หนอนแดงเป็น อาหารธรรมชาติประเภทสัตว์ซึ่งรู้จักกันดีในวงการเลี้ยงปลา โดยเฉพาะปลาตู้หรือปลาสวยงามเพราะหนอนแดงจะช่วยให้ปลาสวยงามหลายชนิดมีสีที่ สดใส และเมื่อนำหนอนแดงมาอนุบาลสัตว์น้ำ ก็จะทำให้อัตรารอดและอัตราการเจริญเติบโต ของสัตว์น้ำสูงขึ้นด้วย หนอนแดงจะช่วยลดปัญหาน้ำเสียอันเนื่องมาจากการเน่าสลายของเศษอาหารเม็ดที่ เหลือค้างอยู่ ปัจจุบันราคาหนอนแดงสูงมากเพราะสามารถส่งเป็นสินค้าออกจำหน่ายยังต่างประเทศ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ฮ่องกง สิงคโปร์ ฯลฯ ทำให้ความต้องการหนอนแดงเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่แหล่งผลิตตามธรรมชาติลดลง หนอนแดงเป็นอาหารธรรมชาติที่ทรงคุณค่าทางอาหารสูงกล่าวคือหนอนแดงสด จะประกอบด้วยโปรตีนร้อยละ 5.29 ไขมันร้อยละ 1.20 คาร์โบไฮเดรตร้อยละ 1.22 และเถ้าร้อยละ 0.89 โดยวิเคราะห์ได้ส่วนประกอบของฟอสฟอรัสร้อยละ 0.06 ให้พลังงานสูงถึง 495.51 กิโลแคลอรี่ต่อกิโลกรัม
ลักษณะทั่วไป
หนอนแดงเป็นตัวอ่อน (Larvae) ของแมลงชนิดหนึ่งซึ่งชาวบ้านเรียกว่า "ริ้นน้ำ" (Midge) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Chironomus sp. จัดอยู่ในวงศ์ Chironomidae อันดับ Diptera ซึ่งเป็นอันดับเดียวกับยุง และเพื่อเป็นการยืนยันว่าริ้นน้ำจืดเป็นแมลงจึงจำเป็นต้องเรียนรู้ลักษณะของ ริ้นน้ำตัวเต็มวัย (Fldult)ของริ้นน้ำจืดมีรูปร่างคล้ายยุงตัวผู้มีหนวดงามแบบพู่บนนก (Plumose) ส่วนหัวเล็กชอบหดเข้าไปอยู่ในส่วนอก ตัวยาว 8-10 มิลลิเมตร มักอยู่เป็นฝูงใกล้ผิวน้ำและใกล้แสงสว่าง ตัวเมียชอบวางไข่ในน้ำที่ลมสงบเฉลี่ยตัวละ 2,300 ฟอง ไข่จะลอยเป็นแพบนผิวน้ำ มีลักษณะเป็นเส้นหรือแท่งมีวุ้นหุ้ม มองด้วยตาเปล่าจะเห็นเป็นแท่งวุ้นที่มีจุดประสีดำ ๆ ไข่จะฟักเป็นตัวหนอนภายในเวลา 3-4 วัน ตัวหนอนจะมีสีแดงจึงเรียกว่า "หนอนแดง" ลำตัวยาว 3-18 มิลลิเมตร ส่วนหัวของหนอนแดงแบ่งแยกจากลำตัวเห็นได้ชัดมีตาเป็นจุดสีดำเล็ก 1 คู่ มีขนเล็ก ๆ สำหรับหน้าที่กวาดอาหารเข้าสู่ปาก มีฟันหรือกรามที่แข็งแรง ทำหน้าที่บดเคี้ยวอาหารก่อนกลืนเข้าปาก อาหารของหนอนแดงคือ อินทรีย์วัตถุที่เน่าสลาย (Detritus) จนมีขนาดเล็กพอที่จะเข้าปากได้ ส่วนนอกจะขยายใหญ่มีอวัยวะหายใจยื่นยาวออกมาเป็นท่อเล็กๆ1 คู่ บางชนิด (species) จะมีลักษณะเป็นสายยาว ลำตัวแบ่งเป็น 12 ปล้อง 3 ปล้องแรกจะรวมกันเรียกว่า Cephalo-thorax ตัวอ่อนเมื่ออายุได้ 10-12 วัน จะสร้างปลอก (Tube) หุ้มตัวโดยใช้โคลนตาม และเศษอินทรีย์วัตถุที่เน่าสลายในน้ำปลอกนี้จะช่วยยึดส่วนอก และขาเทียม 2 คู่ ที่อยู่บริเวณท้องช่วยขึงลำตัว และป้องกันมิให้กระแสน้ำผ่านเข้าออก และเป็นทางรับปริมาณออกซิเจน หนอนแดงจะอาศัยอยู่ในปลอกนี้เป็นระยะเวลาสั้น ๆ นาน 6-8 วัน ระยะนี้เรียกว่า ระยะก่อนเข้าดักแด้ (Prepupa) เมื่อครบกำหนดหนอนแดงจะสลัดปลอกทิ้งเข้าสู่ระยะดักแด้ (Pupa) ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายกับลูกน้ำยุงที่ชาวบ้านเรียกว่า "ไอ้โม่ง" แต่มีสีแดงคล้ำ หนอนแดงจะอยู่ในระยะนี้ประมาณ 1-2 วัน โดยจะชอบลอยตัวในแนวดิ่งตั้งฉากกับผิวน้ำหลังจากนั้นจึงลอกคราบเปลี่ยนเป็น ตัวเต็มวัยที่เรียกว่า "รินน้ำจืด" วงจรชีวิตของแมลงชนิดนี้จะนานประมาณ 21-28 วัน รินน้ำจืดในประเทศแถบร้อนจะมีวงจรชีวิตสั้นกว่ารินน้ำจืดในประเทศแถบหนาว
การเก็บรักษาหนอนแดง
การเก็บรักษาหนอนแดงมีอยู่ 4 วิธี ดังนี้
1. การเก็บสด คือ การเก็บรักษาหนอนแดงในภาชนะที่มีน้ำจากบ่อผลิตเดิมเล็กน้อยแล้ว เติมอาหารประเภทยีสต์หรือน้ำเขียวเล็กน้อยเก็บไว้ในที่อุณหภูมิต่ำ ประมาณ10-15 องศาเซลเซียสสามารถเก็บได้นานหลายวันโดยหนอนแดงยังมีชีวิตอยู่ จะมีหนอนแดงจำนวนหนึ่งซึ่งลอกคราบเป็นตัวเต็มวัย
2. การเก็บแห้ง คือ การเก็บรักษาหนอนแดงในภาชนะปิด ใช้กระดาษชำระชุบน้ำให้ชุ่มแล้วห่อหนอนแดงเก็บไว้ในที่เย็นประมาณ 10-12 องศาเซลเซียสวิธีนี้ก็สามารถเก็บหนอนแดงไว้ได้นานหลายวันเช่นกันโดยหนอนแดง ยังมีชีวิตอยู่และเปลี่ยนเป็นตัวเต็มวัยน้อยกว่าการเก็บสด
3. การแช่แข็ง คือ การเก็บรักษาหนอนแดงโดยการรวบรวมใส่ถุงพลาสติกแล้วนำไปแช่แข็ง วิธีนี้หนอนแดงจะตายหมดแต่ยังสด และมีคุณค่าทางอาหารเมื่อนำมาใช้เลี้ยงปลา หรือสัตว์น้ำ ต้องใช้ปั๊มลมช่วยพ่นอากาศให้หนอนแดงที่ตายแล้วเคลื่อนที่ เป็นการหลอกสัตว์เลี้ยงที่ได้ผล
4. การแช่แข็งแบบพิเศษ คือ การเก็บรักษาหนอนแดงเพื่อส่งเป็นสินค้าออก วิธีการนี้ผู้เขียนทราบจากการสนทนากับบริษัทผู้ส่งออก โดยการรวบรวมหนอนแดงจากเกษตรกรแล้วนำมาแบ่งบรรจุหีบห่อตามขนาดที่ต้องการส่ง เข้าแช่แข็ง ซึ่งจะทำให้หนอนแดงสามารถฟื้นได้ 40 เปอร์เซ็นต์ เมื่อนำมาละลายน้ำ แต่หนอนแดงที่ฟื้นนี้จะไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ต่อไปได้คงเหลือปฏิกริยาของ สิ่งมีชีวิตเล็กน้อย เช่น ดิ้น ทำให้ปลาหรือสัตว์น้ำสนใจที่จะกินมากกว่าหนอนแดงที่เก็บรักษาโดยการแช่แข็ง แบบธรรมดา สำหรับรายละเอียดข้อมูลในการแช่แข็งแบบพิเศษนี้ ผู้เขียนตั้งใจว่าจะต้อง พยายามค้นหาเคล็ดลับให้ได้และจะนำมาถ่ายทอดสู่
เกษตรกรต่อไปในอนาคต
การใช้ประโยชน์จากหนอนแดง
หนอนแดงเป็นอาหารธรรมชาติประเภทสัตว์ที่สามารถนำไปใช้อนุบาลสัตว์น้ำได้ อย่างมีประสิทธิภาพสูง เพราะหนอนแดงสดประกอบไปด้วยธาตุอาหารธรรมชาติที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง จึงได้มีการนำหนอนแดงไปใช้ประโยชน์อย่างแพร่หลาย เช่น
- การเลี้ยงปลาสวยงาม ปลาตู้ หรือปลาสวยงาม ถ้าให้อาหารจำพวกหนอนแดง ปลาจะมีสีสดใสสวยงาม
- การอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน จะทำให้อัตรารอดและอัตราการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำสูง
นอกจากนี้มีการนำหนอนแดงไปใช้ประโยชน์อีกอย่างหนึ่งที่ค่อนข้างจะมีความ สำคัญอย่างยิ่งต่อการเพาะเลี้ยงกุ้งกุลาดำ เพราะกุ้งกุลาดำเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย สามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศชาติมหาศาล การนำประโยชน์จากหนอนแดงไปใช้ก็คือเป็นตัวเร่งในการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ 1 เดือนแรก โดยปกติ ชาวกุ้งไทยยอมรับว่า ห่วงโซ่อาหารธรรมชาติมีความสำคัญต่อการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ ซึ่งการเลี้ยงกุ้งสมัยแรก ๆ การเลี้ยงกุ้งได้พึ่งพิงห่วงโซ่อาหารธรรมชาติมาแล้วทั้งสิ้น จนเมื่อถึงช่วงเกิดโรคไวรัสระบาดซึ่งมีการใช้เคมีภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อกำจัดพาหะฯ และศัตรูกุ้ง ปริมาณและสายพันธุ์ธรรมชาติจึงได้ลดน้อยลงหรือหายไปทำให้วิธี การเลี้ยงกุ้งช่วงเดือนแรกแปรเปลี่ยน ยุ่งยาก และเกิดปัญหาต่อเนื่อง
แต่ในภาวะที่ธุรกิจเริ่มเข้าสู่ภาวะแข่งขัน และชาวกุ้งไทยเราต้องปรับตัวครั้งใหญ่ ทั้งการผลิตผลผลิตกุ้งคุณภาพ ปลอดภัยต่อผู้บริโภค ถูกสุขอนามัยด้วยแนวทางการผลิต ที่ไม่ก่อผลกระทบเชิงลบ ต่อสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญคือต้องลดต้นทุนการเลี้ยงให้ต่ำ เพื่อพร้อมที่จะคงอยู่อย่างยั่งยืนในอนาคต จึงได้มีการทดลองใช้ประโยชน์จาก หนอนแดง เพื่อสร้างห่วงโซ่อาหารตามธรรมชาติ ต่อการเลี้ยงกุ้งระยะ 1 เดือนแรก โดยกุ้งจะได้ประโยชน์ ดังนี้
1. หนอนแดง มีคุณค่าทางอาหารสูงเหมาะสมแก่การเป็นแหล่งอาหาร แก่การเลี้ยงกุ้งระยะ 1 เดือนแรก โดยเฉพาะการเป็นตัวเร่ง ให้แก่กุ้งระยะ 3-14 วันแรก ทำให้กุ้งโตเร็วไซส์เสมอ อัตรารอดสูง สามารถเลี้ยงต่อเนื่องได้ง่าย พลาดยาก และหากปรับการให้อาหารระยะก่อนเช็คยอได้ดีพื้นบ่อจะอยู่ในสภาพดี การเลี้ยงต่อเนื่องจะได้ผลดีมาก
2. การเตรียมอาหารธรรมชาติโดยเน้นหนอนแดงเป็นหลักนี้ เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทั่วไปสามารถทำได้ไม่ยากและต้นทุนต่ำ
3. ใช้เป็นอาหารเสริมแก่พ่อแม่พันธุ์กุ้งโดยการอัดเม็ดร่วมกับเนื้อปลา
4. ใช้เป็นอาหารเสริมแก่ลูกกุ้ง ระยะ 4 วันขึ้นไป โดยการปล่อยลูกกุ้งแบบกั้นคอก
หมายเหตุ ข้อ 3,4 เป็นการใช้ประโยชน์จากหนอนแดง กรณีแช่แข็ง
เครดิต : http://www.mornorfishclub.com/forum.php?mod=viewthread&tid=1015
---------------------------------------------------------------------------
อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับปลาสวยงาม สัตว์เศรษฐกิจและอื่นๆ ที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่นี่จ้า
http://myaqualove.blogspot.com
| ||||||||||||||||||||||||||||||||||||







