ผศ.ภาสกร แสนจันแดง อาจารย์ประจำสาขาประมง คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์และวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) วิทยาเขตหนองคาย เปิดเผยว่า การค้นพบปลาปักเป้าพันธุ์ใหม่ในครั้งนี้ มาจากผลการทำวิจัยร่วมกันกับ ดร.ชวลิต วิทยานนท์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส ประจำโครงงานสิ่งแวดล้อม สำนักงานคณะกรรมาธิการลุ่มแม่น้ำโขง สำนักงานใหญ่กรุงเวียงจันทน์ สปป.ลาว และอาจารย์ชัยวุฒิ กรุดพันธ์ จากคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ในการสำรวจปลาปักเป้าน้ำจืด (freshwater pufferfish) สกุล Tetraodon สายพันธุ์ใหม่ชนิดที่ 6 พบในลุ่มน้ำโขงของประเทศไทย และเป็นครั้งแรกของโลก ตั้งชื่อว่า ปลาปักเป้าบึง
โดยในอดีตที่ผ่านมามีรายงานการพบปลาปักเป้าในสกุล Tetraodon ในลุ่มน้ำโขงมาแล้วจำนวน 5 ชนิด ได้แก่ Tetraodon abei Roberts, 1998 (ปักเป้าจุดส้ม), Tetraodon cochinchinensis (Steindachner, 1866) (ปักเป้าปากยาว), Tetraodon baileyi Sontirat,1989 (ปักเป้าขน), Tetraodon suvattii Sontirat,1989(ปักเป้าควาย) และ Tetraodon barbatus Roberts,1998 (ปักเป้าปากดำ)
สำหรับ ปลาปักเป้าบึง ชนิดใหม่ชนิดที่ 6 ของไทย ใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Tetraodon palustris (ปลาปักเป้าบึง) ซึ่งคำว่า palustris มาจากภาษาละตินมีความหมายว่า หนอง หรือ บึง ซึ่งคณะผู้วิจัยได้ตั้งชื่อปลาตามแหล่งที่อยู่อาศัยของปลาชนิดนี้ ซึ่งได้แก่ หนอง และบึงขนาดใหญ่
ลักษณะลำตัวของปลาปักเป้าบึง มีขนาดตัวยาวประมาณ 12 ซม. สีพื้นลำตัวจะเป็นสีเขียวมะกอก มีจุดวงกลมสีดำกระจายอยู่ตามด้านข้างและด้านบนของลำตัว ส่วนบริเวณด้านล่างของลำตัวจะมีลาย แต่สีจางกว่า เพศผู้ลำตัวจะมีสีน้ำตาลเข้ม ตาสีแดงขนาดใหญ่ เห็นได้อย่างชัดเจน ส่วนเพศเมียสีจะจางกว่ามาก โดยเฉพาะส่วนท้องจะแตกต่างกันอย่างชัดเจน คือเพศผู้สีส่วนท้องจะเข้มกว่าสีส่วนท้องของปลาเพศเมียมาก
ทั้งนี้ปลาปักเป้าบึงสามารถใช้เป็นดัชนีอย่างหนึ่งในการบ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำได้เนื่องจากปลาปักเป้าบึง จะหลบซ่อนตัวอยู่ในที่ที่มีพันธุ์ไม้น้ำขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นและกินปลาขนาดเล็กเป็นอาหาร ถ้าแหล่งน้ำไหนมีปลาปักเป้าบึงอยู่จำนวนมากแสดงว่าแหล่งน้ำนั้นมีความอุดมสมบูรณ์สูง ส่วนอาหารของปลาปักเป้าคือปลาและสัตว์น้ำขนาดเล็ก หากแหล่งน้ำไหนมีปลาและสัตว์น้ำขนาดเล็กเป็นจำนวนมาก และพบว่าในบางพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.หนองคาย ชาวบ้านสามารถนำมารับประทานได้ทั้งตัวโดยไม่เกิดพิษ แต่หากอยู่พื้นที่ จ.อุดรธานี เคยมีชาวบ้านนำมาปรุงเป็นอาหารรับประทานแล้วเกิดการเป็นพิษ
ท่านใดเห็นมีขายแล้วที่ไหนบ้างครับ [เจ๋ง]







