อยู่บอร์ดมานานเห็นคำถามมามากมายเลยเอามารวมกันครับ
เคยอ่านเจอแต่ไม่รู้ไปไหนแหละ
1.กุ้งลอกคราบไม่ผ่านเพราะ
อาจเกิดจากการสะสมอาหารไม่พอและโดนรบกวนตอนกำลังลอกคราบ
2.โรคสนิม
ยาแก้โรคสนิม
Norfloxacin
50 mg / น้ำ 1 ลิตร
งั้นผมจะลงข้อมูลเชิงลึกให้ไปประกอบการตัดสินใจละกันนะ บังเอิญผมเรียนเภสัชอ่ะครับ หวังว่าคงเป็นประโยชน์บ้างนะ นานๆจะทำประโยชน์ซักที อิอิ
Norfloxacin เป็นยากลุ่ม Fluoroquinolone รุ่นที่2 โดยเริ่มจากการเติม F ลงไปในโมเลกุลของ quinolone
ทำให้มีฤทธิ์คลอบคลุมการฆ่าเชื้อได้ทั้ง gram - และgram + บางชนิด ข้อย้ำว่า บางชนิด คือว่าไงดีอ่ะ
เชื้อที่อยู่ภายในร่างกายส่วนมาจะเป็นเชื้อแกรมลบอ่ะครับ ยกเว้นที่บางที่เช่น ทางเดินหายใจ เป็นต้น ถ้าพวกแผล ฝี หนอง จะเป็นเชื้อแกรมบวก ดังนั้นเราจะใช้
Norfloxacin ในกรณีที่ต้องการรักษาโรคติดเชื้อในทางเดินอาหาร ทางเดินปัสสาวะ และโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์
นอกจากนี้ยังมียาเพราะว่ากลุ่ม Fluoroquinolone รุ่นที่2 อีกหลายตัว ได้แก่ Ofloxacin และ Ciprofloxacin
แต่ที่ใช้ Norfloxacin เพราะตัวเนี้ยมันดูดซึมเข้าร่างกายได้น้อย นั่นหมายความว่ายาจะอยู่ในทางเดินอาหาร ทางเดินปัสสาวะ ของคุณ มากกว่าจะไปอยู่
ในระบบเลือด จึงเหมาะมากๆที่จะใช้รักษาโรคติดเชื้อในทางเดินอาหาร ทางเดินปัสสาวะ พิษก็ย่อมน้อยกว่า อิอิ
อาการไม่พึงประสงค์-ในคนนะในกุ้งไม่รู้จะเป็นยังไง คือ คลื้นไส้ อาเจียน ผิ่นคัน มึนงง ปวดหัว และอาจทำให้ชักได้เพราะมันเป็นGABA antagonists
ลายละเอียดเยอะอ่ะ เอาเป็นว่ามันทำให้ชักตายได้ละกัน และยังมีรายงานว่ามีอาการปวดกระดูกและข้อในเด็ก
อืมๆก็ระวังการใช้เกินขนาดกันนะถ้าจะใช้ขอเสริมนิดนึงละกัน เป็นความเห็นส่วนตัวนะ คือยาในกลุ่มนี้อ่ะมันจะดูดซึมได้น้อยลงถ้ามีพวกไอออนประจุบวก ในที่ที่ผมจะบอกก็คือแคลเซีมที่พวกคุณใส่ไปก็ใช้ได้
ในเมื่อลดการดูดซึมได้พิษก็จะน้อยกว่า ถ้าคุณไม่แน่ใจขนาดยาแล้วใช้มันเพียวๆอาจจะทำให้กุ้งคุณตายเพราะได้รัยาเกินขนาดได้ แนะนำว่าถ้ากลัวยาเกินขนาดก็ใส่แคลเซียมก้อนร่วมกับการใช้ยาในขนาดน้อยๆๆๆๆๆๆๆๆ
ย้ำอีกว่าน้อยๆๆๆๆ ถ้ามีอะไรสงสัยก็ถามได้นะ
ลองอ่านวิธีรักษาในนี้ดูครับ (ยาวหน่อยนะครับตามจริงมันมีหัวข้ออยู่แต่ใส่ลิ้งม่ายเปง.... )
ครับ... สำหรับกุ้งใครที่เป็นโรคสนิมก็ลองใช้ดูครับ หาซื้อได้ที่ร้านขายต้นไม้ทั่วไป บอกเขาว่าเอาEM ที่ขยายแล้ว(เพราะมันจะมีที่ยังไม่ขยายอยู่ จุลินทรีย์จะไม่แช็งแรงเท่าEMที่ขยายแล้ว) ปกติเขาจะใช้กับต้นไม้กัน แต่อย่าตกใจนะครับ มันใช้กับกุ้งได้...
ราคา:เขาจะใส่ขวดน้ำประมาณ2ลิตร(ที่ผมซื้อมา) ประมาณ30บาทครับ
วิธีการใช้:ตู้ขนาด36นิ้ว ใช้ประมาณครึ่งฝา(ฝาแบบฝาขวดแป็ปซี่ลิตรอะครับ) ขนาด20นิ้วก็2/5ของฝาอะครับ 64นิ้วก็1ฝาเลยครับ
ผล:ที่ผมใช้มาแทบจะหายขาดเลยจะที่ลามเป็นทั้งกล้าม พอใช้มาหลังลอกคราบยันบัดนี้ไม่สังเกตุจะไม่เห็นเลยครับ
รายละเอียด:EM ย่อมาจาก Effective Microorganisms หมายถึง กลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่ง ศ.ดร.เทรูโอะ ฮิงะ นักวิทยาศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญสาขาพืชสวน มหาวิทยาลัยริวกิว เมืองโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น ได้ศึกษาแนวคิดเรื่อง
" ดินมีชีวิต" ของท่านโมกิจิ โอกะดะ (พ.ศ.2425-2498) บิดาเกษตรธรรมชาติของโลกจากนั้น ดร.ฮิงะ เริ่มค้นคว้าทดลองตั้งแต่ปี พ.ศ 2510 และค้นพบ EM เมื่อ พ.ศ. 2526 ท่านอุทิศทุ่มเททำการวิจัยผลว่ากลุ่มจุลินทรีย์นี้ใช้ได้ผลจริง หลังจากนั้นศาสนาจารย์วาคุกามิ ได้นำมาเผยแพร่ในประเทศไทย โดยท่านเป็นประธานมูลนิธิบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ด้วยกิจกรรมทางศาสนา หรือ คิวเซ (คิวเซ แปลว่า ช่วยเหลือโลก) ปัจจุบัน ตั้งอยู่ที่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี
จากการค้นคว้าพบความจริงเกี่ยวกับจุลินทรีย์ว่ามี 3 กลุ่ม คือ
1. กลุ่มสร้างสรรค์ เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีคุณภาพ มีประมาณ 10 %
2. กลุ่มทำลาย เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่เป็นโทษ ทำให้เกิดโรค มีประมาณ 10 %
3. กลุ่มเป็นกลาง มีประมาณ 80 % จุลินทรีย์กลุ่มนี้หากกลุ่มใด มีจำนวนมากกว่ากลุ่มนี้จะสนับสนุนหรือร่วมด้วย
ดังนั้น การเพิ่มจุลินทรีย์ที่มีคุณภาพลงในดิน ก็เพื่อให้กลุ่มสร้างสรรค์มีจำนวนมากกว่า ซึ่งจุลินทรีย์เหล่านี้จะช่วยปรับปรุงโครงสร้างของดินให้กลับมีพลังขึ้นมาอีกหลังจากที่ถูกทำลายด้วยสารเคมีจนดินตายไป
จุลินทรีย์มี 2 ประเภท
1. ประเภทต้องการอากาศ (Aerobic Bacteria)
2. ประเภทไม่ต้องการอากาศ (Anaerobic Bacteria)
จุลินทรีย์ทั้ง 2 กลุ่มนี้ ต่างพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน และสามารถอยู่ร่วมกันได้
จากการค้นคว้าดังกล่าว ได้มีการนำเอาจุลินทรีย์ที่ได้รับการคัดและเลือกสรรอย่างดีจากธรรมชาติ ที่มีประโยชน์ต่อพืช สัตว์ และสิ่งแวดล้อม มารวมกัน 5 กลุ่ม (Families) 10 จีนัส (Genues) 80 ชนิด (Spicies) ได้แก่
กลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มจุลินทรีย์พวกเชื้อราที่มีเส้นใย (Filamentous fungi) ทำหน้าที่เป็นตัวเร่งการย่อยสลาย สามารถทำงานได้ดีในสภาพที่มีออกซิเจน มีคุณสมบัติต้านทานความร้อนได้ดี ปกติใช้เป็นหัวเชื้อผลิตเหล้า ผลิตปุ๋ยหมัก ฯลฯ
กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มจุลินทรีย์พวกสังเคราะห์แสง (Photosynthetic microorganisms) ทำหน้าที่สังเคราะห์สารอินทรีย์ให้แก่ดิน เช่น ไนโตรเจน (N2) กรดอะมิโน (Amino acids) น้ำตาล (Sugar) วิตามิน (Vitamins) ออร์โมน (Hormones) และอื่นๆ เพื่อสร้างความสมบูรณ์ให้แก่ดิน
กลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่ใช้ในการหมัก (Zynogumic or Fermented microorganisms) ทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นให้ดินต้านทานโรค (Diseases resistant) ฯลฯ เข้าสู่วงจรการย่อยสลายได้ดี ช่วยลดการ พังทลายของดิน ป้องกันโรคและแมลงศัตรูพืชบางชนิด ของพืชและสัตว์ สามารถบำบัดมลพิษในน้ำเสียที่เกิดจากสิ่งแวดล้อมเป็นพิษต่างๆ ได้
กลุ่มที่ 4 เป็นกลุ่มจุลินทรีย์พวกตรึงไนโตรเจน (Nitrogen fixing microorganisms) มีทั้งพวกที่เป็นสาหร่าย (Algae) และพวกแบคทีเรีย (Bacteria) ทำหน้าที่ตรึงก๊าซไนโตรเจนจากอากาศเพื่อให้ดินผลิตสารที่เป็นประโยชน์ต่อการเจริญเติบโต เช่น โปรตีน (Protein) กรดอินทรีย์ (Organic acids) กรดไขมัน (Fatty acids) แป้ง (Starch or Carbohydrates) ฮอร์โมน(Hormones) วิตามิน (Vitamins) ฯลฯ
กลุ่มที่ 5 เป็นกลุ่มจุลินทรีย์พวกสร้างกรดแลคติก (Lactic acids) มีประสิทธิภาพในการต่อต้านเชื้อรา และแบคทีเรียที่เป็นโทษ ส่วนใหญ่เป็นจุลินทรีย์ที่ไม่ต้องการอากาศหายใจ ทำหน้าที่เปลี่ยนสภาพดินเน่าเปื่อย หรือดินก่อโรคให้เป็นดินที่ต้านทานโรค ช่วยลดจำนวนจุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุของโรคพืชที่มีจำนวนนับแสน หรือให้หมดไป นอกจากนี้ยังช่วยย่อยสลายเปลือกเมล็ดพันธุ์พืช ช่วยให้เมล็ดงอกได้ดีและแข็งแรงกว่าปกติอีกด้วย
ลักษณะทั่วไปของ EM
EM เป็นจุลินทรีย์ กลุ่มสร้างสรรค์ เป็นกลุ่มที่มีประโยชน์ หรือ เรียกว่ากลุ่มธรรมะ ดังนั้น เวลาจะใช้ EM ต้องคำนึงถึงอยู่เสมอว่า EM เป็น สิ่งมีชีวิต EM มีลักษณะดังนี้
ต้องการที่อยู่ ที่เหมาะสม ไม่ร้อนเกินไป หรือเย็นเกินไป อยู่ในอุณหภูมิปกติ
ต้องการอาหารจากธรรมชาติ เช่น น้ำตาล รำข้าว โปรตีน และสารประกอบอื่นๆ ที่ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต
เป็นจุลินทรีย์จากธรรมชาติ ไม่สามารถใช้ร่วมกับสารเคมีและ ยาฆ่าเชื้อต่างๆ ได้
เป็นตัวเอื้อประโยชน์แก่พืช สัตว์ และสิ่งมีชีวิตทั้งมวล
EM จะทำงานในที่มืดได้ดี ดังนั้นควรใช้ช่วงเย็นของวัน
เป็นตัวทำลายความสกปรกทั้งหลาย
การดูแลเก็บรักษา
หัวเชื้อ EM สามารถเก็บได้นานประมาณ 1 ปี โดยปิดฝา ให้สนิท
อย่าทิ้ง EM ไว้กลางแดด และ อย่าเก็บไว้ในตู้เย็น เก็บรักษาไว้ในอุณหภูมิปกติ
ทุกครั้งที่แบ่งไปใช้ต้องรีบปิดฝาให้สนิท เพื่อไม่ให้เชื้อโรค หรือจุลินทรีย์ในอากาศที่เป็นโทษ เข้าไปปะปน
การนำ EM ไปขยายต่อ ควรใช้ภาชนะที่สะอาด และใช้ให้หมดในระยะเวลาที่เหมาะสม
ข้อสังเกตพิเศษ
หาก EM เปลี่ยนเป็นสีดำ มีกลิ่นเหม็นเน่า ถือว่า EM ตาย ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้อีก ให้นำ EM ที่เสียผสมน้ำรดกำจัดหญ้าและวัชชพืชที่ไม่ต้องการได้
กรณีเก็บไว้นานๆ จะมีฝ้าขาวเหนือผิวน้ำ แสดงว่า EM พักตัว เมื่อเขย่าภาชนะ ฝ้าสีขาวจะสลายตัว กลับไปอยู่ในน้ำเหมือนเดิมนำไปใช้ได้
เมื่อนำไปขยายเชื้อในน้ำและกากน้ำตาล จะมีกลิ่นหอมและ เป็นฟองขาวๆ ภายใน 2-3 วัน ถ้าไม่มีฟอง น้ำนิ่งสนิทแสดงว่าการหมักขยายเชื้อยังไม่ได้ผล
นี่คือรูปขวดEMที่ยังไม่ขยายครับ (พอเขาขยายแล้วอาจจะใส่ขวดแป้ปซี่ขาย)
สามารถหาซื้อได้ที่ร้ายขายพวกยาต้นไม้อะครับ แต่ที่มีเลยคือที่สนามหลวง2ครับ แถวๆโซนปลาอะครับลองหาดู
ใช้ยา ANTI-ICH
ตัวยาน้ำ ถ้าตู้ 24" ใส่ 6 หยด ตู้ 30" ใส่ 14 หยด ตู้ 36" ใส่ 20 หยด ตู้ 48" ใส่ 28 หยด
3.เบื่ออาหาร
อาการเบื่ออาหารเนื่องจากการกินอาหารทีซ้ำไปมากๆ จึงครวเปลี่ยนอาหาร ไปเลื่อยๆแบบไม่ซ้ำกัน
4.มีตะไคร่เกาะตามตัวกุ้ง
ให้เอาน้องกุ้งขึ้นมาและใช้แปลงสีฟันเด็กค่อยๆขัด
5.การผสมพันธุ์
เรึ่มตั้งแต่ขนานตัว 2.5 การทีจะติดหรือไม่ติดขึ้นอยู่กับตัวเมียด้วยว่าพร้อมรึเปล่า
6.หินทีใช้ลองตู้กุ้ง
หินได้ทุกอย่างแต่จะให้ดีเป็น นิลดำ ครับ ตัดกับสีกุ้ง
7.คุณภาพน้ำ
ครวจะเปลี่ยนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อความสะอาด
8.กุ้งท้องครวทำไง
ถ้าเห็นไข่แล้วให้แยกแม่กุ้งออก ให้อาหารไม่ต้องมากอย่าไปรบกวนเขา
9.สลัดไข่
เกิดจากการเครียดของกุ้ง
10.โรคต่างในกุ้ง
แนะนำกระทู้นี้ ครับ http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=34293.0
11.มือใหม่หัดเลี้ยงต้องกระทู้นี้
http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=9.0
12.ไฮดา
อันนี้ไม่มีข้อมูล ้hahaha ้hahaha ้hahaha
13.ยาแก้พยาธิ
แก้ พยาธิ
ให้ใช้กระเทียมสดบดกับอาหารเม็ด 10 กรัม/1กิโลกรัม ให้ 5 มื้อ เป็นเวลา30 วันครับ แต่เราใช้อาหารเม็ดเลยเอากระเทียม แคปซูลประมาณ 1ใน3 ของเม็ดหยดน้ำไปนิดหน่อยให้มันละลาย ใช้น้ำธรรมดาไม่ใช่น้ำร้อนไม่งั้นสารที่มีประโยชน์จะหายไป หักอาหารกุ้งให้มีขนาดที่มันจะซึมได้ครับ แช่ไว้แป๊ปนึง แล้วให้มันกิน ตอนกินมันจะแหย่งๆไม่ค่อยกิน สักพักมันถึงกินคะ ให้ 1 ครั้ง/วัน ตอนนี้ให้มา 1 อาทิตย์แล้ว+ถ่ายน้ำ 20%ทุกวันใส่วิตามิน
น่าจะใช้ได้น่ะ วิธีแก้
14.ปลาทีเลี้ยงกับกุ้งได้
ครวเป็นปลาทีอยู่ยนตู้และไม่ครวเลี้ยปลาใต้ตู้เพราะจะกลายเป็นอาหารมือใหญ่ได้ [on_008] [on_008]
ถ้าคิดไรได้และจะมาเขียนใหม่
| ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||






