Aqua.c1ub.net
*
  Thu 04/Jun/2026
หน้า: 1 2 3   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 6 กำลังมา  (อ่าน 27844 ครั้ง)
Aquarist Thailand ออฟไลน์
Club Veteran
« เมื่อ: 16/08/11, [23:41:02] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ก่อนอื่นขอแนะนำตัวเองก่อน ผม บลู Aquarist

เข้าวงการเลี้ยงกุ้งเมื่อประมาณ ปี 51 ก็เริ่มจากการที่เห็นกุ้งสีแปลกๆ ในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ซึ่งเป็นสีส้ม กับสีฟ้า ก็เห็นว่ามันแปลกดี ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน  จึงเป็นแหล่งจุดประกาย ว่าเราจะต้องหากุ้งแบบนี้มาเลี้ยงให้ได้ (ส่วนตัวผมชอบเลี้ยงสัตว์อยู่แล้วมันจึงอยากง่ายเป็นธรรมดา ครับ) แต่ในขณะนั้นความรู้ยังมีไม่มากนัก ส่วนตัวเองคิดว่าคงเลี้ยงยากพอสมควร แต่ก็เอาเถอะใจมันอยาก ก็จัดไป ช่วงนั้นก็เป็นเรื่องราวของสาย P ต่อมา  ช่วงปี 2010 ในตอนนั้นได้รู้จักกุ้ง Cherax destructor จากหนังสือเล่มหนึ่ง ที่เขียนโดย ชาวเยอรมัน มีภาพของเดส ที่ก้ามใหญ่มากๆ เป็นภาพสีสดใสเลยที่เดียว ต้องขอบอกคุณผู้อ่านเลยครับว่า มันโดนใจสุดๆ ความอยากนี่ทะลุเพดานเลยครับ ด้วยทรงก้ามที่ทรงพลัง สีน้ำเงินแกมเขียว มันมัดใจผมเลยจริงๆ ก็อย่างว่าละครับ ผมเอง ไม่รอช้า เข้าเวปเลย จะที่ไหนได้ Aquaclub.net ที่เดียวมีทุกอย่าง ก็หาไปพักหนึ่ง ก็ได้ เดสสีฟ้ามาหนึ่งคู่ ขนาด ประมาณ 2 นิ้ว ซื้อหาจากคนในเวป นี้แหละ เลี้ยงไปประมาณ 2 เดือน ทั้งคู่ก็กลับกลายเป็นสี เขียวขี้ม้า และแล้ววันหนึ่ง เจ้าตัวผู้ก็จากไป อันเนื่องมาจาก โดน เมียรัก จับกินตอนลอกคราบ น่าเสียดายยิ่งนัก แต่นั่นไม่ใช่ เหตุผลที่จะทำให้ผมเลิกเลี้ยง แต่มันกลับทำให้เิกิดความอยากเลี้ยงเดส มากขึ้น กว่า้เดิม เพราะผมตั้งเป้าหมายว่า เราจะต้องเพาะลูกให้ได้
    ก็เริ่มหาข้อมูล จากหลายแหล่ง เกี่ยวกับการเลี้ยง ส่วนเรื่องในเชิงวิทยาศาสตร์ไม่เท่าไร ผมถนัดเพราะเีรียนทางด้านวิทยาศาสตร์การประมง โดยตรง ไปๆมาๆจึงทราบว่าเดสที่ผมเลี้ยง 2 ตัว นั้น จัดเป็นรุ่นลูก F1 ที่เกิดในเมืองไทย(สอบถามจากคนขายโดยตรงซึ่งเค้าใจดีบอกหมดเลย เป็นพ่อค้าที่น่ารักมาก ) จากพ่อแม่เดสที่นำเข้า ถ้าตอนนี้ใครมีเดสรุ่นเดียวกับผม ไซส์น่าจะ ประมาณ 6 นิ้ว แล้วเห็นจะได้ รุ่นนั้น ส่วมมากน้ำตาลเยอะมากๆ แต่ก็มีเดสสีน้ำเงินเข้มอยู่ พอประมาณ แต่ก็ยังหาคนเพาะได้ไม่มากนัก เท่าที่รู้ ตอนนั้นมี คุณอ๋อง คุณนัง คุณวี และต่างจังหวัดอีกท่านหนึ่ง เพาะและจำหน่ายจ่ายแจก อยู่ในเวปบ้าง ออกสู่สวนจตุจักร ก็มี แต่ในขณะเดียวกันนั้น กุ้งตัวหนึ่งที่ทุกคนคงรู้จัก และอยากมีไว้ในครอบครอง แน่นอนว่าคำตอบนั้นคือ บลูเพิล นั่นเอง เรื่องความสวยงามน่ารักของเจ้านี่คงไม่ต้องสาธยายให้มาก บอกได้คำเดียวว่าโดนใจเต็มๆ แต่ทว่า ความสวยนั้นเอาใจยาก ไงละ คนจึงกล้าๆ กลัวที่จะเอามาไว้ในครอบครอง เพราะต้องน้ำเย็นนี่แหละ ตัวสำคัญ แต่ก็มีคนใจกล้า อยู่ 3-4  ท่านจัดมาไว้ในตู้ที่บ้านพอสมควร ในปัจจุบันที่ประสบความสำเร้จ และยังมีการพํฒนาต่อไป คงเป็น คุณ ณัฐ Yabby House  ซึ่งท่านนี้ เจ้าบุญทุ่มจริงๆ
     เมื่อความสวยปะทะความอยาก มันจึงเกิด ไอเดียใหม่ โดยนำ เดสรุ่น(F1)แรกที่เกิดในไทย ครอกที่สอง -สามไป(บางส่วนก็มีการจำหน่ายไปเป็นเดสแท้) ผสมบลูเพิร์ลลูกนอก โดยใช้แม่เป็นเดส พ่อเป็นเพิร์ล เอาละครับ จึงเป็นที่มาของเจ้าชายเลือดผสม(คล้ายๆ กับในหนัง อะครับ) ทำให้สีสัน ออกมาทางน้ำเงินมากขึ้น น้ำตาลน้อยลง  ถ้าคิดคำนวณ เปอร์เซนต์ เลือดก็ จะเป็น เดส 50% บลูเพิร์ล 50% รุ่นนี้ขายดีกันเป็นเท่น้ำเทท่า ประมาณว่ามีเท่าไรก็หมด การแพร่กระจายของเดส ก็กว้างขวางออกไปพอสมควร


วันนี้มีเวลา น้อย เอาเป็นโอกาสหน้า มาต่อ อีกทีนะครับ
ปล. ท่านใดมีข้อมูลแนะนำได้นะครับ หรือพูดคุย ผ่านทาง Facebook ตามที่อยู่ ด้ามล่างได้เลย
ข้อความที่กระผมได้กล่าวในกระทู้นี้ ไม่ต้องการให้เกิดการ ถกเถียงในเชิงลบนะครับ เพียงอยากจะเล่าความจริงจากประสบการณ์ให้ฟัง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04/10/11, [00:25:12] โดย Aquarist »
tao5355 ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #1 เมื่อ: 17/08/11, [08:19:59] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

บทความ ชวนอ่าน อย่าลืมมาเล่าต่อนะครับ  [on_055] [on_055] [on_055] [on_055] [on_055]
desmosedici2011 ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #2 เมื่อ: 17/08/11, [17:25:20] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ดูจากเนื้อเรื่องที่เล่าในตอนนี้ เหมือนเป็นขาขึ้นของเครฟิช แล้วตอนขาลง หรือล้นตลาดจะยังรักเครฟิชกันอยู่ไหมเนี่ย (แบบปลากัด HMPK HM อะ ถูกมองว่าปลาบ้านๆไปซะงั้น ทั้งๆที่กว่าจะทำสวยๆตั้ง กี่รุ่นต่อกี่รุ่น)  ยังไงๆก็เพาะเลี้ยงกันเยอะๆนะครับ ผมรอซื้ออยู่ตัวสวยๆ อิอิอิอิ
 [on_026] [on_026] [on_026] [on_026]
Aquarist Thailand ออฟไลน์
Club Veteran
« ตอบ #3 เมื่อ: 17/08/11, [17:54:36] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ดูจากเนื้อเรื่องที่เล่าในตอนนี้ เหมือนเป็นขาขึ้นของเครฟิช แล้วตอนขาลง หรือล้นตลาดจะยังรักเครฟิชกันอยู่ไหมเนี่ย (แบบปลากัด HMPK HM อะ ถูกมองว่าปลาบ้านๆไปซะงั้น ทั้งๆที่กว่าจะทำสวยๆตั้ง กี่รุ่นต่อกี่รุ่น)  ยังไงๆก็เพาะเลี้ยงกันเยอะๆนะครับ ผมรอซื้ออยู่ตัวสวยๆ อิอิอิอิ
 [on_026] [on_026] [on_026] [on_026]

ใช่แล้วครับ ผมกำลัง ไล่เรียงตั้งแต่เริ่ม มาเรื่อยๆ  ้hahaha
ณัฐ Yabby House ออฟไลน์
Club Leader
« ตอบ #4 เมื่อ: 17/08/11, [19:32:13] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ขอเสริมหน่อยนะครับ

เดส เข้ามาจำหน่ายประมาณปลายปี 09 ตอนนั้นใช้ชื่อเรียกว่า บลูเพิร์ลหลากหลายสี เป็นกุ้งนำเข้า(ลูกนอก)

เข้ามาขายในตอนนั้น พ่อค้าขายดีมาก เข้ามาเท่าไรก็ขายหมด  ไซส์ 3 - 4 นิ้วราคาตัวละประมาณ800-1,000.-

ตอนนั้นไซส์เด็กๆยังไม่มีจำหน่าย  สีเดสลูกนอกเข้ามาจำหน่าย ก็มีสีเด่น คือ สีน้ำตาลข้อก้ามแดง

สีน้ำเงินเข้มข้อก้ามแดง สีเทาข้อก้ามแดงหรือตอนนั้นเรียกว่า แบ็ลคเพิร์ล  มีจำหน่ายจนถึงเดือนเมษายน ปี10

พ่อค้านำเข้าก็ไม่ได้สั่งเข้ามาจำหน่ายอีกเลยถึงปัจจุบัน   ในช่วงเวลานั้น ลูกค้าต้องการบลูเพิร์ลไซส์แรกเกิด

ก็หายาก บลูเพิร์ลลูกนอก ไซส์ 3-4นิ้ว ก็หายาก  เดสลูกนอกก็หายาก หรือเป็นเพราะว่าในช่วงนั้น

มีผู้เพาะพันธุ์เดสได้ และได้เยอะมาก นำมาจำหน่ายในราคาไม่สูงมาก เดสลูกนอกจึงไม่นำเข้ามา

เมื่อมีผู้เพาะเดสได้ ก็มีลูกค้ามาตั้งโจทย์ว่าน่าจะทำให้เดสเป็นสีน้ำเงินเหมือนบลูเพิร์ลและเลี้ยงน้ำธรรมดา

ไม่ต้องเลี้ยงน้ำเย็นเหมือนบลูเพิร์ล  ช่วงเดือนพฤษภาคม - ตุลาคม ปี10 ช่วงนั้นไม่มีเดสออกมาจำหน่ายเลย

ทั้งเดสลูกนอกไซส์ใหญและเดสลูกในไซส์เล็ก  เดือนพฤศจิกายน ปี10 เริ่มมีคนเพาะเดสลูกในได้

ทั้งเดสน้ำตาลข้อก้ามแดง เดสน้ำเงินข้อก้ามแดง (เดสที่เพาะออกมาข้อก้ามแดงยังเป็นเดสพันธุ์แท้ค่ะ)

ส่วนเดสน้ำเงินตัวเมียข้อก้ามแดงผสมพันธุ์กับบลูเพิร์ลตัวผู้ ลูกที่ออกมาเมื่อโตแล้วจะเรียกกันว่าเดสครึ่งเพิร์ล
จะมีสีน้ำเงินข้อก้ามแดง
จะมีสีน้ำเงินข้อก้ามขาว
จะมีสีฟ้าข้อก้ามส้ม
จะมีสีฟ้าข้อก้ามขาว
แต่จะไม่มีจุดสีขาวข้างตัว4จุดเหมือนบลูเพิร์ล


ตลาดค้ากุ้งก็กลับมาคึกคักกันอีกที เมื่อมีเดสลูกในเข้ามาจำหน่าย คือเดสครึ่งเพิร์ล(เดสแม่พันธุ์ผสมกับบลูเพิร์ลพ่อพันธุ์) และเลี้ยงน้ำ 26-30องศา  ช่วงนั้นเดสฟ้าเดสน้ำเงินมาที่หนึ่งเลยค่ะ

ทุกท่านที่อยากเลี้ยง อยากเพาะ ก็เข้ามาสั่งซื้อกันจากผู้เพาะเดสในประเทศ ในเวลานั้น

ต่อมาผู้ที่เพาะเดสก็นำเดสครึ่งเพิร์ลมาผสมกันลูกๆที่ออกมาเรียกชื่อว่าเดสเลี้ยวเพิร์ล
จะเ๋ป็นเดสสีน้ำเงินข้อก้ามขาวผสมกับเดสสีน้ำเงินข้อก้ามขาว ลูกที่ออกมาก็เป็นเดสสีน้ำเงินหรือเดสน้ำเงิน
เรียกชื่อว่า เดสเลี้ยวเพิร์ล
จะเ๋ป็นเดสสีฟ้าข้อก้ามขาวผสมกับเดสสีฟ้าข้อก้ามขาว ลูกที่ออกมาก็เป็นเดสสีฟ้าหรือเดสฟ้า
เรียกชื่อว่า เดสเลี้ยวเพิร์ล

ตอนนี้เดสเลี้ยวเพิร์ลก็ผสมไปมาเป็นเวลา2ปีแล้ว
ลูกๆที่เป็นสีน้ำเงินก็ยังเป็นสีน้ำเงิน
ลูกๆที่เป็นสีฟ้าก็ยังเป็นสีฟ้า
ลูกๆที่เป็นสีฟ้าอ่อนเริ่มผสมกันหลายชั้น...เริ่มจะเป็นสีขาวแล้ว  และต่อไปก็เดสที่ชื่อว่าเดสขาว

ถ้ามีผู้เพาะพันธุ์นำบลูเพิร์ลพ่อพันธุ์ผสมกับเดสน้ำเงินข้อก้ามขาว(จะเป็นเดสครึ่งเพิร์ลหรือเดสเลี้ยวเพิร์ล)
ถ้ามีผู้เพาะพันธุ์นำบลูเพิร์ลพ่อพันธุ์ผสมกับเดสฟ้าข้อก้ามขาว(จะเป็นเดสครึ่งเพิร์ลหรือเดสเลี้ยวเพิร์ล)
ลูกๆที่ออกมาเราจะเรียกว่า เดสเลี้ยวเพิร์ลพันธุ์แท้

และถ้านำเดสเลี้ยวเพิร์ลพันธุ์แท้มาผสมกัน  เราจะเรียกว่า เดสเลี้ยวเพิร์ลต่อไป  

สรุปปัจจุบัน เดสฟ้าข้อก้ามขาว เดสน้ำเงินข้อก้ามขาว เดสเลี้ยวเพิร์ลข้อก้ามขาว
    
ทั้งหมดเรียกว่า เดสเลี้ยวเพิร์ล ค่ะ  


ข้อมูลจากประสบการณ์ที่เลี้ยงเดสมาประมาณ 2ปี  

เพื่อนๆนักเพาะกุ้งที่มีข้อมูลก็มาช่วยเสริมต่อเติมนะค่ะ  
เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับผู้เลี้ยงผู้เพาะเดสต่อไป

ณัฐ Yabby House

 emb01

  




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02/03/12, [10:37:53] โดย ณัฐ Yabby House »
IceZash ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #5 เมื่อ: 17/08/11, [21:24:12] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ขอเสริมหน่อยนะครับ

เดส เข้ามาจำหน่ายประมาณปลายปี 09 ตอนนั้นใช้ชื่อเรียกว่า บลูเพิร์ลหลากหลายสี เป็นกุ้งนำเข้า(ลูกนอก)

เข้ามาขายในตอนนั้น พ่อค้าขายดีมาก เข้ามาเท่าไรก็ขายหมด  ไซส์ 3 - 4 นิ้วราคาตัวละประมาณ800-1,000.-

ตอนนั้นไซส์เด็กๆยังไม่มีจำหน่าย  สีเดสลูกนอกเข้ามาจำหน่าย ก็มีสีเด่น คือ สีน้ำตาลข้อก้ามแดง

สีน้ำเงินเข้มข้อก้ามแดง สีเทาข้อก้ามแดงหรือตอนนั้นเรียกว่า แบ็ลคเพิร์ล  มีจำหน่ายจนถึงเดือนเมษายน ปี10

พ่อค้านำเข้าก็ไม่ได้สั่งเข้ามาจำหน่ายอีกเลยถึงปัจจุบัน   ในช่วงเวลานั้น ลูกค้าต้องการบลูเพิร์ลไซส์แรกเกิด

ก็หายาก บลูเพิร์ลลูกนอก ไซส์ 3-4นิ้ว ก็หายาก  เดสลูกนอกก็หายาก หรือเป็นเพราะว่าในช่วงนั้น

มีผู้เพาะพันธุ์เดสได้ และได้เยอะมาก นำมาจำหน่ายในราคาไม่สูงมาก เดสลูกนอกจึงไม่นำเข้ามา

เมื่อมีผู้เพาะเดสได้ ก็มีลูกค้ามาตั้งโจทย์ว่าน่าจะทำให้เดสสีน้ำเงินเหมือนบลูเพิร์ลและเลี้ยงน้ำธรรมดา

ไม่ต้องน้ำเย็นเหมือนบลูเพิร์ล  ช่วงเดือนพฤษภาคม - ตุลาคม ปี10 ช่วงนั้นไม่มีเดสออกมาจำหน่ายเลย

ทั้งเดสลูกนอกไซส์ใหญและเดสลูกในไซส์เล็ก  เดือนพฤศจิกายน ปี10 เริ่มมีคนเพาะเดสลูกในได้

ทั้งเดสน้ำตาลข้อก้ามแดง เดสน้ำเงินข้อก้ามแดง  และเดสเลี้ยวเพิร์ลหรือที่เรียกอีกชื่อนึ่งว่า เดสฟ้า   

ตลาดค้ากุ้งก็กลับมาคึกคักกันอีกที เมื่อมีเดสลูกในเข้ามาจำหน่าย  ช่วงนั้นเดสฟ้ามาที่นึ่งเลย

เพราะอยากเลี้ยงบลูเพิร์ล แต่ติดที่ต้องใช้น้ำเย็นเลี้ยง แต่พอเดสฟ้าเลี้ยวเพิร์ล (คือเดสแม่พันธุ์ผสมกับบลูเพิร์ล

พ่อพันธุ์)  ผสมได้ และเลี้ยงน้ำ 26-30องศา  ทุกท่านที่อยากเลี้ยง อยากเพาะ ก็เข้ามาสั่งซื้อกันจากผู้เพาะเดสในประเทศ จนถึงปัจจุบัน

ที่เขียนมาทั้งหมดนี้คือความเป็นมาของเดสครับ

เดี๋ยวว่างๆจะมาช่วย เจ้าของกระทู้ เล่าเรื่อง ลูกเดส ไซส์แรกเกิดถึงเกือบสีนิ้ว ที่เวลาลอกคราบแล้ว

สีเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาจนน่าเวียนหัว   

......K.....








เค้ามือใหม่ มาเก็บความรู้จากเจ้าแม่  [on_035] [on_035]
Prab Prabchana. ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #6 เมื่อ: 17/08/11, [21:42:57] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

 [on_018] เข้ามาเก็บด้วยนะครับ
ณัฐ Yabby House ออฟไลน์
Club Leader
« ตอบ #7 เมื่อ: 17/08/11, [22:01:08] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

[on_018] เข้ามาเก็บด้วยนะครับ
มาช่วย เจ้าของกระทู้ เล่าเรื่อง ลูกเดส ไซส์แรกเกิดถึงเกือบสีนิ้ว ที่เวลาลอกคราบแล้ว

สีเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาจนน่าเวียนหัว.....ด้วยจิ   ้hahaha ้hahaha ้hahaha ้hahaha   
Aquarist Thailand ออฟไลน์
Club Veteran
« ตอบ #8 เมื่อ: 18/08/11, [01:11:53] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

บทที่ 2  ที่มาที่ไป ธรรมชาติและนิสัยโดยรวมของเดสทรัคเตอร์ ( Cherax destructor )

แหล่งกำเนิดที่มาของเดส ท่าจะกล่าวไปแล้ว ต้องบินตรงไปถึง ดินแดนของเจ้าจิงโจ้ ถิ่นของชาวออสซี่ แน่นอนว่าที่นั่นสภาพน้ำ สภาพอากาศ แตกต่างจากบ้านเรา สามารถพบกุ้งได้ทั้งในแม่น้ำ ทะเลสาบ ในแถบนิวซีแลนด์ ก็มี และยังรวมไปถึง นิวกินี บางส่วน รัฐบาลที่นั่นเค้ามีการ ควบคุม การนำเข้า ส่งออก กุ้งชนิดนี้เป็นอย่างมาก มีงานวิจัยหลายตัวที่ตีพิมพ์ออกมาเกี่ยวกับกุุ้้งชนิดนี้ ส่วนมากเพื่อการค้าเชิงพาณิชย์ การวิจัยการเจริญเติบโต และก็เรื่องของโรคต่างๆ ซึ่งเจ้าโรคนี่แหละ ทำให้กฏหมายของเค้าถึงเข้มงวดมาก ในอดีตมีการขนย้าย เดส จับเดส ข้ามไปมา จนทำให้เกิดโรคระบาดที่รุนแรง ความเสียหาย ไม่ต้องพูดถึงเลย
ที่แถมฝรั่งออสซี่ยังมีการทำฟาร์มกัน เป็นล่ำเป็นสันที่ออสเตเลีย เค้าเลี้ยงไว้กินกัน เป็นส่วนมาก แบบว่าขายกันเป็นโล ตามท้องตลาด  สีสันที่พบก็ ออกโทนเขียวขี้ม้า ปลายก้ามเหลือบน้ำเงิน นิดหน่อย หลากหลายแตกต่างกันไป เพราะเค้าเลี้ยงในบ่อดิน ซึ่งธรรมดามาก บางที่ก็ดูเหมือนบ่อ ปลาธรรมดาๆ ในบ้านเรา บางที่ก็ มีรั่วกั้นบ้าง

เรื่องนิสัยใจคอ ของเดสนี่ ต้องบอกว่า โหด ดิบ เถื่อน ก็ว่าได้ละครับ แต่ในบางมุมบางเวลา ก็ แอบเท่  น่ารักแบบแบ้วๆ บ้าง นิสัยการแอบซ่อนไม่มีให้เห็นครับ นอกเสียจาก ใหญ่มากๆ ก็จะเดินน้อยหน่อย เรื่องการปีนป่ายนี่ก็มีความสามารถไม่แพ้สายพันธุ์อื่น เลยครับ เกาะสายออกซิเจนปีนออกสบาย  ถ้านับตั้งแต่เริ่มลงมาเดินที่พื้น ได้ โดยหลุดจากท้องแม่มา การตบตี  กินกันเอง ก็เริ่มขึ้นเลยครับคุณผู้อ่าน ยิ่งถ้ามีปริมาณมาก อยู่ในที่แคบ อัตราการรอดยิ่งต่ำ มาก เพราะส่วนมากกินกันเอง ตอนลอกคราบ คือ ถ้าไม่ได้อยู่ตัวเดียว การกิน การทะเลาะ เกิดขึ้นแน่นอน ทุกช่วงอายุ เค้าสามารถกินอาหารได้หลากหลาย กิน เก่ง โตไวมาก ผมเคยเลี้ยงเปรียบเทียบกับ บลูลอป มันต่างกันมากพอสมควร ถ้านับเวลาหนึ่งปี เดสสามารถโตได้ถึง 5-6 นิ้ว ส่วนบลูลอป ยังแค่สามนิ้วกว่า (อันนี้ที่บ้านผมนะครับของท่านอื่น อาจแตกต่างกันไป)


มาถึง เรื่อง ประเด็นเด็ด (ไม่ใช่ 7 สี นะครับ)แล้วละครับ การเปลี่ยนสีไปมาของเดส ถือว่ามีความหลากหลายพอสมควร อย่างที่ได้รีวิวไปในตอนแรกแล้ว ว่า เริ่มมีเดสเลือดผสม ปะปนอยู่ การผสมพันธุ์ก็ยังไม่มีการไล่สายเลือด ให้ดีพอ แต่ก็ต้องเข้าใจว่า มันเป็นของนำเข้า ไม่ได้มีให้เลือกมากมายอะไร ประเด็นนั้นเราไม่ว่ากันครับ ตามใจของบรีดเดอร์แต่ละท่านเลยละกัน
แต่ ลักษณะหนึ่งที่หายไป คือ ข้อก้ามแดง เดสในยุคนี้ ส่วนมาก หายไปเกือบหมด สิ่งที่ได้กลับมาคือ สีฟ้า สีน้ำเงินมากขึ้น สีเขียวอมน้ำเงิน สีน้ำตาลปลายก้ามฟ้า พบได้น้อยลง ถ้าหากเป็นช่วง ประมาณ เมษาของปีที่แล้ว ต้องบอกว่าส่วนมากเป็นอย่างนั้นครับ เอ้า ออกประเด็นไปละ กลับมาเรื่องการเปลี่นสี กุ้งขนาดเล็ก ในครอกเดียวกันเปลี่ยนสีได้หลากหลาย ถึงแม้จะอยู่ในที่เดียวกัน อาหาร เหมือนกัน น้ำเหมือนกัน ยังมีสีต่างกันได้  บางกรณีครอกเดียวกันแต่เลี้ยงคนที่ สีก็คนละเรื่องกันเลย ปัจจัยหลักคงมาจากน้ำ กับสายพันธุ์สีสันของพ่อแม่ แต่ก็ยังไม่สามารถสรุปได้ แน่ชัด ในช่วงแรก ก็เป็นข้อถกเถียงกันพอสมควร แต่พอเริ่มเลี้ยงมากขึ้น เดส แพร่กระจายออกไปมากขึ้น ข้อมูลความแตกต่างยิ่งมากไปด้วย แต่สิ่งหนึ่ง ที่พอสรุปได้คือ ในช่วงตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 3 นิ้ว ยังเปลี่ยนสีได้อยู่ กลับไปมา หรือบางทีก็ไปแล้วไม่กลับเลย ก็มี เพราะมีผู้เลี้ยงบางท่าน เล่าให้ฟังมา บางท่านก็เป็นลูกค้า เล่าสู่กันฟัง ผมเองหรือท่านผู้อ่านหลายท่านคงคิดเช่นเดียวกันนะครับว่า ที่เป็นอย่างนี้ ก็ดีแล้ว ท้าทายฝีมือการเลี้ยงดี ถ้าอยากได้ สีนิ่งก็ ไป เอาบลูเพิร์ลมาเลี้ยงเลยครับ ยังไงก็ไม่เปลี่ยน มีแต่เข้มขึ้นหรือจางลง
   สีของเดสเท่าทีเห็นตอนนี้ ก็มีประมาณ
        สีน้ำเงิน
        สีน้ำเงินดำ (ของกระผมเอง)
        สีฟ้าอมน้ำเงิน
        สีน้ำเงินอมม่วง
        สีเขียวอมน้ำเงิน
        สีน้ำตาล
        สีขาวฟ้า
        สีขาวเหลือง
        สีดำสนิทยังไม่เคยเจอ


ตอนนี้คงเอาไว้เท่านี้ก่อน เวลาหมด เจอกัน บทหน้า
ขาดตก หล่น หาย ที่ใด ขออภัยด้วยครับ


        
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19/08/11, [00:03:25] โดย Aquarist »
desmosedici2011 ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #9 เมื่อ: 18/08/11, [11:53:48] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ตอนที่สองนี้ เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสีที่ไม่คงที่ของเดส ถ้าจะกล่าวให้ตรงประเด็นกว่านั้น คงเป็นเพราะเราไม่รู้ปัจจัยที่แท้จริงในการเปลี่ยนสี ได้แต่เดาว่าอาหาร อุณหภูมิ อื่นๆ บางทีสาเหตุอาจมาจากสิ่งอื่นๆ เพราะเราไม่มีการวิจัยระดับเซลล์ต่อสภาพแวดล้อมต่างๆอย่างชัดเจน(มันจะเร็วและง่าย) จึงได้แต่เดากันอยู่ แต่จะว่าไปก็สนุกดีนะครับ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เอามาโม้กันได้ว่าพบวิธีเลี้ยงแล้ว พออีกท่านทำตามอ้าวไม่เป็นอย่างที่บอก อิอิอิอิ มันเหมือนตาบอดคลำช้างสนุกดีลุ้นดีครับ บทความเจ๋งมาก เป็นประโยชน์ต่อวงการมากครับ
 [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18/08/11, [11:55:49] โดย desmosedici2011 »
Aquarist Thailand ออฟไลน์
Club Veteran
« ตอบ #10 เมื่อ: 18/08/11, [12:20:57] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ตอนที่สองนี้ เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสีที่ไม่คงที่ของเดส ถ้าจะกล่าวให้ตรงประเด็นกว่านั้น คงเป็นเพราะเราไม่รู้ปัจจัยที่แท้จริงในการเปลี่ยนสี ได้แต่เดาว่าอาหาร อุณหภูมิ อื่นๆ บางทีสาเหตุอาจมาจากสิ่งอื่นๆ เพราะเราไม่มีการวิจัยระดับเซลล์ต่อสภาพแวดล้อมต่างๆอย่างชัดเจน(มันจะเร็วและง่าย) จึงได้แต่เดากันอยู่ แต่จะว่าไปก็สนุกดีนะครับ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เอามาโม้กันได้ว่าพบวิธีเลี้ยงแล้ว พออีกท่านทำตามอ้าวไม่เป็นอย่างที่บอก อิอิอิอิ มันเหมือนตาบอดคลำช้างสนุกดีลุ้นดีครับ บทความเจ๋งมาก เป็นประโยชน์ต่อวงการมากครับ
 [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง]

ความเห็นนี้ ดีมากเลยครับ ก็อย่างนั้น แหละครับ ถ้ามันง่าย เลี้ยงยังไงก็ฟ้า มันจะท้าทายอะไร ว่าไปแล้วมาสาธยายกันต่อ อีกหน่อยดีกว่า

ในประเด็นนั้น คิดว่าหลายท่านคงทราบ ดี เพียงแต่ทุกปัจจัย มันมีสัดส่วน ที่แตกต่างกันไปมากน้อย เราอย่าลืมกฏ ทางพันธุกรรม นะครับ กุ้งมันไม่ได้ออกลูก ที่ละตัว กฏของ เมนเดล ก็บอกสัดส่วนออกมาแล้วว่า ถ้าเอา สีแบบนี้ ผสมแบบนี้ มันก็จะมีสัดส่วนสีแบบนี้ แต่ ปัจจุบัน คนเลี้ยงเดส กับสรุปว่า ทุกตัวต้องฟ้า หรือทุกตัวต้องน้ำตาล ซึ่ง มันเป็นความคิดที่ผิดๆ ถ้าหลายท่านที่เพาะเดส ลองเลี้ยงมันจนโตทั้งครอกโดยที่ไม่ขาย แล้วท่านจะพบ กับความจริง อย่างที่ผมกล่าวไว้
เห็น กันง่ายๆ ดูคนนี่แหละ ถ้า พ่อแม่ขาว บางทีลูก กับออกมา คล้ำๆ บางทีก็ขาว  บางคนพ่อแม่ดำ ลูกดันขาว
พอเติบโตมาก็อยู่ที่สภาพแวดล้อมด้วย กรรมพันธุ์ด้วย ถ้าลองคิดดู หาก ผมตอนนี้ไปโตที่ แอฟริกา ก็คงดำ แต่ก็ไม่ดำ เท่าคนพื้นเมืองของเค้า แต่หาก ไปอยู่แถวนอร์เวย์ สวิส มันก็ขาวขึ้นแต่ผมก็คงไม่ขาวเท่าคนที่นั้น เพราะกรรมพันธุ์ของผม แต่ถ้าผมลองกิน ยาสลายเมลานินที่ผิวหนัง ที่กำลังฮอตฮิตอยู่ ผมก็ดูขาวขึ้นมาได้แต่ถ้ากินแล้วทำงานตากแดด มันก็ไม่ช่วยอะไรเลย เพราะแสงแดดที่ ส่องกระทบผิวหนังมันก็ไปกระตุ้นให้เม็ดสี ผลิต เมลานิน ขึ้นมาอีก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19/08/11, [00:03:56] โดย Aquarist »
desmosedici2011 ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #11 เมื่อ: 18/08/11, [13:21:33] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

เรื่องกฎของเมนเดล เป็นเรื่องที่ต้องศึกษา ถ้าอยากเป็นบรีดเดอร์ที่ดี(ถ้าไม่อยากก็เพาะไปได้เหมือนกัน แต่จะงงไปเรื่อยๆ) เมนเดลได้สรุปถึงเรื่องการถ่ายทอดพันธุกรรมที่ส่งผลต่อลูกหลาน และเปอร์เซ็นต์ การแสดงออกทางกายภาพในรุ่นลูกและหลาน แต่เรื่องที่เรารับกุ้งมาเป็นสีอ่อน(ตอนรับมาจากที่เพาะพันธุ์ก็โตพอสมควร) พอเลี้ยงไปสีเปลี่ยนไปมากๆ(ในกุ้งโตแล้ว) นั่นคือปัจจัยภายนอกที่ต้องศึกษาเพิ่ม เพราะสิ่งมีชีวิตไม่ใช่แค่เรื่องพันธุกรรมเท่านั้น การได้รับฮอร์โมน การได้รับธาตุบางชนิด สามารถเปลี่ยนแปลงลักษณะทางกายภาพได้ ในเครฟิชเราให้ความสำคัญเรื่องสี สีเป็นลักษณะที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมก็จริง แต่สีที่ถูกถ่ายทอดมาอาจโดนข่มด้วยการได้รับสารหรือปัจจัยบางอย่างได้เช่นกัน ก็ต้องศึกษากันต่อไป ผมรอซื้อตอนสำเร็จแล้วกันนะครับเพราะผมชอบเลี้ยงไม่ชอบเพาะ อิอิอิอิ
 [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง]
Aquarist Thailand ออฟไลน์
Club Veteran
« ตอบ #12 เมื่อ: 18/08/11, [14:34:28] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

เรื่องกฎของเมนเดล เป็นเรื่องที่ต้องศึกษา ถ้าอยากเป็นบรีดเดอร์ที่ดี(ถ้าไม่อยากก็เพาะไปได้เหมือนกัน แต่จะงงไปเรื่อยๆ) เมนเดลได้สรุปถึงเรื่องการถ่ายทอดพันธุกรรมที่ส่งผลต่อลูกหลาน และเปอร์เซ็นต์ การแสดงออกทางกายภาพในรุ่นลูกและหลาน แต่เรื่องที่เรารับกุ้งมาเป็นสีอ่อน(ตอนรับมาจากที่เพาะพันธุ์ก็โตพอสมควร) พอเลี้ยงไปสีเปลี่ยนไปมากๆ(ในกุ้งโตแล้ว) นั่นคือปัจจัยภายนอกที่ต้องศึกษาเพิ่ม เพราะสิ่งมีชีวิตไม่ใช่แค่เรื่องพันธุกรรมเท่านั้น การได้รับฮอร์โมน การได้รับธาตุบางชนิด สามารถเปลี่ยนแปลงลักษณะทางกายภาพได้ ในเครฟิชเราให้ความสำคัญเรื่องสี สีเป็นลักษณะที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมก็จริง แต่สีที่ถูกถ่ายทอดมาอาจโดนข่มด้วยการได้รับสารหรือปัจจัยบางอย่างได้เช่นกัน ก็ต้องศึกษากันต่อไป ผมรอซื้อตอนสำเร็จแล้วกันนะครับเพราะผมชอบเลี้ยงไม่ชอบเพาะ อิอิอิอิ
 [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง]

 [เจ๋ง]เป็นเหตุผลที่ดีครับ จากการที่ผมเลี้ยงมา และทดลองกับกุ้งตัวเอง ฮอร์โมนก็เป็นส่วนหนึ่งที่มีผลกับสีสัน แต่นั่นก็ไม่ถาวร ไม่ว่าจะเป็น ฮอร์โมนจากภายในตัวกุ้งเอง หรือจากอาหารที่ได้(อาหารสด กุ้งฝอย หนอนแดง) หรือแม้แต่ฮอร์โมนสังเคราะห์ ที่เราใส่ลงไป(อันนี้ผมทดลองเอง กะว่าย้อมสีมันซะเลย 555)

ถ้าเราสังเกตกุ้งตอนใกล้ ลอกคราบสีจะเข้มมาก แต่เมื่อลอกคราบแล้วสีจะซีดลง และจะกลับมาเข้มอีก(ยังไม่รวมกรณีที่เปลี่ยนสีนะครับ) สลับกันไป นั่นคือวงจรการสะสมแร่ธาตุ โดยการดึงเอามาจากในน้ำที่มันอาศัยอยู่ แร่ธาตุจะเข้าได้ดีในตอนแรก เพราะกุ้งลอกคราบขนาดจะใหญ่ขึ้นได้ จะเกิดจากการดึงน้ำเข้าสู่ตัว ส่วนเรื่องเปลือกที่จะแข็ง ก็เกิดจากดึง เอาแคลเซียมคาร์บอเนต ที่มีในน้ำเข้าไปสะสมที่เปลือก  แต่แร่ธาตุตัวที่เข้าไปสะสมแล้วแสดงสีนั้นๆ ออกมายังไม่มีใครทราบแน่ชัด   แต่ในเชิงวิทยาศาสตร์ หากแร่ธาตุเข้าไปสะสมแล้วแสดงผลร้อยเปอร์เซนต์ เหตุใด เดส จึงไม่เป็นสี ส้ม สีแดง สีเขียว นี่เป็นเหตุผลที่น่าคิดว่า การแสดงผลของแร่ธาตุนั้น มันมีตัวควบคุมคือกลไก ทางพันธุกรรม ที่มียีน กำหนดโทนสีอยู่  แร่ธาตุเป็นเสมือนตัวเสริม เพียงแต่ยีนดังกล่าวจะแสดงผลเมื่อ ถึงวัยเจริญพันธุ์ เช่นเดียวกับสัตว์น้ำหลายชนิด


ในตอนนี้ ผมคาดว่า คงมีผู้เพาะเลี้ยงอีกหลายท่าน มีข้อมูลดีๆ เชิญ มาแสดงความคิดเห็นกันดีกว่า สร้างสรรค์สิ่ง ดีๆ ให้เกิดขึ้น
ผมเองคงมีความรู้ ไม่หมด ทุกเรื่อง แต่เรื่องใดที่รู้ก็จะเล่าสู่กันฟัง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19/08/11, [00:10:02] โดย Aquarist »
desmosedici2011 ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #13 เมื่อ: 18/08/11, [15:02:10] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ในการเพาะเลี้ยงสัตว์หลายๆชนิด มีกรณีที่เกิดสีใหม่(สีที่แทบไม่เปลี่ยนแม้สภาวะจะเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมาก)ได้หลายกรณี
1.การคัดพันธุ์เพื่อต้องการสีเดี่ยว(สีเดียวนั่นล่ะครับ ในวิธีนี้ ใช้เวลา+ความเข้าใจเรื่องยีนส์)
2.การผ่าเหล่า คือการเกิดสีใหม่จากความผิดปกติของยีนส์เองโดยตรง อันนี้ต้องมีความรู้+ดวงด้วย เพราะเราคงไม่ถอดพันธุกรรมกุ้งในฟาร์มแต่ละตัวมาวิเคราะห์โครโมโซมกันหรอกนะ หรือไครจะทำก็ได้ครับตามสบายครับ
3.การเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมไปอย่างมาก อันนี้อาจตายไป 99.9% ที่เหลือก็น้อยมากและอาจเป็นสีเดิมอีก อันนี้ให้ธรรมชาติเค้าทำเถอะใช้เวลามาก และไม่คุ้มต่อการทำอย่างยิ่ง
4.อื่นๆคงอีกหลายวิธี ผมไม่รู้แล้ว  
จริงๆแล้วก็ชอบวิทยาศาสตร์แต่ บางครั้งก็รู้สึกว่าเราไปดัดแปลงมากๆสุดท้ายไม่มีคนเลี้ยงเค้าจะมีผลต่อระบบนิเวศน์ แต่ถ้าทุกคนสำนึกว่าสิ่งมีชีวิตที่เพาะเลี้ยงสวยงามห้ามนำไปปล่อยในธรรมชาติ ก็ไม่มีปัญหา แล้วก็นั่นล่ะปัญหาพอเบื่อก็ปล่อยห้วย หนอง คลอง บึง จะทิ้งให้ตายก็สงสาร เช่นนี้ประเทศบ้านเกิดเดสถึงไม่ยอมปล่อยออกต่างประเทศง่ายๆ รักจะเลี้ยงก็ต้องรับผิดชอบนะครับทุกๆท่าน
 [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18/08/11, [22:23:09] โดย ดุ๊กดิ๊กในหมู่ชน & ต๊ะเหมียว แมวเขียว ปลาสลิด »
ณัฐ Yabby House ออฟไลน์
Club Leader
« ตอบ #14 เมื่อ: 18/08/11, [19:02:58] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ในการเพาะเลี้ยงสัตว์หลายๆชนิด มีกรณีที่เกิดสีใหม่(สีที่แทบไม่เปลี่ยนแม้สภาวะจะเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมาก)ได้หลายกรณี
1.การคัดพันธ์เพื่อต้องการสีเดี่ยว(สีเดียวนั่นล่ะครับ ในวิธีนี้ ใช้เวลา+ความเข้าใจเรื่องยีนส์)
2.การผ่าเหล่า คือการเกิดสีใหม่จากความผิดปกติของยีนส์เองโดยตรง อันนี้ต้องมีความรู้+ดวงด้วย เพราะเราคงไม่ถอดพันธุกรรมกุ้งในฟาร์มแต่ละตัวมาวิเคราะห์โครโมโซมกันหรอกนะ หรือไครจะทำก็ได้ครับตามสบายครับ
3.การเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมไปอย่างมาก อันนี้อาจตายไป 99.9% ที่เหลือก็น้อยมากและอาจเป็นสีเดิมอีก อันนี้ให้ธรรมชาติเค้าทำเถอะใช้เวลามาก และไม่คุ้มต่อการทำอย่างยิ่ง
4.อื่นๆคงอีกหลายวิธี ผมไม่รู้แล้ว 
จริงๆแล้วก็ชอบวิทยาศาสตร์แต่ บางครั้งก็รู้สึกว่าเราไปดัดแปลงมากๆสุดท้ายไม่มีคนเลี้ยงเค้าจะมีผลต่อระบบนิเวศน์ แต่ถ้าทุกคนสำนึกว่าสิ่งมีชีวิตที่เพาะเลี้ยงสวยงามห้ามนำไปปล่อยในธรรมชาติ ก็ไม่มีปัญหา แล้วก็นั่นล่ะปัญหาพอเบื่อก็ปล่อยห้วย หนอง คลอง บึง จะทิ้งให้ตายก็สงสาร เช่นนี้ประเทศบ้านเกิดเดสถึงไม่ยอมปล่อยออกต่างประเทศง่ายๆ รักจะเลี้ยงก็ต้องรับผิดชอบนะครับทุกๆท่าน
 [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง]

สำหรับกุ้งเครฟิชบ้านเรา ถ้านำไปปล่อยในธรรมชาติ ก็คงตายก่อนค่ะ
ปล่อยในคู คลอง หนอง บึง ก็มีสารตกค้างต่างๆมากมาย จะตายซะก่อนค่ะ
ปล่อยลงไปในแม่น้ำ  กุ้งเปลี่ยนน้ำก็เรียบร้อยค่ะ
ตกลงไปในท่อน้ำ รับรองได้ว่า เสร็จค่ะ 
Prab Prabchana. ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #15 เมื่อ: 18/08/11, [19:15:31] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

 gossip
ป๊ะป๋าดุ๊กดิ๊ก&น้องดริว&น้องดรีม ออฟไลน์
Shrimp Admin
« ตอบ #16 เมื่อ: 18/08/11, [22:25:15] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ


 อีกเรื่องหนึ่ง ก็คือการคัดกุ้งชนิดที่ใกล้เคียงกันมา ทำการผสมกัน ก็อาจจะทำให้เกิดลักษณะสีสัน หรือ

ขนาดทางกายวิภาค ที่เป็นไปตามที่ผู้พัฒนา ต้องการ ก็เป็นไปได้ครับ โดยรวมทั้งการทำ Inbreed กุ้งด้วย

หนอ
ongnoi ออฟไลน์
Club Follower
« ตอบ #17 เมื่อ: 18/08/11, [22:56:19] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

เป็นกระทู้ที่รวบรวมข้อมูลได้ละเอียดเยี่ยมมากเลยครับ น้องคนนี้เค้าเจ๋งจริง   
 
   ขอเสริมนิดนึงนะครับ เท่าที่ผมจำได้ตอนเดสฟ้ามีออกมาขายแรกๆนั้น เป็นเดสครับ และหลังจากชุดนั้นจึงมีลูกผสมออกมาสู่ท้องตลาด และหลังจากนั้นจึงเริ่มมีผู้เพาะพันธุ์บางท่านนำลูกผสมออกมาขายในชื่อเดสฟ้าครับ  [on_018]
Aquarist Thailand ออฟไลน์
Club Veteran
« ตอบ #18 เมื่อ: 19/08/11, [00:06:46] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

เป็นกระทู้ที่รวบรวมข้อมูลได้ละเอียดเยี่ยมมากเลยครับ น้องคนนี้เค้าเจ๋งจริง    
 
   ขอเสริมนิดนึงนะครับ เท่าที่ผมจำได้ตอนเดสฟ้ามีออกมาขายแรกๆนั้น เป็นเดสครับ และหลังจากชุดนั้นจึงมีลูกผสมออกมาสู่ท้องตลาด และหลังจากนั้นจึงเริ่มมีผู้เพาะพันธุ์บางท่านนำลูกผสมออกมาขายในชื่อเดสฟ้าครับ  [on_018]

หายไปไหนมาครับ พี่อ๋อง นึกว่าจะไม่มาซะแล้ว
ขอบคุณที่มา ร่วมให้ความรู้นะครับ
[เจ๋ง] [เจ๋ง]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19/08/11, [00:08:56] โดย Aquarist »
ร้านเเบกเงินเเบกทอง ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #19 เมื่อ: 19/08/11, [00:18:46] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

เป็นกระทู้ที่รวบรวมข้อมูลได้ละเอียดเยี่ยมมากเลยครับ น้องคนนี้เค้าเจ๋งจริง   
 
   ขอเสริมนิดนึงนะครับ เท่าที่ผมจำได้ตอนเดสฟ้ามีออกมาขายแรกๆนั้น เป็นเดสครับ และหลังจากชุดนั้นจึงมีลูกผสมออกมาสู่ท้องตลาด และหลังจากนั้นจึงเริ่มมีผู้เพาะพันธุ์บางท่านนำลูกผสมออกมาขายในชื่อเดสฟ้าครับ  [on_018]

ดีครับ หายไปนานเลย  emb01 emb01
Aquarist Thailand ออฟไลน์
Club Veteran
« ตอบ #20 เมื่อ: 19/08/11, [01:49:56] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

เป็นกระทู้ที่รวบรวมข้อมูลได้ละเอียดเยี่ยมมากเลยครับ น้องคนนี้เค้าเจ๋งจริง   
 
   ขอเสริมนิดนึงนะครับ เท่าที่ผมจำได้ตอนเดสฟ้ามีออกมาขายแรกๆนั้น เป็นเดสครับ และหลังจากชุดนั้นจึงมีลูกผสมออกมาสู่ท้องตลาด และหลังจากนั้นจึงเริ่มมีผู้เพาะพันธุ์บางท่านนำลูกผสมออกมาขายในชื่อเดสฟ้าครับ  [on_018]
ว่าแต่หันไปเลี้ยง กุ้งการ์ตูน แล้วเหรอครับ
joejo ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #21 เมื่อ: 19/08/11, [10:16:26] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ


เป็นกระทู้มีประโยชน์เชิงลึกจริงๆครับที่เปิดประเด็นถึงเรื่องยีนและโคโมโซม เพราะว่ากุ้งผมครอกเดียวกันสีสันของเดสกระเทยจะสวยสีประมาณฟ้าน้ำเงินเข้มและเปลือกจะเป็นมันสะท้อนสวยงามเหมือนมีรังสี รออ้า (เฮ้ย ออร่า !) มากกว่า เพศผู้หรือเมียในครอกเดียวกัน

มือใหม่มาดูดความรู้และจะติดตามตอนต่อไปครับ
Peatja ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #22 เมื่อ: 19/08/11, [10:59:40] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ขอบคุณครับ เลี้ยงเดสเหมือนกันครับ [เจ๋ง]
Eroz CrayFish Tank ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #23 เมื่อ: 19/08/11, [13:32:08] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

บลู ลืม เดสน้ำตาลอมเขียวของพี่ [on_051]
ongnoi ออฟไลน์
Club Follower
« ตอบ #24 เมื่อ: 19/08/11, [16:20:16] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

พอดีช่วงนี้งานยุ่งๆอ่ะครับ เลยไม่ค่อยได้เข้ามาเลย ส่วนกุ้งการ์ตูน เห็นเค้าหน้าสนใจดีครับเลยทดลองเลี้ยงดูครับ..^^
BJP Crayfish ^ ^ ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #25 เมื่อ: 19/08/11, [16:23:00] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ตามๆๆๆๆๆ [เจ๋ง] [เจ๋ง]
koko66 ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #26 เมื่อ: 19/08/11, [17:08:03] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

 ความรู้ดีๆ จาก เซียน[เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง]
Aquarist Thailand ออฟไลน์
Club Veteran
« ตอบ #27 เมื่อ: 19/08/11, [20:23:09] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

บทที่ 3 ว่าด้วย เรื่องอาหาร

การที่จะให้ เดส ที่ท่านเลี้ยง เจริญเติบโตได้ดังใจหมายแล้ว คงไม่ใช่เพียงไปเลือกซื้อกุ้ง เกรดสูงมาเลี้ยงเท่านั้น(ถึงแม้สายพันธุ์นี้จะโตไวก็เถอะ) แต่ปัจจัยหนึ่งที่ สำคัญคือ อาหาร ไม่ว่าจะด้วย อาหารเม็ด อาหารสดมีชีวิต อาหารสดไม่มีชีวิต และกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมที่ใช้ควบคู่กันไป
ประเด็นที่สำคัญคือการเลือกอาหารให้เหมาะสมกับ ขนาดของเดส รวมถึงการให้สลับกันไปไม่จำเจ นั่นเอง
โดยธรรมชาติของกุ้ง จะกินอาหารทั้งวันทั้งคืน เพียงแต่จะหยุดเป็นพักๆ ฉะนั้นเราก็ควรให้ทีละน้อย แต่บ่อยๆครั้ง โดยดูจากการเดินหาอาหารของกุ้งในตู้ นั่นแสดงว่าหิว แต่ถ้าให้แล้ว กินถุย กินเล่น ก็ไม่ต้องให้อีก เพราะให้ไปก็ไม่ได้อะไร แถมยังทำให้น้ำ ขุ่น และเสียไวกว่าเดิม


ในกรณี การให้อาหารเม็ดสำเร็จรูป ถ้ากุ้งขนาดเล็ก หากให้เม็ดใหญ่เกินไป จะกินได้น้อย เสียเวลาในการกินมากเกินไป และอาหารเองก็เสียสภาพ ในที่สุด ผลที่ตามมาก็คือ คุณภาพน้ำในตู้แย่ลงอย่างรวดเร็ว เกิด แอมโมเนีย และไนไตรท์ ที่เป็นอันตรายต่อกุ้งอีกด้วย ยิ่งถ้าตู้ไหนปูวัสดุรองพื้นหนาๆ ละก็ คงเยอะเป็นพิเศษ (เทคนิคการใช้วัสดุรองพื้นว่ากันบท ต่อๆ ไปนะครับ) เมื่อเป็นอย่างนี้ ควรเลือกอาหารให้เหมาะสมกับขนาด ผมขอแนะนำ ตามนี้นะครับ(ผมทำแล้วมันดีจึงเล่าให้ฟัง แต่ผมไม่ได้บอกว่า ตามนี้ดีที่สุด แต่ก็ดีที่สุดสำหรับกุ้งผม)
ขนาดกุ้ง
แรกเกิด- 1 ซม. ควรใช้ อาหารเกล็ดเล็ก ทางการค้า เค้าเรียก เบอร์ 0 คือเกือบเป็นผง แต่ไม่ใช่อาหารผงนะครับ
>1 ซม. - 1 นิ้ว   ควรใช้ อาหารขนาด 1.0- 1.5 mm.
>1 นิ้ว - 3.5 นิ้ว  ควรใช้ อาหารขนาด  2 mm.
มากกว่า 3.5 นิ้ว   ควรใช้ อาหารขนาด  3  mm.
ขนาดอาหารที่ผมกล่าวมา คือ ความยาวนะครับ เพราะอาหารลักษณะ เป็นท่อน ๆ
ส่วนการเลือกซื้อ ควรพิจารณาคุณภาพของอาหารด้วย แน่นไปไม่ดี เปื่อยง่ายก็ไม่ดี  มีกลิ่นสาบก็ไม่ดี เรื่องกลิ่นอาจยากไปสำหรับ มือใหม่ เพราะแยกไม่ออกว่ามันกลิ่นสาบเพราะเก่า เสียสภาพ หรือมาจากกลิ่นของปลาป่น นั่นเอง เอาเป็นว่าเวลาไปซื้อ ถ้ามันแกะได้ หรือมีตัวอย่าง ก็ดมๆ ดูหน่อย และจำไว้ คราวหลังถ้าอาหารเราเสียหรือเก่า ก็ลองดมดูอีก คราวนี้ละ คงแยกได้ (จากที่ทดลองมา ของร้านปราณีก็ ดีครับ เพราะมีให้หลายขนาด ในหนึ่งกระป๋อง อีกอย่างราคาไม่แพงด้วย )


กรณี อาหารสดมีชีวิต อันได้แก่ หนอนแดงสด กุ้งฝอยสด อาทีเมีย ไส้เดือนน้ำ  แม่เพรียงสด (ตัวนี้ดีที่สุด แต่หายากเท่านั้นแหละ) สิ่งเหล่านี้มีคุณค่าทางอาหารสูง โดยเฉพาะแม่เพรียง ดีสำหรับ กุ้งเพศเมียที่่จะเพาะพันธุ์  อีกอย่างของพวกนี้กระตุ้นความอยากกินของกุ้งได้ดี แต่ก่อนที่จะให้กิน ก็ควรทำความสะอาด ค่าเชื้อ หรือสิ่งสกปรก ที่ติดมาให้ได้มากที่สุด โดยใช้ ด่างทับทิม หรือเกลือ แต่ผมแนะนำให้ใช้เกลือมากกว่าเพราะ ปลอดภัยต่อกุ้ง หาง่าย (กุ้งเองก็ชอบ อาหารติดเค็มนิดๆ ไม่รู้เพราะอะไร) มันอาจจะดู พิถีพิถันไปหน่อย แต่เชื่อผมเถอะครับ กุ้งที่เรารัก จะอยู่กับเรานาน และมาขออาหารเราอยู่เรื่อยๆ ผมเคยเจอแบบนี้มาแล้ว ให้อาหารพวกนี้ โดยไม่ทำความสะอาดให้ดี หลังจากกุ้งกินเข้าไปประมาณ 4-7 วัน อาการออกคือ ขี้ใสๆ ไม่เต็ม นั่นคือ การหลุดลอกของผนังลำไส้ ที่โดน โปโตซัวชนิดหนึ่ง เข้าไปทำให้ลำไส้เป็นแผล กุ้งก็กินอาหารน้อยลง ในที่สุดก็จากไป
เสริมนะครับ เจ้าไส้เดือนน้ำ ผมเองใช้น้อยมาก เพราะในตัวไส้เดือนน้ำ มี ตัวอ่อนพยาธิแฝงอยู่ อีกทั้งโลหะหนักอีกด้วย การดูแลรักษาก็ยุ่งเอาการ(เน่าไวเสียจริงๆ) เพราะมันสร้างของเสียได้ไวและมากพอสมควร


กรณี อาหารสดไม่มีชีวิต อันได้แก่ หนอนแดงแช่แข็ง กุ้งฝอยแช่แข็ง กุ้งฝอยต้ม ไรนางฟ้าแช่แข็ง พวกนี้ก็ยังถือว่าคุณค่าทางโภชนาการยังดีอยู่ เก็บรักษาง่าย และส่วนมากผ่านการฆ่าเชื้อมาแล้วบางอย่าง  สิ่งหนึ่งที่สำคัญในการใช้ อาหารเหล่านี้ คือ ถ้าใช้ก็ใช้ให้หมด(คงมีบางท่านบอกว่า ก็กุ้งไม่เยอะ จะเอาไปให้อะไร อีกละ ผมแนะนำว่า ตัดแบ่งไว้ตามขนาดหรือปริมาณ พอดีต่อมื้อ) เมื่อเอาออกจากตู้เย็นแล้ว อาหารเหล่านี้ถูกแช่อยู่ในอุณหภูมิต่ำ เมื่ออุณภูมิสูงขึ้นจนถึงระดับที่ เอมไซม์ในอาาร ทำงานได้ อาหารนั้นก็จะเสียสภาพ อย่างถ้าเป็นหนอนแดง ก็จะดำ หรือตัวแตก จะเห็นมีสีแดงคล้ายเลือดไหลออกมา
การใช้ ก็เอาออกมาล้างน้ำสะอาด(น้ำประปานี่แหละ) ก่อนให้ ไม่แนะนำให้แบบที่มันยังแข็งเป็นน้ำแข็งอยู่ โดยเฉพาะกับ กุ้งใหญ่ นี่ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง มันจะทำให้กุ้ง ช๊อค กระทันหัน เพราะกุ้งขนาดใหญ่ กินคำใหญ่ ลองคิดดูนะครับว่า ถ้าเราหิวน้ำมากๆ แล้ว ดื่มน้ำที่เย็นจัด ที่ละมากๆ คงมึนสมองดีแท้เลย
เรื่องการเลือกซื้อ ก็ต้องดูด้วยนะครับ เพราะอาหารแช่แข็ง บางอัน ขายไม่ได้ ก็แช่มานานจน เสียสภาพแล้วเหมือนกัน อย่าคิดว่าเย็นแล้วจะดีเสมอไป (ส่วนที่ผมเคยใช้แล้วดี ก็ ของ Ocean free ครับ หนอนตัวใหญ่ แดงจัด)


กรณี ผลิตภัณฑ์เสริม ไม่ว่าจะเป็น  แคลเซียมน้ำ วิตามินน้ำ สไปรูลิน่าผง สารสกัดจากสไปรูลิน่า ไคโตซาน แบคทีเรียน้ำ และอื่นๆ ตรงนี้ผมขอบอกว่า ผมเองก็ยังใช้ไม่หมดทุกชนิดหรอกครับ แต่เท่าทีบอกได้ก็ คงเป็นเรื่องของการดูภาพรวมมากว่า มันเป็นเรื่องของความดูแลเอาใจใส่ พิถีพิถันเป็นเป็นเศษ เพราะผมเชื่อว่าทุกท่านก็อยากให้กุ้งของเรา สีสันสวยเงางาม สุขภาพแข็งแรง
แต่มีท่านหนึ่ง นักทดลองคนเก่งเลยก็คุณณัฐ จากค่าย Nat Yabby House ที่เคยพูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้กันมา เพราะค่ายนี้ก็เลี้ยงเดส เยอะพอตัว ยังไง ก็รอ นักทดลองของเรามาช่วยตอบ ว่าอันไหนดี อันไหนควรมีเก็บไว ดีกว่า


เหมือนเดิม นะครับ บทความที่ผมเขียนนี้ เพื่อเป็นความรู้ให้กับผู้ที่อยากเพาะพันธุ์และเลี้ยงเดสให้มีความสุข สนุกกับมัน (ดีของผม อาจไม่ใช่ดีของทุก คน) เจอกันบทต่อไป
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24/08/11, [20:50:02] โดย Aquarist »
Eroz CrayFish Tank ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #28 เมื่อ: 19/08/11, [20:56:39] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ [เจ๋ง]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19/08/11, [21:26:00] โดย Eroz »
IceZash ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #29 เมื่อ: 19/08/11, [22:05:57] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

เค้ามือใหม่ แอบมาเก็บ อิอิ
หน้า: 1 2 3   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: