา
โดยพยายามบีบคอเธอ แต่เธอรอดมาได้และส่งออซซี่ไปบำบัด
ปี 2016 มีข่าวการนอกใจของ Ozzy ซึ่งนำไปสู่การแยกกันอยู่ชั่วคราว
แต่สุดท้ายก็กลับมาคืนดีกันและต่อสู้ร่วมกันอีกครั้ง
ซึ่งในเรื่องนี้ Sharon เคยเปิดเผยว่าเธอเคยพยายามฆ่าตัวตาย
หลังรู้เรื่องการนอกใจของ Ozzy กับหญิงสาวคนหนึ่งที่เขามีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง
แม้จะมีช่วงเวลายากลำบาก และอันตราย แต่ทั้งคู่ยังคงยืนหยัดเคียงข้างกันเสมอ
โดย Sharon เคยกล่าวว่า “ชีวิตของฉันดีขึ้นเมื่อมีเขาอยู่ในนั้น”
Ozzy เองก็เคยพูดว่า
“Sharon คือคู่ชีวิตของฉัน… ฉันไม่อยากมีชีวิตอยู่โดยไม่มีเธอ”

ในท้ายที่สุดนี้ อยากขอบอกกล่าวเพื่อเป็นการให้เกียรติแก่ผู้วายชนม์
คอนเสิร์ต “Back to the Beginning” ของ Ozzy Osbourne
เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2025 เป็นคอนเสิร์ตการกุศลอย่างเต็มรูปแบบครับ
รายได้ทั้งหมดจากงานนี้
ได้ถูกบริจาคให้กับองค์กรการกุศล 3 แห่ง
Cure Parkinson’s – เพื่อสนับสนุนการวิจัยและรักษาโรคพาร์กินสัน
Birmingham Children’s Hospital – โรงพยาบาลเด็กแห่งหนึ่งของสหราชอาณาจักร
Acorn Children’s Hospice – สถานดูแลเด็กที่มีภาวะป่วยรุนแรงและต้องการการดูแลแบบประคับประคอง
ยอดเงินบริจาค คอนเสิร์ตนี้สามารถระดมทุนได้ถึง 190 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6,700 ล้านบาท)
ซึ่งถือเป็นคอนเสิร์ตการกุศลที่ทำรายได้สูงที่สุดในประวัติศาสตร์![[cheer01] [cheer01]](https://aqua.c1ub.net/home/Smileys/aqua2.0/cheer01.gif)
นี่คือคำกล่าวเพื่อแสดงเป้าหมายของป๋าแกสำหรับเรื่องนี้
“It’s my time to go Back to the Beginning… time for me to give back to the place where I was born.”
— Ozzy Osbourne
บทความอันยาวเหยียดรอบนี้ก็หวังจะขอฝากใว้ซึ่งความทรงจำ
ทั้งด้านดีทั้งร้ายแบบสามัญชนคนธรรมดาๆคนนึงที่ได้สร้างเอาใว้

Prince of Darkness ออซซี่ ออสบอร์น
หมายเหตุ : ข้อมุลเหล่านี้ผมรวบรวมสะสมประสบการณ์ในการเสพมาจากหลายที่
ทั้ง quiet storm , music express , metal pit ,Fanzineต่างๆ ..
รวมทั้งสื่ออินเตอร์เนตทั่วไป และความเห็นส่วนตัวจากประสบการการฟังเพลงของตัวเอง
ผมนำมายำรวมเข้าด้วยกัน ที่ทำขึ้นก็เพื่อระบายความมันส์ส่วนตัวครับ
หากมีข้อมูลใดผิดพลาด หรือ สำนวนไม่เหมาะสมอย่างไร
ขอน้อมรับความผิดทุกประการด้วยตัวผมคนเดียวครับ
ยินดีรับความคิดเห็นเพื่อนๆพี่ๆทุกคนครับ
![[smile03] [smile03]](https://aqua.c1ub.net/home/Smileys/aqua2.0/smile03.png)
เตรียมตัวไม่ทันเพราะมันคือความฉุกเฉินกะทันหันอย่างไม่คาดคิดเหลือเกินสำหรับเหตุการณ์นี้
นั่นคือในวันที่ 22 กรกฎาคม 2025
โลกได้สูญเสียศิลปินฮาร์ดร๊อคเฮฟวี่เมทัลชั้นบรมครูไปตลอดกาลอีกคนหนึ่ง
![[cry01] [cry01]](https://aqua.c1ub.net/home/Smileys/aqua2.0/cry01.png)
นามเขานั้นคือ
Ozzy Osbourne เดชไอ้หมูผี

เรามารู้จักเขาและผลงานของเขารวมทั้งเหล่าผองเพื่อนร่วมวงการของเขากันสักเล็กน้อยกันดีกว่า
ป๋า Ozzy เกิดในปี 1948 ที่เมือง Warwickshire อังกฤษ
แต่เขามาเติบโตที่ Birmingham ในเวลาต่อมา
และที่Birmingham นี่เองที่ป๋าแกได้รวมตัวกับเพื่อนๆอีกสามคน
ช่วยกันฟอร์มวงฮาร์ดร๊อคขั้นทลายโลกาขึ้นมาประดับวงการ
นั่นคือวง Black Sabbath ในปี 1968
(หรือในฉายาที่คุณวิฑูลย์ วทัญญูตั้งให้คือ ผู้หนักแน่นดุจภูผาถล่มทลาย )
สมาชิกรุ่นโคตรคลาสสิคของ ซับบาทต้องเป็นสี่คนนี้เท่านั้น
![[gurock01] [gurock01]](https://aqua.c1ub.net/home/Smileys/aqua2.0/gurock01.gif)

Ozzy Osbourne (ร้องนำ )
Tony Iommi (มือกีตาร์)
Geezer Butler (มือเบส)
Bill Ward (มือกลอง)
ซึ่งเพียงแค่อัลบั้มแรกออกมาเท่านั้นแหละ
ชื่อของวงก็ถูกกล่าวถึงอย่างเซ็งแซ่ในแวดวงดนตรีฮาร์ดร๊อคในยุคนั้นเลยทีเดียว
นั่นเพราะอะไร นั่นก็เพราะในยุคนั้นแวดวงฮาร์ดร๊อค
ซึ่งก็เป็นช่วงคาบเกี่ยวกับการเริ่มถือกำเนิดของแนวเฮฟวี่เมทัลด้วย
ไม่มีวงร๊อคไหนในยุคนั้นเลยที่เล่นในแบบที่ ซับบาทเล่นเลย
มันเต็มไปด้วยความมืดมน ชั่วร้าย อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของภูตผีปิศาจ
เอาว่าตั้งแต่หน้าปกก็หลอนแล้ว
ดูเอาเถอะท่าน
![[hungry02] [hungry02]](https://aqua.c1ub.net/home/Smileys/aqua2.0/hungry02.png)

เพลงไทเทิลแทรคชื่อเดียวกันกับวง นั่นคือเพลง Black Sabbath
เป็นอะไรที่เกินทนจริงๆสำหรับ คนที่เพิ่งเคยฟังหรือคนที่อยู่นอกอาณาจักรเพลงร๊อค
มันมีความลึกลับ มืดมน อนธกาล
ความน่ากลัวแบบความมุ่งร้ายหมายขวัญ การสาปแช่ง ภูตผีปิศาจ
ดนตรียานค้างเนิบ โน๊ตกีตาร์ของป๋าไออมมีที่ดีดทีเดียวแล้วปล่อยเสียงยานยาว บางทีก็หยุดเงียบค้างใว้ดื้อๆซะยังงั้นแหละ
ออซซีร้องด้วยเสียงที่ไม่ได้ปรุงแต่งอะไรเลย ไม่ได้บีบเสียงแหบแห้ง ไม่ได้กู่คำราม แต่มันน่ากลัว
มันให้ความรู้สึกเหมือนเราถูกทิ้งเอาใว้ในห้องมืดมิด ที่คลำหากำแพงหรือผนังรอบตัวไม่เจอเลย
แถมเราก็ไม่มีเทียนหรือตะเกียงหรือแสงสว่างอะไรเลยด้วยซ้ำ
ในขณะเดียวกันกับที่มันก็ดันรู้สึกได้ว่าคงไม่ได้มีเราอยู่ในห้องนั้นคนเดียว และไอ้พวกนั้นไม่น่าจะใช่คนเอาเสียด้วย
นั่นแหละ คำจำกัดความเพลงนี้
![[evil01] [evil01]](https://aqua.c1ub.net/home/Smileys/aqua2.0/evil01.png)

ผมรู้จักเพลงนี้ครั้งแรกตอนเด็กมากกกกก ตอนนั้นเปิดฟังวิทยุฟังเพลงตอนกลางคืน เที่ยงคืนกว่าแล้วมั้ง
หนอยแน่ เพลงนี้ถูกเปิดขึ้น ผมฟังไม่จบอ่ะ ปิดวิทยุคลุมโปงเลย นี่เรื่องจริง
ยังนึกเลย เพลงเชี่ยไรวะ น่ากัวอิ๊บอ๋าย
เคล็ดอีกประการของความพิสดารไม่เหมือนใครของวงนี้ อัลบั้มนี้คือ
ชุดนี้ป๋า โทนี ไออมมี มือกีตาร์ แกถนัดซ้ายจ้ะ
ในอัลบั้มแรกของวงนี่ แกเล่นแบบไม่ได้เปลี่ยนกลับสายเลย
คือแกเอากีตาร์ของคนถนัดขวดปกตินี่แหละมาเล่นด้วยอีซ้าย
เพราะกีตาร์สำหรับคนถนัดซ้ายตอนนั้นมันหายากมากๆ (ถึงจะสมัยนี้ก็เหอะน่ะ)
แกเลยเล่นแบบขวากลับด้านแม่มเลย ซึ่งการเล่นแบบนี้มันโคตรยาก เพราะมันฝืนธรรมชาติ
แต่ในทางกลับกัน มันกลับให้สำเนียงที่โคตรพิลึกแบบที่วงอื่นไม่มีและทำไม่ได้
แถมซ้ำร้าย ป๋าไออมมีเนี่ย แกยังเคยประสบอุบัติเหตุทำให้ปลายนิ้วชี้กับนิ้วนางของแกขาด
แกเลยต้องใช้ปลอกนิ้วเทียมสวม
และไอ้นิ้วที่ขาดก็ดันเสือกเป็นนิ้วที่ใช้กดสายซะอีก
แกเลยต้องปรับสายกีตาร์ให้ยานกว่าปกติเพื่อให้สายมันกดได้ง่าย
ซึ่งสิ่งที่ได้มาคือ เสียงกีตาร์ที่ยานนนน ต่ำ แกว่ง กว่าชาวบ้านเขา
ยิ่งพอมารวมกับไสตล์เพลงที่มืดหม่นเข้าไปอีก
ทีนี้เพลงพวกท่านๆก็เลยกลายเป็นเหมือนบทสวดเรียกชุมนุมภูตผีปิศาจไปซะเลย
![[puke01] [puke01]](https://aqua.c1ub.net/home/Smileys/aqua2.0/puke01.png)

และถ้านีมันยังฮาไม่พอ
ก็ฮาซะให้สาแก่ใจไปอีกสิท่าน
![[perv01] [perv01]](https://aqua.c1ub.net/home/Smileys/aqua2.0/perv01.png)
ป๋าไอออมมี ตอนนั้น หลังจากอัดอัลบั้มแรกเสร็จไปเรียบร้อย
แกได้พบกับนักกีตาร์คนหนึ่งที่เล่นกีตาร์ซ้ายแบบกลับด้าน ทั้งๆที่ตานั่นถนัดขวาปกติ
(นี่คงเป็นคนบ้าอีกคนแหละ เสียดายไม่รู้จักชื่อ กรั่กๆๆ )
ทั้งสองเลยแลกกีตาร์กันในลานจอดรถ
นั่นทำให้ Iommi ได้กีตาร์ซ้ายที่ตั้งสายอย่างถูกต้องมาใช้ในอัลบั้มต่อมา
กีตาร์ที่เขาได้มาในครั้งนั้นคือ Gibson SG Special ( ในวงการหูเหล็กไทยเรียกกิ๊บสันเขาควาย )
ซึ่งจะเป็นโมเดลที่ป๋าแกใช้มาตลอดจนเป็นสัญลักษณ์ของแกไปเลย
![[perv01] [perv01]](https://aqua.c1ub.net/home/Smileys/aqua2.0/perv01.png)

บ้าบอดีมั้ยล่ะ
จากนั้นอัลบั้มต่อมา ก็สร้างแรงระเบิดขนาดยักษ์ขึ้นได้อีก
กับอัลบั้ม Paranoid ด้วยเพลงไทเทิลแทรคชื่อเดียวกันนี่แหละ
ริฟท์ของเพลงนี้จากป๋าไออมมีกลายเป็นริฟท์อินโทรที่ถูกยกให้เป็นริฟท์อมตะของวงการมาจนทุกวันนี้
เรียกว่าถ้าริฟท์นี้ขึ้น ทุกคนจะเฮกันลั่นและโยกหัวกันสนั่นหวั่นไหวรอได้เลย ของเค้ามันส์จริงๆ มันส์จิงจิ๊งงงงง
( ริฟท์ที่เข้าขั้นอมตะจากวงอื่นร่วมยุคกันอย่าง rock bottom, higtway star , Breaking the law นั่นแหละ )
แล้วจากนั้นมา ป๋า Ozzy กับผองเพื่อนก็ได้โลดแล่นอยู่ในเส้นทางของชาวหูเหล็กอย่างยิ่งใหญ่มานับแต่นั้น
และข้างล่างนี้ คือสตูดิโออัลบั้มทั้งหมดของ Black Sabbath
Black Sabbath 1970
Paranoid 1970
Master of Reality 1971
Black Sabbath Vol. 4 1972
Sabbath Bloody Sabbath 1973
Sabotage 1975
Technical Ecstasy 1976
Never Say Die! 1978
Heaven and Hell 1980
Mob Rules 1981
Born Again 1983
Seventh Star 1986
Headless Cross 1989
Dehumanizer 1992
Cross Purposes 1994
จะอย่างไรก็ดีทั้งหมดของสตูดิโออัลบั้มนี้
ป๋าแกไม่ได้ร่วมเดินทางด้วยทุกอัลบั้มหรอก
อัลบั้มที่ป๋าออซซี่แกร่วมเดินทางด้วยนั้นก็ตามข้างล่างล่ะท่าน
Black Sabbath (1970)
Paranoid (1970)
Master of Reality (1971)
Vol. 4 (1972)
Sabbath Bloody Sabbath (1973)
Sabotage (1975)
Technical Ecstasy (1976)
Never Say Die! (1978)
สาเหตุนั่นก็เพราะ ในช่วงนึง
ป๋าแกมีปัญหาเรื่องการใช้สารต้องห้ามเข้าขั้นเกินขีดไปหน่อย
คือสมาชิกคนอื่นก็ใช้เหมือนแกนั่นแหละ แต่ป๋าแกระห่ำใช้เยอะเกินหน้าเพื่อนไปนิสสส
![[lol01] [lol01]](https://aqua.c1ub.net/home/Smileys/aqua2.0/lol01.png)
มันเลยทำให้แกมีปัญหาในการควบคุมตนเองอยู่พอสมควร
และในที่สุดแกก็ระห่ำจนเกินความควบคุมจนเหล่าสมาชิกรับมือไม่ไหว
เลยรวมใจกันสะกิดตูดป๋าแกด้วยส้นเท้ารวมมิตรให้แกออกจากวงไป
จนเป็นรอยด่างแห่งมิตรภาพไปยาวนานเป็นสิบๆปี
![[mad03] [mad03]](https://aqua.c1ub.net/home/Smileys/aqua2.0/mad03.png)
และเมื่อแกพอตั้งหลักได้
เพราะความหลงในกลิ่นโคลนสาบไมค์ แกก็ผันตัวเป็นศิลปินเดี่ยว
ด้วยความสามารถ บารมี และวิสัยทัศน์ของป๋าหมูผี
อัลบั้มเดี่ยวของแกจึงไปได้ฉลุยไม่แพ้วงเก่าเลย

ดูตามรายชื่ออัลบั้มเดี่ยวของแกข้างล่างสิท่าน ยาวยืดเลย
Blizzard of Ozz 1980
Diary of a Madman 1981
Bark at the Moon 1983
The Ultimate Sin 1986
No Rest for the Wicked 1988
No More Tears 1991
Ozzmosis 1995
Down to Earth 2001
Blizzard of Ozz 2002
Diary of a Madman 2002
Under Cover 2005
Black Rain 2007
Scream 2010
Ordinary Man 2020
Patient Number 9 2022
จะBlizzard of Ozz จะ Diary of a Madman หรือ Bark at the Moon
หรืออัลบั้มอื่นๆถัดๆมา ถูกยกขึ้นเป็นอัลบั้มเมทัลชนิดคลาสสิคไปแล้วในทุกวันนี้
หลายๆเพลงในหลายๆอัลบั้มเดี่ยวของป๋าถูกนักดนตรีรุ่นหลังขอยืมไปเล่น ไปแกะ ไปต่อยอดกันอื้อระหึ้ม ( แปลว่าเยอะ อิอิอิ )
และที่มันเจ๋งมากๆสำหรับป๋าออซซี่ก็คือ
ทุกอัลบั้มเดี่ยวของแกมันจะต้องมีสุดยอดมือกีตาร์ระดับมหาเทพร่วมทางด้วยทุกชุด
เหมือนกับว่าป๋าแกมีสายตาและเยื่อหูที่เฉียบคมที่สามารถไปเฟ้นหามหาเทพขนาดนี้มาร่วมงานได้
Randy Rhoads (1979–1982)

มือกีตาร์ร่างผอมบางแต่ฝีมือสุดฉกาจหาใครเทียมได้ในยุคเดียวกัน
แรนดีเป็นนักกีตาร์คนต้นๆในวงการยุคนั้นที่มาจากสายกีตาร์คลาสสิค
และเขาได้นำเอามันมาผนวกรวมกับร๊อค และเมทัลได้อย่างยอดเยี่ยมถึงใจ
เพลงที่เขาเล่นต้องใช้เทคนิคสูงมาก และติดหูอย่างที่ไม่น่าเชื่อ
เขายิ่งใหญ่ถึงขนาดภายหลังการเสียชิวิตของเขา
ชื่อเขาได้เข้าไปอยู่ฮอลออฟเฟมนั่นเลย เขายิ่งใหญ่มากจริงๆ
ลองฟังผลงานเพลงพวกนี้สิ Crazy Train , Mr. Crowley ,
I Don’t Know Dee , Goodbye to romance ,Diary of a Madman
เป็นที่น่าเสียดายที่เขามีโอกาสสำแดงความยิ่งใหญ่คู่กับป๋าออซซี่ได้เพียงสองอัลบั้มเท่านั้น
แรนดีประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกในปี 1982 เหตุการณ์ครั้งนี้อยู่ในสายตาของป๋าแกทั้งหมด
มันทำให้แกถึงกับจิตตก เสียใจไปพักใหญ่ๆเลยทีเดียว
และถัดมา
Jake E. Lee มือกีตาร์สุดเฟี้ยวลูกครึ่งเชื้อสายเอเชีย

คนนี้เขาไม่ได้สายละไมแบบแรนดี แต่เขามาทางร๊อค บลูส์แบบสายตรงจี๊ดจ๊าดเลยล่ะ
เพลงเด่นในยุคเขา Bark at the Moon ,Shot in the Dark
ถัดมาอีก
Zakk Wylde

เสียงกีตาร์ของไอ้หนุ่มจากนิวเจอร์ซีคนนี้มันช่างบ้าคลั่งและโกลาหลฝุดๆ
![[gurock01] [gurock01]](https://aqua.c1ub.net/home/Smileys/aqua2.0/gurock01.gif)
สำเนียงกีตาร์เขาเหมือนจะพุ่งมาจากสายตรงเลยคือสายเมทัลนี่แหละ
แต่ที่ทำให้ซาวด์กีตาร์ของเขาแตกต่างนั่นคือความหนึบ ตึ้บ ริฟท์มันจะหนักมาก และพ่วงด้วยสำเนียงแบบบลูส์เจ้มจ้นเข้าไปด้วย
เพลงเด่นของเขา Miracle Man, Mama I’m Coming Home ,I Don’t Wanna Change the World , old l.a. tonight
เอ้าคนถัดมา
Gus G

พี่คนนี้รับไม้ต่อจาก Zakk Wylde
เขามาจากสายตรงคือสายเฮฟวี่เมทัล
กัสเป็นมือกีตาร์เทคนิคสูง และแม่นยำมากในตอนเล่นสด คือเป๊ะโน๊ต
แต่ถ้าจะให้พลิกแพลงกันตอนนั้นแกก็ทำได้สบาย
ผลงานของเขาน่ะรึ เอาไปสิ Let Me Hear You Scream , Diggin' Me Down, Fearless , Time
มือกีตาร์คู่กายป๋าออซซี่ทุกคนนั้น ล้วนไม่เคยเป็นบิ๊กเนมมาก่อนทั้งสิ้น
ทุกคนล้วนเป็นมือกีตาร์ที่ไม่เคยมีใครรู้จักมาก่อน
แต่ไม่รู้ทำไมพอมาอยู่กับป๋าแกแล้ว ทุกคนนี่ต่างล้วนกลายเป็นตำนานแห่งขุนขวานกันทั้งสิ้น
นี่แหละคือความสามารถและความถึงของป๋า
ที่สุดอ่ะ b
![[mad02] [mad02]](https://aqua.c1ub.net/home/Smileys/aqua2.0/mad02.png)
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
แต่จะอย่างไรก็ดี ในยุคปี 2000' ป๋าแกก็เริ่มมีอาการเจ็บป่วย
มันเริ่มจากปี 2003 แกประสบอุบัติเหตุจากการขับรถ ATV ที่บ้านในอังกฤษ
นั่นทำให้ กระดูกคอหักและต้องผ่าตัดใส่เหล็กดามหลัง
ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาสุขภาพการเจ็บเรื้อรังตามมา
จากนั้นด้วยอาการที่ไม่สมบูรณ์ ปี 2019 แกก็ไปล้มในบ้านอีก
ทำให้เฝือกหลุด ต้องผ่าตัดกันรัวๆ อีกหลายครั้ง ทำให้มีผลต่อการทรงตัว
พอเข้าปี 2020แกก็เป็นโรคพาร์กินสันเข้าอีก
แล้วหลังจากนั้นก็เข้าๆออกๆโรงพยาบาลเพื่อผ่าตัดอีกหลายครั้ง และผ่าตัดกระดูกสันหลังอีก
2023 แกก็เริ่มเดินไม่ได้ ต้องนั่งเก้าอี้ เรื่องร้องเพลงไม่ต้องพูดถึงเลย
และด้วยอะไรก็ไม่รู้
ในปี 2025 ป๋าแกโทรหาเพื่อนเก่า สมาชิกดั้งเดิมทุกคนของ Black Sabbath
แกชักชวนด้วยประโยคนี้
“It’s my time to go back to the beginning…
time for me to give back to the place where I was born.
How blessed am I to do it with the help of people whom I love.
Birmingham is the true home of metal. Birmingham Forever.”
![[gurock01] [gurock01]](https://aqua.c1ub.net/home/Smileys/aqua2.0/gurock01.gif)
และในที่สุด ในวันที่ 5 กรกฎาคม 2025
เหล่าสมาชิกรุ่นดั้งเดิมของแทร่ ของ Black Sabbath ทุกคนก็ขึ้นมาอยู่บนเวทีสนาม Villa Park
เมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ
เมืองที่เป็นบ้านเกิดของ Ozzy Osbourne และของวง Black Sabbath อย่างเกรียงไกร
พร้อมเหล่าแฟนๆสาวกเดนตายที่เข้าชมในสนามอีกกว่า40000คน
ด้วยชื่อคอนเสิร์ต:Back to the Beginning
พวกเขากลับมารวมตัวกันอีกในรอบกว่า20 ปี
สี่อสูรกายเฒ่า

Ozzy Osbourne (ร้องนำ )
Tony Iommi (มือกีตาร์)
Geezer Butler (มือเบส)
Bill Ward (มือกลอง)
คอนเสิร์ตในครั้งนั้น เรียกเสียงฮือฮาได้ตั้งแต่มหาชนชาวหูเหล็กทราบข่าวว่ามันจะเกิด
ทุกคนต่างตั้งตารอ รอวันสำคัญในประวัติศาสตร์ชาวร๊อค
และในเมื่อมันคือคอนเสิร์ตของโคตรวงในตำนาน
วงที่เป็นต้นกำเนิดและรากเหง้า
วงที่เป็นดั่งบรรพบุรุษของดนตรีเอ๊กสตีม
วงที่มีบรรดาเมทัลแบนด์รุ่นลูกรุ่นหลานนับร้อยนับพันยกย่อง
และในบรรดาลูกหลานที่เคยเป็นผู้ติดตามBlack Sabbathและ Ozzy Osbourneเหล่านั้น
ในวันนี้พวกรุ่นหลังเหล่านั้นได้กลายมาเป็นรุ่นใหญ่อย่างสมภาคภูมิเช่นกัน
วงที่จะมาร่วมเล่นในคอนเสิร์ตครั้งนี้จึงประกอบด้วยมหาไททันของยุค
ดังเช่นวง Metallica, Guns N’ Roses, Slayer, Tool, Pantera,
Alice In Chains, Gojira, Halestorm, Lamb of God, Anthrax, Mastodon, Rival Sons
เห็นมั้ย ล้วนแต่วงระดับมหากาฬทั้งนั้น

METTALLICA
และนอกจากนี้ยังมีเหล่าแจมเซสชั่นที่มารวมตัวกันเฉพาะกิจเพื่อการนี้ด้วย
ยาวเหยียดเลย
Jake E. Lee – ร่วมเล่นเพลง The Ultimate Sin และ Shot in the Dark
Nuno Bettencourt (Extreme) – ร่วมหลายเพลง รวมถึง Mr. Crowley, Sweet Leaf, Changes
Tom Morello (Rage Against the Machine) – ร่วมหลายชุด รวมถึง Breaking the Law, Walk This Way
Ronnie Wood (The Rolling Stones) – ร่วมกับ Steven Tyler ใน The Train Kept A-Rollin’
Vernon Reid (Living Colour) – เล่น Bark at the Moon
Billy Corgan (Smashing Pumpkins), K.K. Downing (Judas Priest),
Adam Jones (Tool) – ร่วมใน Breaking the Law และ Snowblind
Steven Tyler (Aerosmith) – ร้องนำใน Walk This Way และ Whole Lotta Love
Papa V Perpetua (Ghost) – ร่วมร้อง Bark at the Moon
Sammy Hagar – ร่วมร้อง Flying High Again และ Rock Candy
Jack Black – ร่วมร้อง Mr. Crowley พร้อมนักดนตรีรุ่นเยาว์

SLAYER
หรือแขกรับเชิญพิเศษอีกล่ะ
Chad Smith (Red Hot Chili Peppers),
Travis Barker (Blink-182)
Danny Carey (Tool) – ร่วมใน Symptom of the Universe
Rudy Sarzo (Quiet Riot), David Ellefson (ex-Megadeth),
Mike Bordin (Faith No More) – เข้าร่วมในหลายเพลง
Adam Wakeman – ลูกชายของ Rick Wakeman จาก Yes เป็นมือคีย์บอร์ดหลักของงาน
ดูเอาเถิด คอนเสิร์ตครั้งนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะบารมีของ ป๋าออซซี่และ เหล่าสมาชิกปฐมภูมิของ Black Sabbathแล้ว
การจะเรียกแขกรับเชิญระดับนี้มาได้ขนาดนี้จะเป็นไปได้หรือ
![[mad02] [mad02]](https://aqua.c1ub.net/home/Smileys/aqua2.0/mad02.png)
คอนเสิร์ตครั้งนี้สร้างความซาบซึ้งประทับใจให้เหล่าแฟนๆเดนตายกันมาก
เพราะสภาพป๋า และบรรดาสหายทั้งหลายของ Black Sabbath ที่ขึ้นมาเป็นวงปิดท้าย
พวกเขาอยู่ในสภาพของชายชราที่ต่างก็ล้วนเข้าวัย70เข้าไปแล้ว
แต่ถึงแม้ร่างกายจะโรยรา
แต่เลือดทุกหยาดหยดของเหล่าเสือเฒ่ายังคงเป็นเลือดชาวหูเหล็กอย่างไม่เสื่อมคลาย
![[gurock01] [gurock01]](https://aqua.c1ub.net/home/Smileys/aqua2.0/gurock01.gif)

โดยเฉพาะป๋าออซซี แกOzzy ขึ้นเวทีในสภาพนั่งบนบัลลังก์สีดำประดับหัวกะโหลกและค้างคาว
ซึ่งแกต้องนั่งอยู่กับเก้าอี้สั่งทำพิเศษตัวนี้ไปตลอดคอนเสิร์ต เพราะแกยืนไม่ได้แล้ว
สุ้มเสียงก็แหบแห้ง จังหวะตะกุกตะกัก
แต่พลังใจแกทุ่มให้เต็มที่ มีเท่าไหร่แกประเคนให้แฟนๆจนหมดสิ้น

หนึ่งในเพลงที่ป๋าแกร้องสร้างแรงกระแทกให้แฟนๆอย่างมาก นั่นคือ Mama I’m Coming Home
แฟนๆเพลงอกสามศอกหรือสาวแกร่งหลายๆๆๆๆคนร้องคลอตามไปและต้องร้องไห้ไปด้วย มันทนไม่ไหวจริงๆ



คอนเสิร์ตปิดฉากด้วยความยิ่งใหญ่ด้วยเวลารวมถึงกว่า 10 ชม
ทิ้งใว้ซึ่งความทรงจำอันสุดประทับใจให้ทุกๆคนที่มีส่วนร่วมในคอนเสิร์ตครั้งนี้เก็บเอาใว้รำลึกถึง
![[cheer01] [cheer01]](https://aqua.c1ub.net/home/Smileys/aqua2.0/cheer01.gif)

นี่คือความยิ่งใหญ่ของ เดชไอ้หมูผี ออซซี่ ออสบอร์น และ Black Sabbath ปฐมบทของเมทัล
หลังจากคอนเสิร์ตนี้จบลงไม่นาน
Ozzy Osbourne ก็ได้เสียชีวิตลงในวันที่ 22 กรกฎาคม 2025 ด้วยอายุ 76 ปี
ซึ่งหมายความว่าแกอยู่ต่อมาหลังคอนเสิร์ตได้เพียง 17 วันเท่านั้นเอง
![[mad01] [mad01]](https://aqua.c1ub.net/home/Smileys/aqua2.0/mad01.png)

มันคล้ายกับแกรู้ตัวอยู่แล้วว่าแกกำลังจะต้องเดินทางใกล
และคอนเสิร์ตครั้งนี้จะเป็นสิ่งสุดท้ายที่แกฝากเอาใว้ให้การเดินทางใกลของแกเป็นไปอย่างหมดสิ้นห่วงกังวลทั้งปวง
ป๋าแกจากไปอย่างสมภาคภูมิแล้วจริงๆ
และด้วยความเป็นออซซี ออสบอร์น
แกสั่งเสียเอาใว้ก่อนจะเดินทางใกล งานศพของแกต้องไม่ใช่งานเศร้า
เพราะงั้นแกเลยขอให้ขบวนแห่ศพแกมีวงดนตรีบรรเลงเพลง “Iron Man” และ “Crazy Train” ไปตลอดทาง
*** ท่านใดสนใจบรรยากาศคอนเสิร์ตรวมทั้งบรรดาแขกรับเชิญในครั้งนี้ เข้าไปดูภาพได้ที่เครดิตเวปนี้ครับ
https://ultimateclassicrock.com/ozzy-osbourne-last-show-photos/
-----------------------------------------------------------------------------------
-----------------------------------------------------------------------------------
-----------------------------------------------------------------------------------
-----------------------------------------------------------------------------------
แถมท้ายวีรกรรมความระห่ำสมัยป๋าแกยังอยู่ในวัยดุดันตามประสาชาวร๊อค
ที่เฮี้ยวฮาและกวงตีงสุดบรรยาย
มาดูวีรกรรมวีรเวรของแกกัน
1 แก้แค้นครู
ตอนที่ยังเรียนอยู่ คุณเลน ครูสอนช่างโลหะของออซซี่ มักจะลงโทษออซซี่ด้วยการตบก้นด้วยไม้ท่อนใหญ่
เพื่อแก้แค้น ออซซี่เลยเอาเหรียญเพนนีไปอุ่นสักสามสี่นาที แล้วสอดเข้าไปในโต๊ะของคุณเลน
พอถึงจุดหนึ่ง คุณเลนก็จะหยิบเหรียญเพนนีขึ้นมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น แล้วก็...เย้! ออซซี่จะได้หัวเราะชอบใจ
ปาเจรา จริยา โหนติ
2. เลือดเปรอะตอนทำงานในโรงฆ่าสัตว์
สมัยยังเป็นวัยรุ่น ออซซี่ได้งานในโรงฆ่าสัตว์
หน้าที่ของเขาคือการฆ่าวัวด้วยการยิงหัววัวด้วยปืนที่ยิงเหล็กแหลม
บางครั้งออซซี่ก็เปื้อนเลือดและเครื่องในเละเทะ
จุดเริ่มต้นของการเข้าวงการชาวร๊อคมั้ยนี่
3. กูเบื่อ ขอโยนทีวีแก้เบื่อหน่อยนะ
โยนทีวีลงจากโรงแรม
ขณะพักโรงแรม ออซซี่เคยโยนทีวีลงจากหน้าต่างห้องพักจนเกือบโดนคนที่ยืนอยู่ข้างล่าง
เหตุผลคือ “เบื่อ” และอยากทำอะไรแหวกแนวแบบร็อกสตาร์
ไม่มีวิธีอื่นอีกเรอะ
![[perv01] [perv01]](https://aqua.c1ub.net/home/Smileys/aqua2.0/perv01.png)
4. โรงแรมที่พักถูกพวกนับถือซาตานบุกโจมตี
ระหว่างที่วง Black Sabbath กำลังออกทัวร์ในช่วงต้นทศวรรษ 1970
โรงแรมที่วงพักอยู่ถูกพวกบูชาซาตานบุกเข้ามา ซึ่งบางคนได้ตั้งแคมป์อยู่หน้าห้องพักของออซซี่
และเพื่อกำจัดพวกคลั่งไคล้เหล่านี้ ออซซี่จึงเป่าเทียนของพวกเขาและร้องเพลง "สุขสันต์วันเกิด" ให้พวกนั้นฟัง
เออ เอากะเขาสิ พับแผ่
5. แมวมายุ่งกะรถกรู ยิงแม่มเลย
สมัยนั้น ออซซี่และเทลม่าภรรยาคนแรกมีรถใหม่หลายคัน
พอรถเมอร์เซเดสคันใหม่เอี่ยมของเทลม่ามีรอยขีดข่วนเต็มไปหมดอย่างน่าประหลาด
ป๋าแกจึงไปตรวจสอบและพบว่ามีแมวจรจัดปีนขึ้นไปบนรถขณะที่จอดอยู่ในโรงรถ
คืนหนึ่ง แกเลยแอบเข้าไปในโรงรถ หยิบปืนลูกซองออกมา แล้วตั้งใจยิงแมวให้ตายให้ได้มากที่สุด
รถข้าแมวอย่าแตะ จ๊ากกกกก
6. วางยาบาทหลวงโดยไม่ได้ตั้งใจ
วันหนึ่ง ขณะที่บาทหลวงมาเยี่ยมครอบครัวออสบอร์น (ออซซี่เป็นสมาชิกของคริสตจักรแห่งอังกฤษ)
ภรรยาคนแรกของป๋าได้ให้เค้กชิ้นใหญ่แก่บาทหลวงโดยไม่ได้ตั้งใจ
ซึ่งบังเอิญที่ออซซี่ผสมกัญชาอัฟกันที่มีฤทธิ์แรง ไม่นานนักบาทหลวงก็สลบ
จนต้องอุ้มบาทหลวงไปที่รถและพาเขากลับบ้าน และเป็นเวลาสามวันที่บาทหลวงนอนม่อยกะรอก
และโชคดีสำหรับครอบครัวออสบอร์นที่บาทหลวงแกจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา
( บาดหลวงน่าจะยังเมาไม่สร่าง กรั่กๆๆๆ)
7. แบ่งโคเคนกับพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน
บนเที่ยวบินกลับอังกฤษ ออซซี่ดันพกโคเคนหนักสี่กรัมไว้ในถุงเท้า
แต่คิดไปคิดมาก็ห่วงว่าจะโดนจับได้ แกเลยให้มันกับพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินไปเล่นบนเครื่องมันซะเลย
เป็นคนมีน้ำใจนิ
![[lol01] [lol01]](https://aqua.c1ub.net/home/Smileys/aqua2.0/lol01.png)
8. รำคาญไก่ที่เมียหามาให้เลี้ยง จุดไฟเผาแม่มซะเลย
เทลมาภรรยาคนแรกของป๋าพยายามไม่ให้แกไปปาร์ตี้เสมอๆ เธอซื้อเล้าไก่ให้เขาให้เขาเลี้ยงไก่ซะจะได้ไม่ว่าง
แต่ออซซี่เกลียดไก่และเกลียดการให้อาหารพวกมัน
คืนหนึ่งตอนกำลังเมาได้ที่ พี่แกหยิบปืนลูกซองไปที่เล้าและเริ่มยิงแล้วก็จุดไฟเผาเล้าไก่ตามไป
ดูแกเป็นคนรักสัตว์ดีนะ ทุ้ยยยส์
9. ปีนโต๊ะ แก้ผ้า แล้วเยี่ยวใส่แก้วเพื่อนร่วมโต๊ะ
คืนหนึ่งระหว่างทัวร์คอนเสิร์ต “Blizzard of Ozz” ที่เยอรมนี
ตอนกำลังอาหารค่ำรวมกับกลุ่มคนที่ดูเคร่งขรึม อยู่ๆป๋าแกก็องค์ลง แกปีนขึ้นไปบนโต๊ะและเริ่มถอดเสื้อถอดผ้า
แล้วก็ฉี่มันลงในเหยือกไวน์ของชายคนหนึ่งในกลุ่มนั่นแหละ
หลังจากนั้น ออซซี่ก็ไม่ได้รับเชิญให้กลับไปเยอรมนีอีกเลยเป็นเวลาหลายปีเชียวล่ะ
ยังดีที่แกรอดมาได้ กรั่กๆๆๆๆ
![[sleepy01] [sleepy01]](https://aqua.c1ub.net/home/Smileys/aqua2.0/sleepy01.png)
10 อะไรไม่รู้ แต่กูกัดแม่มซะ

นี่คือตำนานสุดคลาสสิคของป๋าเลยเชียว
เรื่องราวมันเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 มกราคม ค.ศ. 1982
เมือง Des Moines รัฐไอโอวา อเมริกาตอนป๋าแกกำลังออนทัวร์โปรโมตอัลบั้มเดี่ยวชุดที่สอง "Diary of a Madman"
ตอนกำลังแสดงคอนเสิร์ต มีแฟนเพลงคนหนึ่งโยนค้างคาวขึ้นไปบนเวที
Ozzy คงกำลังเมามันส์เลยไม่ได้สนใจ เขาหยิบมันขึ้นมา โดยคิดว่าเป็นของเล่นยาง
เพราะแฟนเพลงมักโยนของแปลก ๆ ขึ้นเวทีอยู่แล้ว
เขากัดกร้วมเข้าไปที่หัวของค้างคาว แล้วพบว่า มันเป็นค้างคาวจริงๆ แถมยังมีชีวิตอยู่ด้วย
หลังจากนั้นเขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันทีเพื่อ ฉีดยากันพิษสุนัขบ้า
ในหนังสืออัตชีวประวัติของเขา "I Am Ozzy" เขาเล่าว่า
“ทันทีที่มันเข้าปาก ผมรู้สึกถึงของเหลวอุ่น ๆ รสชาติแย่ที่สุดในชีวิต
มันไหลลงคาง และหัวของมันก็กระตุกอยู่ในปากผม...
ผมคิดว่า ‘ชิบหายล่ะ นี่เรากำลังกินค้างคาวจริง ๆ อยู่เหรอวะเนี่ย’”
เหตุการณ์นี้กลายเป็นหนึ่งใน ตำนานที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์ดนตรีร็อก
และก็นั่นแหละ ป๋าแกเลยได้รับฉายา "Prince of Darkness" มาก็ด้วยประการล่ะฉะนี้ ฮ่าๆๆๆ
และหลังจากนั้น ป๋าแกก็กัดอย่างอื่นไปเรื่อยเปื่อยนะ นกพิราบแก็เคยกัดนะ
ตอนกำลังจะทำสัญญาออกอัลบั้มกับค่าย แกพกนกพิราบมาด้วย
แล้วในตอนประชุมร่วมกับบรรดาผู้บริหารค่ายนั่นแหละ แกงัดนกพิราบออกมาแล้วกัดหัวนกเฉยเลย
แกว่า เป็นแผนสร้างความประทับใจให้กับเหล่าผู้บริหารว่า แกน่ะของจริงนะเว้ยเฮ้ย
ฮ่าๆๆๆๆ บาปกรรมแท้
11 แข่งความเก๋ากันด้วยการแข่งกันสูดมดเข้าจมูก
ครั้งหนึ่งป๋าแกเดิมพันกับ Nikki Sixx มือเบสวง Mötley Crüe ว่าใครจะทำอะไรบ้าบอกว่ากันได้มากกว่ากัน
Ozzy จึงนอนลงบนพื้นแล้วสูดมดเป็น ๆ เข้าจมูก เพื่อโชว์ความกล้าแบบสุดโต่ง
ทำไปเพื่อ ??????
![[shock01] [shock01]](https://aqua.c1ub.net/home/Smileys/aqua2.0/shock01.png)
และชีวประวัติของป๋าแกมันจะไม่สมบูรณ์ได้เลย ถ้าไม่ได้พูดถึงชิวิตรักของป๋าหมูผี
นั่นคือ คู่ชิวิตของป๋า นาม Sharon Osbourne ภรรยาผู้ซึ่งอยู่กับออซซี่จนตราบวาระสุดท้ายของชิวิตออซซี่
มันเป็นหนึ่งในเรื่องราวความรักที่ทั้งซับซ้อนและยืนยาวที่สุดในวงการดนตรีร็อก
โดยมีทั้งช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความรัก ความเจ็บปวด และการให้อภัยซึ่งกันและกันตลอดกว่า 45 ปีที่ครองคู่กัน
![[mad02] [mad02]](https://aqua.c1ub.net/home/Smileys/aqua2.0/mad02.png)

จุดเริ่มต้นน่ะรึ
ทั้งคู่พบกันครั้งแรกในปี 1970 เมื่อ Sharon อายุเพียง 18 ปี และ Ozzy อายุ 22 ปี
ตอนนั้นพ่อของ Sharon คือ Don Arden เป็นผู้จัดการวง Black Sabbath
ตอนแรกความสัมพันธ์มันก็เริ่มต้นอย่างมืออาชีพจริงๆ แต่หลังจากนั้นก็กลายเป็นความรักในช่วงปลายยุค 70 ไปจนได้
และต่อมาเมื่อหลังจากที่ Ozzy ถูกไล่ออกจากวงเนื่องจากปัญหาการใช้สารบางอย่าง
ทำให้ออซซี่ขาดสภาวะการควบคุมตนเองทั้งร่างกายและจิตใจ
ทำให้ชิวิตเขาหลังถูกไล่ออกจากวงต้องตกต่ำลงจนเกือบจะถึงที่สุด
ก็ได้ Sharonนี่แหละที่กล้าหาญ อาสาเข้ามาเป็นผู้จัดการส่วนตัวของเขา
แน่นอนพ่อตาขัดขวางอย่างหนัก แต่ไม่อาจทำอะไรต่อความรักของพวกเขาได้
พวกเขามีลูกด้วยกัน 3 คน: Aimee, Kelly และ Jack
และสำหรับชิวิตคู่ของพวกเขามันก็ไม่ได้ปกติธรรมดาเหมือนคู่ของคนทั่วๆไป
จะเพราะว่าด้วย วิถีชิวิตของคนชาวร๊อคที่ต้องระหกระเหินเดินทางอยู่ตลอดเวลาหรืออะไรก็ตามที
พวกเขามีบททดสอบเข้ามาตลอดเวลา
ปี 1989 Ozzy เคยพยายามฆ่า Sharon ขณะเมายา
โดยพยายามบีบคอเธอ แต่เธอรอดมาได้และส่งออซซี่ไปบำบัด
ปี 2016 มีข่าวการนอกใจของ Ozzy ซึ่งนำไปสู่การแยกกันอยู่ชั่วคราว
แต่สุดท้ายก็กลับมาคืนดีกันและต่อสู้ร่วมกันอีกครั้ง
ซึ่งในเรื่องนี้ Sharon เคยเปิดเผยว่าเธอเคยพยายามฆ่าตัวตาย
หลังรู้เรื่องการนอกใจของ Ozzy กับหญิงสาวคนหนึ่งที่เขามีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง
แม้จะมีช่วงเวลายากลำบาก และอันตราย แต่ทั้งคู่ยังคงยืนหยัดเคียงข้างกันเสมอ
โดย Sharon เคยกล่าวว่า “ชีวิตของฉันดีขึ้นเมื่อมีเขาอยู่ในนั้น”
Ozzy เองก็เคยพูดว่า
“Sharon คือคู่ชีวิตของฉัน… ฉันไม่อยากมีชีวิตอยู่โดยไม่มีเธอ”

ในท้ายที่สุดนี้ อยากขอบอกกล่าวเพื่อเป็นการให้เกียรติแก่ผู้วายชนม์
คอนเสิร์ต “Back to the Beginning” ของ Ozzy Osbourne
เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2025 เป็นคอนเสิร์ตการกุศลอย่างเต็มรูปแบบครับ
รายได้ทั้งหมดจากงานนี้
ได้ถูกบริจาคให้กับองค์กรการกุศล 3 แห่ง
Cure Parkinson’s – เพื่อสนับสนุนการวิจัยและรักษาโรคพาร์กินสัน
Birmingham Children’s Hospital – โรงพยาบาลเด็กแห่งหนึ่งของสหราชอาณาจักร
Acorn Children’s Hospice – สถานดูแลเด็กที่มีภาวะป่วยรุนแรงและต้องการการดูแลแบบประคับประคอง
ยอดเงินบริจาค คอนเสิร์ตนี้สามารถระดมทุนได้ถึง 190 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6,700 ล้านบาท)
ซึ่งถือเป็นคอนเสิร์ตการกุศลที่ทำรายได้สูงที่สุดในประวัติศาสตร์
![[cheer01] [cheer01]](https://aqua.c1ub.net/home/Smileys/aqua2.0/cheer01.gif)
นี่คือคำกล่าวเพื่อแสดงเป้าหมายของป๋าแกสำหรับเรื่องนี้
“It’s my time to go Back to the Beginning… time for me to give back to the place where I was born.”
— Ozzy Osbourne
บทความอันยาวเหยียดรอบนี้ก็หวังจะขอฝากใว้ซึ่งความทรงจำ
ทั้งด้านดีทั้งร้ายแบบสามัญชนคนธรรมดาๆคนนึงที่ได้สร้างเอาใว้

Prince of Darkness ออซซี่ ออสบอร์น
หมายเหตุ : ข้อมุลเหล่านี้ผมรวบรวมสะสมประสบการณ์ในการเสพมาจากหลายที่
ทั้ง quiet storm , music express , metal pit ,Fanzineต่างๆ ..
รวมทั้งสื่ออินเตอร์เนตทั่วไป และความเห็นส่วนตัวจากประสบการการฟังเพลงของตัวเอง
ผมนำมายำรวมเข้าด้วยกัน ที่ทำขึ้นก็เพื่อระบายความมันส์ส่วนตัวครับ
หากมีข้อมูลใดผิดพลาด หรือ สำนวนไม่เหมาะสมอย่างไร
ขอน้อมรับความผิดทุกประการด้วยตัวผมคนเดียวครับ
ยินดีรับความคิดเห็นเพื่อนๆพี่ๆทุกคนครับ
![[smile03] [smile03]](https://aqua.c1ub.net/home/Smileys/aqua2.0/smile03.png)
![[smile03] [smile03]](https://aqua.c1ub.net/home/Smileys/aqua2.0/smile03.png)