Aqua.c1ub.net
*
  Tue 24/Mar/2026
หน้า: 1   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: บทความ : การอนุบาล และ เพาะเลี้ยงปลากราย  (อ่าน 1448 ครั้ง)
ป๊ะป๋าดุ๊กดิ๊ก&น้องดริว&น้องดรีม ออฟไลน์
Shrimp Admin
« เมื่อ: 19/10/10, [23:11:03] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

   ปลากรายเป็นปลาน้ำจืดที่พบมากในประเทศไทย อินโดนีเซีย อินเดีย
มาเลเซียและพม่า ในประเทศไทยพบอาศัยในแม่น้ำลำคลอง หนอง
และบึงทั่วประเทศ ยกเว้นภาคใต้ โดยมีชื่อเรียกแตกต่างกันไป เช่น
ภาคเหนือเรียกว่าปลาหางแพน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเรียกปลาตองกราย
เป็นต้น ปลากรายเป็นปลาประเภทกินเนื้อ อาหารของปลากรายตามธรรมชาติ
ได้แก่ ตัวอ่อนของแมลง กุ้ง ลูกปลาขนาดเล็ก และสัตว์น้ำอื่น ๆ

   ปลากรายมีลักษณะลำตัวยาวบาง แบนข้าง ส่วนหัวมีขนาดเล็ก เว้าเป็นสันโค้ง
และแยกออกจากลำตัวเห็นชัดเจน เหนือครีบก้นจะมีจุดสีดำค่อนข้างใหญ่
ประมาณ 5 – 10 จุดเรียงเป็นแถว สีของลำตัวเป็นสีขาวเงิน ส่วนหลังมีสีคล้ำ
กว่าส่วนท้อง ขนาดของปลากราย ที่พบส่วนใหญ่ยาวประมาณ 70–75 เซนติเมตร
ส่วนลูกปลาที่มีขนาดไม่เกิน 9 เซนติเมตร จะมีลายสีเทาดำ ประมาณ 10–15 แถบ
พาดขวางลำตัว เมื่ออายุประมาณ 80 วัน ลายจะเลือนหายไปและกลายเป็นจุดสีดำแทน
เกล็ดมีขนาดเล็กละเอียด ครีบต่างๆ ทุกครีบเป็นก้านครีบอ่อนทั้งหมด ครีบท้องเล็กมาก
ครีบก้นและครีบหางเชื่อมติดกันรวมเป็นครีบเดียวกัน มีก้านครีบประมาณ 110-135 อัน
ครีบหลังเล็ก มีก้านครีบ 8-9 อัน ตั้งอยู่กึ่งกลางหลังลักษณะคล้ายขนนกเสียบอยู่ ครีบอก
มีก้านครีบ 15-16 อัน ครีบท้อง มีก้านครีบ 6 อัน บริเวณสันท้องมีหนามคล้ายฟันเลื่อย 2 แถว
จำนวนประมาณ 37-45 คู่ ลักษณะภายนอกของปลากรายเพศผู้และเพศเมียที่แตกต่าง
กันอย่างชัดเจน ได้แก่ ความยาวของครีบเอว โดยที่ปลาเพศผู้จะมีครีบเอวยาวกว่าปลาเพศเมีย

    ฤดูวางไข่ของปลากรายอยู่ในช่วงเดือน มีนาคม – ตุลาคม ของทุกปี โดยรังไข่เพียงข้างเดียว
ของเพศเมีย(ที่มีอยู่สองข้าง)จะมีการพัฒนาเพื่อ สร้างไข่ในหนึ่งฤดู รังไข่ทั้งสองข้างจะสลับ
กันสร้างไข่จากปีหนึ่งไปยังอีกปีหนึ่ง เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ปลาจะเริ่มจับคู่กันและปลาเพศผู้จะ
ทำการขุดดินรอบ ๆ วัสดุที่จะทำการวางไข่ให้เป็นหลุม จากนั้นปลาเพศเมียจะวางไข่ ซึ่งจะติด
กับวัสดุ เป็นต้นว่า ตอไม้ รากไม้ ท่อปูน ฯลฯ ปลาเพศผู้จะเป็นฝ่ายดูแลไข่โดยใช้หางโบกไปมา
พัดเพื่อให้ออกซิเจนและป้องกัน ไม่ให้ตะกอนเกาะติดไข่ ไข่ปลากรายที่ได้รับการผสม
จะมีสีเหลืองอ่อนใส มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 3.0 มิลลิเมตร และฟักออกเป็นตัวภายในเวลา
6 – 7 วัน ที่อุณหภูมิน้ำ26-32 องศาเซลเซียส แม่ปลามีความสามารถวางไข่ได้เฉลี่ยปีละ 6.0 ครั้ง
พบแม่ปลาวางไข่สูงสุดในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม จำนวนไข่เฉลี่ยครั้งละ 1,044 ฟอง
อัตราการปฏิสนธิประมาณ 75%อัตราการฟักเป็นตัว 70% อัตราการรอดตาย 92%
เหลือลูกปลาวัยอ่อนอายุ 5 วันเฉลี่ย 514 ตัว
คิดเป็น 3,084 ตัว/แม่/ปี

การเพาะพันธุ์ปลากราย
การเพาะพันธุ์ปลากรายสามารถทำได้โดยง่าย ไม่จำเป็นต้องฉีดฮอร์โมนกระตุ้น
ก็สามารถวางไข่ได้เองในบ่อดิน โดยไข่จะติดกับวัสดุที่เตรียมไว้ สรุปขั้นตอน
การเพาะพันธุ์ปลากรายของศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดลพบุรี ดังต่อไปนี้

1. บ่อเพาะพันธุ์ บ่อเพาะพันธุ์ควรเป็นบ่อดินขนาด 0.5 ไร่ พื้นบ่อควรเป็นดินเหนียว
ไม่ควรเป็นโคลนตม ระดับน้ำประมาณ 1.00 – 1.50 เมตร

2. การปล่อยพ่อแม่พันธุ์ปลากราย ทำการคัดเลือกพ่อแม่ปลากรายที่มีอายุ
ถึงวัยเจริญพันธุ์ (อายุ 2 ปี ขึ้นไป)ปล่อยลงในบ่อเพาะพันธุ์ในอัตรา 36 คู่ ต่อบ่อขนาด 0.5 ไร่

3. วัสดุสำหรับให้ปลากรายวางไข่ หลังจากทำการปล่อยพ่อแม่พันธุ์ปลากรายลงใน
บ่อเพาะพันธุ์แล้ว ต้องนำวัสดุไปวางไว้สำหรับให้ปลากรายมาวางไข่ โดยวัสดุที่ศูนย์วิจัย
และพัฒนาประมงน้ำจืดลพบุรี ใช้ได้แก่ กระถางดินเผา ขนาดสูง 24 เซนติเมตร ปากกว้าง
20 เซนติเมตร การนำกระถางดินเผาไปวางให้ปลากรายวางไข่ ควรวางกระจายให้ทั่วบ่อ
เว้นระยะให้เท่ากัน โดยวางกระถางคว่ำที่พื้นบ่อ ทุกจุดที่วางวัสดุสำหรับให้ปลาวางไข่
ต้องทำสัญลักษณ์บอกตำแหน่ง เช่น ใช้เชือกผูกและปลายเชือกอีกข้างหนึ่งมัดไว้กับ
ทุ่นลอยอยู่บริเวณผิวน้ำ หรือ ใช้ไม้ไผ่ปัก

4. อาหารและการให้อาหาร การให้อาหารปลาในบ่อเพาะพันธุ์ จะใช้ปลาเป็ด 90 %
และ รำละเอียด 10 % บดรวมกันแล้วปั้นเป็นก้อน ให้วันละ 1 มื้อ ประมาณ 3% ของน้ำหนักตัว
(หรือใช้อาหารเม็ดสำเร็จรูปโปรตีน 37 %)

5. การตรวจสอบการวางไข่ของปลากราย หลังจากนำวัสดุสำหรับให้ปลาวางไข่
ไปวางที่บ่อเพาะพันธุ์เรียบร้อยแล้ว ต้องหมั่นตรวจสอบการวางไข่ของปลากรายทุก
สัปดาห์ ๆ ละ 2 ครั้ง โดยการยกกระถางดินเผาขึ้นดู ถ้าไม่พบให้ทำความสะอาดกระถาง
แล้ววางไว้ที่เดิม ส่วนรังไข่ที่รวบรวมเพื่อนำขึ้นมาฟักนั้นให้นำกระถางใบใหม่วางลง
ทดแทนที่ เดิม ทำการลำเลียงไข่ของปลากรายโดยให้รังไข่แช่อยู่ในน้ำตลอดเวลา
และนำไปยังโรงเพาะฟักเพื่อทำการฟักไข่ต่อไป

6. การฟักไข่ มีขั้นตอนดังต่อไปนี้
6.1 ทำการล้างดินที่ติดมากับกระถางดินเผาออกให้หมด

6.2นำไข่ปลากรายไปฟักในกะละมังพลาสติก กล่องโฟม หรือภาชนะอื่นใด
เติมสารป้องกันเชื้อรา ให้อากาศตลอดเวลา ในเวลาประมาณ 6–7 วัน
ลูกปลากรายจะฟักออกเป็นตัว ขณะนี้ลูกปลายังเกาะติดกับกระถาง
และจะหลุดจากกระถางภายในเวลา 2 วัน ลูกปลามีนิสัยชอบรวมกลุ่ม
หลบซ่อนอยู่ใต้กระถาง หลังจากลูกปลาหลุดออกจากกระถางหมดแล้ว
จึงรวบรวมนำไปอนุบาลต่อไป

6.3 ลูกปลากรายที่ฟักออกเป็นตัวใหม่ ๆ จะมีถุงไข่แดง (yolk sac)
ติดอยู่กับหน้าท้อง ลูกปลาจะใช้สารอาหารจากถุงไข่แดงเพื่อเลี้ยงตัวเอง
เมื่อถุงไข่แดงยุบหมดแล้วซึ่งใช้เวลาประมาณ 5 วัน ปากของลูกปลาจะเปิด
และจะเริ่มกินอาหาร สังเกตได้จากลูกปลาว่ายสู่ผิวน้ำ จึงเริ่มให้อาหาร
อาหารที่ใช้ คือ ไรแดง

7. การอนุบาลลูกปลากราย
ลูกปลากรายอายุ 5 วันมีความยาวประมาณ 1.5 เซนติเมตร
ระยะนี้ให้ไรแดงเป็นอาหาร 2-3 มื้อ/วัน เมื่อลูกปลาอายุ 45 วัน
ได้ลูกปลาขนาด 5 เซนติเมตร เริ่มฝึกให้กินอาหารเม็ดลอยน้ำ
ขนาดเล็กสลับกับการให้ไรแดง ลูกปลาขนาดเล็กจะมีลายพาดขวาง
ตามแนวตัว ที่อายุ 80วัน ขนาด 10 เซนติเมตร จึงเห็นเป็นจุดตามแนวตัว


การเลี้ยงปลากราย
ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดลพบุรี ได้มีการทดลองเลี้ยงปลากรายในกระชัง
ขนาด 1 x 1 x 1.20 เมตร เป็นเวลา 1 ปี เริ่มจากขนาดลูกปลา 60 กรัม
อัตราการปล่อย 100 ตัวต่อลูกบาศก์เมตร โดยใช้ปลาเป็ดบดเป็นอาหาร
ในปริมาณ 7% ของน้ำหนักตัว พบว่าให้ผลผลิตประมาณ 100 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
และมีอัตราการแลกเนื้อประมาณ 14

สำหรับการเลี้ยงปลากรายของเกษตรกรที่อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ได้มีการเลี้ยง
ปลากรายขนาด 10 เซนติเมตร จำนวน 3,000 ตัวในบ่อดินขนาด 150 ตารางวา
โดยใช้ระบบน้ำผ่านตลอดเวลา ให้อาหารเม็ดสำเร็จรูปลอยน้ำระดับโปรตีน 30 %
ระยะเวลาการเลี้ยง 6 เดือน พบว่าปลากรายมีน้ำหนักเฉลี่ยระหว่าง 500 – 600 กรัม/ตัว

การเลี้ยงดู จากลักษณะปากกว้าง ฟันเป็นซี่ๆ ภายในปาก บอกให้รู้ถึงลักษณะการ
กินอาหาร ปลากรายกินสิ่งที่มีชีวิตเป็นอาหาร เป็นต้นว่า ลูกกุ้ง ลูกปลา ตัวหนอน
ตัวแมลงในน้ำ สำหรับลูกปลากรายตัวเล็กๆ อาจเลี้ยงด้วย ไรน้ำ ลูกน้ำ ก็ได้
แต่ในขณะนี้ได้มีการฝึกเพื่อกินอาหารเม็ดลอยน้ำ เพื่อความสะดวกในการเลี้ยง



ที่มาข้อมูล
www.Bestfish4u.com ( ประทีปพันธุ์ปลา )
www.Fishesfishing.com
งานเอกสารคำแนะนำ กองส่งเสริมการประมง กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

เครดิต : http://www.rakbankerd.com/agriculture/open.php?id=1211&s=tblanimal

ชมบทความเกี่ยวกับปลาอื่นๆ ได้ที่

http://myaqualove.blogspot.com/search/label/%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%20Fish
หน้า: 1   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: