วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2565 [08:04:19]

มนต์เพลง METAL4

มนต์เพลง METAL4 เมื่อ: 15/10/2564 [10:20:41]
RHAPSODY
( ปัจุบันเปลี่ยนชื่อเป้น  RHAPSODY OF FIRE )


เป็นวงจากอิตาลี   ถ้านับอายุวงมาจนถึงปัจจุบันน่าจะเกิน20 ปีแล้ว
นับว่าเป็นวงที่สามารถรักษาตัวยืนระยะมาได้นานอีกวงนึงทีเดียว  [perv01]



ก่อนอื่นก็ขอเสนอสมาชิกในอัลบั้มยุคแรกยุคคลาสสิคก็แล้วกัน ( สมาชิกยุคนี้อยู่กันยืนนานมากสุดแล้วจ้ะ ) [smile02]



Fabio Lione   ร้องนำ  ร้องประสาน  (choirs)
Luca Turilli   กีตาร์ ร้องประสาน  (choirs)  แต่งเพลง
Daniele Carbonera   กลอง
Alex Staropoli    คีย์บอร์ด  ร้องประสาน  (choirs) แต่งเพลง




ก่อนนั้นพวกมันใช้ชื่อว่า Thunder Cross (2536-2538)
ซึ่งหลังจากThunder Cross ออกเดโมไปได้สักพัก ก็เปลี่ยนชื่อวงเป็น RHAPSODY
พอปี 97'พวกมันออกอัลบั้มเต็ม LPแรกอย่างเป็นทางการกับสังกัด LMP ( สังกัดนี้มีพาวเวอร์มันส์ๆอยู่หลายวง )
ในชื่ออัลบั้มเบิกฤกษ์ ว่า Legendary Tales ด้วยหน้าปกแบบขนมครกโฮมเมด  [lol01] [lol01] [lol01]
เป็นรูปไอ้หนุ่มผมยาวเปลือยท่อนบนอวดขี้กลาก ขี่ม้าชูดาบปราบมังกือ ( เรียกว่าแค่เห็นหน้าปกก็เดาออกแล้วแนวอะไร )



ชุดแรกนี้ เป็นคอนเซปอัลบั้ม แฟนตาซี ว่าด้วยนักรบเดินทางตามฆ่ามังกร ตามหาดาบมรกตศักดิ์สิทธ์ 
ตัวแพคเกจทำออกมาค่อนข้างดีเลย แผ่นพับอาบมันคลี่ออกมาเป็นแผนที่ดินแดนที่ทางวงสร้างขึ้น
เหมือนแบบที่ Lord Of the RING ทำ (หลายๆวงได้แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่องนี้นะ  )

ชุดเปิดตัวนี้ทำออกมาเป็นยูโรพาวเวอร์เมทัล  ติดเมโลดิคเยอะ   เสียงร้องนำโอ่อ่าไสตล์โอเปร่า มีเสียงประสาน ( choirs ) แบบจัดเต็ม
พาร์ตเครื่องดนตรี จังหวะสปีดว่องไว  ทั้งกีตาร์ กลอง เบส  เล่นด้วยทำนองนีโอคลาสสิค
ด้วยการมีคีย์บอร์ดนั้นเป็นตัวสร้างความกว้าง ลึก ให้ตัวเพลงดี
พิเศษคือ มีเครื่องดนตรีคลาสสิค และเครื่องดนตรีพื้นบ้านยุโรปเข้ามาแจม  เช่นพวก  ไวโอลิน เชลโล
  [cheer01] [pravetgym01]


พวกมันให้คำจำกัดความว่าเพลงพวกมันคือ  "  EPIC METAL " 
แต่บางทีแฟนๆคนฟังอื่นๆก็เรียกซิมโฟนิกเมทัล  ซึ่งไม่ว่าจะเรียกว่าอะไรมันก็สมกับตัวเพลงดีแหละ







ชุดต่อมา Symphony of Enchanted Lands ในปี 1998  ตัวดนตรีฟังยากกว่าเดิมนิดนึงแต่ยังยึดคอนเซปซิมโฟนิคเหมือนเดิม
เพิ่มเติมคือใส่เนื้อเรื่องของการตามหาดาบมรกตเข้าไปด้วย เรียกว่าฮีโร่ผมบลอนด์ของเรายังเดินทางผจญภัยอยู่  [smile02] [smile02]









และ ในปี 2000 อัลบั้มที่ 3 ในชื่อ Dawn of Victory ก็คลอดออกมา



ชุดนี้ขมวดเรื่องมาแบบหนังแฟนตาซีสงครามโบราณ  เมื่อฮีโร่เราเข้าสู่สงครามเต็มรูปแบบล่ะ
ชุดนี้กลมกล่อมดี  มีครบทุกรสชาติ ทั้งเร่งทั้งผ่อน
เพลงที่มันส์สุดในอัลบั้มนี้ แนะนำลอง Holy Thunderforce เลย 
และดูเหมือนว่าท้ายสุดแล้วนักรบของเราจะบาดเจ็บหนักในสมรภูมินี้ด้วยสิ
  [gurock01] [gurock01]



ปี 2001  ก็ออกมินิอัลบั้มที่เป็นเนื้อเรื่องคู่ขนานมาติดๆคือ Rain of thousan flame
ผูกเรื่องคู่ขนานอัลบั้มที่แล้ว เป็นตอนที่ฮีโร่เราเจ็บหนักนอนหยอดน้ำบูดูออกมาสู้ไม่ได้
เลยเป็นทีของกองทัพปิศาจชั่วยกทัพมาถล่มเมืองคืน จนเมืองล่มสลาย



ดนตรีในชุดนี้ฉีกแนวไปจากสามชุดแรก  ดนตรีเหี้ยมเกรียม วายป่วงมากขึ้น ลดความไพเราะลงไปมาก
ทั้งกีตาร์ ทั้งกลอง เบส แข่งกันสับแบบกลัวใครแซง  เสียงร้องก็ติดสำรอกมากขึ้นกว่าเดิม  ใกล้ๆจะเป็นแทรชแล้ว
เรียกว่ามินิอัลบั้มนี้ โคตรดุ   [chill01] [chill01] [pravetgym01]





Power of the Dragonflame อัลบั้มเพื่อปิดตำนานสงครามดาบมรกตออกมาในปี 2002



ชุดนี้ดี๊ดีจริงๆ   พวกพี่แกขนเอาแทบทุกอย่างมาใส่ซะเยอะเชียวล่ะ
วงออร์เครสตร้าชุดใหญ่  ไวโอลิน ทรัมเปต ฮาร์ปซิคอต กลุ่มเสียงประสาน
พาร์ตเมทัลก็หลากหลายสุดๆ ทั้งเร็วแบบบ้าระห่ำไปจนถึงบัลลาดโอ่อ่าแบบคลาสสิค 
เสียงร้องที่ผสมระหว่างซิมโฟนีกับเกรี้ยวกราดแบบพาวเวอร์สลับกันหวือหวาดี

อัลบั้มนี้นับว่าปิดตำนาน ดาบมรกตได้อย่างสมศักศรีดิ์ศรีมาก 
อ้อ ปกอัลบั้มชุดนี้งามด้วย  ไม่เป็นแบบโฮมเมดอย่างก่อนๆแล้วนะ อิอิอิ








ปี 2004 เริ่มตำนานบทใหม่
Symphony of Enchanted Lands II: The Dark Secret



การผจญภัยบทใหม่เริ่มขึ้นอีกแล้ว คอนเซปว่าด้วย การออกตามหาคัมภีร์ทั้งเจ็ด
เพื่อหยุดยั้งการคืนชีพของอสูรกายทลายโลก  ( อีกแล้ว ?? )

ชุดนี้ ฟังแล้วรู้สึกว่ามันน่าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงอะไรในอนาคตในสไตล์ของวงแน่ๆ
ทุกอย่างจากอัลบั้มเก่าๆเดิมๆยังมีอยู่นะ พวกวง ออร์เครสตร้า เสียงร้องแบบโอเปร่า  กีตาร์ เบส กลอง อะไรยังคล้ายเดิม
แต่ที่รู้สึกคือ เพลงโดยรวมมันลดความเร็วไป แล้วมันใส่รายละเอียด ลูกเล่น ความซับซ้อน ลงไปเยอะขึ้น  [rage02] [rage02] [pravetgym01]
ได้กลิ่นทะแม่งๆของความโปรเกรสสีพปนมาจางๆ 

ปกอัลบั้มชุดนี้ก็สวยนะ คลี่แผ่นพับออกมา เป็นแผ่นแผนที่เบ้อเร่อเลย งามเชียวแหละ ( อารมณ์ Lord Of The Ring )






และนับจากอัลบั้มนี้ นี่เอง
อัลบั้มต่อๆต่อมาของพวกมันก็บอกว่า เออ  เดาถูกวุ้ย

ใช่แร้น ในชุดต่อๆมา ดนตรีของพวกมันเพิ่มความซับซ้อนแบบโปรเกรสสีพมากขึ้นๆ 
ทำให้เพลงที่เคยเป็น พาวเวอร์ซิมโฟนิค ฟังแปร่งหูไปสำหรับผมที่ตามพวกมันมาตั้งแต่เริ่มต้น  [gurock01] [smile02]

ตามรายการข้างล่างคืออัลบั้มที่ออกในลำดับต่อๆกันมานะจ๊ะ






Triumph or Agony  2006   
ตั้งแต่ชุดนี้ วงเปลี่ยนชื่อเป็น  RHAPSODY  OF FIRE  จากเรื่องของลิขสิทธิ์






The Frozen Tears of Angels  2010





From Chaos to Eternity   2011





Dark Wings of Steel   2013




The Eighth Mountain  2019 
( ชุดนี้ได้ คริสโตเฟอร์ ลี มาให้เสียงด้วยนะ  RIP )



ในอัลบั้มยุคหลังที่เปลี่ยนชื่อวงแล้วนี้ ตัวเพลงปรับคอนเซปมาใกลจากจุดเริ่มต้นเดิมมาก ( มากจริงๆ )
พวกมันใส่ความซับซ้อนลงไปเยอะ องค์ประกอบดนตรีเพียบ ไม่ใช่ไม่ดีนะ มันดี
แต่ผมที่ตามมาแต่ชุดแรกไม่ได้ตามพวกมันเพราะแบบนี้    [cheer01] [perv01]

เจอกับตัวเองว่า อัลบั้มยุคหลังนี้ ผมหยิบมาฟังซ้ำน้อยกว่าอัลบั้มยุคแรกอ่ะ บางอัลบั้ม ซื้อมาเนี่ยะฟังแค่สามครั้งเอง 555
( คือถึงพวกมันจะเปลี่ยนไสตล์ไป แต่ผมก็ไม่รู้ทำไม ซื้อแทบทุกชุดสิน่า   )




เอ้า ว่าแล้วก็แจ้งข่าวล่วงหน้าละกัน
เดือนสิบเอ็ดหลังลอยกระทงนี่  พวกมันมีกำหนดออกชุดใหม่แล้วจร้า




* Glory for Salvation  2021
( จะออก พย นี้แหละ )


เอ้า ได้เวลาขี่มังกร ควงดาบ ฆ่าปิศาจกันอีกแวร้วววววว  จุ๊กกรู๊ๆๆๆ


ตอน Ontour กันที่โอซากา เมืองหลวงแห่งพาวเวอร์อีกแห่งของโลก  [gurock01] [gurock01]




หมายเหตุ :  ข้อมุลเหล่านี้ผมรวบรวมสะสมประสบการณ์ในการเสพมาจากหลายที่
                 ทั้ง quiet storm , music express , metal pit ,Fanzineต่างๆ ..
                  รวมทั้งสื่ออินเตอร์เนตทั่วไป  และความเห็นส่วนตัวจากประสบการการฟังเพลงของตัวเอง 
                   ผมนำมายำรวมเข้าด้วยกัน ที่ทำขึ้นก็เพื่อระบายความมันส์ส่วนตัวครับ 
                  หากมีข้อมูลใดผิดพลาด  หรือ สำนวนไม่เหมาะสมอย่างไร
                  ขอน้อมรับความผิดทุกประการด้วยตัวผมคนเดียวครับ 
                  ยินดีรับความคิดเห็นเพื่อนๆพี่ๆทุกคนครับ  [smile03] [smile03]


                 
                  ทุกวงการมีคำว่าพี่น้องเสมอ
                  Metal brother Hood , Longlive Metal
 

                สนับสนุนศิลปินด้วยการซื้อแผ่นแท้และไปดูคอนเสิร์ตกันนะจ๊ะนะจ๊ะ  [perv02]



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15/10/2564 [15:18:38] โดย GAMMARAY »
ขอความกรุณาปิด Ad-Blocker เวลาเปิดเว็บนี้ด้วยครับ
เว็บไซต์ของเรามีรายได้เพียงทางเดียวคือรายได้จากการโฆษณา และหนึ่งในช่องทางโฆษณาของเราคือ Google adsense หากคุณใช้ โปรแกรมหรือตัวเสริมที่บล็อกโฆษณาประเภท Ad-Blocker กับเว็บของเรา ก็จะทำให้ทางเว็บขาดรายได้ส่วนนี้ไป โฆษณาที่ทางเว็บเลือกก็เป็นแบบที่ไม่รบกวนผู้ใช้งานมากนักอยู่แล้ว ไม่ชอบก็เลื่อนผ่านๆไปได้ครับ ดังนั้นขอความกรุณาใส่ c1ub.net ไว้ใน whitelist ของโปรแกรมหรือปิดการทำงานของโปรแกรมบล็อกโฆษณาด้วยครับ (หากคุณเห็นข้อความนี้โดยที่ไม่ได้ใช้โปรแกรม Ad-Blocker ใดๆ รบกวนจิ้ม --> ส่ง PM บอกแอดมิน ทีครับ)
#1 Re: มนต์เพลง METAL4 เมื่อ: 16/12/2564 [13:20:33]
ในยุคนี้ต้องยอมรับว่าเรื่องซาวด์ดนตรีของแต่ล่ะแนว
มันมีการปรับจูนกันจนลักษณะซาวด์ออกมาทันสมัยขึ้นเรื่อยๆ แบบที่เราอาจไม่ทันรู้ตัว

เดธในวันนี้ซาวด์ไม่เหมือนเดธในวันก่อน   แทรชวันนี้ก็ไม่เหมือนแทรชในวันโน้นนนนน
หลายๆวงหลายๆแนวก็พัฒนาซาวด์กันจนเปลี่ยนไปจากอัลบั้มแรกๆก็มีอยู่เยอะแยะ
บางวงเปลี่ยนแล้วยิ่งดี บางวงเปลี่ยนแล้วก็ทำแฟนๆร้องไห้กระซิกๆ
   [mad03] [mad03]


เมื่อก่อน



เดี๋ยวนี้
V
V
V







พาวเวอร์เมทัลก็เหมือนกัน  เดี่ยวนี้หลายๆวงปรับซาวด์ซะทันสมัยจนอยากร้องเพลงของ ไมเคิลหว่องจริงๆ
 ช้างมาใกล มาใกลเด๋อเกิงงงงง



อัลบั้มช่วงต้นของ ของ Helloween  ยุค 88'  มาฟังเทียบกับชุดล่าสุดปี  21'
นี่ก็เห็นเลยว่าซาวด์มันปรับไปเยอะแค่ไหน   [cheer01] [cheer01]

หลายๆวงทำออกมาได้ทันสมัยเข้าท่าดีนะ
แต่บางทีมันก็อยากฟังแบบดั้งเดิมอีกเหมือนกัน  [mad02]







เมื่ออยากฟัง มันก็ต้องแสวงหากันหน่อยล่ะ 
เพราะหนองไม่เคยออกตามหาควายเลย   [lol01] [lol01] [lol01] [perv01] [perv01]

เจอเลย วงนี้เลย


Warrior Path



วงจากกรุง เอเธนส์  กรีซ  ตั้งวงมาตั้งแต่ 2019 มีผลงานจนถึงตอนนี้อยู่สองอัลบั้ม


นั่นคือ

Warrior Path ปี2019
   
The Mad King ปี2021   


ที่จะมาเล่าคือชุด The Mad King 
( ชุดแรก ปี2019ของขาด  CD  sold out  หมดแระ แถมไม่ปั๊มใหม่  )
  [mad01]

เนื้อหาก็สมกับมาจาก กรีซ ประเทศแห่งอารยธรรมโบราณ
ประเทศนี้เค้าเป็นเจ้าของตำนาน greek mythology มากมาย
( เหล่าทวยเทพโอลิมปัสและบรรดาวีรบุรุษอย่าง ซีอุส , โพไซดอน  , พลูโต 
เฮอร์คิวลิส  ยูลิซิส  หรือ สัตว์ประหลาดอย่าง คราเคน ม้าบินเพกาซัส  อสูรนารีกอร์กอน )

 เนื้อหาในอัลบั้มนี้จึงออกไปในแนวแฟนตาซี
 ( อัลบั้มก่อนหน้า มันเล่นใน theme Viking and Norsemen  )


ในชุดนี้มีท้งหมด 10 track  มีโหมโรงบรรเลงเป็นแทรคแรก

ลิสต์เพลงตามนี้

1.   It Has Begun ( instrumental )
2.   The Mad King      
3.   His Wrath Will Fall   
4.   Beast of Hate   
5.   Don't Fear the Unknown   
6.   Savage Tribe   
7.   Avenger   
8.   Out from the Shadows   
9.   Neverending Fight   
10.   Last Tale   


สมาชิกในอัลบั้มนี้ มีสี่คน (  แบ่งค่าตัวได้เนื้อๆดี อิอิอิ )
  [perv01] [perv01]


Bob Katsionis   Guitars (lead), Bass, Keyboards
Andreas Sinanoglou   Guitars (acoustic, rhythm)
Daniel Heiman   Vocals
Dave Rundle   Drums


เนื่องด้วยไม่ค่อยคุ้นกับวงจากกรีกเท่าไหร่ เลยลองไปหาข้อมูลดู
แล้วพอไปหาข้อมูลเพิ่มเติมมา ยอมรับเลยว่า วงนี้มาแปลกมาก

Andreas Sinanoglou
คนนี้ไม่มีข้อมุลรายละเอียดเลย ไม่เจอว่าอยู่วงไหนมาก่อน   [confuse01] [confuse01]
อยู่ๆก็โผล่มาเป็นWarrior Path เลย

แต่ความจริงแล้วพี่แกนี่แหละคือคนตั้งวงนี้ขึ้นมา และเป็นคนแต่งเพลงหลักทุกเพลงในอัลบั้มด้วย
พี่เค้าหัดเล่นกีตาร์เองไม่ได้เรียนมาจากสถาบันไหน
เพลงในวงนี้ก็แต่งในห้องนอนของตัวเอง จากกีตาร์อคูสติกเมื่อ 15ปีที่แล้ว เมื่อตอนอายุเพิ่ง18 ขวบหย่อนๆ

พูดง่ายๆว่า วงนี้ โปรเจคนี้ คือของเขา และนักดนตรีคนอื่นๆเหมือนแขกรับเชิญในแต่ล่ะชุดนั่นแหละ
 เออ เข้าท่าเว้ย แจ่มจริงพี่เอ๋ย ฮ่าๆๆๆ




Bob Katsionis
กีตาร์ลีด พี่คนนี้ ที่ไปลองหาข้อมูลมา เขาทำหลายอาชีพ อยู่มาแล้วกับหลายวง
เป็นคนทำเพลงเกมส์ก็ทำนะ เป็นเจ้าของห้องอัดที่บ้านเกิดก็เป็น เรียกว่าเป้นตัวสารพัดประโยชน์เลย
แล้วชุดนี้ที่ถูกเรียกมาเล่นกีตาร์ตำแหน่งกีตาร์ลีด น่ะ เอาจริงแล้ว พี่แกเก่งคีย์บอร์ดมากกว่านะ
เรียกว่าในประเทศกรีก แกถูกยกย่องว่าเป็น Best Keyboardist เลยทีเดียว
อันนี้ งงเลย จริงๆ  บ้าบอดี ฮ่าๆๆๆ



สำเนียงของริฟท์กีตาร์ที่ทั้งคู่เล่น  มันทำออกมาได้เท่ห์มาก  ออกไปในเส้นทางจิ๊กโก๋ยามบ่าย  ฟังง่าย ติดหู
มันเท่ห์อ่ะ เท่ห์จริงๆนะ
เป็นเม็ดริฟท์ที่สำเนียงไม่ค่อยได้ยินจากวงเมทัลสมัยใหม่เท่าไหร่แล้ว   [cheer01] [cheer01] [perv01]


เบส ที่สตูดิโออัลบั้มเล่นโดย Bobอีกตำแหน่งนึง
ตำแหน่งเบสนี้คือผู้ปิดทองหลังพระของวงการ 
เพราะอุ้มทุกเพลง เบสทำให้เพลงฟังดูแน่นหนามีน้ำมีเนื้อ
( บางวง ตั้งเสียงเบสใว้บางเกินไป บางทีฟังแล้ว ทำให้เพลงมันเบาลง
 อันนี้เรื่องจริงนะ เบสคือตัวสร้างน้ำหนักในเพลงจริงๆ  โดยเฉพาะเพลงเมทัล ) 


ส่วนตีนกลอง Dave Rundle นี่ก็ไม่มีข้อมูลเหมือนกัน
รู้แค่มันเป็นเพื่อนของ  Andreas คนตั้งวงตั้งแต่เด็กๆ  เค้าเรียกมันมาช่วยเล่น  ( กร๊ากกกกกก )



ที่พอจะมีผลงานมาก่อนบ้างก็คือ DANIEL HEIMAN นักร้องนำ


พี่คนนี้เขาเคยเป็นฟร๊อนต์แมนของ Lost Horizon ,  Heed ล้วนแต่เป็นวงพาวเวอร์สวีเดนชั้นดี [pravetgym01]
พี่แกยังได้รับการยกย่องว่าเป็น นักร้องที่Range เสียงกว้างมากคนหนึ่ง
สามารถไต่บันไดเสียงขึ้นบนได้สูงปรี๊ดๆ  [hungry01] [hungry01]
( แต่เสียดายอัลบั้มนี้ไม่ได้แต่งมาให้ใช้เสียงสูงๆมากเท่าไหร่นะ )

ตอนแรกที่ได้ยินเสียงร้องของพี่เขา ก็นึกคุ้นๆว่ามันทำไมคุ้นหูจัง ( วะ )  [confuse01]
ยิ่งมาอยู่ในสำเนียงเพลงแบบโอลด์ สคูล ยิ่งคุ้นหนัก
เพื่งมานึกออกตอนหลัง 
เสียงพี่เขาเหมือน ป๋ามังกร Ronnie James Dio ผู้ล่วงลับแห่งวง Rainbow นั่นไง


ป๋า มังกร ดิโอ นักร้องอมตะในตำนานชาวเฮฟวี่ RIP

เสียงพี่แกเหมือนจริงๆ   เลยเข้ากันดีกับแนวเพลงไปเลย คือเมทัลย้อนยุค   [gurock01] [gurock01]





ฟังครบทั้งหมดแล้ว
โดยรวมทั้งอัลบั้มชุดนี้   คือ Pure Of  Old School Metal แท้ๆเลย
ซาวด์เคล้ายๆเฮฟวี่เมทัลยุค 80' -90'ที่แน่นๆหน่อย




จังหวะโดยรวมในอัลบั้มนี้มีความเร็วปานกลาง
เน้นโยกหัวได้หนักๆมันๆ  หนึบๆหนับๆ แบบประมาณวง Iron Maiden ชอบทำ
( จังหวะแบบนี้จะมันส์และมีพลังมากในตอนไลฟ์คอนเสิร์ต  โยกหัวกันคอเคล็ด วิกหลุดไม่รู้ตัว   )  [cheer01] [pravetgym01] [pravetgym01]

เสียงประสานคลอรัสที่ใส่เข้ามาก็ทำให้เพลงน่าฟังทีเดียว

ภาคตัวดนตรี ไม่มีอะไรหวือหวาโชว์สกิลยอดมนุษย์อะไรมาก แบบพวกวงซุปเปอร์กรุ๊ปบางวงเค้า
แต่เน้นความเป็นทีมเวิร์ค พาเพลงไปด้วยกันอย่างกลมกลืนตั้งแต่ต้นจนจบ  [gurock01]
กีตาร์คู่ เบส ไม่มีใครเด่นเกินหน้าใคร มันมาด้วยกัน แบบน้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า

กลองรักษาทำหน้าที่รักษาจังหวะให้เพลงได้ดีตามาตรฐานเพลงเมทัลที่ดี

เสียงร้อง ร้องแบบคลีนวอยส์  สำเนียงกระชากใจยิ่งนัก  ทั้งโหน ทั้งมีไวเบรโต้ที่หางเสียง
น่าเสียดายนิดหน่อยที่เมโลดีของตัวเพลงที่แต่งมาไม่ได้ดึงเอาความสามารถของนักร้องนำมาใช้ได้เท่าที่ควร
จริงๆเสียงร้องมันไปได้มากกว่านี้อีกนะ เสียดายๆ  ใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

 


เอาเป็นว่าอัลบั้มนี้ฟังได้สบายๆ ตัวเพลงไม่หนักมาก 
ทุกเพลง ฟังติดหูดี   เผลอแป๊บๆก็ฟังจนหมดชุดแล้ว
เพลงที่ชอบเป็นพิเศษ คือเพลงที่ 4 , 6,  7 


แฟนเพลงที่ชื่นชอบ และถวิลหาโอลด์ สกรู เอ๊ย โอลด์สคูลเมทัล 
ท่านใดสนใจ ก็ลองหาฟังกันได้ตามอัธยาศัยเลยนะจ๊ะ นะจ๊ะ  [smile02] [smile02]


( สองอัลบั้มของวง เล่นแนวเดียวกัน หยิบชุดไหนมาก็ได้   
แต่ชุดแรก ร้องนำเป็น Yannis Papadopoulos แห่งวงพาวเวอร์ฟินแลนด์  Berzerker อันนั้นเสียงร้องจะโหดกว่าชุดนี้นิสนึง
สั่งแผ่นชุดที่เอามาริวิวนี้กว่าจะได้ก็โคตรนาน แถมค่าส่งแพงอีกตังหาก  บ่นๆๆๆ  อิอิอิ  )



เล่ามาถึงตอนนี้  คล้ายๆจะเริ่มได้กลิ่น  เมทัลย้อนยุคโชยตามลมมาใกลๆแฮะ

เอ้า ความเบิกบานในยุคนั้น จงกลับมาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา ฮูเร่ ฮูเร่ ฮูเร่
  [perv03] [perv03] [perv03]








หมายเหตุ :  ข้อมุลเหล่านี้ผมรวบรวมสะสมประสบการณ์ในการเสพมาจากหลายที่
                 ทั้ง quiet storm , music express , metal pit ,Fanzineต่างๆ ..
                  รวมทั้งสื่ออินเตอร์เนตทั่วไป  และความเห็นส่วนตัวจากประสบการการฟังเพลงของตัวเอง
                   ผมนำมายำรวมเข้าด้วยกัน ที่ทำขึ้นก็เพื่อระบายความมันส์ส่วนตัวครับ
                  หากมีข้อมูลใดผิดพลาด  หรือ สำนวนไม่เหมาะสมอย่างไร
                  ขอน้อมรับความผิดทุกประการด้วยตัวผมคนเดียวครับ
                  ยินดีรับความคิดเห็นเพื่อนๆพี่ๆทุกคนครับ  [smile03] [smile03]


                 
                  ทุกวงการมีคำว่าพี่น้องเสมอ
                  Metal brother Hood , Longlive Metal
 

                สนับสนุนศิลปินด้วยการซื้อแผ่นแท้และไปดูคอนเสิร์ตกันนะจ๊ะนะจ๊ะ  [perv03] [perv03] [perv03]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16/12/2564 [14:18:50] โดย GAMMARAY »
#2 Re: มนต์เพลง METAL4 เมื่อ: 11/01/2565 [11:54:36]
อย่างที่เคยเล่าใว้ว่า สวีเดน เป็นประเทศที่ทำดนตรีอะไรออกมาก็มักมีทำนองที่น่าฟังและติดหูเอาง่ายๆเสมอเลย
ไม่เว้นแม้แต่แนวเอ๊กส์ทรีมมิวสิคอย่างแวดวงเมทัลด้วย
   
แล้วไม่ใช่แต่เมทัลธรรมดาซะด้วยนะ
พวกพี่ๆเค้ายังทำใด้ถึงขนาดทำ แบล๊ค เดธ ให้มีทำนองระรื่นหูแบบเฉพาะตัวได้ด้วยล่ะ  ( !!???!!! )  [shock02] [shock02]
ความยิ่งใหญ่ของเหล่าวงเมโลดิคเดธอย่าง  Dark Tranquillity ,  In Flames หรือ At the Gates 
แม้กระทั่งพวก Pure Death อย่าง  Entombed หรือ  Dismember 
วงเหล่านี้คือหลักฐานชั้นดีว่าสำเนียงที่ถูกขนานนามว่าโกเธนเบิร์กซาวด์นั้นไม่ได้มาเพราะโชคช่วยนะจ๊ะ เคี๊ยกๆๆๆ




แน่นอนก็ขนาดเพลงสำรอกรากเลือดมันยังเอามาทำให้ฟังเพลินได้
แล้วถ้าพวกลูกหลานไวกิ้งมันอยากทำเมโลดิคพาวเวอร์ล่ะ
มันก็ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปากถวายลิงน่ะเซ้
  [perv01] [perv01]

HammerFall
เดชขุนค้อนถล่มปฐภี   วจีเสนาะ




กว่า 24 ปีอันยาวนาน กับ 11 full album ( ถึงปัจุบัน 2021)
แล้วนี่ยังไม่นับพวกอาหารเสริมอย่าง 
ซิงเกิ้ล รวมฮิต  รวมคล้ายจะฮิต แบนด์แจม ไลฟ์สด อีกกว่า 40 ชุด ( เยอะอิ๊บอ๋าย เซ็งลี้ฮ้อ  )  [lol01] [lol01]
การเดินทางของสวีดิชเมโลดิคพาวเวอร์วงนี้คงไม่ได้ขี้ๆตดๆแน่ๆ


และเนื่องจากอายุวงมันยาวนานเป็นยี่สิบกว่าปี
เพราะงั้นก็ขอแนะนำสมาชิกที่เป็นทางการล่าสุดละกันนะ




สมาชิกปัจุบันก็ตามนี้แหละ

Oscar Dronjak   Guitars ตั้งแต่ 1993-ปัจุบัน


Fredrik Larsson   Bass  เข้าๆออกๆสองช่วง 1994-1997, 2007-ปัจุบัน


Joacim Cans   Vocals   1996  ถึงปัจุบัน


Pontus Norgren   Guitars   2008ถึงปัจุบัน


David Wallin   Drums    เข้าๆออกๆสองช่วง  2014-2016, 2017ถึงปัจุบัน

วงนี้เค้าตั้งมากันตั้งแต่ประมาณปี 93' 
ตอนแรกความตั้งใจของสมาชิกทั้งหลายก็จะเอาเป็นแค่วงไซด์โปรเจคเฉยๆ
แบบว่าเล่นๆขำๆกรุบๆกรุ๊บๆ ประกวดกันเองแถวๆบ้าน แลกเหล้าแลกเบียร์เมากันไปวันๆแค่นั้น
เพราะสมาชิกหลักบางส่วนของวงเขามีวงหลักเล่นกันอยู่แล้ว
นั่นคือ  Dark Tranquillity อันเป็นวงเมโลดิคเดธชื่อขึ้นหม้อวงนึง ( ไม่รู้ไปขึ้นมันทำไม ไอ้หม้อเนี่ย )


แล้วยังไงไม่รู้ ในปี 96'  วงกรุบกริบวงนี้ ดันไปเล่นดนตรีประกวด แล้วเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ
เลยไปเข้าตาค่ายเพลงขึ้นมา   ก็เลยกลายเป็นวงจริงๆขึ้นมาซะยังงั้น ในปี 97'


ด้วยอัลบั้มเปิดตัวชื่อ

Glory to the Brave 



แค่ชุดแรกนี่เท่านั้นเอง ความฮิตของพวกมันก็พุ่งขึ้นไปค้างบนยอดตะขบคู่กับนกเอี้ยงหงอนไปในทันใด
ด้วยเมโลดีที่โคตรติดหู  อันมีรสหวาน รับประมานง้ายยยง่ายย 
ชุดนี้ได้ถ้วยรางวัล Swedish Grammy award มานอนจูบซะด้วยนะ

ที่มีส่วนสำคัญของความฮอตคือเพลงขายประจำอัลบั้มนี้แหละ
นั่นคือเพลง
"  The Dragon Lies Bleeding "


เพลงนี้เหมาะสมกับคำว่าเพลงที่ทำมาเพื่อขายจริงๆ
ท่อนฮุคก็ติดหู
จังหวะ ตึกๆโป๊ะตึกๆ แบบม้าควบก็โยกหัวตามเพลิน ( Gallop beat )
ริฟท์ก็มันส์ ตะแหน่วๆ
เมโลดีที่น่าฟังแพรวพราวเต็มไปหมด


เอาว่าตอนนั้นแค่ไปเดินโต๋เต๋ในร้าน กะแค่ไปลองหาฟังเพลงเล่นๆ
พอเจอเพลงนี้เข้าไปตูมเดียวนี่ ล้วงถุงแกะยางวงปลิ้นเอาตังออกมาซื้อแผ่นเฉยเลย ยังกะโดนป้ายยา  [lol01] [lol01]
( แล้วราคาก็ไม่ได้ว่าถูกซะด้วยนะ เพราะแผ่นอิมพอร์ตญี่ปุ่นตั้ง  1800 แน่ะ ผ่อนมาม่ากินไปหลายเดือนอยู่  )
เพลงอืนในอัลบั้มนี้ก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนกว่ากันด้วย   ทั้งมันส์ ทั้งติดหูหมดเหมือนๆกันเลย
[perv01] [perv01]



และจากชุดแรกอันเป็นอัลบั้มระดับทะลวงดาวเคราะห์น้อยชุดนี้เป็นต้นมา
ไอ้ขุนค้อน HammerFall ก็ผลิตผลงานชุดต่อๆมาอีกอย่างถี่ยิบ และค่อนข้างคงเส้นคงวาด้วย
คือ เน้นเมโลดิคที่ค่อนข้างติดหูง่าย

และบางอัลบั้มยังขึ้นชาร์จในประเทศยาวนานด้วย
รวมไปถึงในบางอัลบั้มก็ได้รับรางวัล
( คือเพลงมันทำมาเพื่อขายซะเหลือเกินงัย เลยแมสซะ  )



เล่าง่ายๆ ว่าลักษณะดนตรีของวงนี้ ก็ยังงี้นะ



ตัวดนตรีเป็นเฮฟวี่เมทัลที่มีเมโลดิคพาวเวอร์จัดๆ  และมันโคตะระจะเมโลดิคมากกกกกกกก   
แล้วเอามารวมกับความเร็วของเมทัล   บางเพลงมันก็จังหวะโจ๊ะๆ  ตึ้บๆ ขะหงึกๆ
โดยรวมมันก็คือ เฮฟวี่เมทัลแบบมาตรฐานที่มีทำนองไพเราะนั่นเอง   [gurock01]


แบบนี้นะ  ท่อนขึ้น ปึ้ดๆๆๆ ---> สับริฟท์ ฟั่บๆๆๆ--->  ปั่นโซโล  แป๊ดๆๆๆ--->  สับริฟท์  ฟั่บๆๆๆ  ---> วนกันไป  ( ฮา )  [lol01] [lol01]


เสียงร้อง จะร้องด้วยเสียง คลีน แผดสูงได้  ไม่สำรอก
 ไม่สากหยาบแถมติดจะหนานุ่มสอดใส้แฮมชีสเอาเสียด้วย ( น้ำลายไหล อิอิอิ )
ถ้ามันยังป๊อปไม่พอ มันก็ยังทำท่อนประสานเสียงใส่เข้ามาอีก มันก็ยิ่งซอฟต์ลงได้อีก  [smile02] [smile02]




ภาคดนตรี เป็นวงกีตาร์คู่  ทำให้ฟังดูแน่นหนา  ริฟท์ ลีด หรือเล่นประสานกัน
ซาวด์กีตาร์ไม่ปรับเสียงให้สากหยาบมาก แค่หวีดๆแว่วหวานๆ
กลองกับเบสก็เล่นตามแบบเมทัลซองส์



และตลอด 20 กว่าปีมาเนี่ย มันไม่เคยเปลี่ยนแนวที่ว่ามานี่เลย 




และรู้อะไรมั้ยล่ะ พวกมันถูกทั้งนักวิจารณ์และเพื่อนฝูงแวดวงเดียวกันบางคนล้อเลียนว่าทำเพลงไม่พัฒนาเลย
อัลบั้มแรกยังไง อัลบั้มที่สองก็เหมือนอัลบั้มแรก และอัลบั้มต่อๆมาก็เหมือนอัลบั้มที่สอง และอัลบั้มล่าสุดก็ยังงั้ด้วย   
ส่วนที่ร้ายแรงสุดก็ถูกแซวๆว่า แต่งเพลงแบบ Mass และเป็นเฮฟวี่ป๊อบมาเพื่อขาย
 ( สำหรับแวดวงเอ๊กส์ทรีมการกล่าวหาแบบนี้ดุจะร้ายและหนักไปสักนิด )


แต่พวกมันไม่ยี่หระ  ยักไหล่แล้วสวนกลับไปเบาๆ
"  แล้วงัย ?  ก็เราเริ่มทำงานในแบบของเราแบบนี้มาแต่แรก   
แล้วงานของเรานี่ แฟนๆก็ชอบกันดีนี่ แล้วจะเปลี่ยนไปทำไม ?  "
  [smile02] [smile02]




" 20 กว่าปีแล้วที่เราทำเพลงแบบนี้มา    และวันนี้     เราก็ยังอยู่  "  [pravetgym01]



กรั่กๆๆๆๆ  เออ ก็ถูกของพี่อยู่นะพี่ 
เรือเล็กควรอยู่แถวริมตลิ่ง ฮ่าๆๆๆ   [lol01] [lol01] [smile02] [perv01]


เอาล่ะ บางคนที่เพิ่งได้ยินชื่อวงนี้แล้วอยากจะลองฟัง
อาจจะยังไม่รู้ว่าจะลองเริ่มต้นจากเพลงไหนดี ชุดไหนดี
อีกอย่างก็ด้วยอายุวงที่ยืนยาวตั้งยี่สิบกว่าปีแล้ว
และก็ไม่น่าจะยุบวงในเวลาอันสั้น
  [hungry01] [hungry01]


เฉพาะอัลบั้มเต็มนี่ตอนนี้ก็ตั้ง 11 ชุดเข้าไปแล้ว
แถมวงนี้ยังโคตรมีหัวการค้าชนิดไม่ธรรมดา
เพราะพวกพี่ท่านขยันออกมันทั้งซิงเกิล ทั้งบันทึกการแสดงสด
รวมทั้งรวมฮิต รวมเกือบฮิต   บ๊อกเซต บันทึกการไปแจมกับวงโน้นวงนี้  คาราโอเกะ ( !!??!! )
พวกพี่เล่นตะบันนดันออกมาอย่างบ้าคลั่งตั้ง 40 กว่าชุด  [shock02]
ออกสลับๆวนๆกันไปกับอัลบั้มเต็ม ออกดักหน้าดักหลังยังกะหวย 
( หัวการค้าแบบนี้นึกถึงอีกวงขึ้นมาเลย   IRON MAIDEN  งัยล่ะ ฮ่าๆๆๆ ขานั้นก็ขายสารพัดอย่าง )
[perv01]


(  ออนทัวร์กับสารพัดวง แล้วก็ทำแผ่นออกมาขาย  )


ดังนั้นการจะแนะนำว่าเพลงไหนน่าฟังมันก็จะลำบากหน่อย เล่นมีเป็นร้อยๆเพลง
( ตัวผมเองยังตามได้ไม่ครบทุกชุดเร้ยยย  ฮ่าๆๆๆๆๆ )


งั้นขอแนะนำตามความชอบของตัวเองไปละกันนะ
สตูดิโออัลบั้มที่คิดว่าลองฟังแล้วไม่น่าจะเสียเวลาขิวิตของชาวหูเหล็กมากนัก   [gurock01]

  [lol01] [lol01]


ลองหาดูตามข้างล่างนี้จร้า  [perv03]


Glory to the Brave   1997   

Legacy of Kings   Full-length   1998   

Renegade   Full-length   2000   

Threshold   Full-length   2006

Dominion   Full-length   2019




ว่าไปว่ามาก็เยอะเหมือนกันนี่แฮะ  เอิ๊กๆๆๆๆ
(  วงนี้ก็มีอัลบั้มแบบเล่นไลฟ์ได้มันส์อีกวงนึงด้วยนะ นี่ยังไม่เอามานับด้วยเลย ฮ่าๆๆๆ  )





อ้อ วงนี้มาสคอตประจำวงเค้าก็มีนะ
มันคือนักรบสวมเกราะเต็มยศที่มากับค้อนตะลุมพุกอันบักเป้ง  ( ทรงเหมือนไปขโมยจากThor มา )  [lol01]
หมอนี่มีชื่อว่า Hector
เอาว่าถ้าเห็นหมอนี่ที่ไหน




ก็นั่นแหละ  ขุนค้อนมาแย้วววววว  [perv01] [pravetgym01]

ข่าวแว่วๆล่าสุด

อัลบั้มชุดใหม่ของพวกมัน กำลังจะออกมาไม่ช้านี้ล่ะ
กับอัลบั้มชื่อ Hammer of Dawn
( ข่าวว่า ประมาณ ปลายๆเดือน กุมภานี้ล่ะจร้าาาา )
  [cheer01] [perv01]


***  ฟังคำสัมภาษณ์และแนวคิดการทำงานของพวกมันข้างบนแล้ว บางคนอาจดูแคลนพวกมัน 
     แต่เบื้องหลังของแนวความคิดนี้มีที่มานะ 
    มันคือการต่อสู้ดิ้นรนอย่างที่สุดของวงดนตรีวงหนุึ่งในกระแสอันเชี่ยวกรากและความเสี่ยงของธุรกิจดนตรีในโลกปัจุบัน  [abe01]


พวกมันบอกว่า เดี่ยวนี้ยอดขายแผ่นลดลงอย่างมากจนน่าใจหาย     
ส่วนการขายเพลงแบบสตรีมก็อาจไม่เหมาะกับวงเมทัลเท่าไหร่ ( แวดวงนี้ไม่ค่อยจะเหมือนชาวบ้านเค้าเท่าไหร่อ่ะ )
นั่นทำให้วงดนตรีหลายๆวงต้องดิ้นรนมากขึ้น ทำงานหนักกันมากขึ้นเพื่อพยุงพาวงให้รอด และนานที่สุดเท่าที่จะทำได้
และพวกมันก็เป็นหนึ่งในนั้น  [puke02]

"  เค๊กก้อนโตสำหรับธุรกิจดนตรีอย่างในยุค 80'- 90' มันจบแล้ว
ตอนนี้เราต้องดิ้นรนเอาเสื้อทัวร์เรา เอาสินค้าในแบรนด์โลโก้เราไปวางขายกันหน้าคอนเสริร์ตของเราในที่ที่เราไปเปิดการแสดง    "


" ผู้คน หรือแฟนๆ อาจจะคิดว่าทำไมสินค้า หรือเสื้อทัวร์เราถึงแพงขึ้นจัง    "

"  นั่นก็เพราะประเทศต่างๆที่เราไปออกทัวร์มีการเรียกเก็บภาษี (  จากการขายของ  ) เพิ่มขึ้นน่ะสิ   "

"We have a certain amount of money that we need to come in from the merch as well for us to be able to actually do this for a living
We need this money to survive, basically. I mean, it's just one country,
one show, but it adds up. And for me, it's moer about the principle than anything else.

"  ฯลฯ..เราต้องการเงินเพื่อความอยู่รอด ... ฯลฯ."



ก็นั่นล่ะครับ ท่านผู้ชม
  [pravetgym01] [gurock01]




หมายเหตุ :  ข้อมุลเหล่านี้ผมรวบรวมสะสมประสบการณ์ในการเสพมาจากหลายที่
                 ทั้ง quiet storm , music express , metal pit ,Fanzineต่างๆ ..
                  รวมทั้งสื่ออินเตอร์เนตทั่วไป  และความเห็นส่วนตัวจากประสบการการฟังเพลงของตัวเอง
                   ผมนำมายำรวมเข้าด้วยกัน ที่ทำขึ้นก็เพื่อระบายความมันส์ส่วนตัวครับ
                  หากมีข้อมูลใดผิดพลาด  หรือ สำนวนไม่เหมาะสมอย่างไร
                  ขอน้อมรับความผิดทุกประการด้วยตัวผมคนเดียวครับ
                  ยินดีรับความคิดเห็นเพื่อนๆพี่ๆทุกคนครับ  [smile03] [smile03]


                 
                  ทุกวงการมีคำว่าพี่น้องเสมอ
                  Metal brother Hood , Longlive Metal
 

                สนับสนุนศิลปินด้วยการซื้อแผ่นแท้และไปดูคอนเสิร์ตกันนะจ๊ะนะจ๊ะ  [perv03] [perv03] [perv03]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11/01/2565 [12:49:54] โดย GAMMARAY »
#3 Re: มนต์เพลง METAL4 เมื่อ: 03/03/2565 [13:25:25]
แจ้งข่าวจ้า เจ้าข้าเอ๊ยยยย เป๊งๆๆๆๆๆ  [perv01] [perv01] [cheer01] [cheer01]

สวีดิช พาวเวอร์เมทัล วงดังยอดนิยมใกล้ถึงเวลาปล่อยอัลบั้มเต็มชุดใหม่แล้วจ้า
นับว่าอัลบั้มนี้ออกมาได้เข้ากับสถานการณ์ของโลกที่กำลังร้อนระอุในตอนนี้พอดิบพอดีเลย 



SABATON   ไอ้รถถังสงคราม



new album : The War to End All Wars
กำหนดการปล่อยงาน   4th MAR 2022



ชุดนี้เป็นคอนเซปอัลบั้ม เรื่องราวในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 รวมทั้งเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้อง
โดยเป้นเรื่องราวต่อเนื่องจากอัลบั้มที่แล้ว The Great War


ตามรายละเอียดที่ได้มา ชุดใหม่นี้มันมีทั้งหมด 11 เพลง เวลารวมทั้งอัลบั้มประมาณ  45 นาที



และเพลงที่ปล่อยออกมาโปรโมตก่อนคือเพลงนี้





Christmas Truce

เพลงนี้กล่าวถึงเรื่องราวน่าประทับใจ
เรื่องจริงทางประวัติศาสตร์ของเหล่าทหารหาญในสงครามโลกครั้งที่ 1
ซึ่งสงครามครั้งนั้น สภาพแนวรบยังเป็นสงครามสนามเพลาะอยู่




เรื่องราวที่น่าอัศจรรย์นั้นคือ  ในวันคริสต์มาสอันเงียบสงัด
ทหารอังกฤษ และ เยอรมัน ต่างพร้อมใจกันหยุดยิงซึ่งกันและกัน
ต่างฝ่ายต่างพร้อมใจออกจากที่มั่นของตัวเอง
พวกเขาเข้าไปหากัน แลกของขวัญกัน  กินอาหารร่วมกัน ดื่มร่วมกัน  แถมเตะบอลด้วยกันด้วย 




ซึ่งหลังจากการหยุดยิงในวันนั้น ในวันต่อมาถึงแม้สงครามจะต้องเริ่มขึ้นใหม่ก็ตาม
แต่ปรากฏว่าทหารทั้งสองฝ่ายดันยิงกันโดยกระสุนไม่มีถูกตัวกันเลย   

" มิตรภาพ "


เนื้อเพลงกินใจมาก   


Christmas Truce


Silence
Oh, I remember the silence
On a cold winter day
After many months on the battlefield
And we were used to the violence
Then all the cannons went silent
And the snow fell
Voices sang to me from no man’s land

We are all, we are all, we are all, we are all friends

And today we’re all brothers
Tonight we’re all friends
A moment of peace in a war that never ends
Today we’re all brothers
We drink and unite
Now Christmas has arrived and the snow turns the ground white
Hear carols from the trenches, we sing O holy night
Our guns laid to rest among snowflakes
A Christmas in the trenches, a Christmas on the front far from home

Madness
Oh I remember the sadness
We were hiding our tears
In a foreign land where we faced our fears
We were soldiers
Carried the war on our shoulders
For our nations
Is that why we bury our friends?

We were all, we were all, we were all, we were all friends

A Christmas on the frontline, we walk among our friends,
we don’t think about tomorrow, the battle will commence
When we celebrated Christmas, we thought about our friends,
those who never made it home, when the battle had commenced



จากเหตุการณ์นี้ อังกฤษได้สร้างอนุสาวรีย์เอาใว้เป็นที่ระลึกเรื่องราวที่น่าประทับใจเอาใว้





ตอนนี้เพลงนี้มีให้ลองฟังก่อนแล้วที่ Youtube สนใจลองหาได้เลยจร้าาา
MV เพลงนี้เค้าทำใว้น่าประทับใจด้วย








ความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยี  เศรษฐกิจ  ความมั่งคั่ง  อำนาจ  ทรัพยากร
บ่อยๆครั้งความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มาจากสงคราม 

แต่เราจะมาดูกันว่ามันจะพามนุษยชาติเราไปถึงจุดไหน ในวันข้างหน้า





เตรียมสละสตางก์ในกระเป๋าของท่าน เข้าร่วมพลีชีพเพื่อฟามมันส์ได้แล้วในวันนี้





สำหรับผู้สนใจในเรื่องการพักรบนี้  มีการค้นคว้าเอาใว้พอสังเขปตามนี้ครับ
https://www.silpa-mag.com/history/article_79768
( ขอบคุณสำหรับ เวป นิตยสารศิลปะ วัฒนะธรรม ครับ )

https://www.mainstand.co.th/194
ส่วนหากอยากอ่านเอาอรรถรส ขอเชิญเวปนี้ครับ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03/03/2565 [15:22:16] โดย GAMMARAY »