ผมเลยอยากเอาความรู้อันเล็กน้อยของเด็กมัธยมมาช่วยแก้ปัญหาครับ อ่านก่อนนะครับ อาจเยอะหน่อย
สีต่างๆมาจากไหน
จากที่ได้ศึกษาพบว่าพืชทุกชนิดจะมีคลอโรพลาสครับ และภายใน คลอโรพลาสจะประกอบไปด้วยรังควัตถุครับ ได้แก่ คลอโรฟิลล์(สีเขียว) แคโรทิีน(สีส้ม) แอนโทรไซยานิน(สีแดงและม่วง) ซึ่งรังควัตถุพวกนี้จะมีน้อยมาก ยกเว้นคลอโรฟิลล์ครับ ที่มีมากทำให้เกิดการบดบังสีอื่นๆหมด แต่ว่ารัควัตถุทุกๆตัวก็สามารถสังเคราะห์แสงได้ โดยสารทั้งสามตัวจะต้องนำส่วนประกอบจากกระบวนการสังเคราะห์แสง ดังสมการ
6CO2 + 6H2O ---- แสง ----> C6H12O6 + 6O2
ซึ่ง C6H12O2 หรือกลูโคสนั้นเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว ถ้านำมาต่อกัน 50,000 molecule จะได้เซลลูโลส (C6H10O5) ซึ่งเป็นองค์ประกอบของผนังเซลล์ ดังนั้นถ้าอัตราการสังเคราะห์แสงของพืชต่ำก็เท่ากับว่าพืชผลิตกลูโคสไม่มากนัก ทำให้เกิดปัญหาในการสร้างเซลล์ใหม่ในพืช และนั้นก็คือต้นเหตุของการไม่สร้าง คลอโรฟิลล์ แคโรทิน และ
แอนโทรไซยานิน ขึ้นมาเพิ่ม
**ถ้าความเข้มของแสงน้อยพืชจะมีอัตราการสังเคราห์แสงต่ำหรือไม่มีเลย แต่ถ้ามากไปพืชก็จะมีอัตราการสังเคราห์แสงต่ำหรือไม่มีเลย อีกรอบ 036
*** ปริมาตร CO2 ในน้ำมีน้อยเกินไป
ปกติแล้วพืชควรจะได้รับ CO2 > 350 ppm หรือ 0.03 g/100ml คือต้องมี CO2 0.03 กรัมในน้ำ 100 มิลลิลิตร
ถ้าในน้ำ 100 ml มีคาร์บอนไดร์ออกไซด์ 0.03 g
แล้วในน้ำ X ml จะมีคาร์บอนไดร์ออกไซด์ 0.03*X/100 g
ตัวอย่าง
ถ้าตู้ผมมีน้ำ 20 ลิตร ให้เปลี่ยน 20 ลิตรเป็นมิลลิลิตรก็จะได้ 20*1000 = 20000 ml ให้นำไปแทนใน X
เมื่อมีน้ำ 20000 ml จะมีคาร์บอนไดร์ออกไซด์ 20000*0.03/100 = 6 g
ปกติแล้วคาร์บอนไดร์ออกไซด์เป็นแก๊ส ต้องหาเป็นปริมาตร ซึ่ง CO2 มีความหนาแน่น 1.98 kg/m3
Vco2 = 6 g * 1980 g/1000 cm3
= 11.88 cm3 **cm3 = cc** อย่าเอาตัวเลขนี้ไปใช้กับตู้ท่านนะครับ เพราะปริมาณน้ำในตู้ต่างกัน และต้องเพิ่มไปอีกสักนิดหน่อย
แต่ผมคิดว่าพืชแต่ล่ะชนิดต้องการคาร์บอนไดร์ออกไซด์ต่างกัน ควรจะใช้สัก 700ppm ครับ เพราะมีบางตัวไม่รักดีลอยขึ้นบนผิวน้ำครับ [on_026] ถ้าท่านมี Low pressure gauge ก็ลองคำนวณแล้วไปเทียบดูครับ หรือไม่ก็ซื้อ Tetra Test CO2 มาใช้ครับ
โครงสร้างของคลอโรฟิลล์
คลอโรฟิลล์มีสูตร C55H72O5N4Mg ซึ่งจากที่กล่าวมาด้านบน C H และ O ต้องได้มาจากการสังเคราะห์แสง เพื่อทำการสลายพันธะก่อน ส่วน N และ Mg จำเป็นมากสำหรับสร้างคลอโรฟิลล์ขึ้นมาใหม่เรื่อยๆ คลอโรฟิลล์นั้นสลายตัวได้ง่ายเมื่ออุณหภูมิลดลงมากๆ แต่ก็สร้างได้เร็วมากๆเช่นกัน
โครงสร้างของแอนโทรไซยานิน
แอนโทรไซยานินก็เป็นสารรังควัตถุเหมือนกับคลอโรฟิลล์เพียงแต่มีน้อยกว่า และสลายตัวได้ยากกว่าและเป็นสารประกอบพวกไฮดรอกไซด์ (สูตรผมก็ไม่รู้เหมือนกัน [on_026]) และมันเปลี่ยนสีตามค่า pH ด้วยนะ 036 จะเป็นสีน้ำเงินเมื่อ pH > 7 สีม่วงเมื่อ pH = 7 และเป็นสีแดงเมื่อ pH < 7 พบได้ในปลาด้วยนะ
ทำไมต้นไม้ไม่ยอมแดงล่ะครับ ?
1.การให้แสงมากจนเกินไปหรือน้อยจนเกินไปทำให้ไม่เกิดการสังเคราะห์แสง เซลล์ต่างๆ หรือสารสีต่างๆก็ไม่เกิดขึ้น
2.ความเข้มข้นของคาร์บอนไดร์ออกไซด์ต่ำเกินไป (ในระดับที่ไม่น่าเอาไปใช้งานได้) ทำให้พืชไม่เกิดการตรึงคาร์บอนไดร์ออกไซด์ ทำให้อัตราการสังเคราะห์แสงต่ำ
3.อุณหภูมิของน้ำ ผมไม่แน่ใจว่ายังไง แต่คลอโรฟิลล์มันเจริญเติมโตได้ดีกว่าอยู่แล้วครับในอุณหภูมิตั้งแต่ 10 - 29 องศาเซลเซียส
4.ขาดธาตุอาหารบางชนิด ผมไม่รู้เพราะว่าไม่รู้ว่าวิธีการสร้างแอนโทรไซยานินเป็นอย่างไร แต่คิดว่าคงมีธาตุแทรนซิชันเป็นองค์ประกอบ เพราะธาตุแทรนซิชันให้สีต่างๆกันตามเลขออกซิเดชัน คิดว่าน่าจะขาดธาตุ Mn(แมงกานีส) ซึ่งให้สีม่วง และแดง เพราะ MnO4- ให้สารสีแดง ซึ่งปกติพืชต้องการในปริมาตร 0.005% แต่ไม้แดงอาจจะต้องการมากกว่านั้น
ทำไมต้นไม้ใบเหลือง ?
1.แสง บางต้นการแสงมาก หรือน้อยต้องดูความสูงของตู้ ถ้าแสงน้อยไปก็จะไม่เกิดพลังงานสลายพันธะ คลอโรฟิลล์ใหม่ๆจึงเกิดขึ้นไม่ได้
2.ความเข้มข้นของคาร์บอนไดร์ออกไซด์ต่ำเกินไป ทำให้พืชไม่เกิดการตรึงคาร์บอนไดร์ออกไซด์ ทำให้อัตราการสังเคราะห์แสงต่ำ
3.ขาดสารอาหารจำพวก N(ไนโตรเจน) และ Mg(แมกนีเซียม) จากที่เราได้ศึกษากันว่าคลอโรฟิลล์มี N และ Mg เป็นส่วนประกอบ ถ้าขาด N และ Mg พืชจะสร้างคลอโรฟิลล์ได้น้อย และช้า
****ถ้าขาด Fe(เหล็ก) พืชจะมีใบสีเหลืองเกิดที่ใบอ่อนก่อน และไปที่ใบแก่ครับ เพราะ Fe เป็นสารที่เกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์คลอโรฟิลล์ แต่ไม่ได้เป็นองค์ประกอบของคลอโรฟิลล์
เพิ่มเติม
ทุกปัจจัยต้องสัมพันธ์กันทั้งหมดครับ
***ปุ๋ย CO2 พอดี ก็ไม่เกิดอีก เพราะไม่มีพลังงานสลายพันธะอีก เพราะไม่มีพลังงานในการสลายพันธะของ CO2
****ปุ๋ย ไฟ พอดี แต่ไม่มี CO2 ก็ไม่เกิดอีกเหมือนกัน เพราะดึง O จาก CO2 มาใช้ไม่ได้ แล้วถ้าจะบอกว่าดึง O จาก H2O มาใช้สิ เป็นไปไม่ได้ เพราะ O จาก H2O จะถูกปล่อยออกมาเป็นแก๊สออกซิเจน O2 หลังจากเกิดปฏิกิริยาเคมี ตามสมการด้านบน
แต่ก็อย่างว่าล่ะครับ ไม้น้ำย่อมเรื่องมาก แตกต่างไปตามสายพันธุ์ เหมือนกับ......ของท่านๆ ก็ต้องดูปัจจัยหลายอย่างประกอบกันไปด้วยนะครับ
ผมใช้ความรู้อันน้อยนิดลองพิจารณาปัญหาดูครับ ขาดตกบกพร่องตรงไหนบอกด้วยนะครับ










