Aqua.c1ub.net
*
  Fri 14/Aug/2026
หน้า: 1   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ปลาพยาบาล ตัวเป็นแผล!! ทำยังไงครับ  (อ่าน 2579 ครั้ง)
Reef Me ออฟไลน์
Club Member
« เมื่อ: 27/11/12, [20:41:29] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ทำยังไงครับ แยก ออกก่อนเลยมัยครับ มีรูปครับ แต่ลงไม่เป็น แนะนำวิธีลงด้วยครับ 555
The Reef Park ออฟไลน์
Club Follower
« ตอบ #1 เมื่อ: 28/11/12, [21:43:25] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ต้องหาปลาหมอมาเลี้ยงครับ
SUPERTEE ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #2 เมื่อ: 28/11/12, [21:51:31] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ต้องหาปลาหมอมาเลี้ยงครับ
[เอ๊ะ!!!]
Dyckia (พี่ป้อง) ออฟไลน์
Club Leader
« ตอบ #3 เมื่อ: 29/11/12, [07:00:13] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

 [on_065] ยังมีชีวิตอยู่มั๊ยนี่ พวกนี้เปราะมาก ขนาดมาสภาพดีๆ ยังกลับทะเลเฉย!

ไงก็ขอแนะนำเรื่องการรักษาก่อน คือแผลที่ว่านี้ อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ

เช่นโดยปลาอื่นทำร้าย หรือมันทำตัวเอง อย่างมุดซอกหินจนโดนหิน เปลือกหอยบาดเอา

หรือร้ายสุดคือโดนเชื้อโปรโตซัวเข้าทำร้าย อย่างเช่นเชื้อ Brooklynella ทำให้ผิวหนังเปิด

และติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน ซึ่งมักจะทำให้ปลาทรุด และตายอย่างรวดเร็ว

  [on_018] ก่อนอื่นตักแยกออกมาแช่ยา หาอ่างพลาสติก ใช้น้ำในตู้เลี้ยง เป่าอ็อกซิเจนแรงๆ มีก้อนหินให้มันแอบ

ยาที่แนะนำคือ ใส่ Bionock เบอร์ 2 ไปโดสแรก (คำนวนให้ดี อย่าหยดยาเกิน อันตราย)

เพื่อกำจัดโปรโตซัวร์ต่างๆ ที่ติดมาบนตัวปลา และที่แผล

 036 หากปลายังโอเค ไม่ทรุดลง ก็ตามด้วย Bionock เบอร์ 3 หรืออาจจะใช้พวก

"ยาเหลืองญี่ปุ่น" (จริงๆ ของจีน!) ที่เป็นยากลุ่มปฏิชีวนะ เพื่อป้องกันรักษาการติดเชื้อซ้ำซ้อน
Reef Me ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #4 เมื่อ: 29/11/12, [17:27:30] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

[on_065] ยังมีชีวิตอยู่มั๊ยนี่ พวกนี้เปราะมาก ขนาดมาสภาพดีๆ ยังกลับทะเลเฉย!

ไงก็ขอแนะนำเรื่องการรักษาก่อน คือแผลที่ว่านี้ อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ

เช่นโดยปลาอื่นทำร้าย หรือมันทำตัวเอง อย่างมุดซอกหินจนโดนหิน เปลือกหอยบาดเอา

หรือร้ายสุดคือโดนเชื้อโปรโตซัวเข้าทำร้าย อย่างเช่นเชื้อ Brooklynella ทำให้ผิวหนังเปิด

และติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน ซึ่งมักจะทำให้ปลาทรุด และตายอย่างรวดเร็ว

  [on_018] ก่อนอื่นตักแยกออกมาแช่ยา หาอ่างพลาสติก ใช้น้ำในตู้เลี้ยง เป่าอ็อกซิเจนแรงๆ มีก้อนหินให้มันแอบ

ยาที่แนะนำคือ ใส่ Bionock เบอร์ 2 ไปโดสแรก (คำนวนให้ดี อย่าหยดยาเกิน อันตราย)

เพื่อกำจัดโปรโตซัวร์ต่างๆ ที่ติดมาบนตัวปลา และที่แผล

 036 หากปลายังโอเค ไม่ทรุดลง ก็ตามด้วย Bionock เบอร์ 3 หรืออาจจะใช้พวก

"ยาเหลืองญี่ปุ่น" (จริงๆ ของจีน!) ที่เป็นยากลุ่มปฏิชีวนะ เพื่อป้องกันรักษาการติดเชื้อซ้ำซ้อน



ขอบคุณครับ
Dew.Thanat ออฟไลน์
Club Veteran
« ตอบ #5 เมื่อ: 30/11/12, [02:55:16] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ผมเคยมีปลาเป็นแผลตัวนึง ใช้ยาเหลืองญี่ปุ่นแล้วก้หาย ที่สำคัญ หายไวดีด้วยครับ แต่มันจะกลายเป็นแผลเป็นแล้วพอสักพักก้หายสนิทครับ แต่ผมว่าจะคุ้มไหม รักษาปลาพญาบาล เพราะปรกติมันอยู่ในตู้ได้ไม่นานมันก้ตายอ่ะครับ [on_051] [on_051]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30/11/12, [02:57:29] โดย ธนัตถ์ »
mabuz ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #6 เมื่อ: 02/12/12, [09:46:00] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ผมเคยมีปลาเป็นแผลตัวนึง ใช้ยาเหลืองญี่ปุ่นแล้วก้หาย ที่สำคัญ หายไวดีด้วยครับ แต่มันจะกลายเป็นแผลเป็นแล้วพอสักพักก้หายสนิทครับ แต่ผมว่าจะคุ้มไหม รักษาปลาพญาบาล เพราะปรกติมันอยู่ในตู้ได้ไม่นานมันก้ตายอ่ะครับ [on_051] [on_051]
ปรกติมันอยู่ได้ไม่นาน เนี่ยหมายถึงว่า อาุยุ ปลาชนิดนี้ มันสั้นหรือครับ?
Species ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #7 เมื่อ: 02/12/12, [14:12:12] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ปรกติมันอยู่ได้ไม่นาน เนี่ยหมายถึงว่า อาุยุ ปลาชนิดนี้ มันสั้นหรือครับ?

อายุไม่แน่ใจว่านานแค่ไหนแต่ส่วนมากที่เลี้ยงกันไม่เกิน. 4 เดือนแต่บางคนที่ระบบดีอยู่เป็นปีก็มีครับ 036

 
Dyckia (พี่ป้อง) ออฟไลน์
Club Leader
« ตอบ #8 เมื่อ: 02/12/12, [16:01:24] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

 [on_018]ปลาพยาบาลพวกนี้ ในธรรมชาติมันต้องได้อาหารจากการเก็บกินปรสิต และเศษเนื้อเยื่อผิวหนัง

จากปลาอื่นที่มันทำหน้าที่ "พยาบาล" ให้ครับ
โดยการเลือกสถานที่ตั้ง Station อยู่จุดใดจุดหนึ่งเป็นที่ประจำ

เช่นตามกอปะการัง ซึ่งจะมีปลาน้อยใหญ่ มากมายแถวนั้น ผลัดเปลี่ยนเวียนแวะมาใช้บริการตลอดเวลา

เรียกว่า ปลาพยาบาลมีอาหารกินอิ่มจนเหลือเฟือ แต่ในสภาพตู้เลี้ยงนั้น ลองคิดดูว่าเราเลี้ยงปลาอื่นๆ

ร่วมตู้กับปลาพยาบาลเพียงไม่มาก แถมยังค่อนข้างจะอนามัยจัด คือ (ต้อง) ใส่ยาฆ่าปรสิต เชื้อโรคเชื้อรา

จนปลาทุกตัวเอี่ยมอ่อง ปลาพยาบาลเราก็เลยไมค่อยมีอะไรจะทำ หรือพูดอีกอย่างคือ "อดอยากปากแห้ง"

ค่อยๆ ซูปผอมตายไป ยกเว้นแค่บางตัว (ส่วนน้อย) เท่านั้น ที่พยายามปรับตัวยอมกินอาหารที่เราให้

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม่ "ปลาพยาบาล" คือหนึ่งในปลาปราบเซียน...ใครเลี้ยงรอดก็ต้องถือว่า "โชคดี"  n032ครับ
mabuz ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #9 เมื่อ: 02/12/12, [19:15:32] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ถ้า ผมมีโอกาสได้เลี้ยง ปลาพยาบาล ผมจะพยายามทำให้ ปลาพยาบาลมีปรสิตเป็นอาหารกิน ครับ !!!!
Reef Me ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #10 เมื่อ: 02/12/12, [20:06:48] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ผมเคยมีปลาเป็นแผลตัวนึง ใช้ยาเหลืองญี่ปุ่นแล้วก้หาย ที่สำคัญ หายไวดีด้วยครับ แต่มันจะกลายเป็นแผลเป็นแล้วพอสักพักก้หายสนิทครับ แต่ผมว่าจะคุ้มไหม รักษาปลาพญาบาล เพราะปรกติมันอยู่ในตู้ได้ไม่นานมันก้ตายอ่ะครับ [on_051] [on_051]

เรียบร้อยแล้วครับ  [on_007] ไม่รอด
Reef Me ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #11 เมื่อ: 02/12/12, [20:07:27] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

[on_018]ปลาพยาบาลพวกนี้ ในธรรมชาติมันต้องได้อาหารจากการเก็บกินปรสิต และเศษเนื้อเยื่อผิวหนัง

จากปลาอื่นที่มันทำหน้าที่ "พยาบาล" ให้ครับ
โดยการเลือกสถานที่ตั้ง Station อยู่จุดใดจุดหนึ่งเป็นที่ประจำ

เช่นตามกอปะการัง ซึ่งจะมีปลาน้อยใหญ่ มากมายแถวนั้น ผลัดเปลี่ยนเวียนแวะมาใช้บริการตลอดเวลา

เรียกว่า ปลาพยาบาลมีอาหารกินอิ่มจนเหลือเฟือ แต่ในสภาพตู้เลี้ยงนั้น ลองคิดดูว่าเราเลี้ยงปลาอื่นๆ

ร่วมตู้กับปลาพยาบาลเพียงไม่มาก แถมยังค่อนข้างจะอนามัยจัด คือ (ต้อง) ใส่ยาฆ่าปรสิต เชื้อโรคเชื้อรา

จนปลาทุกตัวเอี่ยมอ่อง ปลาพยาบาลเราก็เลยไมค่อยมีอะไรจะทำ หรือพูดอีกอย่างคือ "อดอยากปากแห้ง"

ค่อยๆ ซูปผอมตายไป ยกเว้นแค่บางตัว (ส่วนน้อย) เท่านั้น ที่พยายามปรับตัวยอมกินอาหารที่เราให้

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม่ "ปลาพยาบาล" คือหนึ่งในปลาปราบเซียน...ใครเลี้ยงรอดก็ต้องถือว่า "โชคดี"  n032ครับ




ขอบคุณครับ
Dew.Thanat ออฟไลน์
Club Veteran
« ตอบ #12 เมื่อ: 03/12/12, [01:44:41] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

RIP [เอ๊ะ!!!] [เอ๊ะ!!!]
หน้า: 1   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: