Aqua.c1ub.net
*
  Tue 09/Jun/2026
หน้า: 1   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ระบบให้อากาศในตู้ปลาทะเล  (อ่าน 8212 ครั้ง)
yodazaki ออฟไลน์
Club Member
« เมื่อ: 20/05/13, [11:59:10] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

สงสัยมานานแล้วระบบให้อากาศในตู้ปลาทะเลนี้ ใช้อะไรครับ เพราะดูหลายตู้ไม่เห็นระบบพวกนี้เหรอผมไม่เข้าใจระบบครับ
Krit2211 ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #1 เมื่อ: 20/05/13, [13:14:26] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

สงสัยมานานแล้วระบบให้อากาศในตู้ปลาทะเลนี้ ใช้อะไรครับ เพราะดูหลายตู้ไม่เห็นระบบพวกนี้เหรอผมไม่เข้าใจระบบครับ
ตู้ปลาทะเลต้องใช้ปั๊มทำคลื่นเปาบริเวณผิวน้ำครับ ให้น้ำโยกเหมือนคลื่นในทะเล
ทำให้น้ำสัมผัสอากาศเกิดอ๊อกซิเจนในน้ำครับ
Romeo_Pop ออฟไลน์
Level 5 Moderator
« ตอบ #2 เมื่อ: 20/05/13, [13:42:06] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

เราคุ้นตากับการหยอดหัวทรายฟู่ๆในน้ำจากตู้ปลาทองกันเลยมักจะเป็นคำถามในใจกับมือใหม่หลายคนว่าจำเป็นไหม?
ตามปกติถ้าเป็นน้ำนิ่งๆอย่างในตู้ปลาทองและแทบไม่มีพื้นที่อยู่ของแบตทีเรียในกรองเพื่อบำบัดน้ำเลยก็จำเป็นครับ
แต่กับตู้ทะเลโดยเฉพาะตู้ระบบสมบูรณ์มีกรองล่าง พื้นที่ผิวน้ำกระเพื่อมไหลในจุดต่างๆและอากาศจากฟองในสกิมเมอร์
ก็เพียงพอต่อการดำรงชีพแล้ว ยิ่งปะการังสังเคราะห์แสงสาหร่ายซูซานบนตัวก็ใช้คาร์บอนไดอ๊อกไซในน้ำเปลี่ยนเป็นอ๊อกซิเจนอีกทาง
จึงไม่จำเป็นต้องมีหัวทรายครับ อย่างพวกตู้ปลาล้วนที่อัดปลาเยอะๆก็อาจจะมีการอัดหัวทรายในกรองล่างบ้าง
เพื่อให้เกิดการกำจัดแอมโมเนียโดยแบตทีเรียกลุ่มใช้อ๊อกซิเจนได้ดีขึ้นแต่ถ้ามีมากเกินไปอาจเกิดอาการฟองอากาศในตาปลาได้เช่นกัน
สรุปว่าเจ้าของตู้ควรพิจารณาให้เหมาะกับตัวตู้เองอีกทีคงไม่สามารถสรุปให้ได้ว่าควรใส่หรือเปล่า
mai2610 ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #3 เมื่อ: 20/05/13, [14:54:23] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

เราไปคิดกันเอาเองครับ ว่า oxygen ที่ปลาใช้หายใจต้องเป็นอากาศ ที่เห็นเป็นฟองฟู่ๆ
จิงๆปลามันมีเหงือก ไว้กรองเอา Ox ในน้ำ H2O
ระบบดี Ox มันก็ปนมากับ น้ำครับ   รอท่านอื่นมาอธิบายเพิ่ม ผมมันงูๆปลาๆครับ แต่เลี้ยง จืด+ทะเลมา ไม่เคยใช้หัวพ่นฟอง
ผมมองว่ามันขัดตาอ่ะ  [แคะขี้มูก]
yodazaki ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #4 เมื่อ: 20/05/13, [15:05:52] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ขอบคุณมากครับ สำหรับความรู้
ถามต่ออีกนิดนะครับ
1.ทรายที่ลงในตู้ทะเลต้องเป็นทรายทะเลป่าวครับ
2.ผมควรรันระบบไว้นานประมาณเท่าไหร่ ก่อนจะลงปลา
3.แนะนำปลาและปะการังสำหรับมือใหม่ เน้นเลี้ยงง่าย ตายยากให้หน่อยครับ

อุปกรณ์ที่มีตอนนี้ สกิมเมอร์,พัดลม,ไฟ,กรองแขวน 2 ตัว ตู้ 24 ครับ
ปล.หอยเม่นกับปลานี้เลี้ยงรวมกันได้ไหม   
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20/05/13, [15:13:32] โดย yodazaki »
Romeo_Pop ออฟไลน์
Level 5 Moderator
« ตอบ #5 เมื่อ: 20/05/13, [15:58:32] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ขอบคุณมากครับ สำหรับความรู้
ถามต่ออีกนิดนะครับ
1.ทรายที่ลงในตู้ทะเลต้องเป็นทรายทะเลป่าวครับ
2.ผมควรรันระบบไว้นานประมาณเท่าไหร่ ก่อนจะลงปลา
3.แนะนำปลาและปะการังสำหรับมือใหม่ เน้นเลี้ยงง่าย ตายยากให้หน่อยครับ
อุปกรณ์ที่มีตอนนี้ สกิมเมอร์,พัดลม,ไฟ,กรองแขวน 2 ตัว ตู้ 24 ครับ
ปล.หอยเม่นกับปลานี้เลี้ยงรวมกันได้ไหม  

ตู้ทะเลก็ควรเป็นทรายทะเล - จริงๆแนะนำเป็นปะการังละเอียดเบอร์ 00 มากกว่าปูบางๆแค่ครึ่งนิ้วพอ
รันระบบนานแค่ไหน - เราใช้น้ำยาวัดครับแต่สิ่งที่มือใหม่พลาดคือบางทีแค่อาทิตย์เดียวมันก็วัดผ่านแล้ว
แต่จริงๆพอลงของไปซักระยะพ้นไปอีก 10 กว่าวันของเสียจะเริ่มเพิ่มดีดขึ้นมาเพราะระบบบำบัดไม่ทัน
ปกติจะแนะนำ 2-3 อาทิตย์สำหรับปลาล้วน เดือนนึงขึ้นไปสำหรับเลี้ยงผสม
ปลากับปะการังที่ง่ายและทนคือ? งั้นถามกลับแล้วที่ง่ายเนี่ยมันสวยในแบบที่เราชอบไหม? เตรียมระบบให้ดี
แล้วเลือกที่อยากเลี้ยงโดยศึกษาการดูแลและความต้องการของมันก่อนซื้อครับ
เม่นกับปลาอยู่ด้วยกันได้ ที่เหลือลองอ่านกระทู้มือใหม่เอานะมีหมดอ่านประสบการณ์คนอื่นเยอะๆ
จะได้ไม่ต้องลองเองให้เปลืองเงินและเสี่ยงการสูญเสียครับ
yodazaki ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #6 เมื่อ: 20/05/13, [16:21:23] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ตู้ทะเลก็ควรเป็นทรายทะเล - จริงๆแนะนำเป็นปะการังละเอียดเบอร์ 00 มากกว่าปูบางๆแค่ครึ่งนิ้วพอ
รันระบบนานแค่ไหน - เราใช้น้ำยาวัดครับแต่สิ่งที่มือใหม่พลาดคือบางทีแค่อาทิตย์เดียวมันก็วัดผ่านแล้ว
แต่จริงๆพอลงของไปซักระยะพ้นไปอีก 10 กว่าวันของเสียจะเริ่มเพิ่มดีดขึ้นมาเพราะระบบบำบัดไม่ทัน
ปกติจะแนะนำ 2-3 อาทิตย์สำหรับปลาล้วน เดือนนึงขึ้นไปสำหรับเลี้ยงผสม
ปลากับปะการังที่ง่ายและทนคือ? งั้นถามกลับแล้วที่ง่ายเนี่ยมันสวยในแบบที่เราชอบไหม? เตรียมระบบให้ดี
แล้วเลือกที่อยากเลี้ยงโดยศึกษาการดูแลและความต้องการของมันก่อนซื้อครับ
เม่นกับปลาอยู่ด้วยกันได้ ที่เหลือลองอ่านกระทู้มือใหม่เอานะมีหมดอ่านประสบการณ์คนอื่นเยอะๆ
จะได้ไม่ต้องลองเองให้เปลืองเงินและเสี่ยงการสูญเสียครับ

น้ำยาวัดนี้วัดค่าอะไรบ้างครับ
Romeo_Pop ออฟไลน์
Level 5 Moderator
« ตอบ #7 เมื่อ: 20/05/13, [17:40:21] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ปลาล้วน no2 ปะการังด้วยเพิ่ม no3 นานๆไปถ้าเลี้ยงดูเล่นไม่ได้แข่งเอาโล่ก็จะแค่สังเกตเอาพอได้ครับ
นายบรรเจิด ออฟไลน์
Club Follower
« ตอบ #8 เมื่อ: 20/05/13, [20:23:23] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ปลาล้วน no2 ปะการังด้วยเพิ่ม no3 นานๆไปถ้าเลี้ยงดูเล่นไม่ได้แข่งเอาโล่ก็จะแค่สังเกตเอาพอได้ครับ
ต้องสังเกตุ อะไรบ้างครับ
This`Is`AnField ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #9 เมื่อ: 20/05/13, [20:33:40] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

เสริมนิดครับ...แค่น้ำหมุนเวียนก็มีอากาศให้ปลาได้หายใจละครับ ไม่จำเป็นต้องใส่หัวทราย และที่ไม่ค่อยใส่หัวทรายอีกเหตุผลคือไอเกลือจะกระเดนไปโดนอุปกรต่างๆจะทำให้ผุพังเร็วด้วยคับ แต่จะใส่ก็ได้แต่แนะนำในกรองล่างดีกว่า สำหรับตู้ที่เลี้ยงปลาเยอะๆ ถ้าไฟดับปลาจะแย่งอากาศกันหายใจทำให้อ๊อกซิเจนในน้ำหมดไวกว่าเดิมขึ้น หรือปลาตายเร็วกว่าเดิมนั่นเอง จึงควรมีปั้มลมใส่ถ่านติดบ้านใว้ครับ
yodazaki ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #10 เมื่อ: 20/05/13, [20:54:50] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ระบบกรองนี้เราต้องเปิดไว้ตลอดเวลาเหรอครับ ผมใช้กรองแขวน 2 ตัวตอนนี้
sugar88 ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #11 เมื่อ: 20/05/13, [21:42:48] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ระบบกรองนี้เราต้องเปิดไว้ตลอดเวลาเหรอครับ ผมใช้กรองแขวน 2 ตัวตอนนี้

กรองแขวนสองตัว เนี่ย มีของในตู้หรือยังครับ มีตัวใหนบ้างคร้าบ

ตอนแรกผมก็ได้มาแบบนี้เหมือนกันครับ ร้านยัดกรองแขวนไห้ ลองแล้วไปไม่รอดครับ เลยเพิ่มงบ อีกนิสหน่อย ทำกรองล่าง DIY ครับ

ตอนแรกทำไว้เล็กๆ แต่ตอนนี้ ระบบกรองล่าง ใหญ่กว่าตู้หลักแล้วครับ สบายใจกว่า  [on_066]


ตู้ท่านรันน้ำมากี่วันแล้วคร้าบ
Romeo_Pop ออฟไลน์
Level 5 Moderator
« ตอบ #12 เมื่อ: 20/05/13, [21:51:27] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ระบบกรองนี้เราต้องเปิดไว้ตลอดเวลาเหรอครับ ผมใช้กรองแขวน 2 ตัวตอนนี้

ไปอ่านบทความตู้ผมดูหรือยังครับอย่างน้อยน่าจะให้แนวทางการใช้กรองแขวนได้เยอะเลย
หรือจะพัฒนามากรองล่างก็มีภาคต่อให้อ่านเพลินๆภาษาบ้านๆอ่านง่ายนะ
Romeo_Pop ออฟไลน์
Level 5 Moderator
« ตอบ #13 เมื่อ: 21/05/13, [04:41:34] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ต้องสังเกตุ อะไรบ้างครับ

ส่วนตัวที่ทำมาจนบัดนี้คือสังเกต
- ระดับความใสของน้ำ -> เริ่มไม่ใสอย่างที่ควรผมก็ดูระบบการดูดตะกอนลงกรองไล่ตั้งแต่กระแสน้ำในตู้ ถุงกรองและระดับตะกอนสะสมในกรองล่าง

- กลิ่นของน้ำ -> ถ้ากลิ่นเริ่มไม่สดชื่นมีกลิ่นคาวนิดๆปนกลิ่นตะไคร่บวกน้ำเริ่มไม่ใสตะไคร่กลุ่มเขียว ขนแมวเริ่มมาก็จัดการเปลี่ยนคาร์บอนพร้อมน้ำไปเลย

- ลักษณะตะไคร่ที่เกิด -> วงจรตู้คือเริ่มจาก น้ำตาลไดอาตอม ต่อด้วย เขียว ขนแมว พัฒนาจนถึง แดงไซยาโน ถ้ามาถึงจุดแดงไม่ต้องวัดค่าก็พอจะบอกได้ว่าระดับ no3 ไม่ค่อยปกตินักก็ควรจัดการลดมันซะ ที่เคยเป็นแค่ครั้งเดียวผมแก้โดยขัดดูดออก เปลี่ยนน้ำ 50% อัดแบตทีเรีย เปลี่ยนคาร์บอนพอผ่านไปซักระยะก็ลดลงจนหายไปเองจนถึงตอนนี้ยังไม่เคยมีปัญหาไซยาโนอีกเลย

- สภาพของปะการังแต่ละตัวในตู้ -> ไม่ค่อยสดชื่น มีอาการล่อน หด น้ำมีปัญหาอาจไม่ได้เปลี่ยนนานแล้ว

ผมก็สังเกตอยู่แค่นี้ครับแต่แนะนำว่าตู้ปลาช่วงแรกควรวัดค่า no2 บ่อยหน่อยเพราะนานไปจะเริ่มขี้เกียจวัดเสียดายน้ำยาจะหมดอายุก่อนหมด  [on_060]
yodazaki ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #14 เมื่อ: 21/05/13, [15:31:35] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

อุณหภูมิน้ำต้องประมาณเทาไหร่ครับ รันมา 2 วัน ประมาณ 29 ตลอด
sugar88 ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #15 เมื่อ: 21/05/13, [21:01:38] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

อุณหภูมิน้ำต้องประมาณเทาไหร่ครับ รันมา 2 วัน ประมาณ 29 ตลอด

สองเดือนที่ผ่านมา ผมก็ 28 - 29 เดือนที่แล้วปาไป 30  [on_026] ก็ไม่รู้ทำไงก็ไล่อ่านบทความในบอรท์ ของ ผู้ดูแลบอรท์ท้างสองท่าน นะครับ

พี่ Mixzer กับ Romeo_Pop กับเพื่อนๆสมาชิคที่โพสไว้นะคร้าบ

สรุป เย็น 25-26-27 ก็ดีครับ ( ภ้ากรุงเทพต้องมีของครับ ) ภ้าไม่มีของแรงส์ๆใช้พัดลมก็ลุ้นเอานะครับ  [on_026] ตอนนี้ตู้ผมก็อารมณ์ดีครับ ไม่มีอาไรหงอย

รอท่านอื่นๆมาแซะต่อคร้าบ
yodazaki ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #16 เมื่อ: 22/05/13, [07:24:41] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ตอนนี้ในตู้มีหนอนตัวเล็กๆเดินอยู่ด้วย จะถือว่ามันเปนเรื่องปกติเหรอไม่
นายบรรเจิด ออฟไลน์
Club Follower
« ตอบ #17 เมื่อ: 22/05/13, [09:16:03] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ส่วนตัวที่ทำมาจนบัดนี้คือสังเกต
- ระดับความใสของน้ำ -> เริ่มไม่ใสอย่างที่ควรผมก็ดูระบบการดูดตะกอนลงกรองไล่ตั้งแต่กระแสน้ำในตู้ ถุงกรองและระดับตะกอนสะสมในกรองล่าง

- กลิ่นของน้ำ -> ถ้ากลิ่นเริ่มไม่สดชื่นมีกลิ่นคาวนิดๆปนกลิ่นตะไคร่บวกน้ำเริ่มไม่ใสตะไคร่กลุ่มเขียว ขนแมวเริ่มมาก็จัดการเปลี่ยนคาร์บอนพร้อมน้ำไปเลย

- ลักษณะตะไคร่ที่เกิด -> วงจรตู้คือเริ่มจาก น้ำตาลไดอาตอม ต่อด้วย เขียว ขนแมว พัฒนาจนถึง แดงไซยาโน ถ้ามาถึงจุดแดงไม่ต้องวัดค่าก็พอจะบอกได้ว่าระดับ no3 ไม่ค่อยปกตินักก็ควรจัดการลดมันซะ ที่เคยเป็นแค่ครั้งเดียวผมแก้โดยขัดดูดออก เปลี่ยนน้ำ 50% อัดแบตทีเรีย เปลี่ยนคาร์บอนพอผ่านไปซักระยะก็ลดลงจนหายไปเองจนถึงตอนนี้ยังไม่เคยมีปัญหาไซยาโนอีกเลย

- สภาพของปะการังแต่ละตัวในตู้ -> ไม่ค่อยสดชื่น มีอาการล่อน หด น้ำมีปัญหาอาจไม่ได้เปลี่ยนนานแล้ว

ผมก็สังเกตอยู่แค่นี้ครับแต่แนะนำว่าตู้ปลาช่วงแรกควรวัดค่า no2 บ่อยหน่อยเพราะนานไปจะเริ่มขี้เกียจวัดเสียดายน้ำยาจะหมดอายุก่อนหมด  [on_060]


ขอบคุณครับ
หน้า: 1   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: