Aqua.c1ub.net
*
  Fri 18/Sep/2026
หน้า: 1   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ขอส่วนผสมในการทำ คาร์บอนน้ำและปุ๋ยๆอื่นๆหน่อยจ้า  (อ่าน 5485 ครั้ง)
aqua_notta ออฟไลน์
Club Follower
« เมื่อ: 01/07/10, [18:21:54] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ใครรู้บอกหน่อยน้าคร้าบบ
พดีจาลองทำดูเหนที่แลป พี่มันมี พวกสารเคมีเยอะ

555

ขอบคุนมากๆเลยน้าา
Coffman ออฟไลน์
Sponsor
« ตอบ #1 เมื่อ: 01/07/10, [20:20:08] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ใครรู้บอกหน่อยน้าคร้าบบ
พดีจาลองทำดูเหนที่แลป พี่มันมี พวกสารเคมีเยอะ

555

ขอบคุนมากๆเลยน้าา
http://www.cambridge-district-aquarium-society.ca/forum/index.php?topic=72.0
http://aquaria.net/articles/plants/barr-dose/

ตามนี้
คาร์บอนน้ำไม่บอก อันตรายไป
Hawk ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #2 เมื่อ: 01/07/10, [20:30:56] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

คาร์บอนน้ำถึงบอกก็หาซื้อลำบากมากครับ รู้สึกว่าเป็นยาควบคุมไม่ใช่เหรอ  [on_008]
Coffman ออฟไลน์
Sponsor
« ตอบ #3 เมื่อ: 01/07/10, [20:49:55] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

คาร์บอนน้ำถึงบอกก็หาซื้อลำบากมากครับ รู้สึกว่าเป็นยาควบคุมไม่ใช่เหรอ  [on_008]
จริงๆใช้กันในโรงพยาบาลครับ แต่ตอนเตรียมนี่สิ ต้องมีอุปกรณ์เซฟตี้อีก อย่างเราๆ เตรียมเองบ้านๆ คง  [on_051]
Hawk ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #4 เมื่อ: 01/07/10, [21:08:47] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

จริงๆใช้กันในโรงพยาบาลครับ แต่ตอนเตรียมนี่สิ ต้องมีอุปกรณ์เซฟตี้อีก อย่างเราๆ เตรียมเองบ้านๆ คง  [on_051]

ยังใช้กันอยู่เหรอครับ เคยเห็นผ่านๆตาว่าเป็นสารก่อมะเร็ง  [on_051]
Plankton ออฟไลน์
Club Veteran
« ตอบ #5 เมื่อ: 01/07/10, [23:54:50] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

และไอ้คาร์บอนน้ำที่ใช้ๆกันอยู่มันอันตรายไหมนี่
ดมทุกวันเลยอ่ะ
แค่เปิดขวดกลิ่นก็โชยและ
popeye ออฟไลน์
Club Veteran
« ตอบ #6 เมื่อ: 02/07/10, [01:03:34] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

เคยคิดลองทำเองทำไปทำมา ซื้อเอายังถูกกว่าอีก ตะไคร้เต็มตู้เรยกะโดสไม่ถูก
aqua_notta ออฟไลน์
Club Follower
« ตอบ #7 เมื่อ: 02/07/10, [10:50:21] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

อะจ้า

ยอันตรายๆ

ไม่ทำดีกว่า

ซื้อใช้แบบสำเร้จเอา

อิอิ
eakarin ออฟไลน์
Club Veteran
« ตอบ #8 เมื่อ: 02/07/10, [13:51:28] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

คาร์บอนน้ำ มีชื่อของสาร ทางเคมีว่าไงนะคุณ coffman เพราะผมทำงานที่ รพ อยากรู้เหมือนกัน
ปล เป็นด้วยกะที่ใช้ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ อุปกรณ์หรือป่าว เพราะกลิ่นคล้ายๆ พวก aldehyde เลยอ่ะครับ  [on_051]
Kasama ออฟไลน์
Club Leader
« ตอบ #9 เมื่อ: 02/07/10, [14:17:12] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

เอามาฝาก จากเว็บปลาคาร์ฟ http://www.siamcarp.com/board/index.php?topic=227.0

เชื่อผมเถอะว่าซื้อเอา ทำละไม่คุ้มแน่  [on_abe] แต่ที่ขายๆกัน มันเป็นแบบความเข็มข้นน้อย ไม่เกิน 3%

GLUTARALDEHYDE   เป็นของเหลวไม่มีสี กลิ่นรุนเเรง ขณะใช้งาน มีความเข้มข้นประมาณ 2 - 4% เเละอยู่ในสภาพกรดเล็กน้อย โดยเมื่อมีการผสมกับ buffer ทำให้ pH ประมาณ 7.5 - 8.5 ซึ่งจะทำให้มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อสูงขึ้น นอกจากจะใช้ในการทำความสะอาดเครื่องมือทางการเเพทย์เเล้ว ยังใช้ในการเตรียมชิ้นเนื้อทางพยาธิวิทยา, ใช้ในกระบวนการผลิตฟิล์มเอ็กซเรย์, การเตรียมวัสดุทางทันตกรรม, อุปกรณ์เทียมทางชีวภาพ เเละใช้เป็นตัวคงสภาพในน้ำยาปรับผ้านุ่ม
การเข้า สู่ร่างกาย และผลของ GLUTARALDEHYDE ต่อสุขภาพ
      การเข้าสู่ร่างกาย โดยการหายใจ การรับประทาน และการสัมผัสทางผิวหนัง  มีรายงานว่า ที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส GLUTARALDEHYDE สามารถระเหยเป็นไอและปนเปื้อนอยู่ในอากาศ สามารถทำให้เกิดการระคายเคืองเยื่อบุตา เยื่อบุจมูก เยื่อบุลำคอ ไอ และปวดศีรษะ ได้ที่ระดับในอากาศตั้งแต่  0.1 ppm ขึ้นไป
      การสัมผัสโดยตรงจากสารของเหลว    สามารถทำให้เกิดการบาดเจ็บที่ตาได้อย่างถาวร ถ้าไม่ได้รับการปฐมพยาบาลทันท่วงที พิษเฉียบพลันจะมีอาการระคายเคืองต่อตา ผิวหนัง ทางเดินหายใจ การสัมผัสซ้ำ ๆ จะทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นแห้งบวม แดง แตก ที่ความเข้มข้นน้อยกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ จะไม่มีการซึมผ่านผิวหนังถึงระดับที่เป็นอันตราย แม้มีบางรายจะทำให้เกิด skin sensitizer ผื่นเเพ้ต่อไป      
      พิษเรื้อรังจะเกิดการระคายเคืองเรื้อรังที่เยื่อบุจมูกเเละทางเดินหายใจ และเป็นปัจจัยทำให้เกิดโรคหอบหืดที่เกิดการทำงานจากสารนี้ ถึงแม้ว่าจะรับสัมผัสในระดับต่ำ แต่ยังไม่มีรายงานว่าก่อให้เกิดโรคมะเร็งในมนุษย์ กับผลต่อระบบสืบพันธุ์ได้
การทดสอบยืนยันระดับการสัมผัสและผลต่อร่างกาย
      เนื่องจาก GLUTARALDEHYDE มีปฎิกริยากับเนื้อเยื่อร่างกายอย่างรวดเร็ว และถูกกำจัดทิ้งไป จึงยังไม่มีการตรวจหาสารนี้ในร่างกายที่ได้รับการยอมรับ
      การนำ patch test  ใช้สำหรับการวินิจฉัย allergic  contact dermatitis และ Inhalation challenge testing โดยผู้เชี่ยวชาญอาจจะนำมาใช้ทดสอบ ผลของการสัมผัส GLUTARALDEHYDE ที่เกี่ยวข้องกับ asthma ได้
ค่ามาตรฐาน ระดับความเข้มข้นที่อนุญาตให้มีในการทำงาน
      ค่ามาตรฐานระดับความเข้มข้นที่อนุญาตให้มีในการทำงาน (workplace  standard)
               - California?s Division of Occupational Safety and Health (Cal/OSHA)( ค.ศ.1995)ได้กำหนดเฉพาะค่าสูงสุดต้องไม่เกิน 0.2   ppm หรือเท่ากับ 0.8 mg/m3ในบรรยากาศการทำงานไม่ว่าจะเป็นเวลาใดในการทำงาน
      - American Conference of Governmental Industrial Hygienists( ACGIH)(ค.ศ.1998)ได้แนะนำให้มีค่าปริมาณสาร GLUTARALDEHYDE ในบรรยากาศการทำงานได้ไม่เกิน 0.05 ppm ไม่ว่าจะเป็นเวลาใดในการทำงาน
      ในประเทศไทย หน่วยงานของกระทรวงแรงงานยังไม่ได้กำหนดค่าที่ไม่ได้มาตรฐานนี้

การ ควบคุมและป้องกันอันตราย
             ควรควบคุมให้มีการระบายอากาศบริเวณปฏิบัติงานที่เพียงพอ และเน้นการปฏิบัติงานที่ถูกต้องและเหมาะสม เพื่อลดการสัมผัสสารให้น้อยที่สุด การปฏิบัติงานเน้นที่การป้องกันอันตรายเเละลดปริมาณไอระเหยของ GLUTARALDEHYDE ให้น้อยที่สุด
      1. ผู้ปฏิบัติงาน ต้องใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล ควรใช้เสื้อที่มีแขนยาว หรือกาวน์, แว่นตานิรภัย, หน้ากากป้องกันใบหน้า,ใช้ถุงมือชนิดที่ป้องกันการซึมผ่านซึ่งทำจากวัสดุ nitrile, butyl rubber
      2. กรณีที่ถูกสารนี้หกใส่เสื้อผ้าต้องรีบเปลี่ยนชุดทันที  เเละส่วนของร่างกายที่ถูกสารนี้หกรด ต้องรีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดทันที
      3. ภาชนะหรือตู้ที่บรรจุควรวางในที่ที่มีการระบายอากาศดี
      4. การเทเพื่อใช้งานต้องทำด้วยความระมัดระวังเเละมีภาชนะรองรับการเท เพื่อป้องกันการหกหล่นกระจายออกไป
      5. เก็บไว้ในภาชนะที่ปิดเเน่น เก็บในที่เย็น เเห้ง เเละติดป้ายชื่อเเละอันตรายชัดเจน
      6. ควรมีการตรวจคุณภาพอากาศภายในบริเวณที่มีการใช้สารนี้เป็นระยะ โดยปรึกษาผู้มีความรู้ด้านสุขศาสตร์อุตสาหกรรม
      7. ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องควรได้รับการอบรมวิธีการใช้ ข้อควรระมัดระวัง เเละการป้องกันตนรวมถึง ผู้ปฏิบัติงานควรได้รับการตรวจสุขภาพตามความเสี่ยงเป็นระยะ เเละการตรวจสุขภาพประจำปีโดยเน้นที่ระบบทางเดินหายใจเเละระบบผิวหนัง
 
ผล กระทบต่อสิ่งเเวดล้อม
      สารนี้มีการตกค้างหรือเป็นอันตรายต่อสิ่งเเวดล้อมได้ จึงควรให้ความสนใจเป็นพิเศษต่อการกำจัดทิ้งเเละควรมีการเฝ้าระวังการตกค้าง ในเเหล่งน้ำด้วย
      สรุปอันตรายต่อสุขภาพ ผลกระทบที่พบบ่อยจากการสัมผัส GLUTARALDEHYDE เกินมาตรฐาน คือการระคายเคืองต่อตา จมูก ผิวหนัง และทำให้เกิดอาการแพ้เเละหอบหืดได้ อย่างไรก็ตาม การใช้ GLUTARALDEHYDE อย่างถูกวิธี จะทำให้ลดการเกิดอันตรายแก่ผู้ใช้ได้    
Coffman ออฟไลน์
Sponsor
« ตอบ #10 เมื่อ: 02/07/10, [14:50:28] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

เอามาฝาก จากเว็บปลาคาร์ฟ http://www.siamcarp.com/board/index.php?topic=227.0

เชื่อผมเถอะว่าซื้อเอา ทำละไม่คุ้มแน่  [on_abe] แต่ที่ขายๆกัน มันเป็นแบบความเข็มข้นน้อย ไม่เกิน 3%

GLUTARALDEHYDE   เป็นของเหลวไม่มีสี กลิ่นรุนเเรง ขณะใช้งาน มีความเข้มข้นประมาณ 2 - 4% เเละอยู่ในสภาพกรดเล็กน้อย โดยเมื่อมีการผสมกับ buffer ทำให้ pH ประมาณ 7.5 - 8.5 ซึ่งจะทำให้มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อสูงขึ้น นอกจากจะใช้ในการทำความสะอาดเครื่องมือทางการเเพทย์เเล้ว ยังใช้ในการเตรียมชิ้นเนื้อทางพยาธิวิทยา, ใช้ในกระบวนการผลิตฟิล์มเอ็กซเรย์, การเตรียมวัสดุทางทันตกรรม, อุปกรณ์เทียมทางชีวภาพ เเละใช้เป็นตัวคงสภาพในน้ำยาปรับผ้านุ่ม
การเข้า สู่ร่างกาย และผลของ GLUTARALDEHYDE ต่อสุขภาพ
      การเข้าสู่ร่างกาย โดยการหายใจ การรับประทาน และการสัมผัสทางผิวหนัง  มีรายงานว่า ที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส GLUTARALDEHYDE สามารถระเหยเป็นไอและปนเปื้อนอยู่ในอากาศ สามารถทำให้เกิดการระคายเคืองเยื่อบุตา เยื่อบุจมูก เยื่อบุลำคอ ไอ และปวดศีรษะ ได้ที่ระดับในอากาศตั้งแต่  0.1 ppm ขึ้นไป
      การสัมผัสโดยตรงจากสารของเหลว    สามารถทำให้เกิดการบาดเจ็บที่ตาได้อย่างถาวร ถ้าไม่ได้รับการปฐมพยาบาลทันท่วงที พิษเฉียบพลันจะมีอาการระคายเคืองต่อตา ผิวหนัง ทางเดินหายใจ การสัมผัสซ้ำ ๆ จะทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นแห้งบวม แดง แตก ที่ความเข้มข้นน้อยกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ จะไม่มีการซึมผ่านผิวหนังถึงระดับที่เป็นอันตราย แม้มีบางรายจะทำให้เกิด skin sensitizer ผื่นเเพ้ต่อไป      
      พิษเรื้อรังจะเกิดการระคายเคืองเรื้อรังที่เยื่อบุจมูกเเละทางเดินหายใจ และเป็นปัจจัยทำให้เกิดโรคหอบหืดที่เกิดการทำงานจากสารนี้ ถึงแม้ว่าจะรับสัมผัสในระดับต่ำ แต่ยังไม่มีรายงานว่าก่อให้เกิดโรคมะเร็งในมนุษย์ กับผลต่อระบบสืบพันธุ์ได้
การทดสอบยืนยันระดับการสัมผัสและผลต่อร่างกาย
      เนื่องจาก GLUTARALDEHYDE มีปฎิกริยากับเนื้อเยื่อร่างกายอย่างรวดเร็ว และถูกกำจัดทิ้งไป จึงยังไม่มีการตรวจหาสารนี้ในร่างกายที่ได้รับการยอมรับ
      การนำ patch test  ใช้สำหรับการวินิจฉัย allergic  contact dermatitis และ Inhalation challenge testing โดยผู้เชี่ยวชาญอาจจะนำมาใช้ทดสอบ ผลของการสัมผัส GLUTARALDEHYDE ที่เกี่ยวข้องกับ asthma ได้
ค่ามาตรฐาน ระดับความเข้มข้นที่อนุญาตให้มีในการทำงาน
      ค่ามาตรฐานระดับความเข้มข้นที่อนุญาตให้มีในการทำงาน (workplace  standard)
               - California?s Division of Occupational Safety and Health (Cal/OSHA)( ค.ศ.1995)ได้กำหนดเฉพาะค่าสูงสุดต้องไม่เกิน 0.2   ppm หรือเท่ากับ 0.8 mg/m3ในบรรยากาศการทำงานไม่ว่าจะเป็นเวลาใดในการทำงาน
      - American Conference of Governmental Industrial Hygienists( ACGIH)(ค.ศ.1998)ได้แนะนำให้มีค่าปริมาณสาร GLUTARALDEHYDE ในบรรยากาศการทำงานได้ไม่เกิน 0.05 ppm ไม่ว่าจะเป็นเวลาใดในการทำงาน
      ในประเทศไทย หน่วยงานของกระทรวงแรงงานยังไม่ได้กำหนดค่าที่ไม่ได้มาตรฐานนี้

การ ควบคุมและป้องกันอันตราย
             ควรควบคุมให้มีการระบายอากาศบริเวณปฏิบัติงานที่เพียงพอ และเน้นการปฏิบัติงานที่ถูกต้องและเหมาะสม เพื่อลดการสัมผัสสารให้น้อยที่สุด การปฏิบัติงานเน้นที่การป้องกันอันตรายเเละลดปริมาณไอระเหยของ GLUTARALDEHYDE ให้น้อยที่สุด
      1. ผู้ปฏิบัติงาน ต้องใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล ควรใช้เสื้อที่มีแขนยาว หรือกาวน์, แว่นตานิรภัย, หน้ากากป้องกันใบหน้า,ใช้ถุงมือชนิดที่ป้องกันการซึมผ่านซึ่งทำจากวัสดุ nitrile, butyl rubber
      2. กรณีที่ถูกสารนี้หกใส่เสื้อผ้าต้องรีบเปลี่ยนชุดทันที  เเละส่วนของร่างกายที่ถูกสารนี้หกรด ต้องรีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดทันที
      3. ภาชนะหรือตู้ที่บรรจุควรวางในที่ที่มีการระบายอากาศดี
      4. การเทเพื่อใช้งานต้องทำด้วยความระมัดระวังเเละมีภาชนะรองรับการเท เพื่อป้องกันการหกหล่นกระจายออกไป
      5. เก็บไว้ในภาชนะที่ปิดเเน่น เก็บในที่เย็น เเห้ง เเละติดป้ายชื่อเเละอันตรายชัดเจน
      6. ควรมีการตรวจคุณภาพอากาศภายในบริเวณที่มีการใช้สารนี้เป็นระยะ โดยปรึกษาผู้มีความรู้ด้านสุขศาสตร์อุตสาหกรรม
      7. ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องควรได้รับการอบรมวิธีการใช้ ข้อควรระมัดระวัง เเละการป้องกันตนรวมถึง ผู้ปฏิบัติงานควรได้รับการตรวจสุขภาพตามความเสี่ยงเป็นระยะ เเละการตรวจสุขภาพประจำปีโดยเน้นที่ระบบทางเดินหายใจเเละระบบผิวหนัง
 
ผล กระทบต่อสิ่งเเวดล้อม
      สารนี้มีการตกค้างหรือเป็นอันตรายต่อสิ่งเเวดล้อมได้ จึงควรให้ความสนใจเป็นพิเศษต่อการกำจัดทิ้งเเละควรมีการเฝ้าระวังการตกค้าง ในเเหล่งน้ำด้วย
      สรุปอันตรายต่อสุขภาพ ผลกระทบที่พบบ่อยจากการสัมผัส GLUTARALDEHYDE เกินมาตรฐาน คือการระคายเคืองต่อตา จมูก ผิวหนัง และทำให้เกิดอาการแพ้เเละหอบหืดได้ อย่างไรก็ตาม การใช้ GLUTARALDEHYDE อย่างถูกวิธี จะทำให้ลดการเกิดอันตรายแก่ผู้ใช้ได้    
ตามนี้ไม่แนะนำให้เตรียมเองครับ  อย่าทำ
aunubis ออฟไลน์
Club Follower
« ตอบ #11 เมื่อ: 02/07/10, [19:12:26] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ไม่คุ้ม ไม่ควรทำ ชีวิตมีค่ามากกว่านั้น
aqua_notta ออฟไลน์
Club Follower
« ตอบ #12 เมื่อ: 02/07/10, [19:22:27] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

เอามาฝาก จากเว็บปลาคาร์ฟ http://www.siamcarp.com/board/index.php?topic=227.0

เชื่อผมเถอะว่าซื้อเอา ทำละไม่คุ้มแน่  [on_abe] แต่ที่ขายๆกัน มันเป็นแบบความเข็มข้นน้อย ไม่เกิน 3%

GLUTARALDEHYDE   เป็นของเหลวไม่มีสี กลิ่นรุนเเรง ขณะใช้งาน มีความเข้มข้นประมาณ 2 - 4% เเละอยู่ในสภาพกรดเล็กน้อย โดยเมื่อมีการผสมกับ buffer ทำให้ pH ประมาณ 7.5 - 8.5 ซึ่งจะทำให้มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อสูงขึ้น นอกจากจะใช้ในการทำความสะอาดเครื่องมือทางการเเพทย์เเล้ว ยังใช้ในการเตรียมชิ้นเนื้อทางพยาธิวิทยา, ใช้ในกระบวนการผลิตฟิล์มเอ็กซเรย์, การเตรียมวัสดุทางทันตกรรม, อุปกรณ์เทียมทางชีวภาพ เเละใช้เป็นตัวคงสภาพในน้ำยาปรับผ้านุ่ม
การเข้า สู่ร่างกาย และผลของ GLUTARALDEHYDE ต่อสุขภาพ
      การเข้าสู่ร่างกาย โดยการหายใจ การรับประทาน และการสัมผัสทางผิวหนัง  มีรายงานว่า ที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส GLUTARALDEHYDE สามารถระเหยเป็นไอและปนเปื้อนอยู่ในอากาศ สามารถทำให้เกิดการระคายเคืองเยื่อบุตา เยื่อบุจมูก เยื่อบุลำคอ ไอ และปวดศีรษะ ได้ที่ระดับในอากาศตั้งแต่  0.1 ppm ขึ้นไป
      การสัมผัสโดยตรงจากสารของเหลว    สามารถทำให้เกิดการบาดเจ็บที่ตาได้อย่างถาวร ถ้าไม่ได้รับการปฐมพยาบาลทันท่วงที พิษเฉียบพลันจะมีอาการระคายเคืองต่อตา ผิวหนัง ทางเดินหายใจ การสัมผัสซ้ำ ๆ จะทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นแห้งบวม แดง แตก ที่ความเข้มข้นน้อยกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ จะไม่มีการซึมผ่านผิวหนังถึงระดับที่เป็นอันตราย แม้มีบางรายจะทำให้เกิด skin sensitizer ผื่นเเพ้ต่อไป      
      พิษเรื้อรังจะเกิดการระคายเคืองเรื้อรังที่เยื่อบุจมูกเเละทางเดินหายใจ และเป็นปัจจัยทำให้เกิดโรคหอบหืดที่เกิดการทำงานจากสารนี้ ถึงแม้ว่าจะรับสัมผัสในระดับต่ำ แต่ยังไม่มีรายงานว่าก่อให้เกิดโรคมะเร็งในมนุษย์ กับผลต่อระบบสืบพันธุ์ได้
การทดสอบยืนยันระดับการสัมผัสและผลต่อร่างกาย
      เนื่องจาก GLUTARALDEHYDE มีปฎิกริยากับเนื้อเยื่อร่างกายอย่างรวดเร็ว และถูกกำจัดทิ้งไป จึงยังไม่มีการตรวจหาสารนี้ในร่างกายที่ได้รับการยอมรับ
      การนำ patch test  ใช้สำหรับการวินิจฉัย allergic  contact dermatitis และ Inhalation challenge testing โดยผู้เชี่ยวชาญอาจจะนำมาใช้ทดสอบ ผลของการสัมผัส GLUTARALDEHYDE ที่เกี่ยวข้องกับ asthma ได้
ค่ามาตรฐาน ระดับความเข้มข้นที่อนุญาตให้มีในการทำงาน
      ค่ามาตรฐานระดับความเข้มข้นที่อนุญาตให้มีในการทำงาน (workplace  standard)
               - California?s Division of Occupational Safety and Health (Cal/OSHA)( ค.ศ.1995)ได้กำหนดเฉพาะค่าสูงสุดต้องไม่เกิน 0.2   ppm หรือเท่ากับ 0.8 mg/m3ในบรรยากาศการทำงานไม่ว่าจะเป็นเวลาใดในการทำงาน
      - American Conference of Governmental Industrial Hygienists( ACGIH)(ค.ศ.1998)ได้แนะนำให้มีค่าปริมาณสาร GLUTARALDEHYDE ในบรรยากาศการทำงานได้ไม่เกิน 0.05 ppm ไม่ว่าจะเป็นเวลาใดในการทำงาน
      ในประเทศไทย หน่วยงานของกระทรวงแรงงานยังไม่ได้กำหนดค่าที่ไม่ได้มาตรฐานนี้

การ ควบคุมและป้องกันอันตราย
             ควรควบคุมให้มีการระบายอากาศบริเวณปฏิบัติงานที่เพียงพอ และเน้นการปฏิบัติงานที่ถูกต้องและเหมาะสม เพื่อลดการสัมผัสสารให้น้อยที่สุด การปฏิบัติงานเน้นที่การป้องกันอันตรายเเละลดปริมาณไอระเหยของ GLUTARALDEHYDE ให้น้อยที่สุด
      1. ผู้ปฏิบัติงาน ต้องใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล ควรใช้เสื้อที่มีแขนยาว หรือกาวน์, แว่นตานิรภัย, หน้ากากป้องกันใบหน้า,ใช้ถุงมือชนิดที่ป้องกันการซึมผ่านซึ่งทำจากวัสดุ nitrile, butyl rubber
      2. กรณีที่ถูกสารนี้หกใส่เสื้อผ้าต้องรีบเปลี่ยนชุดทันที  เเละส่วนของร่างกายที่ถูกสารนี้หกรด ต้องรีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดทันที
      3. ภาชนะหรือตู้ที่บรรจุควรวางในที่ที่มีการระบายอากาศดี
      4. การเทเพื่อใช้งานต้องทำด้วยความระมัดระวังเเละมีภาชนะรองรับการเท เพื่อป้องกันการหกหล่นกระจายออกไป
      5. เก็บไว้ในภาชนะที่ปิดเเน่น เก็บในที่เย็น เเห้ง เเละติดป้ายชื่อเเละอันตรายชัดเจน
      6. ควรมีการตรวจคุณภาพอากาศภายในบริเวณที่มีการใช้สารนี้เป็นระยะ โดยปรึกษาผู้มีความรู้ด้านสุขศาสตร์อุตสาหกรรม
      7. ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องควรได้รับการอบรมวิธีการใช้ ข้อควรระมัดระวัง เเละการป้องกันตนรวมถึง ผู้ปฏิบัติงานควรได้รับการตรวจสุขภาพตามความเสี่ยงเป็นระยะ เเละการตรวจสุขภาพประจำปีโดยเน้นที่ระบบทางเดินหายใจเเละระบบผิวหนัง
 
ผล กระทบต่อสิ่งเเวดล้อม
      สารนี้มีการตกค้างหรือเป็นอันตรายต่อสิ่งเเวดล้อมได้ จึงควรให้ความสนใจเป็นพิเศษต่อการกำจัดทิ้งเเละควรมีการเฝ้าระวังการตกค้าง ในเเหล่งน้ำด้วย
      สรุปอันตรายต่อสุขภาพ ผลกระทบที่พบบ่อยจากการสัมผัส GLUTARALDEHYDE เกินมาตรฐาน คือการระคายเคืองต่อตา จมูก ผิวหนัง และทำให้เกิดอาการแพ้เเละหอบหืดได้ อย่างไรก็ตาม การใช้ GLUTARALDEHYDE อย่างถูกวิธี จะทำให้ลดการเกิดอันตรายแก่ผู้ใช้ได้    

 [mo_001]
taraveemesex ออฟไลน์
Club Veteran
« ตอบ #13 เมื่อ: 03/07/10, [01:07:50] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ตามนี้ไม่แนะนำให้เตรียมเองครับ  อย่าทำ




โห..ตกลงมันต้องห้ามโดนมือป่ะ
Coffman ออฟไลน์
Sponsor
« ตอบ #14 เมื่อ: 03/07/10, [11:14:03] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ




โห..ตกลงมันต้องห้ามโดนมือป่ะ
ครับ
Tigger ออฟไลน์
Club Follower
« ตอบ #15 เมื่อ: 03/07/10, [11:28:45] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

หมายถึงว่าคาร์บอนน้ำ ห้ามโดนมือ  หรือครับ  [on_008]
Coffman ออฟไลน์
Sponsor
« ตอบ #16 เมื่อ: 03/07/10, [11:54:51] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

หมายถึงว่าคาร์บอนน้ำ ห้ามโดนมือ  หรือครับ  [on_008]
ส่วนของร่างกายที่ถูกสารนี้ หก รด ต้องรีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดทันที เพราะสามารถทำให้ระคายเคือง
Safety

As a strong disinfectant, glutaraldehyde is toxic and can cause severe eye, nose, throat and lung irritation, along with headaches, drowsiness and dizziness. It is a main source of occupational asthma among health care providers.[5]
Kasama ออฟไลน์
Club Leader
« ตอบ #17 เมื่อ: 03/07/10, [14:43:15] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

คือจริงๆ ก็ไม่ควรโดนผิวหนังโดยตรงครับ แต่ในโดสที่เป็นคาร์บอนน้ำเนี่ย มันจะซึมเข้าผิวหนังแทบไม่ได้เลย จึงค่อนข้างปลอดภัยครับ แต่ก็ควรล้างให้สะอาดด้วยน้ำเปล่าครับ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้
nsa2969 ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #18 เมื่อ: 03/07/10, [14:52:34] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

คล้ายๆกับ U เลย ซึมเข้าผ่านผิวหนังได้ด้วย ขนาดใส่ชุดป้องกันยังต้องได้รับการตรวจสุขภาพทุกปี  036
หน้า: 1   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: