Aqua.c1ub.net
*
  Thu 03/Dec/2020
หน้า: 1 2  ทั้งหมด   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: FAQ ปะการังโครงแข็งโพลิปใหญ่ LPS เป็นยังไง มีอะไร เลี้ยงยังไง แก้ยังไง  (อ่าน 38617 ครั้ง)
bill2517 ออฟไลน์
Club Champion
« เมื่อ: 21/08/13, [14:37:30] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

************************************
อ่านไม่เข้าใจ - สงสัยเรื่องไหน - คำถามเพิ่มเติม ต่อกระทู้ได้เลยครับ
ถ้าผมตอบไม่ได้ / ยังไม่ได้ตอบ ใครพอทราบรบกวนช่วยตอบด้วยนะครับ
************************************



จากคราวก่อนได้ทำ Soft Coral ไว้ ยังเหลืออีก 2 กลุ่มปะการังที่นิยมเลี้ยงกัน วันนี้เลยขอต่อจาก Soft Coral ด้วยการตั้งกระทู้เกี่ยวกับ LPS นะครับ เพราะความต้องการใกล้เคียงกับ Soft Coral อยู่มากพอสมควร
กลุ่ม LPS เยอะมาก ชื่อ Family - Genus - Species - ภาพ - ชื่อไทย ค้นไปค้นมาเริ่มสับสนด้วยความที่ภาษาัอังกฤษผมไม่แข็งแรงเท่าไหร่ พยายามแปลให้ได้ใกล้เีคียงและถูกต้องที่สุด บางอย่างอาจผิดพลากในเรื่องของ ID - Genus และชื่อไทย บ้างเพราะผมไม่ค่อยสันทัด LPS ซักเท่าไหร่ กับ ราคาบางตัวสูงพอควร ไม่มีปัญญาซื้อ  หากข้อมูลที่ให้ไปมีความผิดพลาด-คลาดเคลื่อน แนะนำได้นะครับ จะได้ปรับแก้ไขให้ถูกต้องต่อไปครับ

FAQ: LPS เป็นยังไงเหรอ เห็นเรียก ของแข็ง ของอ่อน อะไร งง มาก...
ตอบ: ก่อนอื่นต้องแยกเป็น 2 กลุ่มก่อนนะครับ กลุ่มแรกเป็นของอ่อน หรือ ปะการังอ่อน หาเอาจาก FAQ อันก่อน   ส่วนกลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มของปะการังโครงแข็ง แยกออกเป็น 2 กลุ่มอีกทีคือ
LPS = Large Polyp Stony แปลภาษาไทยได้ว่า โครงหินโพลิปใหญ่
SPS = Small Polyp Stony แปลไทยคือ โครงหินโพลิปเล็ก
ส่วน Soft Coral จะไม่มีโครงสร้างหินปูนเหมือนโครงแข็ง ส่วนมากของ Soft Coral จะเป็นเนื้อเยื่อเพียวๆเลยครับ โครงแข็งก็จะมีโครงที่เป็นหินปูน โดยปะการังจะเป็นผู้สร้างโครงหินปูนนี้เพื่อห่อหุ้มตัวมันไว้ หากพวกโครงแข็งตายไป จะเหลือให้เห็นเพียงแค่โครงหินปูนขาวๆ และกลายเป็นหินเป็น และ ทราย ไปตามเวลา ส่วนของอ่อนหรือ Soft Coral พอตายแล้วจะไม่เหลืออะไรทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้าเลย...คงเหลือทิ้งไว้เพียงฐานที่มันเคยเกาะอยุ่

FAQ: เริ่มเข้าใจแล้ว ว่า Soft Coral กับ Hard Coral ต่างกันยังไง แต่ LPS กับ SPS แยกไม่ออก
ตอบ: งั้นดูตามรูปนะครับ ซ้าย LPS ขวา SPS จะมีโครงเหมือนกัน แต่ขนาดโพลิปต่างกัน


FAQ: พอเข้าใจแล้ว คร่าวๆของ LPS กับ SPS มีอะไรบ้างครับ
ตอบ: ตอบคร่าวๆ ก่อน
LPS :- แฮมเมอร์ เกรป ทอร์ช ฟ๊อกซ์ ชาลิซ สมอง โอเพ่นเบรน ดันแคน ถ้วยส้ม หินเขียว ไข่ปลาหมึก อแคน แคนดี้ ฟาเวีย บลัสโต มุซซ่า กาแล็คซี่ ซาลาเปา เพลท
SPS :- เขากวาง เขาแมว มอนติโพลา มิลลิโพลา สไตโล

FAQ: แล้ว LPS มีอะไรบ้าง เลี้ยงยังไง ความต้องการอะไร
ตอบ: โอ้วววว... เยอะมาก อาจจะตอบไม่หมดนะครับและไม่ได้ละเอียดมาก อาจจะมีสับสนด้วย แต่จะพยายามตอบให้ และ ให้ผิดพลาดน้อยที่สุดก็แล้วกัน
โดยปกติ กลุ่ม LPS จะมีพิษเพื่อป้องกันตัวเองและไว้แย่ง-ป้องกันพื้นที่ส่วนตัวของมันตามธรรมชาติ มากบ้างน้อยบ้างว่ากันไป เพราะความที่พวกมันโตช้ากว่าปะการังกลุ่มอื่นอาจเป็นเหตุให้ต้องมีเพื่อป้องกันตัวและป้องกันพื้นที่ ต่างจากพวกปะการังอ่อนที่โตเร็วขยายเร็วมีอาศัยการลามทับกันหรือบังแสงกัน ส่วนที่ตายก็ตายไปส่วนที่เหลือก็ขยายออกไป
ดังนั้น ปะการังกลุ่มนี้ (LPS) จึงควรวางห่างจากปะการังตัวอื่นซัก 1-2 นิ้ว(ขณะบานเต็มที่) เพื่อป้องกันความสูญเสียครับ ส่วนตัวผมก็โดนไปหลายอันอยู่ เขาแมวร่อน-ฟอกและซีเนียเหี่ยวเมื่อหล่นไปโดนแฮมเมอร์ หรือ เห็ดบานเต็มที่แต่บางส่วนกำลังอยู่ในปากของอแคนฯ เป็นต้น

เกรป-แฮมเมอร์-ทอร์ช-อ๊อคโตพุส (Euphyllia) - เป็น Family เดียวกันมีหลายรูปแบบ แบบกิ่ง แบบหัวใหญ่ๆ สีเขียวปลาม่วง ม่วงปลายน้ำตาล น้ำตาลปลายเขียว สลับไปสลับมา สีจัดๆ ก็แพงหน่อยหลักพัน สีอ่อนๆจางๆถูกหน่อยหลักร้อย สังเคราะห์แสงเป็นหลัก ไฟกลาง-แรงไ้ด้หมด น้ำกลางๆ ก็เพียงพอแล้ว

Care Level: Moderate
Temperament: Aggressive
Lighting: Moderate
Waterflow: Medium
Placement: Middle - Bottom
Water Conditions: 72-78° F, dKH 8-12, pH 8.1-8.4, sg 1.023-1.025
Supplements: Calcium, Magnesium, Strontium, Iodine, Trace Elements

ลูกโป่ง (Plerogyra) - พิษแรงอีกตัวนึง ตอนดึกๆ จะยื่นหนวดเป็นเส้นๆออกมาหากินได้ ระวังไปโดนเพื่อนบ้านก็แล้วกัน
จัดอยู่ในกลุ่ม Euphyllia เหมือนกัน ความต้องการก็คล้ายๆกันกับพวกแฮมเมอร์ เกรป ทอร์ช สังเคราะห์แสงเป็นหลัก

Care Level: Easy
Temperament: Aggressive
Lighting: Moderate
Waterflow: Low to Medium
Placement: Bottom
Water Conditions: 72-78° F, dKH 8-12, pH 8.1-8.4, sg 1.023-1.025
Supplements: Calcium, Strontium, Trace Elements

ไข่ปลาหมึก (Catalaphyllia - Elegance Coral) - ผมว่าเปราะไปนิด ส่วนมากหากได้สภาพไม่ค่อยดีมา มักจะหลุดออกจากโครง ตอนซื้อต้องคัดเนียนๆหน่อย แต่หากสภาพดี ก็เลี้ยงไม่ยากครับ ความต้องการเหมือนLPSทั่วไป ชอบตรงปลายมันสวยดี สังเคราะห์แสงเป็นหลัก

Care Level: Moderate
Temperament: Aggressive
Lighting: Moderate
Waterflow: Low to Medium
Placement: Bottom
Water Conditions: 72-78° F, dKH 8-12, pH 8.1-8.4, sg 1.023-1.025
Supplements: Calcium, Strontium, Trace Elements

สมอง (Trachyphyllia - openbrain) - เลี้ยงง่าย ไฟกลาง-เบา น้ำเอื่อยๆไม่แรงมาก วางพื้นตู้ระวังทรายปลิวไปโดน สีสวยราคาก็ใช้ได้เลย สังเคราะห์แสงเป็นหลัก

Care Level: Easy
Temperament: Semi-aggressive
Lighting: Moderate
Waterflow: Medium
Placement: Bottom
Water Conditions: 72-78° F, dKH 8-12, pH 8.1-8.4, sg 1.023-1.025
Supplements: Calcium, Strontium, Trace Elements

สมอง (Diploastrea กับ Plesiastrea) - ไม่เคยเห็น ไม่รู้สมองอันไหนเป็นอันไหน เลยลงไว้ให้ ดูจากความต้องการท่าจะเลี้ยงไม่ยากครับ สังเคราะห์แสงเป็นหลัก

Care Level: Easy
Temperament: Semi-aggressive
Lighting: Moderate
Waterflow: Medium
Placement: Bottom to Middle
Water Conditions: 72-78° F, dKH 8-12, pH 8.1-8.4, sg 1.023-1.025
Supplements: Calcium, Magnesium, Strontium, Iodine, Trace Elements

บลัสโต (Blastomussa) - เลี้ยงง่ายเหมือนกัน น้ำเบาๆ ไฟกลางๆ วางไว้ล่างๆ เหมือนสมอง สังเคราะห์แสงเป็นหลัก

Care Level: Moderate
Temperament: Peaceful
Lighting: Moderate
Waterflow: Low
Placement: Bottom
Water Conditions: 72-78° F, dKH 8-12, pH 8.1-8.4, sg 1.023-1.025
Supplements: Calcium, Strontium, Trace Elements

เพลท (Fungia) - มีหลายรูปแบบ หนวดสั้น หนวดยาว สีหลักๆ ก็ เขียว ส้ม แรงๆหน่อยก็ ชมพู ม่วง แดง ราคาก็แรงขึ้นไป เลี้ยงง่าย ไฟกลางๆ น้ำกลางๆ-เบาๆ คล้ายกับสมอง วางล่างๆแต่ระวังทราย สังเคราะห์แสงเป็นหลักครับ

Care Level: Easy
Temperament: Semi-aggressive
Lighting: Moderate
Waterflow: Low to Medium
Placement: Bottom
Water Conditions: 72-78° F, dKH 8-12, pH 8.1-8.4, sg 1.023-1.025
Supplements: Calcium, Strontium, Trace Elements

ซาลาเปา (Cynarina) - เปาไทย เปานอก สีสรรให้เลือกมากมายตามงบประมาณครับ เลี้ยงไม่ยาก ไฟกลาง น้ำเบาๆ บวมสุดๆ วางล่างๆก็ได้ สังเคราะห์แสงเป็นหลัก

Care Level: Easy
Temperament: Peaceful
Lighting: Moderate
Waterflow: Low
Placement: Bottom to Middle
Water Conditions: 72-78° F, dKH 8-12, pH 8.1-8.4, sg 1.023-1.025
Supplements: Calcium, Strontium, Trace Elements

ดันแคน (Duncanopsammia - Whisker Coral) - ไฟเบา-กลาง น้ำเบา ถ้าแปลมาไม่ผิดรู้สึกจะอยู่ในน้ำลึกตามธรรมชาติ คิดว่าคงชอบน้ำเย็นๆด้วยครับ

Care Level: Moderate
Temperament: Peaceful
Lighting: Low to Moderate
Waterflow: Low
Placement: Bottom to Middle
Water Conditions: 72-78° F, dKH 8-12, pH 8.1-8.4, sg 1.023-1.025
Supplements: Calcium, Strontium, Trace Elements

แคนดี้เคน-ทรัมเปต (Caulastrea) - เลี้ยงง่าย ไฟกลางๆอย่างน้อย น้ำพริ้วๆ สังเคราะห์แสงเป็นหลักครับ ถ้าได้สีสดๆ สวยเลยครับ สังเคราะห์แสงเป็นหลัก

Care Level: Easy
Temperament: Peaceful
Lighting: Moderate
Waterflow: Medium
Placement: All
Water Conditions: 72-78° F, dKH 8-12, pH 8.1-8.4, sg 1.023-1.025
Supplements: Calcium, Strontium, Trace Elements

อแคน (Acanthastrea)
- เลี้ยงง่าย ไฟกลางๆกำลังบานบวมสวย น้ำเบาๆ สีสวย หลายสี ราคาน่าดูเหมือนกันสำหรับก้อนใหญ่ๆ  อแคนแมกซิม่าโพลิปใหญ่ๆ ก็เลี้ยงลักษณะเดียวกันครับ สังเคราะห์แสงเป็นหลัก

Care Level: Easy
Temperament: Peaceful
Lighting: Moderate
Waterflow: Low
Placement: Bottom to Middle
Water Conditions: 72-78° F, dKH 8-12, pH 8.1-8.4, sg 1.023-1.025
Supplements: Calcium, Magnesium, Strontium, Trace

ชาลิซ (Echinophyllia - Chalice Coral) - เลี้ยงง่ายครับ ไฟเบากลางแรงได้หมด แต่กลางๆก็ดี น้ำพริ้วๆ จะมีหนวดออกและบวมนิดๆ เพิ่มสีสันให้ตู้ได้ดีครับ สังเคราะห์แสงเป็นหลัก

Care Level: Moderate
Temperament: Semi-aggressive
Lighting: Low to Moderate
Waterflow: Medium
Placement: Bottom to Middle
Water Conditions: 72-78° F, dKH 8-12, pH 8.1-8.4, sg 1.023-1.025
Supplements: Calcium, Magnesium, Strontium, Iodine, Trace Elements

กาแลคซี่ (Galaxea - Tooth,Star,Crystal,Starburst,Brittle or Galaxy Coral) - ไฟแรงๆครับ น้ำพริ้วๆ สังเคราะห์แสงเป็นหลัก แต่ก็ถือว่าเลี้ยงยากส่วนมากไม่ค่อยรอดในระบบปิดครับ ระยะยาวนะ

Care Level: Moderate
Temperament: Aggressive
Lighting: High
Waterflow: Medium
Placement: All
Water Conditions: 72-78° F, dKH 8-12, pH 8.1-8.4, sg 1.023-1.025
Supplements: Calcium, Strontium, Trace Elements

สโคลี่ (Scolymia) - อันนี้แรงจริงครับ แรงทั้งสีและราคา เป็นพวก Ultra Super Premium อะไรประมาณนั้น ใครมีประดับตู้นี่ อู้วววว ยามเมื่อโดนไฟบลูส่องนี่ สุดๆ แต่ผมไม่มีหรอกครับ ไม่มีปัญญา ได้แค่ยืนดูครับ ห่างๆด้วย
เลี้ยงง่าย ไฟกลางๆที่ส่องถึงพื้นตู้นะครับ น้ำพริ้วๆ บวมสวย สังเคราะห์แสงเป็นหลักครับ

Care Level: Easy
Temperament: Semi-aggressive
Lighting: Moderate
Waterflow: Medium
Placement: Bottom
Water Conditions: 72-78° F, dKH 8-12, pH 8.1-8.4, sg 1.023-1.025
Color Form: Green, Red
Supplements: Calcium, Magnesium, Strontium, Trace Elements

ถ้วยซุปเปอร์ซัน / ถ้วยส้ม-ดำ-เหลือง ฯลฯ (Dendrophyllia / Tubastrea)
ขอรวมกันนะครับ ถ้วยจะว่าเลี้ยงง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยากครับ สิ่งสำคัญคือ ไม่ได้สังเคราะห์แสงเป็นหลัก ดังนั้นเลยยากตรงที่ผู้เลี้ยงต้องหาอาหารให้มัน จะเป็นกุ้ง/อาหารปลา อะไรก็ตาม ต้องป้อนให้มันอย่าให้ขาดถ้าอยากให้สวย บาน  โดยปกติถ้วยจะบานตอนกลางคืนหาจับแพลงตอนกิน แต่ใตนตู้เลี้ยง ซุปเปอร์ซันอาจจะบานง่ายแต่พวกถ้วยเล็กๆอาจต้องล่อให้บานโดยพวกแพลงตอนฉีดล่อมันก่อนค่อยป้อนอาหาร
สำหรับผู้เลี้ยงที่ไม่ค่อยมีเวลากับตู้เท่าไหร่ ไม่อยากแนะนำครับ เพราะต้องป้อนอาหาร อีกทั้งต้องล่อให้บานเป็นเหตุให้คุณภาพน้ำต้องคอยดูแลบ่อยกว่าปกติครับ แต่สีมันก็สวยสดดีจัง ลองชั่งใจดูนะครับว่ามีเวลาเลี้ยงมันหรือเปล่า
การเลี้ยงก็วางระดับไหนก็ตามใจเพราะไม่ได้สังเคราะห์แสง วางล่างๆเพื่อที่สูงๆจะได้วางอย่างอื่น หรือวางสูงๆเพื่อป้อนง่ายๆก็ตามใน แต่ชอบน้ำแรงนิดนึงเพราะธรรมชาติต้องหาอาหารเอง เลยต้องอยู่ที่่ๆมีกระแสน้ำดีๆแรงๆเพื่อนำอาหารมาให้มันครับ

Care Level: Moderate
Temperament: Peaceful
Lighting: Low
Waterflow: Medium to Strong
Placement: Bottom
Water Conditions: 72-78° F, dKH 8-12, pH 8.1-8.4, sg 1.023-1.025
Color Form: Yellow
Supplements: Calcium, Strontium, Trace Elements

หินเขียว หินแดง (Goniopora กับ Alveopora) - มีการถกเถียงกันบ่อยๆ ถึงความต้องการของหินเขียว (ทั้ง12หนวดAlveopora กับหนวดเยอะๆGoniopora) ไม่ใช่แต่นักเลี้ยงในไทย ฝรั่งเองก็เถียงกัน
มีลิงค์ฺมาให้2อัน ใครสามารถแปลให้ทีครับ ผมคงแปลได้แต่คนอ่านคงจะงง ตัดสินใจไม่แปลดีกว่า
http://reefkeeping.com/issues/2005-10/nftt/index.php
http://www.saltcorner.com/AquariumLibrary/browsegroupspecies.php?GroupID=146
สำหรับผมคงสรุปได้แค่ว่าไม่เหมาะกับมือใหม่ทั้ง 2 แบบ (Genus) และไม่แนะนำให้เลี้ยง
ส่วนหากว่ามีข้อมูลยืนยันว่าเลี้ยงได้จริง สามารถขยายพันธ์ได้ ในตปท.เห็นมีการขยายพันธ์แต่เขาก็ไม่ได้บอกความต้องการของปะการังชนิดนี้มา หรือคิดจะเลี้ยงโดยต้องป้อนอาหาร โดยใช้  micro-plankton หรือ brine shrimp ก็แล้วแต่นะครับ อันนี้เป็นรายบุคคลไป ก็ว่ากันไป

Flower Pot Coral (Goniopora sp.)
Care Level: Moderate
Temperament: Aggressive
Reef Compatible: Yes
Lighting: Moderate
Waterflow: Medium
Placement: Middle to Top
Water Conditions: 72-78° F, dKH 8-12, pH 8.0-8.4, sg 1.021-1.025
Supplements: Calcium, Strontium, Trace Elements


Alveopora Coral, Branched (Alveopora sp.)
Care Level: Moderate
Temperament: Semi-aggressive
Lighting: Moderate
Waterflow: Low
Placement: Bottom
Water Conditions: 72-78° F, dKH 8-12, pH 8.1-8.4, sg 1.023-1.025
Supplements: Calcium, Strontium, Trace Elements


The Care and Propagation of Goniopora
Link จาก ReefKeeping ของคุณ Justin Credabel ผมอ่านคร่าวๆ(มั่วๆดำน้ำนั่นแหละ) ว่าแกเลี้ยงได้ในระยะยาวเป็นปี กับ10ชนิดของ Goniopora กับ Alveopora ถ้าอ่านดูคือ แกนอกจากจะให้สังเคราห์แสงเองแล้วยังต้องมีการให้อาหารต่างหากอีกด้วย และมีการบอกถึงระดับของแสงและกระแสน้ำว่ามีผลต่อสีและรูปทรงของหินเขียวอย่างไร  ผมแปลไม่เก่งไม่กล้าแปลเดี๋ยวเพี้ยนจากข้อมูลเดิมเยอะไป...

FAQ: โอ้ว LPS เยอะมาก จะเลือกเลี้ยงยังไง จะเลือกซื้อยังไง
ตอบ: เลือกเลี้ยงยังไง..ก็ชอบแบบไหนก็เลี้ยงแบบนั้นครับ พวกพริ้วๆคล้ายปะการังอ่อนก็พวก แฮมเมอร์ เกรป ทอร์ช หรือสีสะท้อนแสงแว๊บๆก็พวก แคนดี้ สมองบาหลี ถ้าสีจัดๆก็ สมอง อแคน
พวกอัพราคาหน่อยก็สีสวยสดเช่น ทอร์ชทอง พวกสีเมทัลลิคปรี๊ดๆ หรือสโคลี่ ซาลาเปาสวยๆออสซี่ ตามเงินในกระเป๋าครับ
ส่วนการเลือกซื้อ ให้ดูความสมบูรณ์เป็นอันดับแรก บานดี สีสด น้ำตาลเป็นน้ำตาล เขียวเป็นเขียว แดงเป็นแดง ประเภทสีใสๆขาวๆแทนที่จะเป็นสีน้ำตาล อย่าซื้อครับ อาจกำลังฟอกอยู่ก็ได้ครับ โดยปกติปะการังเกือบทุกชนิดจะไม่มีสีขาว จะเป็นสีน้ำตาลซะมากกว่า หากพบว่าส่วนที่ควรเป็นสีน้ำตาล-สีเนื้อ เป็นสีขาวใสหรือขาวขุ่น ให้เดาไว้ก่อนว่า ฟอก ครับ
จากนั้นก็มาดูว่าในตู้เรามีอะไรที่จะไปรบกวนมันบ้าง เช่น ปลาแองเจิ้ลอาจจะชอบเล่นสมอง-เปา ก็ดูเอาครับตามตาราง
ให้ดู Live Coral เป็นหลัก แล้วเทียบกับปลาที่มีในตู้ครับว่าเป็นกลุ่มไหน


FAQ: อยากเลี้ยง LPS บ้าง แต่อยากรู้ว่าต้องเติมเคมีอะไรเป็นพิเศษบ้างหรือเปล่า พวกแคลเซียม แมกนีเซียม part A+B อะไรประมาณนี้
ตอบ: จริงๆ ผมจะเน้นเสมอครับว่า "ก่อนเติมควรทำการวัด" การเติมก็ต่อเมื่อมันขาด ทีนี้จะรู้ได้อย่างไรว่าค่าที่ต้องมีควรจะเป็นเท่าไหร่
สำหรับ LPS โดยปกติค่าน้ำควรเป็น (จริงๆ สำหรับตู้ทะเลทั้งหมดควรจะต้องเป็นค่านี้ ยกเว้น ตู้ SPS ค่าของเสียเป็น 0)
Water Conditions: 72-78° F, dKH 8-12, sg 1.023-1.025, pH 8.0-8.4
NH4 = 0 หรือให้น้อยที่สุดไม่ควรเกิน 0.1ppm  (แอมโมเีนีย)
NO2 = 0 หรือให้น้อยที่สุด (ไนไตร์ท)
NO3 = 0 หรือ ให้น้อยที่สุด  < 12 (ไนเตรท)
PO4 = ไม่เกิน 0.03ppm หรือให้น้อยที่สุด (ฟอสเฟต)
Ca = 380-420 ppm (แคลเซียม)
Mg = 1250-1350 ppm (แมกนีเซียม)

ดังนั้นเมื่อรู้แล้วว่าค่าต่างๆ ควรเป็นเท่าไร จึงต้องวัดแล้วค่อยเติมส่วนที่ขาดเอาครับ
ปกติ LPS จะมีการเจริญเติบโตช้ากว่ากลุ่ม SPS ดังนั้นอัตราส่วนการใช้ Ca และ Mg ก็จะน้อยกว่า SPS มาก ส่วนตัวผม การเปลี่ยนน้ำเป็นประจำตามเวลาที่กำหนดในปริมาณที่เหมาะสม ก็เพียงพอแล้วสำหรับกลุ่ม LPS รวมถึง Soft Coral ด้วยครับ
ส่วนค่าไหนมีไว้ทำอะไร ลองดูได้จากลิงค์นี้ http://www.liveaquaria.com/PIC/article.cfm?aid=14 ของ Liveaquaria แต่ส่วนเรื่องของสินค้าก็ต้องใช้วิจารณญานเอาเองครับเพราะเขาขายของไปด้วยพร้อมกับการให้ข้อมูล

FAQ: ค่า pH ตก ทำอย่างไร
ตอบ: ให้คิดถึงการเปลี่ยนน้ำเป็นอันดับแรก  หรือ เติมด้วย pH Buffer (พีเอช บัฟเฟอร์) ครับ ตอบง่ายมะ... เอาว่าควรจะรู้ก่อนว่า pH คืออะไรแบบจริงๆ และ ลึกๆ หน่อย ไม่ใช่เพียงแค่รู้ว่า pH คือค่่าความเป็นกรดเป็นด่าง แบบนี้ไม่พอครับ...
- ค่า pH อยุ่ในช่วง 1-14 ค่าเป็นกลาง=7 หากน้อยกว่า 7 เป็นกรด มากกว่า 7 เป็นด่าง
- ค่า pH ที่เหมาะกับตู้ทะเลคือ 8.0-8.4 อาจจะมากกว่าหรือน้อยกว่าได้นิดนึงในระหว่างวัน เพราะเช้า-กลางวัน-เย็น-กลางคืน-เปิดไฟ-ปิดไฟ มีผลกับค่า pH ครับ
- บัฟเฟอร์ในตุ้ทะเล มี2แบบ คือ กรดอ่อนและเกลือของกรดอ่อน  กับ  ด่างอ่อนและเกลือของด่างอ่อน
- กรดอ่อนและเกลือของกรดอ่อน ได้แก่ กรดอะซิติค acitic acid หรือน้ำส้มสายชู  กรดมดหรือformic acid
- ด่างอ่อนและเกลือของด่างอ่อน ได้แก่ โซเดียมไบคาร์บอเนต (Na2HCO3) หรือ แคลเซี่ยมไบคาร์บอเนต รวมถึงแอมโมเนีย (NH3) ก็เป็น
- หากอยากสะดวกหรือคำนวนให้ได้ถูกต้องแม่นยำก็ใช้พวกสำเร็จรูปจะง่ายกว่า เช่น pH Up ประมาณนี้ มีวิธีคำนวนกับปริมาณน้ำให้
ปกติตู้ทะเลมักไม่ค่อยพบเห็นว่า pH สูงกว่ามาตรฐานซักเท่าไหร่ ส่วนมากจะพบเห็น pH ตกซะมากกว่า และจะพบมากกับตู้ที่มีของเสียเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหรือตู้ตั้งใหม่ๆซะด้วย ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ....  เพราะว่า ตู้ทีี่มีของเสียมาก -> แบคทีเรียก็มีอาหารมาก -> แบคฯก็แบ่งตัวเพิ่มจำนวนมากขึ้นตามปริมาณอาหาร -> แบคฯมากหายใจมากปล่อย CO2 -> CO2 มีฤทธิ์เป็นกรด -> pH ตกครับ เข้าใจง่ายมะแบบเนี้ยะ...
ดังนั้น อยากจะบอกว่า เมื่อ pH ตกบ่อยๆ ไม่เพียงแค่การเติมบัฟเฟอร์เพื่อให้ค่า pH อยู่ในระดับที่สามารถเลี้ยงได้เท่านั้น..แต่ควรหาที่ต้นเหตุว่าเกิดจากอะไรแล้วแก้ไขซะ
หากค่า pH จากน้ำก่อนเปลี่ยนลงตู้มีค่าต่ำกว่ามาตรฐาน อันนี้ไม่มีอะไร เพราะต้นทางเป็นแบบนี้ เติมบัฟเฟอร์ก็จบ
แต่หาก มาตกในตู้ ต้องหาสาเหตุให้ได้ครับ
การวัดว่า pH ควรวัดในช่วงเวลาเดียวกัน เช่นวัด 8 โมงเช้า ก็ต้องวัด 8 โมงทุกครั้ง เพราะอย่างที่บอก pH เปลี่ยนแปลงขึ้นลงในระหว่างวัน ช่วงเปิด-ปิดไฟก็จะไม่เท่ากัน เนื่องจากพวกสาหร่าย,ตะไคร่หรือปะการัง เมื่อเปิดไฟจะสังเคราะห์แสงและคาย O2 เข้ามาในระบบ ค่า pH ในช่วงนั้นจะสูงขึ้น หลังจากปิดไฟ สาหร่าย,ตะไคร่หรือปะการัง จะหายใจทำให้ปล่อย CO2 ออกมาแทน ทำให้ค่า pH ลดต่ำลง แต่จะไม่มาก จึงแนะนำให้วัดในช่วงเวลาเดียวกันครับ....
โดยปกติเมื่อ pH ตก KH ก็จะตกตามไปด้วยครับ

FAQ: ค่า KH ตก ทำอย่างไร
ตอบ: เรื่องนี้มีตัวละครเข้ามาเกี่ยวข้องกันหลายตัวครับ ทั้ง pH KH Ca Mg ขออ้างอิงจากการแปลของคุณไผ่ (MasterMind ใน SRC) เพราะการแปลอันนี้ทำให้เข้าใจได้ง่ายนะครับ กระทู้ "ความสัมพันธ์ ระหว่าง CalciumกับAlkalinity" ใน SPS Discussion
อันนี้
"แคลเซียมไอออนกับคาร์บอเนตไอออน(เราใช้ค่าalkalinityที่เราวัดกัน เปนตัวบอกว่ามีคาร์บอเนตไอออนปริมาณเท่าไหร่) สองตัวนี้ มันจะทำปฏิกิริยากันง่ายมาก เวลาปะการังจะเอาไปใช้คือดึงไปทีล่ะตัว แล้วไปทำปฏิกิริยากันภายในทำให้เกิดแคลเซียมคาร์บอเนตหรือหินปูนหรือโครงแข็งของประการังนั้นแหละครับ แต่ถ้ามันจับตัวกันหลายๆตัวจะทำให้เกิดการตกผลึกแล้วก็จะไม่ละลายน้ำ ประการังก็จะดึงไปใช้ไม่ได้ แต่แมกนีเซียมจะเป็นตัวคอยสกัดกั้นไม่ให้มันจับตัวกันได้ง่าย ทำให้เรารักษาระดับของแคลเซียมกับแอลคาไลน์ในตู้ได้อยู่ในระดับที่เราต้องการ ถ้าตู้ในที่มีปัญหาเติมเท่าไหร่ค่าก็ไม่ค่อยขึ้น เค้าแนะนำว่าค่าแมคนีเซียมอาจจะต่ำไป พอต่ำก็เลยทำให้แคลเซียมกับคาร์บอเนตจับตัวกันตกตะกอนไปซะหมด สังเกตุง่ายๆตามปั้มหรือกระจกที่มันมีความร้อน หรือที่อุ่นๆในตู้ เพราะความร้อนจะเร่งปฏิกริยาเคมีทำให้เกิดเร็วขึ้น บริเวณแถวนั้นจึงสังเกตุได้ง่ายถ้ามีการจับตัวกันตกตะกอน เปนสัญญาณแสดงให้เหนว่าระดับแมคนีเซียมต่ำไปแล้ว ควรรักษาให้อยู่ในระดับ 1350 คับ"
และนี่
"SPS มีโครงสร้างทั่วไปเป็นโครงแข็ง แล้วก็มีผิวด้านนอกที่ปกคลุมด้วยชั้นผิวอ่อนที่มีชีวิตน่ะครับ โครงสร้างแข็งนี้คือ calciumcarbonate น่ะครับ ดังนั้นการเติบโตของ SPS จึงทำได้โดยดึง Calcium Ion กับCarbonate Ion ในน้ำทะเลมาทำปฏิกริยากันเพื่อทำให้เกิด Calciumcarbonate ซึ่งทำให้ตัวโครงสร้างแข็งของ SPS ใหญ่ขึ้นๆ ดังนั้นถ้าอยากให้ SPS ของเราโตและสุขภาพดีน่ะครับ เราก็ต้องรักษาปริมาณcalciumกับcarbonateในตู้ให้อยู่ในระดับสมดุลตลอดเวลา ถ้าSPSเยอะก็ต้องให้calcuimกลับเข้าไปในตู้ให้สมดุลกับที่SPSในตู้เราดึงไปใช้ มีอยู่ 4 วิธีที่จะรักษาค่าทั้งหลายนี้ให้คงที่น่ะครับ
1. Water changes เปลี่ยนน้ำเป็นวิธีที่เหมาะสมสำหรับตู้ขนาดเล็กน่ะครับ ที่มีแค่ของอ่อนหรือว่าLPSเล็กน้อย เพราะการเปลี่ยนน้ำถือเป็นวิธีที่แพงมากที่จะรักษาสมดุลค่าเหล่านี้ แล้วก็ใช้แรงงานมากด้วย
2.Kalkwasser เป็นวิธีที่ค่อนข้างง่ายและสะดวกน่ะครับ โดนผสมผงKalkwasserลงในน้ำแล้วคนให้เข้ากัน แล้วเอาเฉพาะส่วนที่ใสเติมลงไปในตู้ แต่ขอเสียคือมันเป็นสารละลายที่มีค่า PH สูงมาก ดังนั้นต้องค่อยๆเติมลงไปในตู้ทีล่ะน้อยๆ อย่างต่ำก็หลายชม. โดยทั่วไปจึงนิยมใช้ dosing pump หรือว่าเติมไปพร้อมกับ auto top ครับ ซึ่งจุดเด่นของมันคือทำให้รักษาระดับ PH ได้ในระดับสูงตลอดเวลาน่ะครับ Kalkwasserเป็นวิธีที่ง่ายและสะดวกก็จริงน่ะครับ ซึ่งเพิ่มได้ทั้ง calcium ทั้ง carbonate แต่อย่างที่บอกไปข้อเสียคือPHสูงทำให้ ถ้าต้องการโดส calciumกลับเข้าไปในระบบเร็วๆและเยอะ จึงทำไม่ได้ คนจึงหันไปใช้calcium reactor มากกว่า ปริมาณที่เหมาะสมที่แนะนำให้เติม Kalkwasser กลับเข้าไปในระบบคือเท่ากับจำนวนปริมาณน้ำที่ระเหยไปครับ จะเป็นจุดที่สมดุลที่สุด ดังนั้นต่อกับ auto top จึงเป็นวิธีที่เหมาะมาก
3.Two part additives แยกเป็น calcium กับ alkalinity น่ะครับ วิธีนี้ค่อนข้างง่ายและแม่นยำ จะเติมมือหรือใช้dosing pumpก็ได้ โดยเติมทุกๆวัน ถ้ามีปะการังเพิ่มขึ้นเราก็แค่ปรับขนาด dose เพิ่มขึ้นตามจำนานปะการังครับ ข้อเสียคือราคาค่อนข้างแพงถ้าใช้กับตู้ขนาดใหญ่ จึงไม่เหมาะกับตู้ขนาดใหญ่หรือ SPS ล้วน มันเปลือง :confused:
4.Calcium reactor ใช้กับตู้ที่ต้องการ calcium ปานกลางถึงมากน่ะครับ หลักการทำงานคือเติมเศษปะการังเข้าไปซึ่งก็คือ calciumcarbonate นั้นเอง แล้วก็เปิดคาร์บอนผสมกับน้ำเพื่อทำให้น้ำมีสภาพเป็นกรด เพื่อไปละลายเศษปะการังให้ได้ calcuim ออกมา แล้วใส่ลงไปในตู้ นอกจากได้calciumแล้ว วิธีนี้ยังเชื่อว่าได้เติม trace element ที่อยู่ในเศษปะการังต่างๆชนิดกันลงในตู้อีกด้วย แต่วิธีนี้ต้องใช้ความชำนาญและยุ่งยากกว่าวิธีอื่น ประกอบกับการที่วิธีนี้ใช้ PH ต่ำไปละลายเศษกะการัง ดังนั้นการใส่มันลงไปในตู้จึงต้องควบคุมดูค่า PH ให้ดี เพราะจะทำให้ PH ตกได้ เลยชอบที่จะใช้คู่กับ kalkwasser คับ"

แล้วก็อันนี้
"สรุปได้ว่า การเลี้ยงเขาน่ะครับปัจจัยที่สำคัญทางเคมีคือ
1. calcium ปะการังโครงแข็งจะดึง calcium ion จากในน้ำไปใช้เพื่อทำปฏิกริยากับ carbonate ก่อให้เกิดCalciumCarbonate หรือส่วนที่เป็นโครงแข็งของ stony coral ทั้งหลาย ทำการเติมได้4วิธีดังที่กล่าวไว้ด้านบน
2. Carbonate หรือที่เรารุจักกันคือ alkalinity Carbonate ion ทำปฏิกริยากับ calcium ion ทำให้เกิด calciumCarbonate เพิ่มได้โดยการใช้ kalkwasser และ Two past additives
3. Magnesium เป็นตัวคอยสกัดกั้นไม่ให้ Calcium กับ Carbonate ซึ่งทำปฏิกริยากันได้ง่าย ถ้าทั่งสองตัวจับตัวกันในน้ำเกิดเป็นผลึกและตกตะกอน ไม่ละลายน้ำ ทำให้ปะการังดึงไปใช้ไม่ได้ การทำให้ค่าmagnesiumคงที่ จะส่งผมให้ค่า calcium ion และ carbonate ion ในน้ำสูงตามไปด้วย เนื่องจากไม่สูญเสียไปเนื่องจากการจับตัวกันตกเป็นผลึก ถ้าค่าต่ำลง สามารถเติมเพิ่มได้เองด้วยสารที่มีขายในท้องตลาด
4. Trace element คือธาตุเสริมอื่นๆ ที่ถึงจะไม่มีก็ไม่ทำให้ปะการังตายหรือไม่โต เช่นเดียวกับคนที่กินเพียงอาหารหลักก็อยู่ได้ ไม่จำเป็นต้องกันวิตามินเสริม ไปเป็นอาการหลักด้วย trace element ทำหน้าที่เหมือนวิตามินในการช่วยทำให้ปะการังแข็งแรง สีสวยและมีภูมิต้านทานต่อโรค trace element สามารถเติมได้หลายทาง เช่นจาก การย่อยสลายเศษปะการังของ calcium reactor ซื้อในเศษปะการังนั้นมีอยู่มากมายหลายชนิดรวมกัน หรือการเติมเพิ่มเข้าไปบางชนิด ตามยี่ห้อที่มีขายตามท้องตลาด แต่ข้อแนะนำคือ การเติมควรจะทำอย่างเคร่งครัด เพราะการเติมสารมากเกินไปลงในตู้ย่อมมีผลร้ายมากกว่าการไม่เติมเลย
5. Phosphate เป็น 0 เนื่องจาก Phosphate จะไปเกาะที่ผิวของปะการังทำให้ปะการังดึง calcium ion และ carbonate ion ได้น้อยลง อาจจะทำให้ปะการังโตช้าลงถึง 50% เลยทีเดียว
6. Nitrate เป็น 0 เพิ่มให้อีกอันนึงตามตำราของพี่โอ๊ต seeyouallsoon น่ะครับ เนื่องจาก SPS ไม่สามารถสังเคราะห์แสงเองได้ จึงต้องใช้วิธีล่อลวง zooxanthellae เข้ามาเพื่อสร้างอาหารให้โดยการสังเคราะแสงแล้วอาหารส่วนที่เหลือจาก zooxanthellae ก็จะเป็นอาหารของ SPS ซึ่งzooxanthellaeนั้นมีสีน้ำตาล การที่ nitrate สูงจะทำให้ zooxanthellae เพิ่มจำนวนมากขึ้น การที่เขาจะมีสีสวยนั้น คือเขาที่มีจำนวน zooxanthellae ในปริมาณน้อยจนไม่ไปบดบังสีจริงของเขา แต่ก็ต้องมีปริมาณที่เพียงพอสำหรับสร้างอาหารให้ตัวมันด้วย ดังนั้น nitrate low จึงเป็นวิธีที่ทำให้ zooxanthellae ไม่เพิ่มจำนวนจนเขาเป็นสีน้ำตาลไป ไฟแรงก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งส่งเสริมกัน ถ้าไฟแรงพอก็จะทำให้ประสิทธิภาพในการสังเคราะห์แสงของ zooxanthellae ดีไปด้วย ก็ไม่จำเป็นจะต้องเพิ่มจำนวนมากขึ้นเพื่อให้ได้พลังงานเพียงพอกับความต้องการ น้ำที่ใสก็เป็นปัจจัยส่งเสริมให้ไฟสามารถส่ิองผ่านไปถึงปะการังได้เต็มที่ ดังนั้นการใช้ activated carbon ในการดูดสาร organic ในน้ำเพื่อทำให้น้ำใส ไม่มีสีเหลืองซึ่งลดทอนการส่องผ่านของไฟ ก็เป็นปัจจัยในการเพิ่มประสิทธิภาพของไฟด้วยเช่นกัน มันโยงกันไปกันมาได้ไงเนี่ย55 คนคิดก็ช่างผูกเรื่องจิงๆ"

*** พยายามลองเขียนเองดูแล้ว อ่านเองยังงง พอคุณไผ่อนุญาต เลยนำมาลงให้ครับ อ่านเข้าใจง่ายกว่า ในคำแปลจะเห็นเป็น SPS แต่ในเรื่องตู้ทะเลแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่าง KH Ca Mg pH ก็เกี่ยวกันอย่างที่คุณไผ่ได้เขียนไว้ และ LPS ก็ดึงเอา Ca มาสร้างเป็นโครงเช่นเดียวกับ SPS แต่ในอัตราส่วนที่น่าจะน้อยกว่า เพราะ LPS โตช้ากว่า SPS เมื่อเทียบกัน

ส่วนอันนี้ของคุณเจิ้ล - Ginko Sea ครับ ผมก๊อปมาอีกเหมือนกันจาก SRC ครับ
มันใช้ ทดแทนกันได้ ในแง้ของการเพื่ม KH ก็จริง แต่มันมีลักษณะการใช้และข้อจำกัดแตกต่างกัน
Sodium Bicarbonate (NaHCO3)
สมบัติ:ละลายแล้วมีความเข้มข้นมากกว่า  มี pH ต่ำกว่า  เติมแล้วค่า KH ต่อปริมาณที่เติม จะได้มากกว่า
การใช้: ใช้เติมลงเมื่อต้องการ
Kalkwasser (Ca(OH)2 aq)
สมบัติ:ละลายได้น้อย ทำให้ได้สารละลายที่มีความเข้มข้นต่ำ มีpHสูงมากๆ เติมแล้วค่า KH ต่อปริมาณที่เติม จะน้อยกว่ามากๆ
การใช้:ใช้เติมทดแทนน้ำจืดที่ระเหยไป และด้วยค่า pH ที่สูง + ปริมาณที่ต้องใช้เติมมาก ทำให้มีข้อจำกัดมากกว่าเยอะ
Sodium Bicarbonate ง่ายกว่า ครับ"

FAQ: งงมากๆเลย สรุปว่าถ้า KH หรือ pH ตกจะเกิดอะไรขึ้นได้บ้าง?
ตอบ: เท่าที่เคยประสบมานะครับ แต่ก่อนก็ไม่เคยคิดจะวัดค่าปวดหัวพวกนี้หรอก วัดแค่ความเค็ม-NO3-อุณหภูมิ เหลือแล้ว ไม่รู้ทำไมต้องวัด KH pH คิดว่ามันคงมีผลกับพวก SPS ซะมากกว่าเห็นเขาวัดๆกันบ่อย อยู่มาวันนึงสังเกตุเห็นก้นตู้ค่อยๆ ดรอป เหี่ยว รู้สึกได้ว่าไม่เหมือนเดิมแล้ว เลยค้นหาคำตอบไปเรื่อยๆ จึงพบว่า pH และ KH ตกลงกว่าค่าปกติ pHวัดได้7กลางๆ KHวัดได้6.5 งานเข้าครับ กว่าจะรู้สาเหตุได้ ความเสียหายเกิดขึ้นแล้วครับ
ส่วนที่หายไป ซีเนียเกือบ10ก้อน สตาร์ บลูสตาร์ ค่อยๆ หด เหี่ยว แห้ง ปลิว หายไปกับกระแสน้ำ เหลือเพียงฐานให้ดู (อาจเยอะกว่านี้จำได้ไม่หมด)
ส่วนที่ร่อแร่ กระดุมออกใสๆ เยลโล่โพลิปหดจาก1-2เซนเหลือ1-2มิล โครงแข็งต่างๆ เริ่มเกิดอาการฟอกขาวครับ ใสปิ๊งเลยสวยไปอีกแบบแต่ไม่ตาย มีภาพประกอบให้ครับเผื่อนึกไม่ออก
<-- ตอนฟอกเป็นแบบนี้ ใสปิ๊ง
<-- อันนี้ตอนปกติ ให้ดูสีน้ำตาลเทียบกับรูปบน
จากวันนี้ถึงวันนี้หลายตัวได้หายไป ส่วนที่เหลืออยู่ใช้เวลามากกว่า 2 เดือนในการฟื้นสภาพให้กลับมาเป็นเหมือนปกติครับ
ใครยังไม่เคยเช็ค ก็คอยตรวจสอบดูนะครับ หากมีเทสเตอร์ติดบ้านไว้จะดีกว่า เดี๋ยวจะเหมือนผม

FAQ: pH กับ KH ช่วงเปิดปิดไฟต่างกันมากแค่ไหน?
ตอบ: โดยปกติ pH เปิด-ปิดไฟจะต่างกันประมาณ 0.2 ครับ KH จะประมาณ 0.5 ครับ +-กว่านี้นิดหน่อยนะครับ

FAQ: ค่าความเค็มกับ pH มีผลกันหรือเปล่า?
ตอบ: ไม่ค่อยนะครับ แต่ความเค็มสำหรับปะการัง ควรอยู่ที่ 33-35 ครับ ส่วน pH จะเปลี่ยนแปลงไปได้อย่างไร รบกวนอ่านแล้วแปลให้ทีนะครับ
http://reefkeeping.com/issues/2004-09/rhf/index.php
ผมว่าอันนี้ดีมากๆ และละเอียดมาก แต่เรียบเรียงได้ไม่ดี กลัวทำข้อมูลเขาเพี้ยน...555

FAQ: แล้วเลี้ยงรวมกับอะไรได้บ้างครับ?
ตอบ: เลี้ยงรวมได้หมดและครับ ยกเว้นพวกปลาหรือสัตว์ที่ไปรบกวนมัน แค่นั้น จะรวมปะการังอ่อน จะ SPS ได้หมด ขอแค่อย่าไปวางใกล้กันก็พอ เพราะอย่างที่บอก LPS จะมีพิษแรงกว่ากลุ่มอื่น อาจจะสร้างความเสียหายแก่กันได้ครับ หากมีการแบ่งเป็นโวนได้ จะดี แบบว่า บนล่าง - ซ้ายขวา ประมาณนี้ เพื่อป้องกันการกระทบกระทั่งกัน เพราะตัว SoftCoral เองก็ใช่ย่อยเพราะมีการปล่อยสารยับยั้งการเจริญเติบโตออกมาได้เช่นกัน จำชื่อเรียกไม่ได้

FAQ: จะวางยังไง ตำแหน่งการวาง LPS?
ตอบ: ให้ย้อนขึ้นไปดูบนๆ จะมี Lightning + WaterFlow + Placement ก็เอามาผสมกันจะรู้ว่าตัวไหนชอบแสงแบบไหน กระแสน้ำยังไง วางไว้ที่ไหนได้บ้าง ประมาณนี้

FAQ: ไฟล่ะ ใช้ไฟอะไรได้บ้าง?
ตอบ: จริงๆ LPS กับ Soft Coral การลักษณะความต้องการและการเลี้ยงดูใกล้เคียงกันมาก ดังนั้นไฟก็ใกล้เคียงกัน เอาจากลักษณะภายนอกก่อนลองเปรียบเทียบกันดูเอา
พวกพริ้วๆ ของ LPS ก็จะชอบลักษณะเดียวกับซีเนีย ในปะการังอ่อน น้ำพริ้ว แสงกลาง เหมือนกันเช่น แฮมเมอร์ เกรป ทอร์ช
พวกตุ่มๆๆ ของ LPS เช่น อแคนฯ ก็จะไปคล้ายกับกระดุม ไฟอาจจะต้องแรง แต่กํสามารถอยู่ได้ในไฟกลางๆ กระแสน้ำผ่านๆ
พวกดอกใหญ่ๆใน LPS จะเป็นพวก เปา สมอง สมองบาหลี ก็จะคล้ายกับเห็ด วางล่างๆ น้ำผ่านๆ ไฟกลางไม่ต้องแรงมาก
เมื่อแยกลักษณะออกแล้ว จะประมาณได้ว่าชอบไฟ-น้ำแบบไหน
ทีนี้มาดูไฟที่ใช้ สั้นๆเลย T5HO-LED-MH สัมพันธ์กับความลึกและขนาดตู้ครับ ต้องแรงพอที่พื้นตู้และครอบคลุมให้ทั่วตู้
แต่โดยรวมๆ LPS ชอบไฟแรงกว่าปะการังอ่อนที่ไฟเบาก็สามารถเลี้ยงได้บางตัวแล้ว

FAQ: ช่วยดูให้ที มันเป็นเมือกๆ สีน้ำตาล เป็นอะไรครับ?
ตอบ: น่าจะเป็น Brown Jelly ครับ เิกิดการได้รับบาดเจ็บหรือติดเชื้อ ลองหาในกูเกิ้ลดู ใช้คำนี้ "brown jelly disease" แล้วกดที่ VDO ลองเทียบดูนะครับ ส่วนวิธีการ ก็ตามนี้ http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=161508.0 ไม่ได้เป็นแค่ใน LPS นะครับสามารถเป็นได้ทั้งปะการังอ่อนและ SPS ด้วย

FAQ: ไข่ปลาหมึก หลุดครับ ทำยังไงดี?
ตอบ: แปลกนะครับเนี่ย..... ไม่ได้แปลกที่มันหลุด แต่แปลกที่มักหลุดแต่ไข่ปลาหมึก ได้ยินบ่อยมากกกกกก ทำยังไง?.... ยากครับ ถ้าหลุดแบบเหลือติดโครงนิดหน่อยยังพอได้ลุ้นส่วนที่เหลือ แต่ถ้าหลุดออกมาหมดนี่ไม่รอดครับ
ก่อนซื้อให้พิจารณาเอาตัวที่สมบูรณ์ บานสุดๆ ไม่มีบาดแผล เอาเนียนๆๆเลย ส่วนการเลี้ยงก็จริงชอบไฟแรงๆนะผมว่า

FAQ: LPS นู่นนี่นั่น ร่อน ทำไงดี?
ตอบ: ทำใจครับ เปลี่ยนน้ำซะหน่อย วางไว้ที่น้ำอ่อนๆหน่อย ไฟไม่ต้องจ้ามาก รอให้ฟื้นตัวครับ
ส่วนข้อความนี้มาจากคุณเจิ้ล Ginko Sea ในกระทู้นึงที่ SRC ครับ
"ให้ดูที่สาเหตุทำไมมันถึงร่อน นะครับ คือโครงเข็งกับฟอาเฟตมันไม่ถูกกัน เมื่อระดับฟอสเฟตในน้ำมากๆ มันจะไปขัดขวางการสร้างโครงเข็ง และ ทำให้ตะไคร่รุกรานที่ฐานของปะการัง  เมื่อปะการังไม่สามารถสร้างโครงได้ทัน มันก็จะเกิดอาการเนื้อหลุดจากโครง และยิ่งมีตะไคร่ลุกลามมายิ่งทำให้เกิดการรบกวนตรงรอยต่อระหว่างเนื้อ-โครงที่ไม่มีเนื้อคลุม  กับปะการังที่ได้รับอาหารพอก็จะมีแรงสู้กันมากหน่อย แต่ถ้าขาดอาหารมันก็จะอ่อนแอและไม่มีแรงสร้างโครงสู้กับตะไคร่ได้ ก็ร่นหนีไป
*การรักษาระดับแคลเซียมและอันคาไลน์ลิตี้ ก็มีส่วนเช่นกัน เพราะหากไม่มีสารตั้งต้นมาสร้างโครงก็ แย่พอๆกัน ครับ
ปลาอาจจะมีส่วนสร้างความเครียดให้กับปะการังได้ แต่ไม่ใช่สาเหตุของการร่อน (ลองย้ายไปที่อื่นดูเอาแบบไม่มีปลามาโดน)"

FAQ: LPS ต้องดิปก่อนลงตู้หรือเปล่า?
ตอบ: อาจดิปเพื่อทำการฆ่าเชื้อโรคที่ติดมาได้ครับ อาจจะใช้ไอโอดีนที่มีความเข้มข้นอ่อนๆ

FAQ: แล้วเราจะใช้อะไรเพื่อดิป (Dip) ได้บ้างครับ?
ตอบ: กลุ่มของเคมีหรือยา ที่เราจะใช้ในการดิป แบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ
1. กลุ่มสารฆ่าเชื้อโรค ได้แก่ ไอโอดีน เช่น Lugol's solution และ โพวิโดนไอโอดีน เพื่อฆ่าเชื่อโรคภายนอกและกำจัดสัตว์รบกวนภายนอกเช่นหนอนตัวแบนได้ดี   แต่หากใช้ความเข้มข้นสูงจะกลายเป็นพิษกับปะการังแทนนะครับ
2. สารกำจัดแมลง เช่น Coral RX หรือน้ำยาดิปปะการังโดยทั่วไป จะดิปเพื่อกำจัดประเภท ทาก หรือสัตว์ที่มีข้อ-ปล้องได้ดี
3. ด่างทับทิม สามารถฆ่าพวกทากได้ดี แต่มีความเป็นพิษสูงมาก
ดังนั้นทางที่ดี ควรเลือกใช้อย่างระมัดระวังนะครับ เป็นไปได้ซื้อน้ำยาดิปที่เป็นขวดๆ มีปริมาณการใช้และการผสมเขียนบอกไว้ รวมถึงมีรายละเอียดเวลาในการดิปและกลุ่มปะการังที่สามารถดิปได้ไว้ที่ข้างขวดจะดีกว่าครับ ปลอดภัยกว่า..

FAQ: LPS ดิปในน้ำจืดได้หรือเปล่าครับ?
ตอบ: ไม่ควรอย่างยิ่งครับ ใช้น้ำยาที่มีไว้เพื่อดิปดีที่สุดครับ จริงๆแล้วไม่ใช่แค่ LPS นะครับ ปะการังทุกชนิดรวมถึงปลาก็ไม่ควรดิปด้วยน้ำจืดครับ

FAQ: หนอนไฟ กินก้นตู้ ทำยังไงดี มีอะไรกินบ้างหรือเปล่า?
ตอบ: พอมีครับ แต่ต้องดูด้วยนะครับ ว่าตัวที่จะลงไป จะกินหนอนไฟก่อนหรือกินก้นตู้เราก่อน..555
ปู Arrow Crab เขาว่ามันก็กินนะ
ปลา ผีเสื้อนกกระจิบ เขาก็ว่ากิน ตระกูล Wrasse ก็รู้สึกจะหลายตัวอยู่ที่ได้ยินมาคือ Six Line, Hoeven's Wrasse, Radiant Wrasse, Yellow Wrasse, Spotted Sweetlips, Christmas Wrasse, Dogfish Orientalis
ก่อนซื้อก็ลองหาดูชื่อพวกนี้แล้วดูรายละเอียดก่อนนะครับ ว่ากินก้นตู้เราบ้างหรือเปล่า ผมยังไม่ได้ตรวจสอบครับ แต่ Arrow Crab นี่ไม่ยุ่งก้นตู้ครับ
ส่วนพวกหนอนต่างๆมีแบบไหนบ้าง ตัวไหนเป็นอันตรายหรือไม่ อย่างไร ลอง คลิ๊กเข้าไปอ่านดูนะครับ แปลไม่เก่ง
http://www.saltcorner.com/AquariumLibrary/browsesectiongroups.php?SectionID=37

FAQ: LPS ในตู้สภาพดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่?
ตอบ: ให้เริ่มไล่เช็คเลยนะครับ
1. ไฟ - พอหรือไม่ โดยประมาณนะครับ ตู้ลึก<18 นิ้ว / 18-24นิ้ว / 24-30นิ้ว เลือกใช้ไฟให้เหมาะสมครอบคลุม ความเข้มของแสงที่พื้นตู้เพียงพอครับ
2. น้ำ - ร้อนไปหรือไม่ ไม่เกิน 29นะครับ เผื่อเหลือไว้กันพลาดซัก1องศาครับ
3. ของเสีย NO3 - PO4 ตรวจสอบดู อย่าให้เยอะ หากเยอะอาจจะทำให้ pH ลดลงได้ ค่าอื่นจะเพี้ยนตาม
4. pH และ KH ให้เหมาะสมครับ ตามด้านบนๆ เขียนไว้อยู่ครับว่าเท่าไหร่จึงเหมาะสม
5. Ca และ Mg หาก pH+KH ไม่ได้ตกเนื่องจากค่าของเสียทีสูงครับ
ขั้นแรกให้เปลี่ยนน้ำครับ ซัก 30-50% ครับ จากนั้นแก้ไขตามสาเหตุครับ

FAQ: LPS เปิดไฟวันละกี่ชั่วโมงดี?
ตอบ: หากไฟถึงและเพียงพอ 6-8 กำลังดีครับ อาจจะปิดท้ายด้วยไฟบลู เพื่อให้สีสวยขึ้นซัก1ชัวโมงหากแยกเปิดได้นะครับ

FAQ: ไฟมูนไลท์มีประโยชน์กับ LPS หรือเปล่า เห็นติดมากับโคม?
ตอบ: ไม่รู้สิ คงไม่มีประโยชน์ในเรื่องสังเคราะห์แสงมั๊งนะ อาจจะิติดเพื่อหลังปิดไฟหลักแล้วจะได้ให้ปะการังเตรียมตัวเข้านอนมั๊ง แบบบิ๊วท์อารมณ์...555

FAQ: เปลี่ยนไฟใหม่ ก้นตู้หดเลย?
ตอบ: หากได้ไฟใหม่มาแรงกว่าเก่า มีการหดจากเดิม ไม่ใช่เรื่องผิดปกติครับ ลองลดชั่วโมงการเปิดไฟลงเหลือซัก 3-4 ชั่วโมงต่อวันแล้วค่อยๆเพิ่มจนเปิด 6-8 ชั่วโมงดูครับ อาจจะต้องมีการปรับตัวกันบ้างครับ ตัวไหนยังไม่บานก็ลองย้ายตำแหน่งใหม่ดูครับ ค่อยๆ

FAQ: LPS ต้องอาหารเสริมด้วยหรือเปล่าครับ?
ตอบ: จริงๆ ส่วนมากจะสังเคราะห์แสงเป็นหลัก ไม่ต้องป้อนก็ได้ แต่บางท่านว่าป้อนแล้วใหญ่-โตเร็วอันนี้ก็ตามสะดวกครับ จะเป็นไซคลอป หรือ Misys หรือ อาหารLPS ก็แล้วแต่ ส่วนกุ้งจริงๆผมไม่ค่อยแนะนำเท่าไหร่เพราะอาจจะมีสารอย่างอื่นปนมาด้วย กลัวจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดีครับหากโดนแจ๊คพอต...

FAQ: อแคนมันมีหนวดยื่นออกมาตอนกลางคืน ผิดปกติหรือเปล่า?
ตอบ: ไม่ครับ กลางวันจะบานๆบวมๆ พอปิดไฟจะยื่นหนอดออกมาหาจับแพลงตอนกินตามธรรมชาติครับ ถ้าไม่ยื่นออกอาจจะผิดปกติครับ ไม่ได้มีแต่ อแคนนะครับที่ยื่นหนวดออกมา หลายๆกลุ่มก็เป็นแบบนี้ สมอง โป่ง ฯลฯ ก็มีครับ ลองมาดูตอนดึกๆสิ จะเห็นหลายตัวเลยครับ

FAQ: เห็นขายๆ LPS กันว่าเป็นของที่นั่นที่นี่ สีสวยมากเลย ใช่มาจากที่นั่นที่นี่จริงหรือเปล่าครับ?
ตอบ: ตอบไม่ได้ครับเพราะไม่รู้จริงๆ แต่โดยส่วนมากก็มาจาก อินโดกับฟิลิปปินส์ฺ ส่วนออสซี่ ผมไม่กล้าฟันธงครับ  ส่วนตัวคิดว่าให้ดูเรื่องสีสันรูปทรงและขนาด สัมพันธ์กับราคาก็พอครับ ไม่จำเป็นต้องไปรู้แหล่งที่มาก็ได้ครับ

ส่วนเนื้อหาอื่นๆ เช่นการลดค่าของเสีย หรือ อีกหลายอย่าง รบกวนหาอ่านใน FAQ อันก่อนๆนะครับ หรือ FAQ ปะการังอ่อนก็ได้เพราะจะใกล้เคียงกับ LPS ครับ
http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=226205.0 <- ปะการังอ่อน ข้อมูลอื่นๆใกล้เคียงกัน
http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=225589.0 <- ตะไคร่ เมื่อมีปัญหาค่าของเสีย-ตะไคร่
http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=225650.0 <- ปลา ไว้ตรวจการรบกวน+กินสัตว์รบกวน
http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=225188.0 <- ตู้ สำหรับเริ่มตั้งตู้ เกี่ยวกับตู้และหิน
http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=255342.0 <- ระบบกรอง..ล้วนๆ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26/03/15, [15:29:08] โดย bill2517 »
Tags: ก้นตู้ 
Romeo_Pop ออฟไลน์
Level 5 Moderator
« ตอบ #1 เมื่อ: 21/08/13, [15:07:26] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

+++A บวกกันปาย
- Analog_TK - ออฟไลน์
Club Follower
« ตอบ #2 เมื่อ: 21/08/13, [19:09:33] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ขอบคุณค้าบบบ
Bosses ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #3 เมื่อ: 21/08/13, [21:28:47] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

แหล่มมมมมมมมมเลย  [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง]
seo2478ct ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #4 เมื่อ: 14/09/13, [12:59:15] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

บทความดี ภาพสวยงามมาก









อยากไปทัวร์ยุโปร, และโปรแกรมทัวร์ยุโปรราคาถูก, เป็นกันเองที่สุดเที่ยวยุโปรราคาถูก, จัดโปรแกรมทัวร์โดย hilightworldtour.com ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/07075
❤️NKG❤️ ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #5 เมื่อ: 14/09/13, [19:30:17] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

++++++very good know ledge+++++* [เจ๋ง]
kawajis99 ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #6 เมื่อ: 29/11/13, [19:42:17] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

นายเป็นผู้เชี้ยวชาน ด้านนี้หรอ
bill2517 ออฟไลน์
Club Champion
« ตอบ #7 เมื่อ: 30/11/13, [10:46:32] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

นายเป็นผู้เชี้ยวชาน ด้านนี้หรอ
หามิได้ครับ...

เพียงแค่รวบรวมมาให้เฉยๆ  [เจ๋ง]
- Nuii ^ ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #8 เมื่อ: 06/12/13, [12:11:54] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

อ่านง่ายดีคับ กำลังเก็บข้อมูลก่อนเลี้ยง เป็นกระทู้ที่ดีมากกก [on_066] [เจ๋ง]
อู๋ @ ขอนแก่น ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #9 เมื่อ: 06/12/13, [12:18:54] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

พี่บิลลี่ครับ ผมขออนุญาติ ก็อปไว้เป็นข้อมูลนะครับ จะเก็บไว้เป็นคลัง E-Book ครับ ขอบคุณครับ  [เจ๋ง]
nazaboy1989 ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #10 เมื่อ: 06/12/13, [20:18:16] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

เข้าใจง่ายมากครับ ขอบคุณครับ [เจ๋ง]
bill2517 ออฟไลน์
Club Champion
« ตอบ #11 เมื่อ: 07/12/13, [15:42:19] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

พี่บิลลี่ครับ ผมขออนุญาติ ก็อปไว้เป็นข้อมูลนะครับ จะเก็บไว้เป็นคลัง E-Book ครับ ขอบคุณครับ  [เจ๋ง]

เข้าใจง่ายมากครับ ขอบคุณครับ [เจ๋ง]

ตามสบายครับ ไม่ใช่ลิขสิทธิของผมแต่อย่างใด ผมแค่รวบรวมจากคำถามที่เห็นบ่อยๆ ในเวป แค่เอามาเรียบเรียงใหม่แค่นั้นครับ
ถ้าเห็นว่ามีประโยชน์ ผมก็ดีใจครับ อย่างน้อยก็ได้ทำประโยชน์ให้เวปไ้ด้บ้าง
เพราะข้อมูลต่างๆ ผมก็ได้รับมาจากท่านอื่นๆมาตั้งแต่เริ่มแรก จนวันนี้ก็ยังต้องอาศัยข้อมูลจากคนที่รู้มากกว่าผมอยู่

ใจอยากทำให้เยอะกว่านี้ แต่ตอนนี้ยังคิดหัวข้อไม่ออก ว่าจะทำเกี่ยวกับเรื่องอะไร  หากคิดได้ก็จะหาข้อมูลเพิ่มเติม (เพราะผมก็ยังรู้น้อยอยู่) แล้วก็จะรวบรวมเรียบเรียงทำออกมาให้ครับ
เป้สีชมพู... ออฟไลน์
Club Follower
« ตอบ #12 เมื่อ: 08/01/14, [09:12:09] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ระเอียดมากมากๆเข้าใจง่ายครับ เเต่รายละเอียดเยอะมันอ่านกันตาลายเลยทีเดียว ขอเก็บทำความเข้าใจทีละส่วนนะครับ ผมไม่มีพื้นวิทย์ เลย ้hahaha
bill2517 ออฟไลน์
Club Champion
« ตอบ #13 เมื่อ: 08/01/14, [12:25:47] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ผมเรียนพาณิชย์ครับ ... 5555

อย่าคิดมากครับ เดี๋ยวก็ต้องโดนบังคับให้รู้เองแม้ไม่อยากจะเข้าใจ
เป้สีชมพู... ออฟไลน์
Club Follower
« ตอบ #14 เมื่อ: 08/01/14, [14:26:38] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ผมเรียนพาณิชย์ครับ ... 5555

อย่าคิดมากครับ เดี๋ยวก็ต้องโดนบังคับให้รู้เองแม้ไม่อยากจะเข้าใจ
โดนมาหลายอย่างเเล้ว..... [on_045]
GinkoSea.com ออฟไลน์
Club Follower
« ตอบ #15 เมื่อ: 12/01/14, [04:07:37] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ขอบคุณครับพี่บิล  [on_019]
bill2517 ออฟไลน์
Club Champion
« ตอบ #16 เมื่อ: 13/01/14, [09:14:23] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ขอบคุณครับพี่บิล  [on_019]

 036

ต้องขอบคุณ คุณเจิ้ลมากกว่า ..555

เพราะความรู้ที่มี ส่วนนึงก็มาจากคุณเจิ้ลนี่แหละ  [เจ๋ง]
paveen ออฟไลน์
Club Follower
« ตอบ #17 เมื่อ: 08/04/14, [09:17:05] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ก้อนน้ำเงินพริ้วๆอันนี้คือประการังอะไรครับ และเลี้ยงยังไงครับ


ส่วนอันนี้ด้วยครับ



ขอบคุณครับ
bill2517 ออฟไลน์
Club Champion
« ตอบ #18 เมื่อ: 08/04/14, [09:50:31] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

รูปบนเป็น SoftCoral ครับน่าจะเป็นซีเนีย (บลูซีเนีย)

ส่วนตัวล่างเป็นเหมือนพวกกลุ่มสมองหรือพวกฟาเวียอะไรแนวๆนี้ล่ะครับ

ส่วนการเลี้ยงก็ทั่วๆไปครับ แสงกลางๆ น้ำพริ้วๆ ปกติครับไม่มีอะไรพิเศษ ถ้าแฮมเมอร์ก้อนข้างๆอยู่ได้ ทั้ง2ตัวในรูปก็อยู่ได้ครับความต้องการใกล้เคียงกัน
paveen ออฟไลน์
Club Follower
« ตอบ #19 เมื่อ: 08/04/14, [10:17:01] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ขอบคุณครับ
มิสเตอร์โฟน ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #20 เมื่อ: 15/04/14, [17:22:39] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

อ่านแล้วเข้าใจเลยครับแบบนี้
mai2610 ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #21 เมื่อ: 15/04/14, [20:03:12] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ขออนุญาต copy ไว้เป็นเอกสารอ้างอิงนะครับ
จะทำเป็นเอกสารง่ายๆให้ลูกค้าดู แต่จะลง เครดิต ไว้ท้ายเอกสารนะครับ


**** พอทราบไหมครับ ภาพลูกโป่ง ล่างขวา ชื่อลูกโป่งอะไร เลี้ยงไว้กอ ตั้งแต่นิ้วโป้ง ตอนนี้ 1 กำมือแระ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15/04/14, [20:09:52] โดย mai2610 »
bill2517 ออฟไลน์
Club Champion
« ตอบ #22 เมื่อ: 16/04/14, [10:36:41] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ขออนุญาต copy ไว้เป็นเอกสารอ้างอิงนะครับ
จะทำเป็นเอกสารง่ายๆให้ลูกค้าดู แต่จะลง เครดิต ไว้ท้ายเอกสารนะครับ


**** พอทราบไหมครับ ภาพลูกโป่ง ล่างขวา ชื่อลูกโป่งอะไร เลี้ยงไว้กอ ตั้งแต่นิ้วโป้ง ตอนนี้ 1 กำมือแระ

เรื่องcopy เอาตามสบายเลยครับ ผมไม่ได้ซีเรียสอะไร
จริงๆ ผมก็แค่ เป็นคนรวมรวมข้อมูลแค่นั้นเอง  รูปส่วนมากก็มาจาก google ไม่รู้ตู้ใครบ้าง คำถามก็เปิดๆหาเอาจากในเวปแหละ  [on_055]
ถ้าจะมีเครดิต คงเป็นเครดิต ของหลายๆคน ทั้งเจ้าของรูป และเจ้าของคำถาม

ส่วนภาพลูกโป่งล่างขวา อันนี้ไม่ทราบจริงๆครับ เห็นสวยดี เลยเอามาแปะๆไว้ เพื่อให้คนอ่านได้รู้ว่า ลูกโป่งมันมีหลายสี  [on_026]
moneye ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #23 เมื่อ: 30/07/14, [14:47:55] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ก้นตู้ที่สังเคราะห์แสง เราไม่ต้องให้อาหารใช่ไหมครับ ดูแต่ค่าน้ำก็พอ ถูกต้องไหมครับ
bill2517 ออฟไลน์
Club Champion
« ตอบ #24 เมื่อ: 30/07/14, [15:57:54] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ถูก..
moneye ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #25 เมื่อ: 30/07/14, [21:18:44] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ดูในยูทูบ ฝรั่งมันให้ ซีเนียเลี้ยงง่ายที่สุด เหมาะสำหรับผู้เริ่มเลี้ยง จริงไหมครับ
chacky ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #26 เมื่อ: 31/07/14, [02:31:10] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

เยี่ยมครับ  [on_018]
ขอบคุณมากครับ
bill2517 ออฟไลน์
Club Champion
« ตอบ #27 เมื่อ: 31/07/14, [09:32:18] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ดูในยูทูบ ฝรั่งมันให้ ซีเนียเลี้ยงง่ายที่สุด เหมาะสำหรับผู้เริ่มเลี้ยง จริงไหมครับ
กลุ่มปะการังอ่อน และ LPS เลี้ยงด้วยปัจจัยเดียวกันครับ ไม่เชิงว่ามีตัวไหนง่าย
ถ้าสภาพน้ำพร้อมและไฟพร้อมอุณหภูมิคงที่ในช่วงที่ก้นตู้อยู่ได้ เลี้ยงได้ทุกอย่างครับ

เพียงแต่กลุ่ม LPS จะมีการเจริญเติบโตและขยายอาณาเขตช้ากว่ากลุ่มปะการังอ่อน (จึงต้องมีพิษมากกว่าสำหรับเรื่องนี้)
ส่วนกลุ่มปะการังอ่อน อาศัยการโตและลามแบบรวดเร็ว(จึงไม่ต้องอาศัยพิษมากนัก) จึงอาจจะทำให้เห็นว่าเลี้ยงได้ง่ายกว่า

ส่วนกลุ่มซีเนีย ก็เป็นปะการังอ่อนเช่นกัน มีอัตราการโตและขยายที่รวดเร็ว แต่บทจะไปก็สลายหายไปแบบรวดเร็วได้เหมือนกันหากสภาวะแวดล้อมไม่เหมาะสมครับ

พวกทนๆหน่อยคงเป็นกลุ่มกระดุมและเห็ด(ผิวเรียบ)ต่างๆ น่าจะเหมาะกับมือใหม่มากกว่า  ส่วนซีเนียที่ทนๆเห็นจะเห็นพวก บลูแอฟฯ
moneye ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #28 เมื่อ: 03/08/14, [14:11:44] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ขอบคุณครับ สำหรับคำแนะนำต่างๆ
kira ออฟไลน์
Club Follower
« ตอบ #29 เมื่อ: 12/08/14, [17:47:50] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ดันๆครับ กระทู้ดีๆ อย่าให้หล่น
 [เจ๋ง]
หน้า: 1 2  ทั้งหมด   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: