Aqua.c1ub.net
*
  Tue 03/Nov/2026
หน้า: 1   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ปลาปอมแย่แล้วครับ ><  (อ่าน 5036 ครั้ง)
warzone
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: 03/08/08, [22:05:59] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

หลังจากเอาต้นไม้มาลง ปลาปอมก็เริ่มนอยๆ แบบไม่ยอมว่ายน้ำ

บางตัวมีอาการแบบตัวดำมากกกกกกก


เปลัี่ยนน้ำใหม่ก็ไม่หาย ต้องใส่ยาอะไรดีครับ cry02 cry02 cry02 cry02
Petch ออฟไลน์
Hot Member
« ตอบ #1 เมื่อ: 03/08/08, [22:09:12] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

เกิดไรขึ้นอ่ะครับ สภาพตู้เป็นไงอ่ะ  [งง]
warzone
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #2 เมื่อ: 03/08/08, [22:17:20] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ตอนแรกก็ปกติดีนะครับ หลังจากลงต้นไม้ก็เกิดอาการเลย  ปลาเล็กอื่นๆปกติ

ที่สังเกตคือ บนผิวน้ำเหมือนมีเมือกๆๆๆๆฟองๆเต็มไปหมด อย่างอื่นก็ปกดีครับ


สงสัยทำความสะอาดต้นไม้ไม่ดีอ่ะครับ
Petch ออฟไลน์
Hot Member
« ตอบ #3 เมื่อ: 03/08/08, [22:19:21] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

เอาต้นไม้ลงไม่เห็นต้องทำความสะอาดอะไรเลยครับ  sho01 ตู้ผมนึกจะถอนอะไรก็ถอนครับ จะปลูกไรก็ปลูก ปอมก็มีเกือบสิบตัวยังไม่เป็นอะไรเลย แถมเทวดาป่าอีก

เอาต้นไรมาลงอ่ะ แล้วอาการเหมือนกรองมีปัญหาเลย
warzone
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #4 เมื่อ: 03/08/08, [22:21:52] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ผมก็งงครับ  อยุ่ดีดีก็เป็นเฉยๆ

กรองผมก็ใช้มาอย่างงี้ตลอดไม่เคยมีปัญหา (หินพัมมิส) suicide
Petch ออฟไลน์
Hot Member
« ตอบ #5 เมื่อ: 03/08/08, [22:25:01] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ถามอยู่ปลูกต้นอะไร วัสดุปลูกเป็นอะไรอ่ะครับ ตอบด้วย  angry(...)

เออแล้วก็บอกด้วยว่ากรองอะไรอ่ะ กรองนอก กรองข้าง กรองในอ่ะครับ

ตอนนี้ก็ลองเพิ่มอ๊อก เปลี่ยนน้ำ หรือเอาน้องปอมออกมาก่อนก็ได้ครับ ถ้าตัวดำคงเครียด ไม่มีแผลหรือเมือกอะไรใช่มั๊ยครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03/08/08, [22:28:52] โดย さかなさん »
warzone
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #6 เมื่อ: 03/08/08, [22:41:45] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

เป็นกรองข้างครับผม ใยแก้วหินพัมมิส

วัสดุปลูก ก็หินพัมมิสคลุกปุ๋ยทับกรวดเบอ 0
  cryingrun
ต้นไม้ก็พวก อนูเบียสเฟินรากดำ หอมน้ำ เทป ซาจิ คาคอมบ้า แล้วก็ต้นอะไรไม่ทราบใบแดงๆกำละ 10 บาท
Petch ออฟไลน์
Hot Member
« ตอบ #7 เมื่อ: 03/08/08, [22:59:51] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

อย่าบอกนะ ว่าเอาปลาลงเลย ตั้งแต่วันแรก  dea02

 jealous
warzone
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #8 เมื่อ: 04/08/08, [00:51:20] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ประมาณอาทิตนึงครั้บ
แต่อาการพึ่งออกหลังจากลงต้นไม้ชุดใหม่ 3 วัน


ไปสังเกตตมา ปลามีอาการว่ายแฉลบ พวกใบไม้ขอนไม้ตลอด เหมือนมันคันๆๆๆ

เป็นไปได้มั้ยที่จะเป้นพวกปรสิต surrender
Revenge ออฟไลน์
Hot Member
« ตอบ #9 เมื่อ: 04/08/08, [00:54:08] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

น่าจะอาการเริ่มต้นของจุดขาว
warzone
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #10 เมื่อ: 04/08/08, [00:55:26] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

กรี๊ดดด ต้องทำไงดีครับ สงสารปลา
Menae
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #11 เมื่อ: 09/08/08, [22:10:32] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

1.ให้เช็คอุณภูมิน้ำในตู้ว่าอยู่ที่26องศาหรือเปล่านะคะ ปลาปอมจะไม่กินอาหาร ถ้าอุณภูมิต่ำกว่า26องศานะคะ ใช้สังเกตดูปลาว่ามีจุดขาวรึเปล่า ถ้าหากมี ให้ใส่ยาเหลือง(ออกซี่)แล้วปรับอุณภูมิของตู้ให้อยู่ประมาณ 28-30องศา ในกรณีที่ปล่าว่ายเอาตัวสีใบไม้หรือต้นไม้บ่อยๆ อาจมีประสิตเกาะ ให้ใช้ยาตาม

โรคปลาและวิธีการรักษา

โรคหนอนสมอ (Anchor worms)
อาการ : หนอนสมอจะมีขนาดความยาว 0.6-1 เซนติเมตร หนอนสมอจะใช้ส่วนหัวฝัง
เข้าไปในตัวปลาและยื่นส่วนหางออกมาทำให้เห็นเหมือนมีเส้นด้ายเกาะติดอยู่ที่ตัวปลา ถ้าดึงออก ส่วนที่เป็นสมอมักจะขาดติดอยู่ใต้ผิวหนังทำให้เกิดแผล เป็นทางให้แบคทีเรียเข้าสู่ตัวปลาได้ ปลาที่พบหนอนสมอจะมีอาการซึมไม่กินอาหาร ว่ายถูตัวกับขอบตู้หรือบ่อ และมีรอยแดงช้ำเป็นจ้ำตามตัว เนื่องจากปลาระคายเคืองเป็นอย่างมาก จะเอาตัวถูข้างบ่อ
การรักษา : แช่ปลาในสารละลาย ดิพเทอเร็กซ์ 0.25-0.5 กรัม ต่อน้ำ 1,000 ลิตร แช่ตลอดไป และแช่ซ้ำทุก 7 วัน รวมระยะเวลารักษา 4 ครั้งหรือเวลารักษา 1 เดือน

โรคเห็บ (Fish lice) Argulus sp.
อาการ : เห็บมีลักษณะกลมแบบคล้ายรูปจาน ขนาดยาว 3 - 5 มิลลิเมตร มีขา 8 ขา
แต่ละขายังแยกเป็นขาละ 2 คู่  ปลาที่มีเห็บเกาะอยู่จะว่ายถูตัวกับข้างบ่อ เพื่อให้ห็บหลุดเกล็ดปลาจะหลุดเป็นแผล ซึ่งทำความเสียหายมากเนื่องจากปรสิตนี้สามารถขยายพันธุ์เร็ว
การรักษา : แช่ปลาที่มีเห็บในสารละลาย ดิพเทอเร็กซ์ในอัตราส่วน 0.25-0.5 กรัม ต่อน้ำ 1,000 ลิตรแช่ตลอดไปและแช่ซ้ำทุก 7 วันต่อครั้ง รวมระยะเวลารักษา 4 ครั้ง หรือเวลารักษา 1 เดือน

โรคจุดขาวหรืออิ๊ค (White spot "Ich")
อาการ : เกิดจากโปรโตซัวขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างเป็นรูปไข่ Ichthyophthirius multifilis
โดยจะฝังอยู่ที่ผิวและเหงือกของปลาปลาจะสร้างเซลล์ผิวหนังชั้นนอกเพิ่มขึ้นจนหุ้มปรสิตหมด ทำให้บริเวณนั้นกลายเป็นจุดขาว ๆ ระคายเคือง ผิวหนังมีอาการคันปรสิตจะขยายพันธุ์เจริญเต็มที่ หลุดออกจากตัวปลา ว่ายน้ำเป็นอิสระส่วนหนึ่งจะสร้างเกราะหุ้มตัวให้ตัวอ่อน เมื่อสภาพเหมาะสมเกราะก็จะแตกออก ตัวอ่อนว่ายเข้าติดตัวปลาต่อไป ถ้าเกาะไม่ได้ตัวอ่อนจะตายภายใน 4 วัน โรคจะลามภายใน 7-8 ชั่วโมงเท่านั้น มักเกิดช่วงหน้าฝน เมื่อปลากระทบน้ำฝนหรือหนาวเย็นจัด ปลาจะมีอาการเซื่องซึม ครีบเปื่อย ไม่ค่อยเคลื่อนไหว และว่ายน้ำถูกับข้างบ่อ
การรักษา : ใช้มาลาไคท์กรีน 0.1-0.2 กรัม ต่อน้ำ 1,000 ลิตร แช่ตลอดไป และแช่ซ้ำ 2-3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 5-7 วัน : มาลาไคท์กรีนร่วมกับฟอร์มาลิน อัตรา 4 ซีซี กับ 1 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร

 โรคเชื้อรา (Fungus)
อาการ : พบบริเวณผิวหนัง ครีบ บริเวณมีบาดแผล และในไข่ปลาที่ไม่ได้รับการผสมลักษณะเป็นเส้นใยอยู่เป็นกลุ่ม ปลาที่ได้รับเชื้อ Saprolegnia sp. จะมีปุยขาวคล้ายปุยสำลีเกาะติดตามลำตัวที่ได้รับความบอบช้ำหรือมีบาดแผลตามตัว ราจะเข้าเกาะทันทีราเจริญที่อุณหภูมิ 25-28 องศาเซลเซียส และมีวงจรชีวิต 1-2 วัน เท่านั้น
การรักษา : แช่ปลาในน้ำที่ผสมเกลือ 3-5 กิโลกรัม ต่อน้ำ 1,000 ลิตร นานตลอดไป หรือใช้มาลาไคท์กรีน0.1-0.2 กรัม ต่อน้ำ 1,000 ลิตร หรือ 2 ซีซี ต่อน้ำ 1 ลิตร แช่จนกว่าปลาจะหายป่วย ซึ่งอาจต้องแช่ซ้ำ2-3 ครั้ง

โรคครีบและหางเปื่อย
อาการ : ปลาจะมีอาการเซื่องซึมไม่ค่อยกินอาหารและมักจะว่ายน้ำสั่นกระตุกเป็นพัก ๆ
ครีบและหางจะขาดแหว่งคล้ายถูกกัด บริเวณปลายครีบและหางจะมีสีขาวขุ่นหรือแดง และค่อย ๆ ลุกลามไปเรื่อย ๆ จนครีบและหางของปลาหดหายไป ซึ่งจะทำให้ปลาตายในที่สุด โรคนี้เกิดจากปลาได้รับเชื้อโปรโตซัว และมีการติดเชื้อแบคทีเรียรวมด้วย
การรักษา : แช่ปลาป่วยด้วยฟอร์มาลิน 25 - 45 ซีซี/ น้ำ 1,000 ลิตร แช่ปลานาน 2 วัน
:ใช้ยาปฏิชีวนะจำพวกไนโตรฟูราโซน ในอัตราส่วน 1-2 กรัม ต่อน้ำ 1,000ลิตรแช่ปลานาน 2-3 วัน

 โรคเหงือกอักเสบหรือเหงือกเน่า (Gill rot)
อาการ : เหงือกปลาจะบวมแดง เกิดการเน่าและแหว่งหายไป  ปลาหายใจถี่
ผิดปกติ และขึ้นมาหายใจบนผิวน้ำเสมอ ๆ หรือว่ายไปอยู่ที่ท่อออกซิเจน
การรักษา : ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำบ่อยขึ้น และให้ออกซิเจน หรือใช้ด่างทับทิม 3-4 กรัม ต่อน้ำ 1,000 ลิตรแช่ตลอดไป

 โรคเวลเว็ทหรือโอโอดิเนียม (Velvet disease หรือ Oodinium disease)
อาการ : เป็นโรคที่เกิดจากปรสิต (Oodinium sp.) มีสีน้ำตาลคล้ายสนิมเกาะตามลำตัว
เหงือก ถ้ามีเป็นจำนวนมากจะทำให้ปลาว่ายน้ำทุรนทุราย เนื่องจากหายใจไม่ออก
การรักษา : แช่ปลาในน้ำเกลืออัตราส่วน เกลือ 1 กิโลกรัมในน้ำ 100 ลิตร แช่จนปลาเริ่มว่ายน้ำกระสับกระส่ายจึงจับปลาออก และอาจต้องทำซ้ำอีก 2-3 ครั้ง โดยเว้นระยะ 2-3 วัน

โรคท้องบวม (Abdominal dropsy)
อาการ : เป็นโรคที่ส่วนใหญ่เกิดจากแบคทีเรีย ปลาจะมีอาการเซื่องซึม ไม่เคลื่อนไหว
อออยู่ใต้ผิวน้ำหรือจมก้นบ่อ ปลาไม่ค่อยกินอาหารในแบบเฉียบพลัน ส่วนท้องจะบวมมาก  มีน้ำสีแดงออกมาจากช่องท้อง และอาจเกิดเกล็ดตั้งขึ้น ส่วนแบบเรื้อรัง ผิวหนังของปลาจะเป็นรอยช้ำกเลือด
การรักษา : แช่ปลาในยาปฏิชีวนะออกซี่เตตร้าซัยคลิน หรือเตตร้าซัยคลิน ในอัตราส่วน 10-20 มิลลิกรัมต่อน้ำ 1,000 ลิตร แช่นาน 2-3 วัน จึงถ่ายน้ำใหม่แล้วแช่ยาซ้ำอีก
: ไม่ควรเลี้ยงปลาในปริมาณที่แน่นจนเกินไปและควรให้อาหารในปริมาณที่เหมาะสม

 การเกิดฟองอากาศ (Gas bubble disease)
อาการ : ส่วนมากจะเกิดกับลูกปลาที่เลี้ยงในบ่อที่มีแสงแดดจัด และมีสาหร่ายในน้ำ
ปริมาณสูง (สังเกตจากน้ำในบ่อจะมีสีเขียวมาก) ซึ่งสาหร่ายจะทำให้เกิดการสังเคราะห์แสง และเกิดก๊าซออกซิเจนมากเกินไป ส่วนในตอนเย็นออกซิเจนลดลงอย่างรวดเร็วทำให้ปลาปรับตัวไม่ทัน เห็นเป็นฟองอากาศในตัวปลาโดยเฉพาะลูกปลา
การรักษา : ควรจะหาที่บังแดด โดยใช้ตาข่ายบังแสงให้มีแสงผ่านได้ 40-60%

โรคเสียการทรงตัว (Swim bladder disease)
อาการ : ปลาจะว่ายน้ำหมุนควงตีลังกา เสียการทรงตัว ตกเลือดตามตัวและซอกเกล็ด จะ
เกิดกับปลาตั้งแต่วัยอ่อนถึงตัวเต็มวัย ซึ่งอาจเกิดจากความผิดปกติของถุงลมระบบแลกเปลี่ยนก๊าซผิดปกติ สาเหตุการเกิดโรคยังไม่แน่ชัด
การรักษา : ไม่พบวิธีการรักษาที่ได้ผล ส่วนมากถ้าพบปลาป่วย จะนำปลาไปเลี้ยงในที่แคบ ๆ เพิ่มอุณหภูมิ และความเค็ม โรคเสียการทรงตัวบางครั้งไม่ได้ขึ้นกับกระเพาะลมอย่างเดียวอาจเกิดจากการทำงานขงระบบย่อยอาหารผิดปกติ ทำให้เกิดก๊าซมาก

 [แลบลิ้นแอ๊บแบ๊ว]
หน้า: 1   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: