นี่ครับคือด้านหน้าของ Farm


เข้ามาข้างในก็เจอตู้ปลาใบใหญ่มาก แต่มีแต่พวกปลานกแก้ว และปลาตะเพียนเต็มตู้เลยครับ มีขอนอนูเบียสอยู่ย่อมๆ ไม่มากเท่าไหร่

สภาพทั่วไปของร้าน ส่วนนี้จะเป็นโซนขายพวกอุปกรณ์ครับ ตามผมมาเลย CorrectG


กรองครับ

มีเดียและวัสดุกรอง มีตั้งแต่ถุงละไม่กี่สิบบาทยันเป็นพันเลยครับ

วัสดุปลูกต้นไม้น้ำและกรวดตู้ปลา

คุ้นๆ มั้ยเนี่ย


ADA..........บ้านเราตอนนี้ถูกที่สุดแล้วครับ

ของเล่นต่างๆ มุมนี้สามารถสะกดให้ผมยืนอยู่นานนับชั่วโมงเลยครับ สุดท้ายได้ตัวละลายเซรามิกอันละ 50 บาทมาอันนึง

แต่ชิ้นที่น่าสนใจมากคือ เจ้านี่ครับ Mini Chiller ราคาไม่ถึงสองพันบาท แต่ไม่รู้ว่าใช้ดีมั้ยเลยไม่กล้าเอามาครับ แต่คนขายบอกว่าที่ร้านเค้าตู้ไม่เกิน 70 ลิตร เค้าใช้ตัวนี้มาก็ไม่มีปัญหาอะไร


พอหมดจากโซนนี้เดินข้ามไปอีกฟากนึงก็จะเป็นโซนขายต้นไม้น้ำครับ ซึ่งที่นี่เค้ามีฟาร์มเอง อยู๋ข้างหลังแต่เค้าไม่ให้ผมเข้าไป 031
เลยต้องดูที่เค้าเอามาแพ็คขายแล้วครับ ราคาก็ไม่ต่างจากบ้านเราเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะเป็นใบบกด้วยครับ แต่ถึงกระนั้นผมก็สอยมอสอะไรก็ไม่รู้มากล่องนึง (แพงชิบ) ไว้ขุนได้แล้วจะถ่ายรูปให้ดู
ส่วนมากไม่ค่อยมีไม้แปลกๆครับ เพราะว่าไม้แปลกๆจะมาวันศุกร์เสาร์ซึ่งผมไม่อยู่แล้วหนะสิ 036
มาดูตู้โชว์ของที่ร้านก่อนดีกว่าครับ เป็นตู้มอสซะส่วนมากครับ แต่จัดออกมาดูดีทีเดียว โดยเฉพาะตู้สุดท้าย เห็นวิลโล่ยุโรปแล้วซี๊ดดด



มาดูต้นไม้กันบ้างนะครับ พวกที่แขวนอยู่ ราคาถุงละ 1.5 เหรียญครับ คิดออกมาแล้ว พอๆกับที่บ้านเราครับ




มาดูปลากันบ้างครับ ปลาที่นี่ส่วนใหญ่จะถูกกว่าเมืองไทยครับ แต่ต้องซื้อยกชุดเช่น 10 ตัว ขึ้นไป แต่ไม่ค่อยมีปลาอะไรแปลกๆครับ มีที่แปลกที่ไม่เคยเห็นที่บ้านเราก็ T-Barb ซึ่งตัวจะสีเงินมีลายพาดกลางตัวเป็นรูปตัว T ดูเท่ห์มากเลยครับ แล้วก็พวกคองโกที่นี่ค่อนข้างสีสด และมีหลายพันธุ์เลยครับ
















ถ้าใครไปสิงค์โปร์ละก็ แวะไปที่ฟาร์มนี้ได้เลยนะครับ บอกแท็กซี่เลยว่า Seletar Farmway เค้าพาไปถูกแน่นอน









