Aqua.c1ub.net
*
  Fri 08/May/2026
หน้า: 1   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: เลือกวัสดุกรองอย่างไร ให้ถูกใจทั้งคนทั้งปลา  (อ่าน 10675 ครั้ง)
ณ~ใชเหมี่ยง ออฟไลน์
Club Champion
« เมื่อ: 08/04/09, [20:21:29] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

            โดยปกติแล้ววัสดุกรองที่ใช้กันในบ่อกรองสำหรับปลาคาร์พนั้น มักจะถูกบรรจุอยู่ในช่องของชุดการกรองแบบชีวภาพ ไม่ว่าจะมีชุดเดียว, สองชุด หรือกี่ชุดก็ตามที น้ำที่มาจากบ่อเลี้ยงจะถูกบังคับด้วยโครงสร้างของการแบ่งช่องในบ่อกรองให้ ไหลผ่านวัสดุกรอง (ส่วนมากจะเป็นแบบไหลขึ้น แต่ก็มีบ้างที่เป็นแบบไหลลง หรือไม่ก็เป็นการกรองแนวราบ) วัสดุกรองต่างๆ ที่ถูกเลือกสรรมาลงในช่องกรองนี้จะทำหน้าที่ดักเอาเศษวัสดุต่างๆ เอาไว้เช่น ของเสียที่เกิดจากการเจริญเติบโตของปลา, อาหารที่ปลากินเหลือ หรือกระทั้งเศษวัสดุต่างๆ ที่อาจหล่นลงไปในบ่อเลี้ยง ซึ่งขึ้นตอนนี้เรียกได้ว่าการบำบัดทางกายภาพ (Physical Treatment) และในขณะเดียวกันของเสียที่อยู่ในรูปสารละลายก็จะถูกย่อยสลายโดยแบคทีเรีย ที่อาศัยและสร้าง Colony อยู่ที่พื้นผิวของวัสดุกรองนั้น การย่อยสลายของแบคทีเรียในชั้นกรองนี้เรียกได้ว่าการบำบัดทางชีวภาพ (Biological Treatment) ในขณะที่แบคทีเรียได้ทำการย่อยสลายของเสีย (หรือเรียกกันแบบชาวบ้านๆ ได้ว่า "กินของเสีย") แน่นอนก็จะได้เนื้อเยื่อเพิ่มขึ้น และสะสมอยู่ในชั้นกรองเช่นเดียวกัน ซึ่งเราสามารถกำจัดเมือกชีวภาพส่วนเกินนี้ออกได้ โดยการล้างบ่อกรองนั้นเองครับ
       สาธยายมายืดยาวก็เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจหลักของการกรองมากขึ้นเพื่อเป็น พื้นฐานในการเลือกวัสดุกรองที่เหมาะสมให้กับ "บ้านของปลา" มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าครับ การที่เราจะเลือกวัสดุกรองอย่างใดอย่างหนึ่งมาใช้ในบ่อกรองของเรานั้น ควรพิจารณาตามหลักการพื้นฐานเป็นข้อๆ ดังนี้
 

   1. พื้นที่ผิวจำเพาะของวัสดุ

            พื้นที่ ผิวจำเพาะของวัสดุกรองทุกชนิดจะถูกแสดงออกมาเป็นหน่วยของ พื้นที่ผิว/ปริมาตร ของวัสดุนั้นๆ แต่หน่วยที่นิยมใช้กันก็คือ ตารางเมตร/ลูกบาศก์เมตร(m2/m3) พื้นที่ผิวของวัสดุกรองมีความสำคัญอยู่ตรงที่ว่า ใช้เป็นที่อยู่สำหรับแบคทีเรียที่จะทำการย่อยสลายของเสีย (เรียกกันแบบวิชาการว่า "อินทรีย์สาร (Organic Matter)") ดังนั้นพื้นที่ผิวจำเพาะนี้ยิ่งมีมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งส่งผลดีต่อประสิทธิภาพของการกรองมากเท่านั้น
             วัสดุกรองที่ใช้กันอยู่ทั่วๆ ไปจะมีค่าพื้นที่ผิวจำเพาะนี้อยู่ในช่วง 100-500 ตร.เมตร/ลบ.เมตร มีวัสดุกรองบางชนิดที่ผู้ผลิตพยายามผลิตให้มีรูพรุนเล็กมากๆ เพื่อให้ได้พื้นที่ผิวสูงสุด แต่บางทีรูพรุนที่เล็กเกินไปก็อาจสร้างปัญหาได้เมื่อใช้งานวัสดุนั้นไปได้ สักระยะหนึ่ง เนื่องจากเมือกชีวภาพที่เกิดขึ้น อาจไปอุดตันรูพรุนที่เล็กเกินไปนี้ทำให้การส่งถ่ายออกซิเจนและอินทรีย์สาร สู่เมือกชีวภาพที่อยู่ด้านในกระทำได้ไม่ดีหรือไม่ได้เลย

  2. การกระจายตัวทั่วถึงสู่พื้นที่ผิวทั้งหมด

            วัสดุกรอง ที่ดีต้องมีลักษณะทางกายภาพที่เอื้อต่อการไหลผ่าน ซึ่งไม่เพียงแต่ตัวมันเท่านั้น แต่ยังต้องเอื้อต่อการที่อินทรีย์สารจะไหลกระจายไปยังวัสดุกรองชิ้นอื่นๆ ได้อย่างทั่วถึงอีกด้วย ในทำนองเดียวกันวัสดุกรองที่มีเด่นในคุณสมบัติด้านนี้ ก็จะง่ายต่อการล้างทำความสะอาดเอาเมือกชีวภาพส่วนเกินออกอีกด้วย

   3. ช่องว่างในวัสดุกรองและความยากต่อการที่จะอุดตัน

            การ ที่วัสดุกรองชนิดใดมีช่องว่างในตัวของมัน หรือช่องว่างระหว่างชิ้นของวัสดุแล้ว ก็จะส่งผลดีต่อการป้องกันการอุดตันได้ดี หรืออุดตันได้ยากกว่า สิ่งนี้นอกจากจะส่งผลดีในเรื่องของการที่ไม่ต้องล้างกรองบ่อยๆ แล้ว ในทฤษฎีการกรองยังถือว่าเป็นการดีที่จะทำให้การไหลเป็นไปอย่างได้ทั่วถึง ลดจุดนิ่ง (Stagnation Point) ให้น้อยลง ซึ่งจุดนิ่งนี้มักเป็นที่อยู่อาศัยของแบคทีเรียที่ไม่ใช้ออกซิเจน (Anaerobic Bacteria) ซึ่งไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพของปลาเอาเสียเลย

   4. ประสิทธิภาพในการดักจับสารแขวนลอยและเมือกชีวภาพส่วนเกิน

            ลอง จินตนาการดูนะ หากว่าวัสดุกรองที่คุณเลือกใช้เกิดไม่สามารถดักสารแขวนลอยได้เลย อะไรจะเกิดขึ้น อย่างแรกก็คือน้ำจะไม่ใสอย่างแน่นอน เนื่องจากตะกอนทั้งหมดจะสามารถผ่านวัสดุกรองคืนสู่บ่อเลี้ยงได้, หรือสารแขวนลอยทั้งหมดจะไปสะสมตัวอยู่ที่ชุดกรองชุดสุดท้าย ปรากฏการณ์เช่นนี้จะทำให้แบคทีเรียประเภท Heterotrophic ทำงานได้ดีกว่า Nitrifying Bacteria ทำให้ไม่ส่งผลดีต่อคุณภาพของน้ำในบ่อเลี้ยง และประการสุดท้ายก็คือจะมีการอุดตันที่ช่องสุดท้ายของชุดการกรองที่ซึ่งมัก จะนิยมบรรจุด้วยวัสดุกรองที่มีขนาดเล็กกว่าในชุดแรกๆ

  5. ต้องง่ายต่อการทำความสะอาด

            ผม ว่าเรื่องนี้แทบจะไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่มเติมเลย สำหรับท่านที่ใช้ปะการังเป็นวัสดุกรองกันอยู่แล้วคงจะรู้ซึ้งกันดี ว่าการล้างกรองแต่ละครั้งมันหนักหนาสาหัสแค่ไหน ไม่อย่างนั้นคงไม่มีบริการรับล้างบ่อกรองกันหรอกครับ วัสดุกรองที่ดีจึงน่าจะเป็นวัสดุที่ง่ายต่อการทำความสะอาดด้วย ซึ่งคุณสมบัติการล้างง่ายนี้ไม่ได้มีประโยชน์ต่อเจ้าของบ่อแต่เพียงอย่าง เดียว แต่หากวัสดุกรองอันใดที่ใช้เวลาในการล้างน้อยๆ หรือสามารถถูกทำความสะอาดได้ง่ายโดยไม่จำเป็นต้องนำเอาวัสดุกรองขึ้นมาข้าง นอกบ่อกรอง จะมีประโยชน์ตรงที่ว่าการล้างจะไม่ไปรบกวน Colony ของแบคทีเรียจนเกินไปนัก ทำให้ระบบสามารถกลับเข้าสู่สมดุลย์ดังเดิม (น้ำใสเหมือนเดิม) ภายในเวลาไม่นานนัก

   6. ความคงทนและความอยู่ตัวในขณะถูกใช้งาน

            วัสดุกรอง ที่ดีต้องมีความคงทนและความอยู่ตัวได้ดี ในขณะถูกใช้งาน ไม่เสียรูปร่างอย่างง่ายๆ ตัวอย่างที่ดีในคุณสมบัติข้อนี้ก็คือ Matala Filter Mat ที่ทาง Koi Mart Farm นำมาจำหน่าย จะเห็นได้ว่าที่ความหนาเท่ากันจะมีความอยู่ตัวและทรงตัวได้ดีกว่า Filter Mat แบบใยเขียวแบบดั้งเดิม ทั้งที่มีความคงทนเท่าๆ กัน แต่หากเปรียบเทียบกับใยกรองแบบละเอียดที่ใช้ในตู้ปลาแล้ว อย่างหลังจะมีทั้งความคงทนที่น้อยที่สุดและในขณะเดียวกันก็มีความอยู่ตัวที่ ต่ำมาก (เสียรูปร่างได้ง่าย)

   7. ความคงทนต่อปฏิกริยาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชุดกรอง รวมทั้งแสงแดดและสารเคมีต่างๆ

             วัสดุกรองที่ดีต้องไม่ทำปฏิกริยาใดๆ กับสารเคมีที่เราจำเป็นต้องเติมลงในบ่อเลี้ยงหรือบ่อกรอง ต้องเป็นวัสดุที่คงทนต่อปฏิกริยาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในบ่อกรอง หรือในบางกรณีที่บ่อกรองถูกแสงแดดโดยตรง วัสดุกรองที่ดีก็ต้องไม่เสียหาย, เปราะหรือแตกเป็นชิ้นเล็กๆ

   8. สามารถปรับแต่งรูปทรงเพื่อใช้กับบ่อกรองที่รูปร่างและขนาดแตกต่างกันได้ง่าย

             ในหัวข้อนี้ ปะการัง หรือกระทั่งเปลือกหอยนางรมดูจะเป็นตัวอย่างที่ดี เพราะไม่ว่าช่องกรองจะมีรูปร่างอย่างไรก็ตามหรือขนาดใดก็ตาม ทั้งปะการังและเปลือกหอยนางรมก็สามารถจะนำไปใส่ในช่องกรองนั้นๆ ได้โดยง่าย ซึ่งแตกต่างโดยสิ้นเชิงกับวัสดุกรองพว กNet Structure Bio-fills ที่การจัดให้พอดีในช่องกรองขนาดใดขนาดหนึ่งดูจะกระทำได้ยากกว่าอยู่พอสมควร ซึ่งหากเปรียบเทียบกับ Matala Filter Mat หรือ Filter Mat แล้ว สองอย่างหลังดูจะมีคุณสมบัติในด้านนี้อยู่ระหว่างความยากและความง่าย

  9. ไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว สามารถใช้ซ้ำได้ และต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

             ในประเทศที่พัฒนาแล้วในหัวข้อนี้ดูจะเป็นประเด็นที่ถูกให้ความสำคัญมากกว่า ในประเทศที่กำลังพัฒนา ดังนั้นปะการังจึงเป็นวัสดุกรองในระดับ "ต้องห้าม" สำหรับในบางประเทศ เช่นเดียวกับในบ้านเราที่กระแสอนุรักษ์กำลังตื่นตัวทำให้ปะการังดูว่าเริ่ม กำลังจะเป็นของ "ต้องห้าม" ไปเช่นเดียวกับในประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่วัสดุกรองสังเคราะห์ชนิดอื่นที่จะนำมาใช้ก็ต้องศึกษาในรายละเอียดด้วยว่า ในระหว่างการใช้งานจะปลดปล่อยสารเคมีบางอย่างที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ (ทั้งคนและปลา) ออกมาด้วยหรือเปล่า

  10. ควรจะมีน้ำหนักเบา

            หาก เลือกได้ควรเลือกวัสดุกรองที่มีน้ำหนักเบากว่าเอาไว้ก่อน ทั้งนี้นอกจากประโยชน์ที่ง่ายต่อการล้างแล้ว ยังทำให้การเคลื่อนย้ายเข้าหรือออกจะช่องกรองกระทำได้สะดวกกว่า นอกจากนี้การเลือกวัสดุกรองที่มีน้ำหนักมาก นอกจากจะทำให้การล้างบ่อกรองกลายเป็นงานหนักแล้วยังทำให้ต้องออกแบบโครง สร้างของบ่อที่ใหญ่หรือแข็งแรงมากขึ้นเพื่อรับน้ำหนักวัสดุกรองที่มากขึ้น อีกด้วย

  11. ต้องทำการขนส่งหรือเคลื่อนย้ายได้ง่าย

            จริงๆ แล้วคุณสมบัติข้อนี้ ก็ไม่ใช่ประเด็นสำคัญอะไรสำหรับคนเลี้ยงปลาหรอกนะครับ แต่ประเด็นนี้กับตกเป็นภาระอยู่กับผู้ขายเสียมากกว่า วัสดุกรองที่ดีหรือถูกเลือกมาขาย ผู้ขายก็มักจะใช้คุณสมบัติข้อนี้มาประกอบด้วยเหมือนกัน

      หลังจากที่ผมสาธยายร่ายยาวถึงคุณสมบัติที่ควรจะมีในวัสดุกรองในอุดมคติแล้ว เราก็มาลองพิจารณากันเลยดีกว่าว่า วัสดุกรองที่เราหาได้ในปัจจุบันนี้มีข้อดีข้อเสีย หรือเหมาะสมที่จะเลือกมาใช้มากน้อยเพียงใด


            1. Bioballs ในรูปแบบต่างๆ  เรามักจะคุ้นเคยกันดีอยู่แล้วสำหรับ Bioball ซึ่งมีขายอยู่ทั่วไป ซึ่งมีให้เลือกมากมายหลากหลายทั้งขนาดและรูปแบบ
    ข้อดี
    - พื้นที่ผิวจำเพาะค่อนข้างสูง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการออกแบบของผู้ผลิตที่แตกต่างกันออกไป ส่วนมากมีค่าอยู่ที่ประมาณ 400-600 ตร.เมตร/ลบ.เมตร ซึ่งถือว่าเป็นค่าที่สูงในระดับน่าพอใจ
    - ถูกออกแบบให้น้ำไหลผ่านและกระจายน้ำสู่ Bioball ลูกข้างเคียงได้ดี
    - มีช่องว่างในตัวสูง ในระดับที่ดี (ประมาณ > 90%)
    - มีความอยู่ตัวได้ดี ไม่เสียรูปร่างไปโดยง่าย
    - มีความคงทนไม่ผุกร่อน
    - วัสดุที่ใช้ผลิตมีความคงทนต่อการกัดกร่อน, แสงแดด, ความร้อน, ตลอดจนสารเคมีที่จำเป็นต้องใช้ในบ่อกรอง
    ข้อเสีย
    - ราคาค่อนข้างสูง หากจะใช้ในบ่อกรองที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งหากจะสร้างให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ บ่อกรองสำหรับปลาแสนสวยชนิดนี้ก็มักจะมีขนาดไม่เล็กเอาเสียเลย
    - ถ้าหากจะเทียบถึงราคาค่างวดแล้วดูจะเหมาะกับการใช้ในตู้ปลาเสียมากกว่า
    - เนื่องจากช่องว่างระหว่าง Bioball ด้วยกันมีค่อนข้างมาก ในบางครั้งอาจมีการไหลลัดวงจรได้โดยง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากระบบกรองของคุณเป็นแบบไหลลง
    - ถึงแม้จะมีพื้นที่ผิวมากมายให้แบคทีเรียยึดเกาะก็จริงแต่ Bioball ส่วนใหญ่ที่หาซื้อได้ในบ้านเรา มักจะมีพื้นผิวที่ค่อนข้างเรียบและลื่นจนเกินไป ทำให้แบคทีเรียยึดจับและสร้าง Biofilm ได้ไม่ดีเท่าที่ควร
    - ไม่มีคุณสมบัติในการเป็น pH buffer

            2. Filter Mat (แบบดั้งเดิม) แผ่นกรองนี้ ก่อนเคยเป็นวัสดุกรองยอดนิยมหนึ่งในสองตัวเลือกระหว่าง filter mat นี้กับปะการัง มีจำหน่ายตามร้านของอุปกรณ์เลี้ยงปลาทั่วไป หาซื้อได้ไม่ยากนัก
    ข้อดี
    - พื้นที่ผิวจำเพาะอยู่ที่ค่าประมาณ 250-300 ตร.เมตร/ลบ.เมตร ซึ่งถือว่าเป็นค่าที่สูงน่าพอใจ
    - น้ำไหลผ่านตัวมันเองและกระจายสู่แผ่นอื่นๆ ได้ดีเช่นเดียวกัน
    - มีช่องว่างในตัวเองสูง (ประมาณ > 95%)
    - นำออกมาล้างค่อนข้างง่ายเนื่องจากมีน้ำหนักเบา
    - ผลิตจากวัสดุที่ต้านทานการกัดกร่อน,ไม่ทำปฏิกริยาใดๆ กับสารเคมีที่จำเป็นต้องใช้,ไม่ถูกย่อยสลายโดยแบคทีเรีย, คงทนต่อแสงแดดและอุณหภูมิที่สูง
    - น้ำหนักเบา และสามารถเคลื่อนย้ายได้โดยง่าย เพราะสามารถม้วนหรือพับเพื่อประหยัดพื้นที่ในการเก็บ เมื่อคลี่ออกก็สามารถคืนตัวได้ง่าย
    - พื้นผิวของเส้นใยค่อนข้างหยาบ ทำให้แบคทีเรียยึดเกาะเพื่อที่จะสร้าง Biofilm ได้ง่าย
    - มีความสามารถในการกักเก็บสารแขวนลอยหรือพวกเมือกชีวภาพส่วนเกิน (Excess Biomass) ได้ดี
    ข้อเสีย
    - ราคาค่อนข้างสูง
    - ไม่มีคุณสมบัติของการเป็น pH Buffer

             3. Matala Filter Mat วัสดุกรองตัวนี้ถูกแนะนำให้ Koilover ชาวไทยรู้จักอย่างแพร่หลายโดย Koi Mart Farm ซึ่งเป็นทั้งผู้นำเข้ามาใช้เองในฟาร์มและจำหน่ายแก่ผู้ที่สนใจด้วย
    ข้อดี
    - มีหลายขนาดของพื้นที่ผิวจำเพาะให้เลือกตั้งแต่ใยหยาบที่สุด 200 ตร.เมตร/ลบเมตร ไปจนถึงละเอียดที่สุด 490 ตร.เมตร/ลบ.เมตร
    - น้ำไหลผ่านได้ดีเยี่ยม และกระจายน้ำสู่แผ่นอื่นได้ดีเยี่ยมเช่นกัน
    - มีช่องว่างในตัวเองค่อนข้างสูง (มากกว่า 94%)
    - เนื่องจากมีหลายขนาดความละเอียดให้เลือกใช้จึงสามารถนำมาเรียงลำดับตามความ ละเอียดเพื่อกักเก็บสารแขวนลอยและเมือกชีวภาพส่วนเกินได้ดีเยี่ยม
    - ล้างทำความสะอาดได้ง่าย
    - เป็นวัสดุกรองที่มีความอยู่ตัวสูงมากสามารถวางและรักษารูปร่างไว้ได้ดี
    - น้ำหนักเบา ทำให้เคลื่อนย้ายหรือทำงานใดๆ ที่กับวัสดุตัวนี้ได้ง่าย
    - มีความคงทนสูง ไม่ทำปฏิกริยาใดๆ กับปฏิกริยาในชุดกรอง ทนทานต่อทุกสภาวะการใช้งาน
    - ตัดแต่งให้พอดีกับช่องกรองได้ง่าย ด้วยมีดคัตเตอร์หรือกระทั่งมีดทำครัว
    - วัสดุทำจาก PPC จึงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่มีสารปนเปื้อนที่เป็นพิษและสามารถนำไป Recycle ได้
    - แบคทีเรียสามารถเกาะที่พื้นผิวได้ดี
    ข้อเสีย
    - ไม่สามารถพับหรือม้วนได้ จึงอาจมีปัญหาในการขนส่งอยู่บ้าง
    - น้ำหนักค่อนข้างเบา จึงจำเป็นต้องมีวัสดุทับหรือล๊อคให้ Filter Mat ตัวนี้จมอยู่ใต้น้ำตลอดเวลา
    - ราคาค่อนข้างสูง

 อ้างอิง: 3. Matala Filter Mat วัสดุกรองตัวนี้ถูกแนะนำให้ Koilover ชาวไทยรู้จักอย่างแพร่หลายโดย Koi Mart Farm ซึ่งเป็นทั้งผู้นำเข้ามาใช้เองในฟาร์มและจำหน่ายแก่ผู้ที่สนใจด้วย
    ข้อดี
    - มีหลายขนาดของพื้นที่ผิวจำเพาะให้เลือกตั้งแต่ใยหยาบที่สุด 200 ตร.เมตร/ลบเมตร ไปจนถึงละเอียดที่สุด 490 ตร.เมตร/ลบ.เมตร
    - น้ำไหลผ่านได้ดีเยี่ยม และกระจายน้ำสู่แผ่นอื่นได้ดีเยี่ยมเช่นกัน
    - มีช่องว่างในตัวเองค่อนข้างสูง (มากกว่า 94%)
    - เนื่องจากมีหลายขนาดความละเอียดให้เลือกใช้จึงสามารถนำมาเรียงลำดับตามความ ละเอียดเพื่อกักเก็บสารแขวนลอยและเมือกชีวภาพส่วนเกินได้ดีเยี่ยม
    - ล้างทำความสะอาดได้ง่าย
    - เป็นวัสดุกรองที่มีความอยู่ตัวสูงมากสามารถวางและรักษารูปร่างไว้ได้ดี
    - น้ำหนักเบา ทำให้เคลื่อนย้ายหรือทำงานใดๆ ที่กับวัสดุตัวนี้ได้ง่าย
    - มีความคงทนสูง ไม่ทำปฏิกริยาใดๆ กับปฏิกริยาในชุดกรอง ทนทานต่อทุกสภาวะการใช้งาน
    - ตัดแต่งให้พอดีกับช่องกรองได้ง่าย ด้วยมีดคัตเตอร์หรือกระทั่งมีดทำครัว
    - วัสดุทำจาก PPC จึงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่มีสารปนเปื้อนที่เป็นพิษและสามารถนำไป Recycle ได้
    - แบคทีเรียสามารถเกาะที่พื้นผิวได้ดี
    ข้อเสีย
    - ไม่สามารถพับหรือม้วนได้ จึงอาจมีปัญหาในการขนส่งอยู่บ้าง
    - น้ำหนักค่อนข้างเบา จึงจำเป็นต้องมีวัสดุทับหรือล๊อคให้ Filter Mat ตัวนี้จมอยู่ใต้น้ำตลอดเวลา
    - ราคาค่อนข้างสูง

อ้างอิง: 3. Matala Filter Mat วัสดุกรองตัวนี้ถูกแนะนำให้ Koilover ชาวไทยรู้จักอย่างแพร่หลายโดย Koi Mart Farm ซึ่งเป็นทั้งผู้นำเข้ามาใช้เองในฟาร์มและจำหน่ายแก่ผู้ที่สนใจด้วย
    ข้อดี
    - มีหลายขนาดของพื้นที่ผิวจำเพาะให้เลือกตั้งแต่ใยหยาบที่สุด 200 ตร.เมตร/ลบเมตร ไปจนถึงละเอียดที่สุด 490 ตร.เมตร/ลบ.เมตร
    - น้ำไหลผ่านได้ดีเยี่ยม และกระจายน้ำสู่แผ่นอื่นได้ดีเยี่ยมเช่นกัน
    - มีช่องว่างในตัวเองค่อนข้างสูง (มากกว่า 94%)
    - เนื่องจากมีหลายขนาดความละเอียดให้เลือกใช้จึงสามารถนำมาเรียงลำดับตามความ ละเอียดเพื่อกักเก็บสารแขวนลอยและเมือกชีวภาพส่วนเกินได้ดีเยี่ยม
    - ล้างทำความสะอาดได้ง่าย
    - เป็นวัสดุกรองที่มีความอยู่ตัวสูงมากสามารถวางและรักษารูปร่างไว้ได้ดี
    - น้ำหนักเบา ทำให้เคลื่อนย้ายหรือทำงานใดๆ ที่กับวัสดุตัวนี้ได้ง่าย
    - มีความคงทนสูง ไม่ทำปฏิกริยาใดๆ กับปฏิกริยาในชุดกรอง ทนทานต่อทุกสภาวะการใช้งาน
    - ตัดแต่งให้พอดีกับช่องกรองได้ง่าย ด้วยมีดคัตเตอร์หรือกระทั่งมีดทำครัว
    - วัสดุทำจาก PPC จึงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่มีสารปนเปื้อนที่เป็นพิษและสามารถนำไป Recycle ได้
    - แบคทีเรียสามารถเกาะที่พื้นผิวได้ดี
    ข้อเสีย
    - ไม่สามารถพับหรือม้วนได้ จึงอาจมีปัญหาในการขนส่งอยู่บ้าง
    - น้ำหนักค่อนข้างเบา จึงจำเป็นต้องมีวัสดุทับหรือล๊อคให้ Filter Mat ตัวนี้จมอยู่ใต้น้ำตลอดเวลา
    - ราคาค่อนข้างสูง

อ้างอิง: http://www.fancycarp.com/pondconst/media/
Longhairguy ออฟไลน์
Shrimp Admin
« ตอบ #1 เมื่อ: 08/04/09, [20:35:47] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

จะเอา5000D ไปทำไรรึ ? มาแทงบอลกันมะ hawaii
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08/04/09, [20:41:06] โดย Longhairguy »
ณ~ใชเหมี่ยง ออฟไลน์
Club Champion
« ตอบ #2 เมื่อ: 08/04/09, [20:41:40] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

จะเอา500D ไปทำไรรึ ? มาแทงบอลกันมะ hawaii

พี่เอจะให้ 5000 หรอ คิคิ ถ้าไงก็ขอบคุณล่วงหน้าครับ  [เขิลลลล]
Akkarrapat P. ออฟไลน์
Shrimp Tribe
« ตอบ #3 เมื่อ: 08/04/09, [21:22:07] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ชอบมากครับ บทความแบบนี้ -- ขอบคุณมากๆ
jo3y ออฟไลน์
Club Follower
« ตอบ #4 เมื่อ: 08/04/09, [21:42:21] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ขอบคุณบทความดีๆ lau01
Ɛ ẍ™ ออฟไลน์
Club Follower
« ตอบ #5 เมื่อ: 08/04/09, [22:03:46] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ขอบคุณมากครับ [เจ๋ง] ที่เพิ่มความรู้ให้ผม
Game ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #6 เมื่อ: 09/04/09, [04:35:23] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

เป็นประโยชน์มากครับ  แจกบวกไป 1 ดอก   [เย้ะ]
NuSh~FiNe ออฟไลน์
Cute Member
« ตอบ #7 เมื่อ: 09/04/09, [08:34:19] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

 วุ้ย ๆๆ  ขอบคุณ นะคะ ที่เอาความรู้ ดีๆๆ มาแบ่งปันน   hawaii
Kann ออฟไลน์
Club Follower
« ตอบ #8 เมื่อ: 09/04/09, [22:46:11] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ยาวมากแต่บวกให้คร้าบบบบ [เย้ะ]
หน้า: 1   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: