Aqua.c1ub.net
*
  Mon 19/Jan/2026
หน้า: 1   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: จุลินทรีย์ มี"ดี"มากกว่าเเค่ในตู้ไม้นํ้าเเละตู้ปลานะครับ  (อ่าน 1960 ครั้ง)
ROMMY ออฟไลน์
Club Leader
« เมื่อ: 02/08/13, [03:59:53] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

พอดีช่วงนี้มีข่าวท่อส่งนํ้ามันของบริษัทพีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) รั่วที่บริเวณอ่าวพร้าว จังหวัดระยอง
ทำให้หลายๆฝ่ายที่เกี่ยวข้องเร่งหาวิธีการเเก้ปัญหาทั้งเฉพาะหน้าเเละระยะยาว ซึ่งนอกจากผลกระทบกับระบบนิเวศชายฝั่งทะเล เเล้วยังกระทบไปถึงธุรกิจการท่องเที่ยวเเละโรงเเรมอย่างมาก เเละรวมถึงอาหารทะเล ที่หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ก็คิดกันให้ดีนะครับว่ากินอาหารทะเล จะคุ้มกับความอร่อยหรือไม่ 5555

ถ้าใครสงสัยว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอย่างไร เเละมีรายละเอียดของเวลาเเละสถานที่รวมทั้งผู้เกี่ยวของในเหตุการณ์ เเต่ละฉาก ก็เข้าไปอ่านที่ > http://www.dailynews.co.th/article/5832/222908 นะครับ

ว่ากันต่อครับ หลังจากเกิดการรั่วไหลเเล้ว หลายๆฝ่ายเร่งหามาตรการในการเเก้ปัญหาเฉพาะหน้า คือเอานํ้ามันออกไปจากผิวนํ้าในทะเลเเละบริเวณชายหาด ซึ่งมีทั้งการใช้น้ำยาเคมีขจัดคราบน้ำมัน Oil SILICON NSTYPE2/3 รวมทั้งหาเเผ่นซับนํ้ามันต่างๆนาๆมาใช้ เพื่อกำจัดคราบนํ้ามันออกไป ซึ่งล่าสุดนี้ นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS)  ได้ออกมาพูดถึงผลกระทบเเละอันตรายจากนํ้ามันดิบ รวมทั้งเสนอวิธีที่จะจัดการกับคราบนํ้ามันดิบ เเละบอกว่า "มีการศึกษาถึงจุลินทรีย์ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า อัลคานิวอแรกซ์ บอร์กูเมนซิส (Alcanivorax borkumensis) เป็นจุลินทรีย์ช่วยย่อยไฮโดรคาร์บอนคราบน้ำมัน โดยใส่จุลินทรีย์ที่ช่วยย่อยคราบน้ำมันลงไป แล้วปล่อยให้ทำงานสลายน้ำมันที่เลอะเทอะนี้ไปเรื่อยจนหมด [/size]ซึ่งเคยมีเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันนี้เกิดขึ้นที่อ่าวเม็กซิโก ก็ใช้วิธีการเดียวกันนี้ในการแก้ไขปัญหา ดังนั้นทางเดียวที่จะทำได้ในตอนนี้คือต้องช่วยกันมองให้รอบ ถึงผลกระทบของน้ำมันที่อาจมีได้ในทุกด้าน ยิ่งมองได้กว้างเท่าไรก็ยิ่งตีกรอบแก้ปัญหาให้ครอบคลุมเท่านั้น เพราะถ้ากลับมามองให้ดีว่าน้ำมันดิบก็เป็นของธรรมชาติ ดังนั้นก็น่าจะใช้ธรรมชาติด้วยกันช่วยปราบ "

อ้างอิงส่วนของนพ.กฤษดา ศิรามพุช >http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9560000094292

เเละผมก็ไปหาข้อมูลอ่านเพิ่มเติมด้วยความอยากรู้ว่าคนไทยส่วนใหญ่จะคิดเเก้ปัญหานี้อย่างไร ซึ่งหลายคนพูดถึงการจุดไฟเผา คราบนํ้ามันที่ลอยบนผิวนํ้า กะจะให้มันหมดไปเเต่จริงๆเเล้ว การเผานํ้ามันดิบ จะมีโลหะหนักเเละสารอันตรายอื่นๆมากมาย เเละถ้าเผาเเล้ว คราบนํ้ามันที่ติดไฟ ลอยเข้าใกล้ฝั่ง คงต้องดับไฟกันให้วุ่นนะครับ 5555 // ส่วนหลายๆคนก็ออกมาช่วย ในลักษณะจิตอาสา เเต่ว่าลืมนึกไปว่า นํ้ามันดิบ ไม่ใช่นํ้ามันทอดปลา นะครับ เพราะนอกจากจะมีโลหะหนักเจือปนอยู่มาก ยังมีเเก๊สที่เป็นอันตราย ต่อระบบทางเดินหายใจ ซึ่งถ้าดูจากหน้าหนังสือพิมพ์จะเห็นว่ามีทหารเรือเข้าไปช่วยกำจัดคราบนํ้ามัน เเต่ใส่ชุดคลุมสีขาว พร้อมถุงมือ เเต่ไม่มีหน้ากากป้องกัน เเก๊สที่เกิดจากการระเหยตัวของสารที่เป็นส่วนประกอบในนํ้ามันดิบ รวมทั้งเเก๊สพิษที่เกิดจากการที่นํ้ามันดิบทำปฎิกิริยากับเเสงเเดดเเละนํ้ามันดิบยังมีสารอีกมากมายที่ซึมเข้าผิวหนังเเละก่อให้เกิดอันตรายต่อระบบอวัยวะต่างๆ ดังนั้นถ้าใครอยู่ใกล้ๆเเถวนั้น คิดจะเข้าไปช่วยก็ป้องกันตัวเองไว้ด้วยนะครับ ...ผมก้ไม่เข้าใจจริงๆว่าคนที่ต้องรับผิดชอบ ทำไมไม่ลงมาจัดการอย่างจริงจัง มัวเเต่เเก้ตัวไปเรื่อยๆ =.= ยังไม่พูดถึงการชี้เเจงข้อมูล ปริมาณนํ้ามันที่รั่วไหลออกมา น้อยกว่าความเป็นจริง(ไว้จะหาข้อมูลมาUpdateให้ครับ) ทั้งๆที่สื่อต่างประเทศเเละนักวิชาการหลายๆท่านก็ตั้งข้อสงสัยถึงปริมาณนํ้ามันที่รั่วออกมาว่าที่ออกข่าว กับความจริง มันต่างกันเยอะครับ

เพิ่มเติมนิดนึงครับ หลายๆท่านอาจจะรู้เเล้ว เเละหลายๆท่านอาจจะไม่เคยรู้ว่านํ้ามันดิบที่ขุดเจาะขึ้นมาจากใต้ทะเลนั้น จะนำมาผ่านขั้นตอนนะครับ คือขั้นตอนการเเยกสารต่างๆในนํ้ามันดิบ โดยการกลั่นลำดับส่วนครับจะใช้หอกลั่นนํ้ามัน โดยสารต่างๆจะมีจุดเดือดที่ไม่เท่ากันครับ จะใช้การเพิ่มอุณหภูมิเพื่อเเยกสารต่างๆออกจากกันครับ เเละนำไปเปลี่ยนโครงสร้างเพราะว่าผลิตภัณท์ที่ได้นั้นอาจจะมีคุณภาพไม่ดีพอ จึงใช้การเปลี่ยนโครงสร้างทางเคมี เพื่อให้ได้ผลิตภัณท์ที่นำไปใช้ได้เหมาะสมครับ นอกจากนั้นยังมีกระบวนการปรับคุณภาพของนํ้ามันที่ผ่านการเปลี่ยนโครงสร้างเเล้วเพื่อกำจัดสิ่งเเปลกปลอมออกครับ(โดยมากเป็น S ซัลเฟอร์หรือกำมะถันครับ) เเละสุดท้ายจะนำผลิตภัณท์ที่ได้ไปผ่านกระบวนการผสม เพื่อให้ได้ผลิตภัณท์สำเร็จรูปตามต้องการครับ (เช่นการเพิ่มเลขออกเทนของนํ้ามันเบนซินโดยการเติมสารต่างๆเข้าไป) ซึ่งกระบวนการกลั่นลำดับส่วนที่พูดถึงนี้จะกลั่นเเยกสารได้มากมายเช่น  ก๊าซหุงต้ม, นํ้ามันก๊าด ,นํ้ามันเบนซิน ,นํ้ามันดีเซล , ยางมะตอย เป็นต้น

.... จบครับ เอามาฝากทุกๆท่านนะครับ หวังว่าจะได้เป็นความรู้ เเละเป็นประโยชน์ เพราะทั้งเรื่องนํ้ามันรั่วในบ้านเรา เเละจุลินทรีย์ก็เป็นเรื่องใกล้ๆตัวของทุกคนครับ ปล.โดยเฉพาะจุลินทรีย์นี่ใกล้ตัวสุดๆครับ เเละมีประโยชน์มากกว่า.... ที่ออกมาเเก้ตัวอยู่ทุกวันครับ 55555//   ถ้าตั้งกระทู้ผิดห้องรบกวนพี่เอหรือเเอดมินท่านอื่นๆย้ายให้ด้วยนะครับ ผมไม่รู้จะตั้งห้องไหนละ5555 ไม่เคยโพสต์ข่าวสารเเบบนี้ซะด้วย เเต่ตั้งใจว่าอยากโพสต์ในห้องไม้นํ้าเนี่ยเเหละครับ อยากให้หลายๆคนเห็นถึงประโยชน์ของจุลินทรีย์เเละเสนอข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ครับ beg1

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02/08/13, [04:57:19] โดย Nature Aquarium :: ROM™ (~ ̄▽ ̄)~ »
คุณพ่อหน้าเด็ก ออฟไลน์
Club Leader
« ตอบ #1 เมื่อ: 02/08/13, [11:33:16] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ผมว่าต้องที่ ร้านกาแฟ
❤▇[C]Cube Aquarium[A]▇❤ ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #2 เมื่อ: 02/08/13, [11:38:22] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

อืม hawaii


ผมเคยได้ยินว่าใช้คอเรลล่า ก็ช่วยบำบัดคราบน้ำมันเหล่านี้ได้นะครับ [งง]
สแตมป์ ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #3 เมื่อ: 02/08/13, [12:23:05] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

คุณรอมๆ  ถ้าผมเอายาคูลท์ไปเทตรงที่มีน้ำมันมันจะย่อยสลายไปเองไหมครับ  
ยาคลูท์ มีจุลินทรีย์ที่ชื่อแลคโตบาซิลัส เอ๊ะ มันไม่มี อัลคานิวอแรกซ์ บอร์กูเมนซิส (Alcanivorax borkumensis) นี่หว๋า

 ้hahaha ้hahaha ้hahaha ้hahaha
แสวขำๆนะครับ คุณรอม
ROMMY ออฟไลน์
Club Leader
« ตอบ #4 เมื่อ: 02/08/13, [13:12:44] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ผมว่าต้องที่ ร้านกาแฟ
ขอโทษค้าบบบบบ  beg1  ... สงสัยจะโดนพี่เอเเจกใบส้ม  cryingrun

อืม hawaii


ผมเคยได้ยินว่าใช้คอเรลล่า ก็ช่วยบำบัดคราบน้ำมันเหล่านี้ได้นะครับ [งง]
ต้องไปหาข้อมูลละ ... อยากรู้เหมือนกันครับ คอเรลล่า ที่เป็นส่าหร่ายใช่มั้ยครับ ??

คุณรอมๆ  ถ้าผมเอายาคูลท์ไปเทตรงที่มีน้ำมันมันจะย่อยสลายไปเองไหมครับ  
ยาคลูท์ มีจุลินทรีย์ที่ชื่อแลคโตบาซิลัส เอ๊ะ มันไม่มี อัลคานิวอแรกซ์ บอร์กูเมนซิส (Alcanivorax borkumensis) นี่หว๋า

 ้hahaha ้hahaha ้hahaha ้hahaha
แสวขำๆนะครับ คุณรอม

เทเลยๆ เดี๋ยวผมเนี่ยเเหละไปกิน 55555
หน้า: 1   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: