
ณ แมคโดนัล เอสพลานาด รัชดา เวลา 20.25 น. มีมนุษย์ 7 คน ที่ต่อจากผม กำลังยืนเข้าแถวเพื่อรอสั่งอาหารอย่างมีระเบียบหน้าเคาเตอร์ อยู่ๆ ก็มีเด็กนักเรียนมัธยมสาวน้อยหน้าใส พร้อมคุณแม่ที่แลดูมีฐานะ
เดินมาพร้อมคนขับรถได้เข้ามาดึงเมนูจากด้านหน้าของผม ทั้งที่ผมยืนติดเคาน์เตอร์ไปเลือกดูอาหาร และมีป้ายไฟอันใหญ่อยู่ด้านบน (ผมพยายามไม่ใส่ใจกับมารยาททางสังคมของคนบางครอบครัว)
เมื่อผมสั่งครบ จ่ายเงิน ก็เดินถอยออกมารอพนักงานเตรียมอาหารให้ และเพื่อให้คนต่อไปได้ใช้สิทธิของตนที่ต่อจากผมในการที่จะได้ขยับตัวเข้ามาสั่งอาหาร “สองแม่ลูก” ก็แทรกตัวไปพร้อมสั่งอาหารตัดหน้าคิวทุกคน
(สำหรับผมคือความอดทดในขั้นที่ 1)
พนักงาน : (พยายามพูดดี) เชิญท่านต่อไปตามคิวค่ะ
แม่ : (จ้องหน้าพนักงาน และโยนเมนูบนเคาน์เตอร์) แล้วสะบัดตัวเองออกมา
ลูกสาว : อ้าว ทำไมละแม่ (และหันมาทางผม) นี่พี่สั่งเสร็จหรือยัง (น้ำเสียงเหมือนผมเป็นคนขับรถมัน)
(สำหรับผมคือความอดทดในขั้นที่ 2)
แม่ : (ไปนั่งแล้วโวยวาย) โอ๊ย ทำไมพนักงานร้านนี้พูดจาไม่สุภาพเลย ไม่มีมารยาท แย่มาก
ลูกสาว : อ้าว ทำไมทำแบบนี้ละคะ (พยายามหันไปเหวี่ยงพนักงาน)
ขณะนั้นทุกคนที่ต่อแถว และผมพยายามทำเป็นไม่สนใจอะไร น้องพนักงานก็พยายามให้ปริการต่อโดยไม่ใส่ใจ
แม่ : อย่างนี้ต้องร้องเรียนละมั้ง มารยาทแย่ขนาดนี้ บริการลูกค้าได้ไง แย่มาก (บ่นเสียงดังชัดเจน)
(สำหรับผมคือความอดทดในขั้นที่ 3)
ผม : (หลังจากทนมานาน และนับ 1-3 แล้วตามหลักการควบคุมตัวเอง) ใจเย็นครับ เค้าก็บริการกันอยู่ครับ ทุกคนก็ต่อคิวกันอยู่ครับ
แม่ : ชั้นจะด่าพนักงาน คุณมายุ่งอะไร ชั้นมีสิทธิ์
ลูกสาว : เค้าจะด่า ชั้นจะเหวี่ยงพนักงาน มาเสือกทำไม
(สำหรับผมคือหมดความอดทดขั้นเกรงใจ)
ผม : ผมไม่อยากยุ่งหรอกครับ ถ้าคุณและลูกรู้จักมารยาททางสังคม คนเค้าต่อแถวกันอยู่นะครับ เห็นไหมครับ และผมก็ไม่อยากยุ่งอะไรด้วย เพียงแต่คุณไปโวยพนักงานและจะไปร้องเรียนเค้า ผมรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่แย่ (เสียงผมรับรองว่าได้ยินทั้งร้าน)
ลูกสาว : อย่ามาเสือกค่ะ (หลุดสันดอนออกมา ไม่น่าแต่งชุดนักเรียนโรงเรียนดี ๆ ให้เสียสถาบันเลย)
ผม : ถึงว่าครับ แม่มันเป็นอย่างนี้ ลูกมันถึงขนาดนี้ เลี้ยงกันดีจริง ๆ คนเค้าดีๆ ทำงานตามหน้าที่เค้า ตัวเองเข้ามาทำสันดานแย่ๆ ยังจะไปหาเรื่องเค้า ไม่สงสัยเลยจริงๆ คงไม่มีใครอบรมใคร ไม่มีใครเตือนใครจริงๆ (ผมหันไปบอกที่เคาน์เตอร์) ไม่ต้องกลัวนะครับ มีใครร้องเรียนคุณ เดี๋ยวผมเป็นพยานให้ ทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนี้เป็นพยานให้ได้ครับ ทนไม่ได้จริงๆ เวลาเจอคนเลวๆ แบบนี้
แม่/ลูกสาว : (เดินหายไปมุมโต๊ะไกล ๆ เหวี่ยง วีน เต็มที่)
ผม : (เดินกลับมาที่โต๊ะ กินอย่างสบายใจ แต่ก็แอบสังเกตุเห็นว่ามีการโทรศัพท์ตามคน แต่ที่เรารู้สึกคือคนขับรถรู้ดีว่าอีคู่นี้สันดานเป็นไง)
สักพักมีชายภูมิฐาน แต่งตัวดี ถ้าไม่เป็นข้าราชการระดับ C8 ขึ้นไป ก็คงเป็นผู้บริหาร บ.เอกชน มาที่โต๊ะ และแอบกระซิบกระซาบกัน ชี้ไม้ชี้มือมาที่ผม แต่ผมทำเป็นนิ่ง ไม่เห็น และทำงานต่อหน้า Notebook
ชายคนนั้น : (เดินปรี่มาที่โต๊ะผม)
ผม : (มองไว้ด้วยหางตา แสร้งเป็นไม่เห็น ไม่สนใจ) (แต่อยู่ในสายตาตลอด พร้อมตอบโต้ทันที)
ชายคนนั้น : (เดินเวียนไปวนมาที่โต๊ะผมไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง)
ผม : ( แกล้งลุกไปที่เคาน์เตอร์)
ชายคนนั้น : (เดินปรี่ตามเข้ามา)
ผม : (หันไปมองหน้าเล็กน้อย และบอกกับพนักงานว่า) ขอกระดาษทิชชู่หน่อยครับ ขอฝาปิดไอศกรีมด้วย
จากนั้นก็สถานการณ์ดีขึ้น ไม่มีใครกล้า ผมคิดอยู่ในใจถ้าวุ่นวายกับผม สนุกแน่มึง ……เรื่องนี้สอนให้นึกถึงสุภาษิตโบราณประโยคหนึ่งว่า “ดูวัวให้ดูที่หาง ดูนางให้ดูที่แม่ หากสันดานแย่ๆ อาจตอแหลถึงยาย” ……. จบครับ
credit: http://www.talkystory.com/?p=41275











