เมื่อวันก่อน ก็ได้ไปสัมมนา คนที่เขาปลูกสาหร่ายสไปรรูลิน่าในไทย จบมาด้านนี้โดยเฉพาะ ทดลองปลูก แต่แล้วก็ล่มหมดทุกบ่อตายหมด เห็นเมืองนอกเขาทดลองเปิดเพลงให้พืชและสัตว์แล้วพบว่าโตเร็วมาก
เลยได้ทดลองเปิดเสียงสวดมนต์แทน เพราะได้ไปค้นใน web นี้ว่า มีผลึกของน้ำที่สมบูรณ์สวยงามที่สุด ผลที่ได้ ตอนนี้สาหร่ายรอด และผลิตขายได้แล้ว
ตัวผมเองก็ทดลองดู เออ ต้นไม้โตไวดี ตายยากด้วย อย่างอิเลนไทด์ เลื้อยอย่างสวยงามมาก เพิ่งปลูกครั้งแรกด้วย
คราวนี้เป็นการทดลอง ต่างๆของชาวญี่ปุ่นดังนี้
มีผลึกน้ำที่เปิดดนตรีร๊อค
มีผลึกน้ำที่เปิดดนตรี pop
มีผลึกน้ำที่เปิดดนตรี jass
มีผลึกน้ำที่เปิดเสียงสวดมนต์
มีผลึกน้ำที่เขียนด่าไว้ ว่าไอ้โง่
ดู vdo จะพบว่า มหัสจรรย์มาก
เพราะน้ำเป็นส่วนประกอบ70% ของสิ่งมีชีวิต
อันนี้การทดลอง
http://www.pendulumthai.com/smf/index.php?topic=1798.0
เขาใช้ ossciloscope วัด signal จากคลื่นน้ำด้วย
http://dek-d.com/board/view.php?id=688417
-----------------------------------------------------------------
มหัศจรรย์ แห่งน้ำ
น้ำ กับชีวิต
เมื่อชีวิตอุบัติขึ้นนั้น จุดศูนย์กลางที่เล็กที่สุดของชีวิตเป็นเพียงหน่วยพันธุกรรมจากแม่ครึ่งหนึ่ง และจากพ่อ อีกครึ่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เป็นน้ำ ณ เวลานั้น ชีวิตได้เริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางส่วนประกอบซึ่งเป็นน้ำถึง ๙๕%
จนถึงทุกวันนี้ที่ชีวิตเราเติบใหญ่ขึ้นมา ร่างกายของเราประกอบด้วยกระดูก กล้ามเนื้อ เอ็น พังผืด ผิวหนัง เม็ดเลือด น้ำเลือด ฯลฯ กว่า ๗๐% ของร่างกายเราคือ น้ำ
ข้อพิสูจน์ว่าชีวิตกับน้ำเป็นความสัมพันธ์ที่แนบแน่น จนไม่อาจแยกจากกันได้ คือ ร่างกายของคนเรา อาจขาดอาหารได้หลายๆ วัน แต่ถ้าต้องขาดน้ำสัก ๒-๓ วันเท่านั้น ร่างกายก็ทนไม่ได้เสียแล้ว
แม้กระทั่งโลกที่เราอาศัยอยู่ ผิวโลกเป็นสีน้ำทะเล เพราะมีผืนน้ำอยู่ถึง ๗๐% โลกนี้จึงได้ชื่อว่า ดาวเคราะห์สีน้ำเงิน ขณะที่มีผืนแผ่นดินให้เป็นที่อาศัยของมนุษย์เพียง ๓๐% เท่านั้น
น้ำ ตามธรรมชาติ จะสะท้อนให้เห็นถึงสภาวะของสิ่งแวดล้อมและมลพิษได้ หากเรานำน้ำจากแหล่งต่างๆ มาตรวจ เช่น แม่น้ำ ลำคลอง หนองบึง หรือแม้กระทั่งน้ำใต้ดิน เราจะทราบได้ว่า ที่นั้นๆ แหล่งน้ำมีสภาพความ ปนเปื้อน และมลพิษมากน้อยเพียงใด
ในร่างกายคนเราก็เช่นกัน เมื่อต้องการจะตรวจการทำงานของระบบต่างๆ เราจะเจาะเอาเลือดออกมาแล้วปั่นแยกเม็ดเลือดออกไป นำน้ำที่ได้ไปตรวจ ก็จะสามารถบอกได้ว่า ตับ ไต หัวใจ เส้นเลือด อวัยวะใหญ่น้อยภายในตัวเรายังทำงานปกติดีอยู่หรือไม่
จากตัวอย่างที่กล่าวมา จึงพอตั้งสมมุติฐานได้ว่า น้ำ มีคุณสมบัติในการถ่ายทอดสิ่งที่มันแวดล้อมอยู่และเป็นที่บันทึกข้อมูลได้ เป็นอย่างดี
ในเมื่อชีวิตเราจะขาดน้ำไม่ได้เลย เราเองต้องดื่มน้ำทุกวัน นอกจากนี้แล้ว เรายังใช้น้ำเพื่ออาบ เพื่อชำระร่างกาย ฯลฯ น้ำที่เราใช้ทุกวันนี้ จึงมีส่วนอย่างมาก ต่อสุขภาพร่างกายของเรา
ภาษาแห่งน้ำ
(มาซารุ อิโมโต)
(ผู้ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับสาสน์จากน้ำ)
มีนักวิชาการชาวญี่ปุ่นกลุ่มหนึ่ง นำโดย นายมาซารุ อิโมโต พยายามที่จะศึกษาเรื่องน้ำ โดยได้แรงบันดาลใจมาจากการที่เขาได้พบกับนักชีวเคมีชาวอเมริกัน ดร.โลเรนเซน ผู้ทำงานวิจัยเกี่ยวกับการถ่ายทอดพลังแม่เหล็กจากสารต่างๆ ลงไปในน้ำ ทำให้น้ำที่ได้มีพลังงานเฉพาะ และที่สำคัญคือ ช่วยรักษาโรคได้ เครื่องมือที่ ดร.โลเรนเซน ใช้ เป็นเครื่องมือถ่ายทอดพลังงานแม่เหล็ก (Magnetic Resonance Analyzer) ซึ่งใช้กันทั่วไปในกลุ่มแพทย์ด้าน Homeopathy (เป็นการแพทย์ดั้งเดิมของชาวเยอรมัน)
มา ซารุ เกิดแรงบันดาลใจว่า น้ำธรรมดาๆ จะสามารถถ่ายทอดพลังงานเข้าไปสู่ตัวมันได้จริงหรือ? ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง แล้วจะสามารถอ่านข้อมูลที่น้ำบันทึกไว้ได้อย่างไร
จากการทำงานศึกษา วิจัยอย่างหนัก เขาใช้เวลา ไปกับการเก็บตัวอย่างน้ำในที่ต่างๆ ทั่วโลก และสร้างห้องเย็นที่มีอุณหภูมิ -๕ องศาเซลเซียส ซึ่งในอุณหภูมิขนาดนี้ คนจะสามารถเข้าไปทำงานในห้องนั้นได้อย่างมาก ไม่เกินคราวละ ๓๐ นาทีเท่านั้น
เขาศึกษาผลึกของน้ำ และพยายามถ่ายภาพผลึกน้ำต่างๆ เพื่ออ่านข้อมูลที่บันทึกไว้ หลังจากการลองผิดลองถูกมานับครั้งไม่ถ้วน ด้วยการนำกล้องถ่ายรูปติดเข้ากับกล้องจุลทรรศน์ เข้าไปถ่ายผลึกของน้ำในตู้แช่แข็งขนาดใหญ่ เป็นเวลานานร่วม ๒ เดือน และใช้ฟิล์มไปหลายพันม้วน ในที่สุดเขาก็สามารถถ่ายภาพผลึกของน้ำภาพแรกได้สำเร็จ
หลังจากนั้น เขาได้ศึกษาและเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นเวลาประมาณ ๔ ปีครึ่ง ก็ได้ภาพของผลึกน้ำประมาณหนึ่งหมื่นภาพ พร้อมๆ กับการค้นพบอันน่ามหัศจรรย์เหลือเชื่อ มาซารุพบว่า น้ำจากที่ต่างๆ มีผลึกที่ ไม่เหมือนกัน น้ำจากธรรมชาติมีผลึกที่สวยงาม ในขณะที่ น้ำที่มีการปนเปื้อนสารเคมีและสิ่งสกปรกต่างๆ จะมีผลึก ที่น่าเกลียดน่ากลัว มาซารุเก็บตัวอย่างน้ำจากที่ต่างๆ และนำมาศึกษาโดยหยดตัวอย่างน้ำลงบนจานแก้ว แล้วนำ ไปแช่แข็งในห้องทดลองที่มีอุณหภูมิ -๕ องศาเซลเซียส จากนั้นนำผลึกน้ำมาถ่ายภาพเก็บข้อมูลไว้ เขาจะทำเช่นนี้ ซ้ำๆ กันในแต่ละตัวอย่างจำนวน ๑๐๐ ครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่า สิ่งที่เขาค้นพบ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
เขาศึกษาน้ำจากน้ำประปาที่ต่างๆ และตามเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลก น้ำในลำธาร น้ำจากน้ำพุธรรมชาติ น้ำในแม่น้ำลำคลอง น้ำในทะเลสาบ จนถึงน้ำแข็งขั้วโลก
วันหนึ่ง มาซารุเกิดสงสัยว่า น้ำฟังดนตรีได้หรือไม่ สิ่งที่เขาพบจากการทดลองคือคำตอบที่น่าอัศจรรย์ใจ ปฏิกิริยาของน้ำ ต่อดนตรีหรือเพลงต่างๆ รวมทั้งเสียงสวดมนต์ด้วย ทำให้น้ำเกิดผลึกที่แตกต่างกัน มาซารุพบว่า น้ำที่ผ่านเสียงสวดมนต์มีผลึกที่สวยงาม แต่น้ำที่เปิดเพลง Heavy Metal จะเกิดปฏิกิริยาในทางลบต่อผลึก
แม้ที่สุด มาซารุทดลองเขียนคำพูดดีๆ ติดไว้ที่ข้างหลอดทดลอง เปรียบเทียบกับคำพูดหยาบคาย โดยหันกระดาษด้านที่เขียนแนบปิดกับหลอดทดลองไว้ ก็พบว่า ผลึกของน้ำที่เขียนคำพูดดีๆ จะมีลักษณะสวยงาม เป็นระเบียบ ตรงข้ามกับผลึกที่ได้จากหลอดทดลองที่เขียน คำหยาบคายติดไว้ ซึ่งจะมีลักษณะน่าเกลียดน่ากลัว
จากประสบการณ์ของมาซารุทำให้ผู้เขียนได้คิดว่า คำไพเราะ กับคำหยาบคาย ยังมีผลต่อผลึกของน้ำถึงขนาดนี้ แล้วคำดีๆ ที่ประกอบด้วยความรัก ความเมตตา ความปรารถนาดี จะมีผลต่อจิตใจของมนุษย์เพียงใด
และในทางตรงข้าม คำหยาบคาย ส่อเสียด ประชดประชัน คำที่แสดงความโกรธ เกลียด ก็คงมีผลต่อใจคนไม่แพ้กัน เพียงแต่เป็นผลที่ตรงกันข้าม แต่ผลที่เกิดขึ้นมิใช่เกิดกับจิตใจของผู้ฟัง ผู้อ่านเพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น หากแต่ผลที่เกิดขึ้นย่อมกระทบกับจิตใจของผู้พูด ผู้เขียน เป็นอันดับแรก
ความสงสัยของมาซารุยังไม่สิ้นสุด เขาทดลองเขียนคำว่า Adolph Hitler แปะไว้ข้างหลอดทดลอง เขาได้ผลึกที่น่าเกลียดน่ากลัวเกือบทั้งหมดจากการทำซ้ำถึง ๑๐๐ ครั้ง
และที่เป็นการยืนยันว่าการถ่ายทอดพลังคลื่นสู่น้ำ ของ ดร.โลเรนเซน มาซารุพบว่า น้ำกลั่น เมื่อนำมาถ่ายทอดพลังงานจากสมุนไพร หรือดอกไม้ต่างๆ ด้วยเครื่อง Magnetic Resonance Analyzer ของแพทย์ด้าน Homeopathy จากเยอรมัน พบว่าผลึกของน้ำที่ได้ มีรูปร่างบ่ง ถึงพลังงานแฝงที่แตกต่างกันไป ซึ่งอาจจะสนับสนุนว่า น้ำเมื่อถ่ายทอดพลังงานลงไปแล้ว ก็จะมีพลังงานที่จะถ่ายทอดต่อให้กับคนอื่นได้ พลังงานที่ได้ อาจใช้ในการรักษาโรคได้ด้วย









