Aqua.c1ub.net
*
  Fri 06/Mar/2026
หน้า: 1   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: มาว่ากันด้วยเรื่องอาหารปลาครับ (เพิ่มอาหารที่ควรระวัง กับไข่ตุ๋น)  (อ่าน 32017 ครั้ง)
joepsm ออฟไลน์
Club Brother
« เมื่อ: 09/07/11, [21:20:19] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

นั่งทำอยู่หลายวันเหมือนกัน  [on_018] ผมหวังว่าจะเป็นประโยชน์  ไม่มากก็น้อยน่ะครับ
มาเริ่มกันด้วย
น้องหนอนแดง [เจ๋ง]

อันนี้น้องปลาชอบกินเพราะอร่อย (พูดยังกับเคยกิน) เวลาให้ก็ล้างหนอนแดงในน้ำที่ไม่มีคลอรีนจนสะอาด แช่ด่างทับทิมสัก 5นาที แล้วล้างให้สะอาด ให้น้องปลากินได้เลย ส่วนหนอนแช่แข็งนั้นจะผ่านการฆ่าเชื้อมาแล้วสามารถให้น้องปลากินได้เลย แต่เวลาผมให้ผมจะนำมาใส่กระชอนแล้วล้างด้วยน้ำป่าว 2-3รอบ แล้วค่อยให้กิน
โปรตีนร้อยละ 5.29 ไขมันร้อยละ 1.20 คาร์โบไฮเดรตร้อยละ 1.22 และเถ้าร้อยละ 0.89





กุ้งฝอย emb01
เป็นอาหารที่มีโปรตีนสูง แต่เก็บได้ไม่นานเนื่องจาก
สาเหตุที่ทำให้กุ้งตาย
1. น็อคน้ำ เพราะค่าน้ำต่างกันมากแต่พอมีทางแก้ มาถึงจับโยนลงตู้ กุ้งก็ตายสิ น้ำเน่า ปลาตายอีก
2. การขาดอากาศ เพราะการหมุนเวียนน้ำไม่เพียงพอ ใส่หัวทรายเยอะๆช่วยได้
3. กัดกันตาย
4. กุ้งที่เราซื้อมาไม่แข็งแรง สภาพแย่มากพร้อมจะตายอยู่แล้ว
การเก็บ
แบบเป็นๆ ผมจะเลือกซื้อกุ้งที่แข็งแรง ไม่มีตัวตาย นำมาใส่ถัง นำน้ำเดิม70 น้ำใหม่30 ไม่มีคลอรีน ใส่หัวทราย2อัน แค่นี้ก็อยู่ได้ เกิน3วันแล้วครับ
แบบแช่แข็ง นำมาล้างให้สะอาด แล้วก็แช่ฟรีสเลย เห็นมันดิ้นแด่วๆ  ก็ต้องทำใจเพื่อปลาที่เรารัก
เวลาให้ ก็นำมาล้างให้สะอาด น้ำแข็งละลายก่อนแล้วค่อยให้ หรือใครว่างก็หักกรีกุ้งก่อนแล้วค่อยให้



ไรทะเลหรืออาทีเมีย [on_035]
คนส่วนใหญ่มักชอบเรียกว่าไรแดง เมื่อก่อนผมก็นึกว่ามันตัวเดียวกัน 555+  อาร์ทีเมียเป็นที่นิยมใช้เป็นอาหารในการอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน เพราะอาร์ทีเมียมีคุณสมบัติที่ดีและเหมาะสม มีคุณค่าทางอาหารสูง ไข่ของอาร์ทีเมียสามารถเก็บไว้ได้นานหลายปี เมื่อต้องการใช้เพียงแต่นำมาเพาะฟักในระยะเวลาอันสั้นก็จะได้ตัวอ่อนอาร์ทีเมีย นำไปเป็นอาหารของสัตว์น้ำวัยอ่อนได้ดี อาร์ทีเมียเป็นสัตว์ที่ไม่มีเปลือกแข็งหุ้มตัว มีเพียงเนื้อเยื่อบาง ๆ เท่านั้นที่หุ้มตัว
การเก็บ
แช่ช่องธรรมดา ระวังแม่ด่า
แช่ช่องฟรีส ระวังคนเอาไปกิน ตอนกลางคืนหิวน้ำไม่ได้ดูสัดหมด 555+
เวลาให้ผมก็จะนำมาล้างด้วยน้ำป่าว2-3รอบ ผมว่าไรทะเลนี้สะอาดสุดล่ะ  ปลาชอบกิน



ไรแดง [on_055]
ไรแดงเป็นอาหารธรรมชาติที่ดีในการอนุบาลลูกปลาสวยงามวัยอ่อน
เพาะไรแดงกัน
เตรียมกาละมังหรือถังซักใบ ใส่น้ำลงไปครึ่งนึงก่อน แล้วเด็ดใบผักบุ้งมาซักกำ ขยี้ให้เละใส่น้ำแล้วกรองเอาใยก้านออก จะได้น้ำเขียวๆ เทใส่ลงไปเลย ใส่ต้นผักบุ้งที่มีรากไป ซักหน่อย เอาขี้ปลากับน้ำเก่ามาใส่ในกาละมัง จาก นั้นปล่อยไว้กลางแดด วันรุ่งขึ้นมาดูถ้าน้ำทำท่าจะเน่าให้เติมน้ำถ้าไม่เน่าก็ใส่เชื้อไรแดง (พ่อแม่ไรแดงตัว แดงๆ ใหญ่ๆ) ได้เลย ประมาณ 2-3 วันจะใช้ได้ แต่ถ้าคอยเติมน้ำสะอาดกับใบผักบุ้งก็ได้เรื่อยๆ จะสังเกตุว่าแดดแรงๆ จะได้เยอะขึ้น  
การให้
ควรล้างด้วยสารละลายด่างทับทิม 0.1 กรัม/น้ำ 20 ลิตร ซึ่งจะได้สารละลายสีชมพูอ่อนสารละลายนี้จะเพิ่มออกซิเจนให้กับไรแดงและน้ำด้วยเพราะด่างทับทิมเมื่อละลายน้ำจะให้ออกซิเจนในน้ำ
การเก็บรักษาไรแดง
เก็บโดยการแช่แข็ง วิธีนี้สามารถเก็บไว้ได้นานและยังสดอยู่เสมอ ส่วนมากเป็น ไรแดงที่ตาย

โปรตีน 74.09% คาร์โบไฮเดรต 12.50% ไขมัน 10.19% เถ้า 3.47%



หนอนนก [on_065]
เป็นอาหารที่มี โปรตีนไขมันสูง ให้ปลามังกรกินเชื่อว่าจะทำให้ตาตกเนื่องจากไขมันไปสะสมใต้ตา ให้กินได้ทั้งผัก และผลไม้ที่ไม่แข็งมาก ก่อนให้ปลากิน ปลาจะได้วิตามินด้วย
Ash (เถ้า)   3 %
Protein (โปรตีน)   17 %
Fat (ไขมัน)   5 %
Moisture (ความชื้น)   70 %

การเพาะหนอนนก (อันนี้ copy มา)
(1) ไปซื้อหนอนนกมา เ เพราะวันนี้เราจะเอามาทำการเพาะพันธุ์หนอนนกกัน นำเจ้าหนอนนกนี่แหละครับ มาใส่ไว้ในถาด (สูงหน่อยก็ดี กันมันกระดึ๊บ ๆ ออกมา) หรือ ตู้ปลาโล่ง ๆ อย่าให้แออัดกันเกินไป หลังจากนั้นก็ใส่ รำแป้งสาลี (มีความละเอียด+แพงกว่ารำทั่ว ๆ ไป) และ แตงกวา (อาจจะใช้โคนหัวผักกาด หรือ ผักที่มีน้ำเยอะ ๆ ชนิดอื่นแทนก็ได้) หั่นชิ้นเล็ก ๆ บาง ๆ หย่อนเข้าไปเพื่อให้หนอนนกได้ดูดดื่มน้ำในนั้นครับ

(2) เลี้ยงไปเรื่อย ๆ คอยสังเกตดูให้ดีนะครับ จะเห็นก้อนเศษ ๆ เป็นลูกกลม ๆ ขนาดจิ๋ว มากกกกกกกก (เล็กมากจนต้องเพ่งดู) มีขนาดสม่ำเสมอกัน สิ่งนั้นคือ ขี้หนอนนกครับ ถ้ามีเยอะมาก ๆ แสดงว่า อาหารหมดแล้ว ให้ทำการหาตะแกรงตาถี่ ๆ มาร่อน ๆ ๆ ๆ ๆ เอารำเก่าออกให้หมด ให้เหลือแต่หนอนนก แล้วเปลี่ยนใส่รำแป้งสาลีและผักชุดใหม่ให้มัน ขุนไปเรื่อย ๆ อาหารหมดก็เปลี่ยนอาหารให้มัน จนมันเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นดักแด้ เมื่อเป็นดักแด้แล้วช่วงแรก ๆ งดอาหารไปก่อนครับ จนมันแปลงร่างเป็นเจ้าแมลงปีกแข็งสีดำ(ตัวเต็มวัย) แสดงว่า คุณได้พ่อพันธุ์ แม่พันธุ์แล้ว
(3) ร่อนรำออกเพื่อแยกพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ ออกมา แล้วย้ายมันมาใส่ในถาดหรือตู้ใบใหม่ พร้อมอาหาร (รำแป้งสาลี กะ แตงกวาหั่น) ทิ้งไว้ประมาณ 1อาทิตย์ ให้มันจู๋จี๋กันให้สำราญญญญญ เมื่อเวลาผ่านไป ไวเหมือนโกหก 1 อาทิตย์ ต่อมา ก็ดำเนินการขั้นต่อไปได้เลยครับ

(4) จัดการร่อนพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ ออกมาจากรำ คราวนี้ให้คุณหันมาสนใจรำที่ร่อนออกมานะครับ ในนั้นจะมีเจ้าลูกหนอนนกที่เรารอคอยฝังตัวรอโตอยู่เป็นที่เรียบร้อย แล้วล่ะ จากนั้นค่อย ๆ ใส่อาหารเข้าไปทีละนิด ๆ อย่าให้เยอะเกินไป และอย่าให้อาหารหมด (ประมาณ 1อาทิตย์เติมที) เวลาไม่นานมันจะเริ่มโตจนเรามองเห็นได้ แล้วตัวจะเริ่มใหญ่ขึ้น ๆ

สังเกตดูว่าเมื่อตัวมันใหญ่จนพอจะร่อนได้ ก็นำมาร่อนแล้วใส่อาหารชุดใหม่ต่อไป จากนั้นเลี้ยงรอจนมันโตให้ได้ขนาดตามที่เราต้องการ ซึ่งนับจากวันเกิดของเจ้าหนูหนอนนก ระยะเวลาประมาณ 45 วันขึ้นไป ก็จะถึงวัยพร้อมโดนหม่ำแล้วล่ะครับ(หรือจะเก็บเพื่อเพาะต่อไปก็ไม่ว่ากัน)
(5) กลับมาสนใจที่ พ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ อีกครั้ง หลังจากที่ร่อนออกจากรำจนให้ลูกชุดแรกมาแล้ว ก็กลับไปเริ่มที่ ข้อ 3 อีกครั้งครับ คือ ใส่อาหารเข้าไป แล้วให้มันจู๋จี๋กันอีก 1 อาทิตย์ แล้วร่อนเพื่อเอาลูกมันมาขุนต่อเหมือนเดิม เพาะไปได้เรื่อย ๆ จนกว่ามันจะตายน่ะครับ





จิ้งหรีด [on_026] [on_026]
เป็นอาหารที่มีโปรตีนสูง เหมาะกับปลาขนาดใหญ่ สามารถให้จิ้งหรีดกินวิตามินเสริมก่อนที่จะให้เป็นอาหารกับปลาได้ ไม่ว่าจะเป็นฝักทองหรือแครอท
การเพาะ
ให้หาซื้อจิ้งหรีดจากฟาร์มหรือที่เค้าเพาะเลี้ยงอยู่จะเรียกว่าแม่พันธุ์ก็ได้นะครับ ซื้อตอนที่ตัวยังเป็นๆ อยู่แต่ให้สังเกตุที่เสียงร้องของจิ้งหรีด คือจิ้งหรีดที่ร้องจะเป็นจิ้งหรีดตัวเมียจะอยู่ในช่วง ผสมพันธุ์ หรือวางไข่ ก็ซื้อจากบ่อที่ร้องเยอะๆหน่อยนะครับ จะได้มีแม่พันธุ์เยอะหน่อย เมื่อได้แม่พันธุ์มาแล้วก็เอาใส่ในตู้ที่เตรียมจะเพาะเลี้ยง หรือ บ่อพี่จะเพาะเลี้ยงก็ตามแต่สะดวกครับ บริเวณปากบ่อ หรือขอบบนของตู้ ให้ใช้เทปกาวสีน้ำตาลปิดรอบๆ ปากบ่อหรือขอบบนของตู้ เพื่อกันจิ้งหรีดไต่ออกจากบ่อ จากนั้นก็ เตรียม ขี้เถ้าแกลบ ใส่ไว้ในขันน้ำ หรือถาด วางไว้ให้ เพื่อให้จิ้งหรีดวางไข่ วางไว้ สองวัน ก็เปลี่ยน ขันใส่ขี้เถ้าแกลบชุดใหม่ ก็จะทำให้ท่านได้ ไข่จิ้งหรีดไว้หลายชุด ทำไปเรื่อยๆ จนจิ้งหรีดไม่ค่อยร้อง
การให้อาหารระยะตัวอ่อน

-ช่วงที่เป็นตัวอ่อนให้ใช้อาหารไก่เล็ก บด หรือต่ำให้ละเอียดคลุกกับร่ำอ่อนโรยให้ทั่วกล่อง
การให้อาหารหลังจากจิ้งหรีดเริ่มโตประมาณ 2-3อาทิตย์
-ผัก ใบไม้ ใบหญ้า ผักผลไม้ทั่วไป
คุณค่าทางอาหาร
Moisture (ความชื้น)   74 %
Ash (เถ้า)    1 %
Protein (โปรตีน)    18 %
Fat (ไขมัน)    6 %
Other (อื่นๆ)    1 %
  



กุ้งขาว [on_066]
เป็นอาหารที่มีโปรตีนสูง คนชอบกิน ปลาก็ชอบกิน ควรเลือกแต่กุ้งที่สด ตัดส่วนหัวและส่วนหางที่แข็งออก ลอกเปลือกออกหรือให้ทั้งเปลือกก็ได้(สำหรับปลาใหญ่) ล้างให้สะอาด หั่นเป็นขนาดพอดีคำหรือสับให้เละ แต่ก่อนผมให้จะเอาไปต้มก่อนเพื่อฆ่าเชื้อ
Ash (เถ้า)   1.6 %
Protein (โปรตีน)   21 %
Fat (ไขมัน)   1 %


ไส้เดือนน้ำ [on_009]
ล้างน้ำให้สะอาดหลายน้ำ ตอนซื้อมาใหม่
อย่าใช้ด่างทับทิม หรือยาฆ่าเชื้ออะไรแล้วกัน
ยกเว้นตอนจะให้ปลากิน ก็ล้างสักหน่อยด้วยด่างทับทิมบางๆ และทำเร็วๆ หน่อย
อย่าเพิ่งให้ปลากินทันทีที่ซื้อมานะ ปล่อยให้มันคายและถ่ายสกปรกออกมาให้มากที่สุดก่อน
ควรทิ้งไว้ข้ามวันเป่าอ๊อกแรงๆ ที่ผิวน้ำ ไม่ใช่ที่ก้อนไส้เดือนนะคับ
ครึ่งวันต้องพลิกก้อนกลับด้านช้อนของเสียทิ้ง ถ่ายน้ำเปลี่ยนใหม่
พวกฟาร์มปลาบางที เปิดน้ำก๊อกแบบหยดๆให้ไหลผ่านทั้งวันเลยทีเดียว
เก็บดีๆ ซื้อทีโล ใช้ได้เกือบเดือน
มันทำให้ปลาติดโรคง่ายมาก ทำปอมผมตายไป3ตัวล่ะ
ถ้าไส้เดือนมันออกลูกขนาดจิ๋ว ก็จะไปเกาะตัวปลา เหงือกปลา
ทำให้ปลาเป็นโรคในที่สุดครับ

แนะนำหนอนแดงแช่แข็งดีกว่า
แพงกว่า แต่สบายใจกว่าเยอะ



กบ  ้hahaha
กบเป็นอาหารที่มีคุณค่า พยายามหลีกเลี่ยงการใช้กบจากธรรมชาติ นอกจากว่าจะแน่ใจว่ากบชนิดนั้นไม่มีพิษ และสามารถให้เป็นอาหารได้ ควรเลือกกบที่มีขนาดพอดีกับตัวปลา

Ash (เถ้า)   19.9 %
Protein (โปรตีน)   34.4 %
Fat (ไขมัน)   31.4 %


เนื้อปลา  [on_066]
เนื้อปลา ก่อนให้ควรจะตัดส่วนที่เป็นหนังกับไขมันออก และหั่นให้เป็นขนาดพอคำ ก่อนให้ก็ล้างให้สะอาดด้วยน้ำป่าวหลายๆรอบครับ

การทำไข่ตุ๋น hawaii
เป็นอาหารสำหรับปลากัดที่เราสามารถทำได้ง่ายๆแถมเรายังเพิ่มสารอาหารให้กับปลาของเราได้โดยตรง และถ้าใช้ไข่ตุ๋นให้ปลาไม่หมดก็สามารถแช่ตู้เย็นเก็บไว้ใช้ต่อได้อีกซัก3-4วัน  วิธีการทำไข่ตุ๋น : ใช้ส่วนผสมดังนี้ไข่ (ทั้งไข่แดงและไข่ขาว) 1 ฟองเสริมคุณค่าทางอาหารด้วย-นมผงสำหรับเด็กหรือนมสด 1 ช้อนโต๊ะ-สาหร่ายสไปรูลีน่า(ถ้ามี) 1 ช้อนชา-วิตามิน ต่างๆ (ถ้ามี) 1 ช้อนชา-น้ำสะอาด 1/2 แก้วผสมให้เข้ากันดีแล้วก็นึ่งให้สุกจนไข่ตุ๋นสุกและแข็ง ปล่อยทิ้งไว้ให้เย็น

ตาม2เว็ปนี้เลยครับ ^ ^
http://th.discuscommunity.com/index.php?topic=63.0
http://www.bettanetwork.com/forum/viewthread.php?tid=2070&extra=&page=1&sid=w6FZFF




อาหารที่ต้องระมัดระวัง [on_008]


เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อวัว
 อาหารพวกนี้ปลาไม่เคยกินมาก่อน ระบบย่อยจึงย่อยได้ไม่เต็มที่ อาจทำให้ปลาท้องอืดได้ครับ จึงไม่ควรให้ครับ แต่ถ้าให้แก้ขัดก็อย่าให้มากครับ




แมลงสาบ  [on_065]

แมลงสาบจะมีสารอาหารคล้ายกับจิ้งหรีด ควรหลีกเลี่ยงการให้แมลงสาบที่ตายแล้ว นอกจากว่าแน่ใจว่าแมลงสาบนั้นไม่ได้ตายจากยาฆ่าแมลง ทางที่ดีให้จิ้งหรีดแทนดีกว่าครับ




ลูกปลาเหยื่อ n032
ปลาทอง, ปลากัด, ปลานิล ปลาคาร์ฟ ความเสี่ยงต่อการติดโรคจากการให้ปลาเหยื่อค่อนข้างสูง ลูกปลาเหยื่อมีเงี้ยงแข็งซึ่งอาจทิ่มปากปลาได้ ควรเลือกใช้ลูกปลาขนาดเล็ก เหมาะสมกับตัวปลา




หวังว่าจะเป็นประโยชน์น่ะครับ









« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21/07/11, [21:17:14] โดย joepsm »
Fibo ออฟไลน์
Club Champion
« ตอบ #1 เมื่อ: 09/07/11, [22:10:15] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ดีมากครับ  [เจ๋ง]  ใช้ได้เลย
li13ra ออฟไลน์
Club Veteran
« ตอบ #2 เมื่อ: 09/07/11, [22:17:41] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

+ ให้ ครับ   [เจ๋ง]
iodineman ออฟไลน์
Club Veteran
« ตอบ #3 เมื่อ: 09/07/11, [23:44:01] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

กดบวกให้นะครับ  lau01 lau01 lau01

PS. ทำไมหนอนแดงโปรตีนน้อยจัง
อ๊อด Melanochromis ออฟไลน์
หมอแคระ mania
« ตอบ #4 เมื่อ: 10/07/11, [05:13:23] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ขอบคุณครับ
 [เจ๋ง]
joepsm ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #5 เมื่อ: 10/07/11, [08:57:03] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ดีมากครับ  [เจ๋ง]  ใช้ได้เลย
ขอบคุณครับ
+ ให้ ครับ   [เจ๋ง]
ขอบคุณครับ
กดบวกให้นะครับ  lau01 lau01 lau01

PS. ทำไมหนอนแดงโปรตีนน้อยจัง
เดี้ยวผมเช็คหนอนแดงให้อีกทีครับ
ขอบคุณครับ
 [เจ๋ง]
ขอบคุณครับ


เดี้ยวเพิ่ม กบ กับเนื้อปลาครับ
pipeky ออฟไลน์
Club Follower
« ตอบ #6 เมื่อ: 10/07/11, [19:10:16] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

เยี่ยมครับ จะได้เลือกๆให้หลากหลายขึ้นมั่ง ปกติผมให้อยู่หลักๆเลยแค่ กุ้งฝอยเป็น หนอนนก หนอนแดงแล้วก็อาหารเม็ด แค่นั้น  บางทีไม่ได้ให้หนอนนกปลานานๆ แต่เลี้ยงหนอนไว้ใส่ผัก+ผลไม้ให้มันกิน เปิดกะละมังมาอีกที
กลายเป็นแมลงไปหมดทั้งชุดแล้ว [on_065]
joepsm ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #7 เมื่อ: 10/07/11, [19:13:40] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

เยี่ยมครับ จะได้เลือกๆให้หลากหลายขึ้นมั่ง ปกติผมให้อยู่หลักๆเลยแค่ กุ้งฝอยเป็น หนอนนก หนอนแดงแล้วก็อาหารเม็ด แค่นั้น  บางทีไม่ได้ให้หนอนนกปลานานๆ แต่เลี้ยงหนอนไว้ใส่ผัก+ผลไม้ให้มันกิน เปิดกะละมังมาอีกที
กลายเป็นแมลงไปหมดทั้งชุดแล้ว [on_065]
ขอบคุณครับ ผมไม่เคยให้หนอนนกเลยครับ เห็นแล้วหยะแหยง shock1
busoh23 ออฟไลน์
Club Follower
« ตอบ #8 เมื่อ: 10/07/11, [21:08:50] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ขอบคุณครับ
joepsm ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #9 เมื่อ: 13/07/11, [18:53:42] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ขอบคุณครับ
หวังว่าจะเป็นประโยชน์น่ะครับ
joepsm ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #10 เมื่อ: 14/07/11, [20:04:42] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

เพิ่มอาหารที่ควรระวัง กับไข่ตุ๋น แล้วครับ [on_062]
aquamedical_fraghouse ออฟไลน์
Sponsor
« ตอบ #11 เมื่อ: 17/07/11, [14:48:45] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

กดบวกให้นะครับ  lau01 lau01 lau01

PS. ทำไมหนอนแดงโปรตีนน้อยจัง

ขออนุญาติเจ้าของกระทู้นะครับ

การอ่านค่าสารอาหารต่างๆ ให้อ่านสังเกตุข้อความแบบนี้ด้วยครับ
1 keyword สำคัญว่าเป็นสารอาหารในน้ำหนักเปียก (สด) หรือแห้ง ครับ
2 ให้ลองดูค่าความชื้นในส่วนประกอบด้วย ถ้าเขาไม่ได้บอกสดหรือแห้ง ใช้เทียบกลับเป็นสัดส่วนน้ำแบบเดียวกันได้
3 ถ้าหาค่าความชื้นหรือน้ำในอาหารไม่เจอให้สังเกตุค่าทั้งหมดรวมกัน ส่วนที่ขาดไปมักจะเป็นน้ำครับ

ยกตัวอย่าง

หนอนแดง บอกว่ามี โปรตีนร้อยละ 5.29 ไขมันร้อยละ 1.20 คาร์โบไฮเดรตร้อยละ 1.22 และเถ้าร้อยละ 0.89
รวมตัวเลขได้ร้อยละ 8.6 เหลืออีก 91.4 ที่น่าจะเป็น "น้ำ" ครับ

เปรียบเทียบกันเห็นๆไปเลยกับอาหารเม็ด ที่มีความชื้นไม่เกิน 10% ตีที่ 10% ไปละกัน ถ้ามีน้ำ 91.4 ทำให้เป็น 10 ต้องหารด้วย 9.14

เราก็เอาเลข 9.14 นี้ไปคูณค่าโปรตีน ที่ 5.29 นะครับ จะได้ 48.35 (เป็นการวิเคราะห์หยาบๆนะครับ)

สรุปหนอนแดงที่เขาบอกมานี้มีโปรตีนในน้ำหนักเปียก หรือหนอนแดงสดที่ 5.29% แต่น้ำหนักแห้งมีถึง 48.35% เวลาปลากินจะขับน้ำทิ้งก็เป็นน้ำหนักเกือบแห้งได้ครับ [เจ๋ง]


เสริมให้อีกเรื่องหนึ่งด้วย  [on_018]

โปรตีนในอาหารสดแม้จะน้อยกว่าอาหารแห้งหรือเม็ด แต่ร่างกายย่อยง่ายกว่ามาก แปลว่าเอาไปใช้งานได้ง่ายกว่าครับ ขึ้นกับชนิดปลาและชนิดโปรตีน และคุณภาพด้วยครับ

หนอนแดงตัวเล็กตัวใหญ่มีโปรตีนที่ต่างกันด้วย โดยตัวใหญ่จะมีมากกว่า เพราะมีกากน้อยกว่า หนอนแดงที่มีสีคล้ำอาจจะมาจากความเย็นไม่พอหรือการเก็บรักษาไม่ดีก็ตาม โปรตีนที่เปลี่ยนรูปไป (denature) ก็จะย่อยได้น้อยลงด้วยครับ
joepsm ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #12 เมื่อ: 17/07/11, [15:16:26] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ขออนุญาติเจ้าของกระทู้นะครับ

การอ่านค่าสารอาหารต่างๆ ให้อ่านสังเกตุข้อความแบบนี้ด้วยครับ
1 keyword สำคัญว่าเป็นสารอาหารในน้ำหนักเปียก (สด) หรือแห้ง ครับ
2 ให้ลองดูค่าความชื้นในส่วนประกอบด้วย ถ้าเขาไม่ได้บอกสดหรือแห้ง ใช้เทียบกลับเป็นสัดส่วนน้ำแบบเดียวกันได้
3 ถ้าหาค่าความชื้นหรือน้ำในอาหารไม่เจอให้สังเกตุค่าทั้งหมดรวมกัน ส่วนที่ขาดไปมักจะเป็นน้ำครับ

ยกตัวอย่าง

หนอนแดง บอกว่ามี โปรตีนร้อยละ 5.29 ไขมันร้อยละ 1.20 คาร์โบไฮเดรตร้อยละ 1.22 และเถ้าร้อยละ 0.89
รวมตัวเลขได้ร้อยละ 8.6 เหลืออีก 91.4 ที่น่าจะเป็น "น้ำ" ครับ

เปรียบเทียบกันเห็นๆไปเลยกับอาหารเม็ด ที่มีความชื้นไม่เกิน 10% ตีที่ 10% ไปละกัน ถ้ามีน้ำ 91.4 ทำให้เป็น 10 ต้องหารด้วย 9.14

เราก็เอาเลข 9.14 นี้ไปคูณค่าโปรตีน ที่ 5.29 นะครับ จะได้ 48.35 (เป็นการวิเคราะห์หยาบๆนะครับ)

สรุปหนอนแดงที่เขาบอกมานี้มีโปรตีนในน้ำหนักเปียก หรือหนอนแดงสดที่ 5.29% แต่น้ำหนักแห้งมีถึง 48.35% เวลาปลากินจะขับน้ำทิ้งก็เป็นน้ำหนักเกือบแห้งได้ครับ [เจ๋ง]


เสริมให้อีกเรื่องหนึ่งด้วย  [on_018]

โปรตีนในอาหารสดแม้จะน้อยกว่าอาหารแห้งหรือเม็ด แต่ร่างกายย่อยง่ายกว่ามาก แปลว่าเอาไปใช้งานได้ง่ายกว่าครับ ขึ้นกับชนิดปลาและชนิดโปรตีน และคุณภาพด้วยครับ

หนอนแดงตัวเล็กตัวใหญ่มีโปรตีนที่ต่างกันด้วย โดยตัวใหญ่จะมีมากกว่า เพราะมีกากน้อยกว่า หนอนแดงที่มีสีคล้ำอาจจะมาจากความเย็นไม่พอหรือการเก็บรักษาไม่ดีก็ตาม โปรตีนที่เปลี่ยนรูปไป (denature) ก็จะย่อยได้น้อยลงด้วยครับ
ขอบคุณมากครับ [เจ๋ง]
หมูจ๋า ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #13 เมื่อ: 18/07/11, [11:38:50] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

+ ให้ครับ  [เจ๋ง]
PREM ออฟไลน์
Club Veteran
« ตอบ #14 เมื่อ: 18/07/11, [20:01:43] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

บวกไปเลย   [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง]

ปล เถ้าคืออะไรครับ  [on_062]
joepsm ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #15 เมื่อ: 19/07/11, [20:48:30] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

การวิเคราะห์เถ้า (Ash)

           เถ้าในอาหาร คือส่วนของสารอนินทรีย์ที่เหลือจากการเผาอาหารที่อุหภูมิสูง จนกระทั่งสารอินทรีย์ถูกเผาไหม้ไปหมด เถ้าที่ได้มีส่วนประกอบ
ของแร่ธาตุไม่เหมือนเดิมทุกอย่าง เนื่องจากแร่ธาตุบางอย่างอาจระเหยไประหว่างเวลาการเผา ค่าของเถ้าที่หาได้ สามารถบอกถึงคุณภาพของอาหาร
สัตว์นั้น ถ้าค่าของเถ้าสูงกว่าปกติ ก็หมายถึงอาจมีการปลอมปนสารอื่นเข้ามาในอาหารนั้น เช่น ทราย แร่ธาตุภายในเถ้าจะประกอบด้วยโปตัสเซียม โซเดียม แคลเซียม และแมกนีเซียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่มีในปริมาณมาก ส่วนเหล็ก อลูมิเนียม ทองแดง แมงกานีส และสังกะสี จะมีอยู่เป็นปริมาณน้อยมาก ส่วนอาซินิค ไอโอดีน ฟลูออไรด์ และแร่ธาตุอื่นๆจะมีอยู่เป็นปริมาณน้อยมาก

      http://www.dld.go.th/ncna_nak/index/Ash.html
№Diesőρ ออฟไลน์
Club Champion
« ตอบ #16 เมื่อ: 21/07/11, [20:52:17] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

กระทู้มีประโยชน์  [เจ๋ง]+ ไปครับ
สำหรับผมอาหารสดตอนนี้ผมชอบกุ้งขาว หาซื้อง่ายในแมคโครมีแบบแช่แข็ง แกะหัวแกะเปลือกให้พร้อมสรรพ โลละ 200 ต้นๆ (เนื้อวัวตอนนี้โลละเกือบ 200 แล้ว [on_007]) เอามาลวกสักหน่อยแล้วหั่นพอคำ ปลาก็ได้กินอาหารสดแล้ว แถมเข้าช่องแช่แข็งเก็บไว้ได้นาน
ชอบกุ้งขาวเป็นพิเศษเพราะมีโปรตีนสูง เคยเห็นเวปเพจไหนก็ไม่รู้(นานแล้ว)เอาเนื้อกุ้งมาวิเคราะห์แล้วพบว่ามีรงควัตถุสีแดง (astaxanthin) สูง ช่วยให้ปลาสีแดงขึ้น เวปไหนจำไม่ได้แล้ว อ้างถึงเวปนี้แทนละกัน emb01
http://board.postjung.com/517055.html
joepsm ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #17 เมื่อ: 21/07/11, [21:10:30] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

กระทู้มีประโยชน์  [เจ๋ง]+ ไปครับ
สำหรับผมอาหารสดตอนนี้ผมชอบกุ้งขาว หาซื้อง่ายในแมคโครมีแบบแช่แข็ง แกะหัวแกะเปลือกให้พร้อมสรรพ โลละ 200 ต้นๆ (เนื้อวัวตอนนี้โลละเกือบ 200 แล้ว [on_007]) เอามาลวกสักหน่อยแล้วหั่นพอคำ ปลาก็ได้กินอาหารสดแล้ว แถมเข้าช่องแช่แข็งเก็บไว้ได้นาน
ชอบกุ้งขาวเป็นพิเศษเพราะมีโปรตีนสูง เคยเห็นเวปเพจไหนก็ไม่รู้(นานแล้ว)เอาเนื้อกุ้งมาวิเคราะห์แล้วพบว่ามีรงควัตถุสีแดง (astaxanthin) สูง ช่วยให้ปลาสีแดงขึ้น เวปไหนจำไม่ได้แล้ว อ้างถึงเวปนี้แทนละกัน emb01
http://board.postjung.com/517055.html
ขอบคุณครับ เมื่อก่อนผมซื้อกุ้งโลล่ะ120เอง เดี้ยวนี้200กว่าแล้ว [on_007]
aquamedical_fraghouse ออฟไลน์
Sponsor
« ตอบ #18 เมื่อ: 21/07/11, [21:10:38] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

กระทู้มีประโยชน์  [เจ๋ง]+ ไปครับ
สำหรับผมอาหารสดตอนนี้ผมชอบกุ้งขาว หาซื้อง่ายในแมคโครมีแบบแช่แข็ง แกะหัวแกะเปลือกให้พร้อมสรรพ โลละ 200 ต้นๆ (เนื้อวัวตอนนี้โลละเกือบ 200 แล้ว [on_007]) เอามาลวกสักหน่อยแล้วหั่นพอคำ ปลาก็ได้กินอาหารสดแล้ว แถมเข้าช่องแช่แข็งเก็บไว้ได้นาน
ชอบกุ้งขาวเป็นพิเศษเพราะมีโปรตีนสูง เคยเห็นเวปเพจไหนก็ไม่รู้(นานแล้ว)เอาเนื้อกุ้งมาวิเคราะห์แล้วพบว่ามีรงควัตถุสีแดง (astaxanthin) สูง ช่วยให้ปลาสีแดงขึ้น เวปไหนจำไม่ได้แล้ว อ้างถึงเวปนี้แทนละกัน emb01
http://board.postjung.com/517055.html

ซึ่งรงควัตถุสีแดงนั่น มีมากในเปลือกกุ้งครับ [on_007]
joepsm ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #19 เมื่อ: 21/07/11, [21:12:12] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

แล้วปู กั้ง มีเหมือนกันหรือป่าวครับ
aquamedical_fraghouse ออฟไลน์
Sponsor
« ตอบ #20 เมื่อ: 21/07/11, [21:29:39] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

แน่นอนครับ ในเนื้อก็มี แต่ น้อย ดังนั้น ควรให้กินทั้งเปลือก เพราะสารอาหารที่ครบและระบบขับถ่ายที่สมบูรณ์ครับ
№Diesőρ ออฟไลน์
Club Champion
« ตอบ #21 เมื่อ: 21/07/11, [22:42:28] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ซึ่งรงควัตถุสีแดงนั่น มีมากในเปลือกกุ้งครับ [on_007]

ครับถ้าเน้นปลาแดงก็ให้กินทั้งเปลือก ของผมเน้นเผื่อคนกินด้วยเลยเลือกเอาแบบแกะเปลือก สะดวกดีครับ  ้hahaha ้hahaha

แน่นอนครับ ในเนื้อก็มี แต่ น้อย ดังนั้น ควรให้กินทั้งเปลือก เพราะสารอาหารที่ครบและระบบขับถ่ายที่สมบูรณ์ครับ

ผมไม่แน่ใจว่าในเนื้อกับในเปลือกอันไหนมีมากกว่า แต่ที่เคยเห็นเค้าเปรียบเทียบกับอาหารชนิดอื่นในเนื้อกุ้งจะมีสารตัวนี้ค่อนข้างเยอะกว่าอาหารตัวอื่น ยังไงก็ดีการให้กินทั้งเปลือกดีกว่าและให้สารอาหารที่ครบกว่าแน่นอนครับ [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21/07/11, [22:51:30] โดย Poseidon »
Wich ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #22 เมื่อ: 22/07/11, [13:09:44] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

กุ้งแพงอ่ะ ตอนนี้  n032
vidar ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #23 เมื่อ: 22/07/11, [18:21:34] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ขอบคุณคะ
ค้อนสายฟ้า ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #24 เมื่อ: 22/07/11, [21:55:43] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

แล้ว สาหร่าย สไปลู แบบผง ใช้อย่าง ไร 

กับ หัวใจวัว สำหรับปลาปอม  ปลาปอมมันย่อย ได้ด้วย หรือ

สมัยก่อนผมให้กินลูกน้ำ ตัวโม่ง ประมาณนั้น แต่เดี๋ยวนี้ ให้กินหัวใจวัว งงงงงงงงงงง
joepsm ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #25 เมื่อ: 23/07/11, [11:21:08] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

แล้ว สาหร่าย สไปลู แบบผง ใช้อย่าง ไร 

กับ หัวใจวัว สำหรับปลาปอม  ปลาปอมมันย่อย ได้ด้วย หรือ

สมัยก่อนผมให้กินลูกน้ำ ตัวโม่ง ประมาณนั้น แต่เดี๋ยวนี้ ให้กินหัวใจวัว งงงงงงงงงงง
ไว้อาทิตย์หน้าผมจะหาข้อมูลมาให้ครับ อาทิตย์นี้ผมมีสอบ ขอโทษด้วยครับ หรือพี่ๆท่านใดรู้ช่วยตอบหน่อยน่ะครับ
KAISER S. ออฟไลน์
Club Follower
« ตอบ #26 เมื่อ: 28/07/11, [19:32:41] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

สไปรูลิน่าแบบผงก็ใช้คลุกกับหัวใจวัวเลยได้ (หลังจากผ่านกระบวนการทำเสร็จแล้ว) ก่อนที่จะนำไปแช่แข็งครับ
joepsm ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #27 เมื่อ: 29/07/11, [18:31:53] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ผมหาได้แค่คุณค่าทางอาหารกับวิธีทำครับ  asspain เดี้ยวผมลองเข้าเว็ปต่างประเทศดูคับ
คุณค่าจากปริมาณ 3 ออนซ์
พลังงาน 150 แคลอรี่
คาร์โบไฮเดรต 0 กรัม
โปรตีน  24 กรัม
คอเลสเตอรอล  164 มิลลิกรัม
น้ำหนัก  85 กรัม
ไขมัน  5 กรัม
ไขมันอิ่มตัว  1.2 กรัม
วิธีทีทำหัวใจหมู
1. ล้างหัวใจหมูให้สะอาดแล้วผ่าเป็นซีก
2. แร่พังผืดสีขาวออกให้หมด
3. ล้างน้ำอีกทีแล้วหั่นเป็นชิ้นให้มีความยาวเพียง 1 นิ้วหรือเล็กกว่าก็ได้เวลาปั่นจะเละเร็ว
4. นำไปรวกในน้ำร้อนลวกนะไม่ใช่ต้มจะเอาสุกมากหรือสุกน้อยก็ว่ากันไปหรือจะดิบเลยก็ได้แต่ไม่แนะนำเพราะพยาธิจะเยอะ
5. นำไปปั่นด้วยเครื่องปั่นเอาให้ละเอียดแต่อย่าให้ถึงกับเละเป็นโจ๊กเอาแค่เล็กพอที่จะเข้าปากปลาได้
6. บดวิตามิน B1 B6 B12 หรือจะเอา B รวมก็ได้ถ้าใช้แบบเม็ดเอาแบบเม็ดที่ไม่เคลือบนะบอกร้านเค้าว่าเอาแบบไม่เคลือบผม
    ใช้ 6 เม็ดต่อหัวใจหมู 1 ลูกหากหัวใจวัวก็เพิ่มซักหน่อย
7. คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วเติมเกลือป่นซัก 1/2-1 ช้านชาและเติม AQ1 1/2 ช้อนชาแบบไม่พูนช้อนนะคลุกให้เข้ากันอีกที ใส่ในถุงพลาสติกแล้วทำให้แบนๆ เพื่อที่จะได้หักง่ายๆ เวลาให้ปลากินหรือจะใส่ในหลุมแบบหนอนแดงก็ได้ถ้าหาได้
8. พักเอาไว้ 30 นาทีโดยประมาณเพื่อให้วิตามินละลายเข้ากับหัวใจวัวอย่าวางในที่มีแสงนะใส่ภาชนะปิดฝาทึบจะดีเพราะวิตามินจะเสื่อมเมื่อโดนแสงและวิตามินถ้าเหลือหาที่เก็บแบบทึบแสงมาใส่นะ
9. จับใส่ช่องฟิต เอาให้ปลากินได้แต่อย่าให้มากจนเหลือนะน้ำมันจะเสียเร็วและต้องหมั่นถ่าย น้ำให้บ่อยขึ้นนะครับ
หน้า: 1   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: