Aqua.c1ub.net
*
  Mon 21/Sep/2026
หน้า: 1   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: อย่าหาว่าอย่างงู้อย่างงี้เลยนะครับ น้ำหมักป้าเชงใส่ลงไปเปนปุ๋ยได้รึป่าวครับ  (อ่าน 12593 ครั้ง)
bento ออฟไลน์
Club Member
« เมื่อ: 25/07/10, [19:02:34] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

จุลินทรี มันใช้เปนปุ๋ยได้ป่าวครับ พอดีที่บ้านคุนพ่อหมักไว้เยอะ เลยอยากทราบหน่ะครับ
น้ำมหาบำบัดป้าเชงเนี่ยครับ
 emb01
00คิงคอง00 ออฟไลน์
Club Leader
« ตอบ #1 เมื่อ: 25/07/10, [19:04:08] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ไม่เกี่ยว กัน อะ  [on_007]

น้ำหมัก มันหมักอะไร ละ  036 มันจะมีแร่ธาตุ อะไรให้ต้นไม้ ได้เหรอ  036
Coffman ออฟไลน์
Sponsor
« ตอบ #2 เมื่อ: 25/07/10, [19:09:57] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

หึหึ มันมีคำตอบ [on_018] เครดิตhttp://pineapple-eyes.snru.ac.th/stm/index.php?q=node/80


กว้างๆ อาจได้นะเนี่ย

น้ำหมักชีวภาพ(Bioextract ; B.E.)  คือ การนำเอาพืช ผัก ผลไม้ สัตว์ชนิดต่าง ๆ มาหมักกับน้ำตาลหรือกากน้ำตาล กากน้ำตาลจะทำให้เกิดกระบวนการพลาสโมไลซิส (plasmolysis) คือทำให้สารละลายภายในเซลล์พืชและสัตว์ที่ประกอบด้วยสารอินทรีย์ต่างๆ ไหลออกมาจากเซลล์     การหมักมี 2 แบบ คือ แบบต้องการ ออกซิเจน (แบบเปิดฝา) และแบบไม่ต้องการ ออกซิเจน (แบบปิดฝา) จุลินทรีย์จะใช้สารเหล่านี้เป็นอาหารในการเพิ่มจำนวนและชนิดทำให้เกิด จุลินทรีย์ที่ประโยชน์จำนวนมาก จุลินทรีย์ที่พบในน้ำหมักชีวภาพหรือน้ำหมักชีวภาพ หรือปุ๋ยอินทรีย์น้ำ มีทั้งที่ต้องการออกซิเจน และไม่ต้องการออกซิเจน มักเป็นกลุ่มแบคทีเรีย Bacillus sp., Lactobacillus sp., Streptococus sp., นอกจากนี้ยังอาจพบเชื้อรา ได้แก่ Aspergillus niger, Pe4nnicillium Rhizopus และ ยีสต์ ได้แก่ Canida sp. ซึ่งจุลินทรีย์เหล่านี้จะไปช่วยสลายธาตุอาหารต่าง ๆ ที่อยู่ในพืช มีคุณค่าในแง่ของธาตุอาหารพืชเมื่อถูกย่อยสลายโดยกระบวนการย่อยสลายของ แบคทีเรียหรือจุลินทรีย์สารต่างๆจะถูกปลดปล่อยออกมา เช่นโปรตีน กรดอะมิโน กรดอินทรีย์ ธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรอง ฮอร์โมนควบคุมการเจริญเติบโต สารควบคุมแมลง สารป้องกันกำจัดโรคพืช เอนไซม์ วิตามิน คุณภาพของน้ำหมักชีวภาพขึ้นกลับองค์ประกอบของวัตถุดิบที่ใช้ จุลินทรีย์ที่มีในกระบวนการหมัก และสภาวะแวดล้อมขณะหมัก
                จากการตรวจวิเคราะห์กระบวนการด้านวิทยาศาสตร์ในการหมักของน้ำหมักชีวภาพ พอสรุปโดยสังเขปได้ดังนี้

                1. ถ้าในน้ำหมักชีวภาพหรือน้ำหมักชีวภาพหรือปุ๋ยอินทรีย์น้ำมีสภาพเป็นกรด และมีแก๊สออกซิเจนในการหมัก คือ เปิดฝาเวลาหมัก ในสารละลายมีแบคทีเรียชนิด Methanotrophic ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่เปลี่ยนแก๊สมีเทนได้กลายเป็นเมทิลแอลกอฮอล์ (methanol) และมีธาตุเหล็ก หรือไอออนเหล็ก (Fe2+, Fe3+) ในพืชที่ใช้หมัก เช่นพวกผักขม, ผักคะน้า เป็นต้น เมทิลแอลกอฮอล์จะถูกออกซิเจนในอากาศทำให้กลายเป็นเอสเตอร์ของแอลกอฮอล์ ซึ่งสารพวกเอสเตอร์จะมีกลิ่นหอม และกลิ่นเหม็นเฉพาะตัว ใช้เป็นสารดึงดูดแมลง และสารไล่แมลงได้

               2. กลูโคสในพืชที่ใช้หมัก ถ้าในขณะหมักมีแบคทีเรียชนิดแกรมบวก (gram positive ) คือ eubacterium, Sareina ventriculi และมีออกซิเจน คือเปิดฝาเวลาหมักพร้อมกับในสารละลายมี enzyme 3 ตัว ซึ่งมีอยู่ในพืชเอง คือ pyruvate dehydrogenase, phosphotran -sacetylase, acetate kinase ที่ทำหน้าที่ย่อยสลายสารกลูโคส ให้กลายเป็นสารไพรูเวท และจะถูกย่อยสลายต่อไป จนสุดท้ายได้สาร acetic acid และ acetate เมื่ออนุมูล acetate มารวมตัวกับ minor elements เช่น Ca, Mg จะได้เป็น Calsium acetate และ Magnesium acetate ถ้ารวมตัวกับพวก major elements จะได้เป็น NaOOCH3 C (Sodium acetate) หรือ KOOCH3 C (potassium acetate)ซึ่งพืชพร้อมจะดูดเอาไปใช้เป็นอาหารได้เลย[/b]

                3. ถ้าหมักแบบปิดฝาไม่มีออกซิเจน ethanol ซึ่งเป็นสารผลิตภัณฑ์ สุดท้ายเมื่อเจออากาศจะได้เป็นสาร พวกเอสเตอร์ ซึ่งมีกลิ่นเหม็นเช่นกันซึ่งใช้เป็นสารดึงดูดแมลงและเป็นสารไล่แมลงได้

                4. แบคทีเรียชนิดแกรมลบ (gram negative) ชื่อ eubacterium, Zymononas mobilis จะได้สาร ethanol แล้วเปลี่ยนเป็นเอสเตอร์เช่นกัน

                5. กลูโคสเป็นสารที่มีอยู่ในพืชทุกชนิดในรูปน้ำตาลชนิดหนึ่งที่ถูกสะสมเอาไว้ ใช้ เมื่อจำเป็นต้องเปลี่ยนเป็นรูปอื่นๆที่พร้อมจะนำไปใช้ เช่น พลังงาน, อาหารต่างๆ ฯลฯ เมื่อได้ products สุดท้ายเป็น acetic acid, lactic acid เมื่ออยู่ในสารละลายถ้ามี major elements, minor elements จะเปลี่ยนรูปเป็นสารอาหารเช่นกัน ซึ่งพืชนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันที

                ดังนั้นการใช้เทคนิคจุลินทรีย์ในการเกษตรจึงเป็นแนวทางที่จะก่อให้เกิดจุดเน้นที่สำคัญในเรื่องที่เกี่ยวกับ
                1. ผลิตอาหารที่มีรสชาติธรรมชาติ
                2. ผู้ผลิตอาหารและผู้บริโภคปลอดภัยจากสารพิษ
                3. เป็นระบบทำการเกษตรแบบยั่งยืน
                4. รักษาสมดุลธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศ
 

 สมบัติทั่วไปของน้ำหมักชีวภาพ
 น้ำหมักชีวภาพ จะมีลักษณะเป็นสารละลายสีน้ำตาลเข้ม มีกลิ่นของแอลกอฮอล์ผสมกลิ่นเปรี้ยวของกรดอินทรีย์เมื่อชิมดูจะมีรสเปรี้ยว

3.1 สมบัติทางเคมี
โดยทั่วๆ ไป มีดังนี้
   - มีค่า pH (ความเป็นกรดเป็นด่าง) อยู่ในช่วง 3.5 - 5.6 ปฏิกิริยาเป็นกรดถึงกรดจัด ซึ่ง pH ที่เหมาะสมกับพืชควรอยู่ในช่วง 6 – 7
   - ความเข้มข้นของสารละลายสูง โดยค่าของการนำไฟฟ้า (Electrical Conductivity , E.C) อยู่ระหว่าง 2 - 12 desimen / meter(ds / m) ซึ่งค่า E.C. ทีเหมาะสมกับพืชควรจะอยู่ต่ำกว่า 4 ds / m
   - ความสมบูรณ์ของการหมัก พิจารณาจากค่า C / N ration มีค่าระหว่าง 1 / 2 - 70 / 1 ซึ่งถ้า C / N ratio สูง เมื่อนำไปฉีดพ่นบนต้นพืชอาจแสดงอาการใบเหลืองเนื่องจากขาดธาตุไนโตรเจนได้

 3.2 ธาตุอาหาร
      - ธาตุอาหารหลัก (N,P,K)
    - ไนโตรเจน (% Total N) เป็นองค์ประกอบของโปรตีน คลอโรฟิลล์ เอนไซม์และวิตามินหลายชนิด ช่วยในการเจริญเติบโตของพืช  ถ้าใช้พืชหมัก พบไนโตรเจน 0.03 - 1.66 % แต่ถ้าใช้ปลาและหอยหมักจะพบประมาณ 1.06 - 1.70 %
    - ฟอสฟอรัส ( % Total P¬¬2O5 ) เป็นองค์ประกอบกรดนิวคลีอิกฟอสโฟลิปิดหรือ ATP และโคเอนไซม์หลายชนิด ช่วยเร่งการออกดอกและการสร้างเมล็ดในน้ำหมักจากพืชจะมีตั้งแต่ไม่พบเลยจนถึง 0.4 % แต่ในน้ำหมักจากปลาและหอยพบ 0.18 - 1.14 %
    - โพแทสเซียมที่ละลายน้ำได้ (% Water Soluble K2O) กระตุ้นการทำงานของเอนไซม์หลายชนิดที่ทำหน้าที่ในการสร้างแป้ง น้ำตาล และโปรตีน  ควบคุมการปิดเปิดของปากใบ ส่งเสริมการเคลื่อนย้ายน้ำตาลจากใบสู่ผล  ในน้ำหมักพืชพบ 0.05 - 3.53 % และในน้ำหมักจากปลาและหอยพบ 1.0 - 2.39 %
- ธาตุอาหารรอง (Ca, Mg, S)
     - แคลเซียม เป็นองค์ประกอบของผนังเซลล์ จำเป็นสำหรับกระบวนการแบ่งเซลล์และดพิ่มขนาดเซลล์กระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ บางชนิด  ในน้ำหมักจากพืชพบ 0.05 - 0.49 % และน้ำหมักจากปลาและหอยพบ 0.29 - 1.0%
    - แมกนีเซียมและซัลเฟอร์ เป็นองค์ประกอบของคลอโรฟิลล์ กระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์แสง ในน้ำหมักจากพืชและปลาพบในปริมาณที่ใกล้เคียงกัน คือ 0.1- 0.37 %


    - ธาตุอาหารเสริม
    - เหล็ก ในน้ำหมักจากพืชพบ 30
- 350 ppm. และน้ำหมักจากปลาและหอยพบ 500 - 1,700 ppm.
    - คลอไรด์ น้ำหมักจากพืชและปลามีปริมาณเกลือคลอไรด์สูง 2,000 - 11,000 ppm.
    - ธาตุอาหารเสริมอื่นๆ ได้แก่ แมงกานีส ทองแดง สังกะสี โบรอน และโมลิบดินัม น้ำหมักทั้งจากพืชและปลาพบในปริมาณน้อย มีค่าตั้งแต่ตรวจไม่พบเลยจนถึง 130 ppm

 3.3 ปริมาณฮอร์โมนพืช
  ผลการตรวจวิเคราะห์ปริมาณฮอร์โมนพืช 3 กลุ่ม คือ
   1. กลุ่มออกซิน (Auxin ; Indole acetic acid : IAA) มีสมบัติควบคุมการขยายตัวของเซลล์ กระตุ้นการแบ่งเซลล์ เร่งการเกิดราก การเจริญของราก ลำต้น ควบคุมการเจริญของใบ ส่งเสริมการออกดอก เปลี่ยนเพศดอก เพิ่มการติดผล ควบคุมการพัฒนาของผล ควบคุมการสุก แก่ และการร่วงหล่นของผล  IAA ตรวจพบทั้งในน้ำหมักจากพืชและสัตว์ แต่พบในปริมาณน้อย มีค่าในช่วงตั้งแต่ น้อยมากจนไม่สามารถวัดได้ - 2.37 ppm
   2. กลุ่มจิบเบอเรลลิน (Gibberellins ; Gibberellic acid : GA3) มีสมบัติกระตุ้นการยืดตัวของเซลล์พืชในทางยาว เร่งการเกิดดอก เปลี่ยนเพศดอก เพิ่มการติดผล ยืดช่อดอก กระตุ้นการงอกของเมล็ดและตา  GA3 ตรวจพบในน้ำหมักจากพืชบางชนิดในปริมาณ 18 - 140 ppm. ไม่พบ GA3 ในน้ำหมักจากปลา
   3. กลุ่มไซโทไคนิน (Cytokinins ; Zeatin และ Kinetin) กระตุ้นการแบ่งเซลล์การเจริญด้านลำต้นของพืช กระตุ้นการเจริญของตาข้างทำให้ตาข้างเจริญออกเป็นกิ่งได้ ช่วยเคลื่อนย้ายสารอาหารจากรากไปสู่ยอด รักษาระดับการสังเคราะห์โปรตีนให้นานขึ้น ป้องกันคลอโรฟิลล์ให้ถูกทำลายช้าลงทำให้ใบเขียวอยู่นานและร่วงหล่นช้าลง ช่วยทำให้ใบเลี้ยงคลี่ขยาย ช่วยให้เมล็ดงอกได้ในที่มืด  Zeatin ตรวจพบในน้ำหมักจากพืชบางตัวอย่างในปริมาณน้อย 1 - 20 ppm. และพบในน้ำหมักจากปลาที่ใส่น้ำมะพร้าว 2 - 4 ppm.   Kinetin ตรวจพบในน้ำหมักจากพืชบางชนิดในปริมาณ 1 - 14 ppm. แต่ไม่พบในน้ำหมักจากปลา
    จากผลการวิเคราะห์ข้างต้น จะเห็นว่าคุณภาพและประสิทธิภาพของน้ำหมักชีวภาพ ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่ใช้    จุลินทรีย์ที่ทำให้ย่อยสลาย กระบวนการย่อยสลายที่สมบูรณ์ไม่เน่าเสีย ความเข้มข้นของสารละลาย และความเป็นกรดเป็นด่าง
 3.4 คุณสมบัติของน้ำหมักชีวภาพในด้านการป้องกันกำจัดศัตรูพืช
  การหมักพืช หรือสัตว์ในกระบวนการหมักจะมีแก๊สมีเทน (CH4) เกิดขึ้น ซึ่งจุลินทรีย์หรือแบคทีเรียจะเปลี่ยนแก๊สมีเทน (CH4) ให้กลายเป็นแอลกอฮอล์ และแอลกอฮอล์เมื่อถูกออกซิเจนในอากาศ ทำให้กลายเป็นเอสเตอร์ของแอลกอฮอล์จะมีกลิ่นหอมหรือเหม็นเฉพาะตัว ถ้ามีกลิ่นหอมก็เป็นสารดึงดูดแมลง ถ้ามีกลิ่นเหม็นก็จะเป็นสารไล่แมลง จากการศึกษาพบว่าสารกลุ่มแอลกอฮอล์ที่พบมากในสัตว์ ผลไม้และผักตามลำดับ โดยเฉพาะการหมักผักหรือผลไม้รวมกับสัตว์จะให้สารกลุ่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่ สูง ส่วนกลุ่มเอสเตอร์และฟีนอลพบมากเมื่อใช้ปลาและหอยเป็นวัสดุหลักในการหมัก  จากการศึกษาน้ำหมักชีวภาพที่หมักจากผลไม้ ผักสด หรือจากพืชสมุนไพรจะมีสารพวก polyphenol ได้แก่ 1,2 Benzenediol หรือ 1,3 Benzenediol พวก dimethoxy phenol, benzoic acid derivatives สารเหล่านี้มีคุณสมบัติเป็นกรด เช่น 1,3 Benzenediol(resorcinol) ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังและเยื่อบุจมูก ทางสัตวแพทย์เคยใช้เป็น antiseptic ดังนั้น สารพวกนี้อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังของแลงได้ นอกจากนี้ยังพบสารพวก ethylester ของพวกกรดไขมัน เช่น ethyl palmitate, ethyl linoleate ในสารละลายบางตัวพบ alcohol ได้แก่ bezene ethanol  นอกจากนี้น้ำสกัดจากหอย + ไข่ดาว พบสารพวก poly phenol และ ethyl ester ของกรดไขมันเช่นเดียวกัน Ethyl ester เกิดจาก alcohol ชนิด ethyl alcohol ที่สกัดจากการหมักย่อยสารของพืชแล้ว alcohol นั้น ก็ทำปฏิกิริยากับกรดไขมันที่มีในพืชที่เป็น ethyl ester คุณสมบัติของ ester พวกนี้มีคุณสมบัติ เป็นสารไล่แมลงและสารล่อแมลงได้


จะเห็นว่าคุณภาพและประสิทธิภาพของน้ำหมักชีวภาพ ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่ใช้    จุลินทรีย์ที่ทำให้ย่อยสลาย กระบวนการย่อยสลายที่สมบูรณ์ไม่เน่าเสีย ความเข้มข้นของสารละลาย และความเป็นกรดเป็นด่าง ใช้ได้แต่ไม่รู้ว่า
ทำจากอะไร
หมักแบบไหน
pH เท่าไหร่ ใส่ไปมากปลาตายได้


 ส่วนค่าความเป็นกรดด่างในน้ำหมักชีวภาพป้าเช็ง พบค่าความเป็นกรดสูง พีเอช 3 ใกล้เคียงกับน้ำส้มสายชู ที่มีค่าพีเอชสูง 1-2 สุดทางน้ำหมักซ้อเช็งเม้ง จะได้กรดอ่อนพวก acetic acid บอกไม่ได้ชัดเจน เพราะต่างกันตามสูตรหมัก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25/07/10, [19:52:57] โดย coffman »
bento ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #3 เมื่อ: 25/07/10, [19:14:29] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

        น้ำหมักชีวภาพ คือ การนำเอาพืช ผัก ผลไม้ สัตว์ชนิดต่าง ๆ มาหมักกับน้ำตาลทำให้เกิดจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์จำนวนมากซึ่งจุลินทรีย์เหล่านี้จะไปช่วยสลายธาตุอาหารต่าง ๆ ที่อยู่ในพืช มีคุณค่าในแง่ของธาตุอาหารพืชเมื่อถูกย่อยสลายโดยกระบวนการย่อยสลายของแบคทีเรียหรือจุลินทรีย์สารต่างๆจะถูกปลดปล่อยออกมา เช่นโปรตีน กรดอะมิโน กรดอินทรีย์ ธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรอง จุลธาตุ ฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโต เอนไซม์ วิตามิน ซึ่งพืชสามารถนำไปใช้ในการเจริญเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ น้ำหมักชีวภาพ
 [on_052]
 ... แล้ว??ไงต่อ
bento ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #4 เมื่อ: 25/07/10, [19:21:56] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ผมขอหาเองเลยละกันนะครับ เอามารวมๆนะครับ ใช้กะพืชบนดิน(น้ำด้วยรึป่าวผู้รู้ตอบด้วยครับ)


ประโยชน์ของน้ำหมักชีวภาพ
ด้านการเกษตร
1. ช่วยปรับสภาพความเป็นกรด - ด่าง ในดินและน้ำ
2. ช่วยปรับสภาพโครงสร้างของดินให้ร่วนซุย อุ้มน้ำและอากาศได้ดียิ่งขึ้น
3. ช่วยย่อยสลายอินทรีย์วัตถุในดินให้เป็นธาตุอาหารแก่พืช พืชสามารถดูดซึมไปใช้ได้เลย โดยไม่ต้องใช้พลังงานมากเหมือนการใช้ปุ๋ยวิทยาศาสตร์
4. ช่วยเร่งการเจริญเติบโตของพืชให้สมบูรณ์ แข็งแรงตามธรรมชาติ ต้านทานโรคและแมลง
5. ช่วยสร้างฮอร์โมนพืช ทำให้ผลผลิตสูง และคุณภาพของผลผลิตดีขึ้น

ด้านการประมง
1. ช่วยควบคุมคุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำได้
2. ช่วยแก้ปัญหาโรคพยาธิในน้ำ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำ
3. ช่วยรักษาโรคแผลต่างๆในปลา กบ จระเข้ ฯลฯ ได้
4. ช่วยลดปริมาณขี้เลนในบ่อ ช่วยให้เลนไม่เน่าเหม็น สามารถนำไปผสมเป็นปุ๋ยหมัก ใช้กับพืชต่างๆได้ดี

น้ำหมักชีวภาพในการเลี้ยงสัตว์น้ำ
ใส่น้ำหมักชีวภาพในบ่อปลา บ่อกุ้ง และบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำอื่นๆ ในอัตรา 1 : 1,000 - 1 : 10,000 หรือ 1 ลิตร ต่อน้ำในบ่อ 1 - 10 ลูกบาศก์เมตรอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยย่อยสลายเศษอาหารที่ตกค้างและมูลสัตว์น้ำที่ก้นบ่อให้หมดไป ทำให้น้ำไม่เสีย ไม่ต้องถ่ายน้ำบ่อยๆ สัตว์น้ำมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ผิวสะอาดไม่มีกลิ่นโคลนตม

credit
น้ำหมักชีวภาพ ทำง่ายใช้ประโยชน์ได้จริง
พิณซอ  กรมรัตนาพร  และ เสรี  แข็งแอ
สถานีฟาร์มฝึกนักศึกษา  คณะสัตวแพทยศาสตร์
มหาวิทยาลัยขอนแก่น  หนองหญ้าปล้อง  วังสะพุง  เลย
โทรศัพท์, โทรสาร  042-801096 / e-mail : rvarun@kku.ac.h

Lolicon ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #5 เมื่อ: 25/07/10, [20:30:42] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

เอามาใส่แทนพวกแบคทีเรียนํ้าได้ไหม ว่าจะถามเหมือนกัน
get ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #6 เมื่อ: 25/07/10, [20:32:07] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ลองเลย อยากรู้เหมียนกัน [on_003]
Aries .... ออฟไลน์
Hot Member
« ตอบ #7 เมื่อ: 25/07/10, [20:40:56] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

เอาใว้หยอดตาไม่ใช่หรอ  [งง]
Anubias ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #8 เมื่อ: 26/07/10, [10:53:15] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

แจ่มแจ้งครับ เด็กม.ขอนแก่น...จงเจริญ
ผู้มาแวะชม ออฟไลน์
Club Champion
« ตอบ #9 เมื่อ: 27/07/10, [15:13:13] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ในกระทู้เก่าๆ ก็เป็นที่สงสัยกันมานาน

กับไอ้การใช้ EM ในตู้ไม้น้ำเนี่ย

ใครว่างๆ ลองและเอาผลมาให้ดูหน่อยซิ  [on_026]
gungo ออฟไลน์
Club Champion
« ตอบ #10 เมื่อ: 27/07/10, [16:46:56] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ผมก็เคยเอา EM หยดลงไปในตู้นะครับก็ไม่เห็นมันจะเกิดอะไรขึ้นเลยครับ เกิดอย่างเดียวน้ำเหลืองโคตรๆ [on_051]
ไอ้ หนุ่ม สวน ยาง ออฟไลน์
Club Follower
« ตอบ #11 เมื่อ: 27/07/10, [21:50:33] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ผมก็เคยเอา EM หยดลงไปในตู้นะครับก็ไม่เห็นมันจะเกิดอะไรขึ้นเลยครับ เกิดอย่างเดียวน้ำเหลืองโคตรๆ [on_051]

ชิบ กะจะลอง แล้วเชียว ดีท่ทันอ่าน ตรงนี้ก่อนพอดี
puylogin ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #12 เมื่อ: 30/07/10, [19:56:45] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

อย่าเลย เดี๋ยวปลาตาบอดเอานะ
ปลาไหลเผือก ออฟไลน์
Club Follower
« ตอบ #13 เมื่อ: 30/07/10, [20:53:40] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ได้ครับ แต่น้ำจะเน่าเร็วหน่อย เพราะเศษอาหาร จุลินทรีย์ และแบคทีเรียในระบบเยอะ
L a k e I o n . ออฟไลน์
Club Champion
« ตอบ #14 เมื่อ: 31/07/10, [00:02:54] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

โอว!!!........ไม่สมควรทำเป็นอย่างยิ่งครับ มันแพง 036
หน้า: 1   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: