หน้าหลัก
ค้นหา
บทความ
คำนวณ
ล๊อกอิน
สมัครสมาชิก
ยินดีต้อนรับคุณ,
บุคคลทั่วไป
กรุณา
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
1 ชั่วโมง
1 วัน
1 สัปดาห์
1 เดือน
ตลอดกาล
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
Tue 20/Jan/2026
Aqua.c1ub.net
|
Fish & Aquatic Pet
|
คุยเรื่องปลาๆ
|
« หัวข้อที่แล้ว
|
หัวข้อถัดไป »
หน้า:
1
ลงล่าง
ผู้เขียน
หัวข้อ:
บทความ : ปลาปิรันย่า ปลาอันตราย แห่งลุ่มน้ำอเมซอน
(อ่าน 8583 ครั้ง)
ป๊ะป๋าดุ๊กดิ๊ก&น้องดริว&น้องดรีม
Shrimp Admin
กระทู้: 17657
907 denar
บทความ : ปลาปิรันย่า ปลาอันตราย แห่งลุ่มน้ำอเมซอน
«
เมื่อ:
26/10/10, [11:44:45] »
ปลาปิรันย่า มักได้เป็นตัวเอกในภาพยนตร์ระดับโลกอยู่เป็นระยะ ๆ และโดยมากก็มักจะได้รับความนิยมชมชอบจากคอหนังเสียด้วย เนื่องจากเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับ ปลาปิรันย่า มักจะสนุกตื่นเต้น ลุ้นระทึก และไฮไลท์สำคัญที่ขาดไม่ได้เลยคือ "ความสยองขวัญ" !!!
นั่นเพราะ ปลาปิรันย่า ขึ้นชื่อว่าเป็น ปลาอันตรายชนิดหนึ่งของโลก การอยู่รวมกันเป็นฝูง และมุ่งโจมตีอย่างรวดเร็วด้วยฟันอันแหลมคมของมัน ถือเป็นวิธีสังหารเหยื่ออย่างราบคาบภายในเสี้ยววินาที
ปลาปิรันย่า (Piranha) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Serrasalmus spp เป็นปลาน้ำจืดกลุ่มหนึ่ง จัดอยู่ในสกุล เซอร์ราซัลมัส (Serrasaimas) สกุลรูสเวลทิเอลลา และสกุล ไพโกเซนทรัส ซึ่งปลาในกลุ่มนี้มีทั้งหมด 25 ชนิด แต่มีเพียง 4 ชนิดเท่านั้นที่เป็นอันตรายต่อคนและสัตว์ เนื่องจาก ปลาปิรันย่า กินเนื้อเป็นอาหาร โดยมักอาศัยอยู่ในลุ่มแม่น้ำแถบอเมริกาใต้และแอฟริกา พบมากในแม่น้ำอเมซอน อันเป็นถิ่นกำเนิด
ลักษณะทั่วไปของ ปลาปิรันย่า ลำตัวจะแบนข้าง ท้องกว้าง คล้ายปลาโคกของไทย แต่ละชนิดจะมีจุดสีตามลำตัวแตกต่างกันออกไป เกล็ดบริเวณสันท้องจะเป็นหนามคล้ายฟันเลื่อยจำนวน 24-31 อัน มีอาวุธสำคัญ คือ "ฟัน" ที่มีแถวเดียวเป็นรูปสามเหลี่ยมและแหลมคมมาก สามารถกัดเนื้อให้ขาดได้อย่างง่ายดาย ริมฝีปากล่างยื่นออกมายาวมากกว่าริมฝีปากบน แต่เมื่อหุบปากจะปิดสนิทระหว่างกันพอดี
ในยามที่ ปลาปิรันย่า เริ่มออกอาการหิว หากไม่มีสัตว์อะไรตกลงไปในบริเวณที่อยู่ของมันเลย ปลาปิรันย่า ก็จะกินปลาอื่นในแม่น้ำเป็นอาหาร โดยใช้วิธีล่าเหยื่อด้วยการพุ่งเข้าโจมตีอย่างรวดเร็ว แล้วใช้ฟันที่แหลมคมรุมกัดแทะเหยื่อจนแทบไม่เหลือซาก จนถูกขนานนามว่า "เพชฌฆาตแห่งลุ่มน้ำจืด"
อย่างไรก็ตาม แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็น ปลาโหด แต่ ปลาปิรันย่า ก็เป็นปลาที่ขี้ตกใจ จึงต้องอยู่รวมเป็นฝูงใหญ่เพื่อที่จะโจมตีเหยื่อ และบ่อยครั้งที่มันตกเป็นเหยื่อของสัตว์ที่มีขนาดใหญ่กว่า อย่างเช่น ปลาช่อนยักษ์อเมซอน หรือปลาอะราไพม่า, นากยักษ์ (Pteronura brasiliensis) , โลมาแม่น้ำอเมซอน (Inia geoffrensis) และนกกินปลาอีกหลายชนิด รวมถึงคนพื้นเมืองที่นิยมกิน ปลาปิรันย่า เป็นอาหารด้วย
สำหรับ ปลาปิรันย่า ชนิดที่ขึ้นชื่อว่าดุร้ายที่สุด คือ ปลาปิรันย่าแดง หรือปิรันย่าท้องแดง (Pygocentrus nattereri) เกล็ดมีขนาดเล็ก สีแดงอมชมพูแวววาวดูเหมือนกากเพชร ขนาดโตเต็มที่ประมาณ 33 เซนติเมตร น้ำหนักราว 3.5 กิโลกรัม แถมยังสุดอึด สามารถมีชีวิตอยู่บนบกที่ไม่มีน้ำได้นานถึง 2 ชั่วโมง
อย่างไรก็ดี ปลาปิรันย่า มีลักษณะคล้ายคลึงกับปลาเปคู (Pacu) หรือ ปลาคู้ ปลาชนิดนี้ไม่มีความดุร้ายเท่าและสามารถกินได้ทั้งพืชและสัตว์ ซึ่งในประเทศไทยถือเป็นปลาเศรษฐกิจและปลาสวยงาม
และด้วยลวดลายสวยงามของ ปลาปิรันย่า ทำให้บางประเทศอนุญาตให้เลี้ยงปลาชนิดนี้ เป็นปลาสวยงามได้ แต่สำหรับประเทศไทย ถือเป็นสัตว์ต้องห้าม คือห้ามนำเข้า หรือมีไว้ในครอบครอง และห้ามนำไปปล่อยในที่จับสัตว์น้ำ โดยผู้ฝ่าฝืนมีความผิดตาม พ.ร.บ.การประมง ต้องระวางโทษปรับ ไม่เกินหนึ่งแสนสองหมื่นบาท หรือ จำคุกไม่เกิน 6 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้ สาเหตุที่ ปลาปิรันย่า เป็นปลาต้องห้าม เนื่องมาจาก ปลาชนิดนี้สามารถแพร่ขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็วในพื้นที่เขตร้อนชื้นอย่าง ประเทศไทย หากหลุดรอดลงไปในแหล่งน้ำธรรมชาติจะก่อให้เกิดอันตรายอย่างมาก ต่อสัตว์น้ำพื้นเมือง และยังเป็นการคุกคามความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความสูญเสียทางสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสุขอนามัย ที่สำคัญ ยังเป็นอันตรายต่อประชาชนที่ลงไปใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำอีกด้วย
ดังนั้น แม้ว่า ปลาปิรันย่า จะมีลวดลายสวยงามขนาดไหน แต่การปล่อยให้อยู่ตามธรรมชาติน่าจะดีและเหมาะสมเป็นที่สุด เพราะหากมีคนลักลอบนำเข้า ปลาปิรันย่า มาเลี้ยงในประเทศไทย ยามใดที่เลี้ยงกันไม่ไหว แล้วหลุดมาอยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติล่ะก็...แค่คิดก็สยองแล้ว
*******************************************************
ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร Animalia
ไฟลัม Chordata
ชั้น Actinopterygii
อันดับ Characiformes
วงศ์ Characidae
วงศ์ย่อย Serrasalmidae
สกุล Pristobrycon
Pygocentrus
Pygopristis
Serrasalmus
Catoprion
ปิรันยา หรือ ปิรันฮา (อังกฤษ: Piranha) เป็นชื่อสามัญเรียกปลาน้ำจืดกลุ่มหนึ่ง ซึ่งอยู่ในวงศ์ย่อย Serrasalmidae ในวงศ์ปลาคาราซิน (Caracidae) โดยทั่วไป ปลาที่ได้ชื่อว่า "ปิรันยา" นั้นจะหมายถึงปลาในสกุล Pristobrycon, Pygocentrus, Pygopristis และ Serrasalmus แต่ก็อาจรวมถึงปลาในสกุล Catoprion ด้วย ส่วนปลาในสกุลอื่นมักไม่นิยมเรียกว่าปิรันยา ถึงแม้จะอยู่ในวงศ์ย่อยนี้ก็ตาม
ปลาปิรันยากินเนื้อเป็นอาหาร มักอยู่รวมกันเป็นฝูงขนาดใหญ่ พบในแม่น้ำอเมซอน ทวีปอเมริกาใต้ มีฟันที่แหลมคมกินเนื้อของสัตว์ที่ตกลงไปอยู่ใกล้ที่อยู่ของมันเป็นอาหาร แต่ถ้าไม่มีสัตว์อะไรเลยตกลงไปในที่อยู่ของมันมันก็จะกินปลาในแม่น้ำเป็น อาหาร เป็นปลาที่อันตรายชนิดหนึ่ง ที่ทั่วโลกรู้จักดี ชนิดที่ดุร้ายมาก ได้แก่ ปิรันยาแดง (Pygocentrus nattereri) ฯลฯ บางประเทศ เช่น ประเทศไทยห้ามนำเข้า เพราะเกรงจะแพร่ลงสู่แหล่งน้ำและขยายพันธุ์ แต่บางประเทศ เช่น ประเทศญี่ปุ่นอนุญาตให้เลี้ยงเป็นปลาสวยงามได้
แต่ใน พื้นถิ่นแล้ว คนพื้นเมืองนิยมกินปลาปิรันยาเป็นอาหาร และปลาปิรันยาเองก็มักตกเป็นอาหารของสัตว์ที่มีขนาดใหญ่กว่า เช่น ปลาอะราไพม่า (Arapaima gigas) , นากยักษ์ (Pteronura brasiliensis) , โลมาแม่น้ำอเมซอน (Inia geoffrensis) และนกกินปลาอีกหลายชนิด
ปลาชนิด อื่นซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับปลาปิรันยา แต่ไม่มีความดุร้ายเท่าและสามารถกินได้ทั้งพืชและสัตว์ คือ ปลาเปคู (Pacu) หรือ ปลาคู้ ซึ่งในประเทศไทยถือเป็นปลาเศรษฐกิจและปลาสวยงามด้วย เช่น ปลาคู้ดำ (Colossoma macropomum) และ ปลาคู้แดง (Piaractus brachypomus) เป็นต้น
การแพร่กระจายพันธุ์
ปลา ปิรันย่า นั้นพบในลุ่มแม่น้ำอเมซอน: ใน โอริโนโค (Orinoco), ในแม่น้ำของกีอาน่า (Guyana), ในปารากวัย-ปารานา (Paraguay-Parana), และในระบบแม่น้ำเซาฟรังซีสกู (Sao Fransico) มีบางชนิดที่มีการแพร่กระจายเป็นวงกว้าง แต่ในทางตรงข้ามก็มีบางชนิดที่มีการแพร่ะกระจายอยู่ในวงจำกัด. อย่างไรก็ตาม ปิรันย่า ได้เคยถูกนำเข้าไปยังสหรัฐอเมริกา, มีบางครั้งบางคราวที่ถูกพบใน แม่น้ำโปโตแม็ค (Potomac RIver) แต่ก็ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ในสภาพหนาวจัดของบริเวณนั้น. จนเมื่อไม่นานมานี้ ปิรันย่า ได้ถูกจับได้โดยชาวประมงใน แม่น้ำคาทาวบา (Catawba RIver) ใน North Carolina นี่เป็นกรณีแรกใน North Carolina. ปลาปิรันย่าได้ถูกพบอีกครั้งที่ทะเลสาปแคปไต (Kaptai Lake) ในตะวันออกเฉียงใต้ของบังคลาเทศ
ลักษณะของปลาปิรันย่าลักษณะ ทั่วไปของปลาปิรันยา มีลำตัวแบนข้าง ส่วนท้องกว้าง บางชนิดมีจุดสีน้ำตาลและสีดำ บางชนิดข้างลำตัวส่วนล่างสีขาว, สีเหลืองและสีชมพู แล้วแต่ละชนิดแตกต่างออกไป
ปลาปิรันย่า โดยปกติมีขนาดตั้งแต่ 15-25 ซม. (6-10 นิ้ว) ในบางชนิดพบว่ามีขนาดถึง 41 ซม. (24 นิ้ว) เลยทีเดียว
ปลา ปิรันย่าในสกุล Serrasalmus, Pristobrycon, Pygocentrus, และ Pygopristis สามารถจำแนกได้ง่ายมาก โดยดูจากลักษณะเฉพาะของฟัน. ปลาปิรันย่าทั้งหมด มีฟันที่มีความคมเรียงกันเป็นแถวเดียวบนขากรรไกรทั้ง 2 ข้าง; ฟันเหล่านั้นจะเรียงตัวกันแน่นเป็นระเบียบและเชื่อมต่อกัน เพื่อใช้ในการกัดและฉีกอย่างรวดเร็ว. ฟันที่มีลักษณะเฉพาะของมันจะมีรูปแบบเป็นทรงสามเหลี่ยม คล้ายใบมีด.ฝีปากล่างยื่นออกมายาวมากกว่าริมฝีปากบน แต่เมื่อหุบปากจะปิดสนิทระหว่างกันพอดี ปลาปิรันย่าส่วนใหญ่จะมีฟันเขี้ยวแบบสามเหลี่ยมที่มีขนาดใหญ่ ยกเว้นในสกุล Pygopristis จะมีฟันเขี้ยวแบบห้าเหลี่ยม และ ฟัน premaxillary มีอยู่ด้วยกัน 2 แถว ซึ่งจะพบได้ในปลาส่วนใหญ่ใน วงศ์ย่อย (Subfamily) Serrasalminae
นิเวศน์วิทยา
ปลา ปิรันย่า เป็นส่วนประกอบที่สำคัญเป็นอย่างมากของ สภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ. อย่างไรก็ตามในอาณาเขตที่มีขนาดใหญ่ไปจนถึง พื้นที่ลุ่มที่มีการระบายน้ำได้ดี, ปลาปิรันย่ามีการแพร่กระจายและเป็นวงกว้าง และ แหล่งที่อาศัยมีความหลากหลายอยู่ได้ทั้งสภาพแวดล้อมที่เป็น แหล่งน้ำไหล (Lotic) และ แหล่งน้ำนิ่ง (Lentic). ปลาปิรันย่า บางชนิดมีจำนวนมากในบางพืิ้นที่ และ ในหลายๆชนิด อาศัยอยู่รวมกัน. ซึ่งเป็นได้ทั้งผู้ล่า (Predators) และผู้กินซาก (Scarvengers).
เครดิตข้อมูลจาก kapook.com และ
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=noolin&month=11-09-2010&group=21&gblog=69
อ่านเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับปลาสวยงาม เพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ
http://myaqualove.blogspot.com/search/label/%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%20Fish
boyza honda
Club Brother
กระทู้: 2506
1410 denar
Re: บทความ : ปลาปิรันย่า ปลาอันตราย แห่งลุ่มน้ำอเมซอน
«
ตอบ #1 เมื่อ:
26/10/10, [11:54:18] »
น่าเลี้ยงและก็น่ากลัวด้วย wuuuu
«
แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26/10/10, [11:58:00] โดย ดุ๊กดิ๊กในหมู่ชน & น้องฉึ่งหนึ่งแมวเหมียว
»
ป๊ะป๋าดุ๊กดิ๊ก&น้องดริว&น้องดรีม
Shrimp Admin
กระทู้: 17657
907 denar
Re: บทความ : ปลาปิรันย่า ปลาอันตราย แห่งลุ่มน้ำอเมซอน
«
ตอบ #2 เมื่อ:
26/10/10, [11:57:50] »
อ้างจาก: redbullx ที่ 26/10/10, [11:54:18]
น่าเลี้ยงและก็น่ากัวด้วย wuuuu
แต่เห็นพวกที่ชอบทารุณเอาปลาสดๆ ให้ไล่กินนี่โหดแท้ จริงๆ หัดกินอาหารเม็ดก็ได้สบายแท้หนอ [on_065]
boyza honda
Club Brother
กระทู้: 2506
1410 denar
Re: บทความ : ปลาปิรันย่า ปลาอันตราย แห่งลุ่มน้ำอเมซอน
«
ตอบ #3 เมื่อ:
26/10/10, [12:13:48] »
อ้างจาก: ดุ๊กดิ๊กในหมู่ชน & น้องฉึ่งหนึ่งแมวเหมียว ที่ 26/10/10, [11:57:50]
แต่เห็นพวกที่ชอบทารุณเอาปลาสดๆ ให้ไล่กินนี่โหดแท้ จริงๆ หัดกินอาหารเม็ดก็ได้สบายแท้หนอ [on_065]
ใช่คับเคยดูพวกคลิปมันโหดมาก แต่ชอบตอนมันแย่งกันกินดูน่าอร่อยดี dea02
«
แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26/10/10, [13:12:25] โดย ดุ๊กดิ๊กในหมู่ชน & น้องฉึ่งหนึ่งแมวเหมียว
»
runner
Club Brother
กระทู้: 2200
134 denar
Re: บทความ : ปลาปิรันย่า ปลาอันตราย แห่งลุ่มน้ำอเมซอน
«
ตอบ #4 เมื่อ:
26/10/10, [15:59:13] »
น่าจะออกกฏหมายห้ามปล่อยครอบคลุมพวกช่อนอะเมซอน ออสซิลาริส เทเมนซิสเทือกๆนี้เอาไว้ด้วยจะดีกว่านี้เยอะ
Buddha from Space
Club Brother
กระทู้: 2985
2731 denar
Re: บทความ : ปลาปิรันย่า ปลาอันตราย แห่งลุ่มน้ำอเมซอน
«
ตอบ #5 เมื่อ:
26/10/10, [16:04:39] »
^
^
กฏหมายเค้ามีว่าห้ามครอบครองไว้ด้วยกรณีใดๆโดยมิได้รับอณุญาต ไม่ใช่หรอครับตัวนี้ [งง]
กฏหมายห้ามปล่อยมันไม่มีอยู่แล้ว
boyza honda
Club Brother
กระทู้: 2506
1410 denar
Re: บทความ : ปลาปิรันย่า ปลาอันตราย แห่งลุ่มน้ำอเมซอน
«
ตอบ #6 เมื่อ:
26/10/10, [16:09:10] »
ตอนนี้ผมเลี้ยงนี้อยู่
http://www.youtube.com/v/ssT-H_Wif7I
[on_051]
«
แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26/10/10, [16:10:42] โดย redbullx
»
godarme
Club Follower
กระทู้: 83
290 denar
Re: บทความ : ปลาปิรันย่า ปลาอันตราย แห่งลุ่มน้ำอเมซอน
«
ตอบ #7 เมื่อ:
26/10/10, [19:15:42] »
อ้างจาก: redbullx ที่ 26/10/10, [16:09:10]
ตอนนี้ผมเลี้ยงนี้อยู่
ผมก็เลี้ยงอยู่เหมือนกันครับคงจะเป็นเจ้า บลูชาค และนี้เป็นสภาพของเหยื่อครับ
มีแอร์แบคออกมาจากท้องปลาทองเลยครับสังเกตุดู
[on_065]
«
แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26/10/10, [19:24:46] โดย godarme
»
godarme
Club Follower
กระทู้: 83
290 denar
Re: บทความ : ปลาปิรันย่า ปลาอันตราย แห่งลุ่มน้ำอเมซอน
«
ตอบ #8 เมื่อ:
26/10/10, [19:18:34] »
นี่ก็อีกตัวครับที่เลี้ยงอยุ่
http://www.youtube.com/v/BEYLNaMrT1Y
boyza honda
Club Brother
กระทู้: 2506
1410 denar
Re: บทความ : ปลาปิรันย่า ปลาอันตราย แห่งลุ่มน้ำอเมซอน
«
ตอบ #9 เมื่อ:
26/10/10, [19:20:32] »
อ้างจาก: godarme ที่ 26/10/10, [19:15:42]
ผมก็เลี้ยงอยู่เหมือนกันครับคงจะเป็นเจ้า บลูชาค และนี้เป็นสภาพของเหยื่อครับ
[on_065]
ผมให้กินไรทะเลกับกุ้งCPอ่ะคับ ก็ชอบปลาดุกปากกว้างด้วยมันเท่ดี [on_007]
boyza honda
Club Brother
กระทู้: 2506
1410 denar
Re: บทความ : ปลาปิรันย่า ปลาอันตราย แห่งลุ่มน้ำอเมซอน
«
ตอบ #10 เมื่อ:
26/10/10, [19:22:11] »
วูฟมิไหวคับมือผมแหกมาแล้ว [on_051]
godarme
Club Follower
กระทู้: 83
290 denar
Re: บทความ : ปลาปิรันย่า ปลาอันตราย แห่งลุ่มน้ำอเมซอน
«
ตอบ #11 เมื่อ:
26/10/10, [19:28:23] »
อ้างจาก: redbullx ที่ 26/10/10, [19:22:11]
วูฟมิไหวคับมือผมแหกมาแล้ว [on_051]
เช่นกันแต่ไม่เข็ดครับ
runner
Club Brother
กระทู้: 2200
134 denar
Re: บทความ : ปลาปิรันย่า ปลาอันตราย แห่งลุ่มน้ำอเมซอน
«
ตอบ #12 เมื่อ:
26/10/10, [19:56:16] »
อ้างจาก: Buddha from Space ที่ 26/10/10, [16:04:39]
^
^
กฏหมายเค้ามีว่าห้ามครอบครองไว้ด้วยกรณีใดๆโดยมิได้รับอณุญาต ไม่ใช่หรอครับตัวนี้ [งง]
กฏหมายห้ามปล่อยมันไม่มีอยู่แล้ว
อ้างจาก: ดุ๊กดิ๊กในหมู่ชน & น้องฉึ่งหนึ่งแมวเหมียว ที่ 26/10/10, [11:44:45]
และด้วยลวดลายสวยงามของ ปลาปิรันย่า ทำให้บางประเทศอนุญาตให้เลี้ยงปลาชนิดนี้ เป็นปลาสวยงามได้ แต่สำหรับประเทศไทย ถือเป็นสัตว์ต้องห้าม คือห้ามนำเข้า หรือมีไว้ในครอบครอง และ
ห้ามนำไปปล่อยในที่จับสัตว์น้ำ
โดยผู้ฝ่าฝืนมีความผิดตาม พ.ร.บ.การประมง ต้องระวางโทษปรับ ไม่เกินหนึ่งแสนสองหมื่นบาท หรือ จำคุกไม่เกิน 6 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ
^
^
^
พอดีรีบอ่านไปหน่อยนึกว่ามันแยกออกมา hah1
แต่ยังไงก็น่าออกอยู่ดีไม่งั้นเดี๋ยวแม่น้ำไทยจะมีแต่อะราไพม่า suicide
ป๊ะป๋าดุ๊กดิ๊ก&น้องดริว&น้องดรีม
Shrimp Admin
กระทู้: 17657
907 denar
Re: บทความ : ปลาปิรันย่า ปลาอันตราย แห่งลุ่มน้ำอเมซอน
«
ตอบ #13 เมื่อ:
26/10/10, [23:29:39] »
กระทู้นี้ชักโหดขึ้นเรื่อยๆแล้ว วุ้ย [on_abe]
BiriBiri
Club Veteran
กระทู้: 491
296 denar
Re: บทความ : ปลาปิรันย่า ปลาอันตราย แห่งลุ่มน้ำอเมซอน
«
ตอบ #14 เมื่อ:
30/10/10, [23:35:20] »
โหดจริงๆ โดยเฉพาะล่างๆนี่ 555
หน้า:
1
ขึ้นบน
Aqua.c1ub.net
|
Fish & Aquatic Pet
|
คุยเรื่องปลาๆ
|
« หัวข้อที่แล้ว
|
หัวข้อถัดไป »
กระโดดไป:
เลือกหัวข้อ:
-----------------------------
Aquatic Plant
-----------------------------
=> คุยเรื่องไม้น้ำ
===> ห้องโชว์ตู้ไม้น้ำ
-----------------------------
Shrimp Club
-----------------------------
=> กุ้งเครฟิช
===> โชว์เครและตู้เคร
=> กุ้งแคระ
===> โชว์กุ้งและตู้กุ้งแคระ
=> กุ้งเรดบี
===> โชว์ตู้เรดบี
-----------------------------
Reef Club
-----------------------------
=> คุยเรื่องตู้ทะเล
===> ห้องโชว์ตู้ทะเล
-----------------------------
Fish & Aquatic Pet
-----------------------------
=> คุยเรื่องปลาๆ
===> ห้องหมอแคระ
===> ห้องปลาก้นตู้
===> ห้องปลาตัวแบน
===> ห้องปลากัด
===> ห้องปลาทอง
=> สัตว์น้ำอื่นๆ
-----------------------------
อุปกรณ์การเลี้ยง + D.I.Y.
-----------------------------
=> อุปกรณ์การเลี้ยง
===> D.I.Y. + Homemade
-----------------------------
International discussion
-----------------------------
=> International Discussion Boards
-----------------------------
ชุมชน C1UB
-----------------------------
=> ร้านกาแฟ
===> ห้องคนสร้างภาพ
===> ห้องร้องทุกข์
===> การใช้งานเว็บ
===> งานประกวด
=====> ACTAC - ACT Aquascpae Contest #3
=====> งานประกวดตู้ไม้น้ำ 2010
=====> ประกวดผลงาน DIY 2009
-----------------------------
Etc.
-----------------------------
===> ซื้อ-ขายสัตว์น้ำ
=====> ซื้อ-ขายปลา
=====> ซื้อ-ขายกุ้งเครฟิช
=====> ซื้อ-ขายกุ้งแคระ
=====> ซื้อ-ขายกุ้งเรดบี
===> ซื้อ-ขายต้นไม้น้ำ
===> ซื้อขายของทะเล
=====> ซื้อ-ขายก้นตู้
=====> ซื้อ-ขายสัตว์ทะเล
=====> ซื้อ-ขายอุปกรณ์ตู้ทะเล
===> ซื้อ-ขายอุปกรณ์การเลี้ยง
===> ซื้อ-ขายสินค้าอื่นๆ
===> แลก-แจกฟรี
=> Aqu@Mind
===> ห้องจับฉ่าย Aqu@mind
===> ตู้ปลา Aqu@Mind
===> Aquality
===> Aquamart
===> Atlantis
===> Blue Spaces
===> Cronos
===> Egg e egg egg
===> Ferka
===> NATURISM
===> THaRA
===> The Nature
===> ต้นสาย...ปลายน้ำ
===> ไม้น้ำ@เมล็ดกาแฟ
กำลังโหลด...
บอร์ดเก่านี้ "โพสข้อความไม่ได้" แล้วนะครับ
ตอนนี้เราย้ายไปใช้บอร์ดระบบใหม่แล้ว
สมาชิกเก่าที่ล็อกอินล่าสุดไม่เกิน 1 ปี สามารถใช้ username และ password เก่าล็อกอินได้เลย ไม่ต้องสมัครใหม่
<< คลิ๊กที่นี่เพื่อไปบ้านใหม่ได้เลย >> หรือเข้าไปที่ https://aqua.c1ub.net/home