วันพฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 [08:50:20]

มนต์เพลง METAL 2

มนต์เพลง METAL 2 เมื่อ: 08/07/2562 [10:19:23]
เพราะโลกมีสงคราม เราจึงมี
SABATON




วงพาวเวอร์จากสวีเดน   นักร้องนำเสียงใหญ่อ้วนหนา 
มีจังหวะเพลงโดยรวมเร็วปานกลาง ไม่ค่อยควบตะบึงมากนัก แต่ทำจังหวะได้น่าโยกหัวไหล่ตาม
ตัวเพลงมีเมโลดีค่อนข้างติดหู ทั้งท่อนฮุคและท่อนหลัก  ริฟท์ฟังง่าย ไม่ค่อยเน้นโซโล 
โดยรวมฟังแล้วชวนโยกหนักๆ



เนื้อหาทุกอัลบั้มพูดเรื่องสงคราม  เน้นหนักไปที่เหตุการณ์สงครามโลกที่เกิดขึ้นในส่วนต่างๆทั่วโลกของแต่ล่ะประเทศคู่สงคราม
เชิดชูวีรกรรมของวีรบุรุษสงครามของประเทศต่างๆ
เหตุการณ์ครั้งสำคัญๆในการรบ เหตุการณ์สำคัญในแต่ล่ะสมรภูมิ
เรื่องราวที่เป็นประเด็นที่มีผลต่อการพลิกผันต่อผลการรบ


เท่าที่ฟังจากอัลบั้มที่หามาได้  กับตามลองฟังในยูทูปในส่วนที่หาซื้อแผ่นแท้ไม่ได้
ยอมรับว่าทุกอัลบั้มดีงามพระรามแปดเหมือนกันหมด








ชุดที่แฟนเพลงและนักวิจารณ์ทั่วโลกดียอมรับว่าเป็นที่สุดของพวกมันก็คือชุด CALORUS REX  ออกในปี2012  ซึ่งตอนนี้กลายเป็นแรร์ไอเทมไปแล้ว 
ตัวผมเองสั่งซื้อแผ่นอิมพอร์ตไปยังไม่มีขายเลย   เพราะโซลด์เอาท์ขายหมดสต๊อคไปนานแล้ว แถมยังไม่มีทำซ้ำรีเซล์ด้วย







วงนี้ทำให้เกิดข้อถกเถียงโต้แย้งทางประวัติศาสตร์สงครามและปรัชญาการรบมากมายจากแฟนเพลงทั่วโลก
เวลาเล่นคอนเสิร์ต จะมีธงชาติของแฟนเพลงชาติต่างๆตามประเทศที่วงไปเล่นโบกสะบัด ดูน่าเกรงขามและฮึกเหิม
แอบฝันเอาใว้ว่าถ้าวันไหนมันเป็นเมนสตรีมมาเล่นที่ไทยมั่ง จะได้เอาธงชาติไทยไปโบก อิอิอิ



เส้นทางของพวกมันเริ่มกันเป็นเรื่องเป้นราวตั้งแต่ปี 2001  ในอัลบั้มแรกชื่อ  Fist for Fight
ชุดแรกนี้ดนตรีเป็นยูโรพาวเวอร์มาตรฐาน มันส์  แต่เนื้อหายังไม่ได้ใช้คอนเซปสงครามโลก 


เมื่ออัลบั้มต่อมา Primo Victoria  ทั้งอัลบั้มเป็นคอนเซปเกี่ยวกับสงครามโลกทั้งหมด ทุกเพลง
ด้วยตัวเพลงที่แสนจะมันส์ และเนื้อหาของสงครามโลกนั้นทุกประเทศทั่วโลกล้วนแต่มีประวัติศาสตร์และความทรงจำร่วมกัน
ดังนั้นชุดนี้จึงได้รับการต้อนรับอย่างดีมาก   และแฟนเพลงยังยกย่องในเนื้อหาอีกด้วย
และนับแต่นั้นมา SABATON จึงกลายร่างมาเป็นรถถังสงครามนับแต่นั้น
ทุกอัลบั้มพูดถึงสงคราม เหตุการณ์ที่ประวัติศาสตร์มีกล่าวใว้ 
 เหตุการณ์ของวีรบุรุษ  เหตุการณ์ของทรราช  เหตุการณ์ของรถถัง  เหตุการณ์ของเรือรบ





แต่หลังจากอัลบั้มชื่อ HERO เกิดการปฎิวัตรในวง ไม่รู้ทะเลาะอะไรกัน
มือกีตาร์ มือกลอง มิอคีย์บอร์ด ทุกมือในวงพากันลาออกหมดแยกมาตั้งวงใหม่
ทิ้งนักร้องนำให้ยืนทำหัวโมฮ๊อกตัวอ้วนโด่เด่อยู่คนเดียว ฮ่าๆๆๆๆๆๆ






แถมพวกที่ลาออกมาจนยกวงแล้วก็ไม่หนำใจ ยังเสือกไปตั้งวงใหม่ที่เล่นเนื้อหาและแนวเพลงแบบเดียวกันเสียอีก
นั่นคือวงcivil war ที่เน้นเนื้อหายุคสงครามกลางเมืองประเทศอเมริกาเป็นหลัก






นักร้องนำวงร่างแยกนี้ให้อิเมจเหมือนไมเคิล แจ๊คสันคืนชีพ
ดูแล้วน่ากลัวผีหลอกมาก ผมมีในครอบครองสามแผ่น

และเหมือนว่านักร้องนำผีไมเคิล แจ๊คสันจะร่วมงานในอัลบั้มนี้เป็นชุดสุดท้ายแล้วก็เปลี่ยนตัว
วงอวตารนี้ก็ดีงามทั้งสามชุด ควรค่าแก่การสนับสนุนเช่นกัน < เปลืองตังอีกล่ะสิ >





จะอย่างไรก็ตาม SABATON ถึงจะเหลือคนเดียวโด่เด่
แต่พี่หมีโจคิมก็ไม่ใช่นักร้องธรรมดาๆอย่างเดียวซะเมื่อไหร่
พี่แกเป็นตัวหลักในการแต่งเพลงอยู่แล้ว ก็ได้ฟอร์มทีมขึ้นมาใหม่




และในที่สุดก้ได้ออกอัลบั้มใหม่ขึ้นในปี   2016  ชื่ออัลบั้ม The Last Stand
หลังจากที่ได้ฟังหมดทั้งอัลบั้มนี้แล้ว ส่วนตัวค่อนข้างผิดหวังนิดๆ ที่แทบจะทุกอย่างเปลี่ยนไป
และเปลี่ยนไปในทางที่น่าเป็นห่วงเอาเสียด้วย  ทั้งจังหวะ ทั้งเมโลดี   ฟังแล้วรู้สึกปร่าแปร่งพอสมควร
พอไปไล่ดูตามคำวิจารณ์ทั่วไปก็พบว่าค่อนข้างมีความเห็นไปในทางเดียวกัน  คือแฟนๆไม่ค่อยชอบอัลบั้มชุดนี้เท่าไหร่นัก
เรียกว่าอัลบั้มนี้ได้คะแนนและความชอบจากแฟนๆต่ำกว่าทุกชุดที่เคยมีมาของพวกมัน
จะเรียกว่าพวกมันเพิ่งจะแพ้สงครามก็คงครั้งนี้ก็พอจะพูดได้อยู่
หลังจากออกชุดนี้พวกมันก็ออกทัวร์ ออกซิงเกิ้ลอะไรไปตามเรื่องตามราวตลอดปี
คล้ายการlong march  แห่งกองทัพแดงของประธานเหมา



หลังจากบ่มตัวในฐานทัพลับสามปีเต็ม
โดยในระหว่างนั้นพวกมันก็ยิงจรวดซิงเกิ้ลบ้าง
ออกไปแจมครอสเจนกับวงอื่นบ้างออกมาเป็นระยะ
< มันทำอัลบั้มcover ของโคตรวงไวกิ้งเมทัล amon amart  แถมทำออกมามันส์ด้วยอ่ะ >
พอให้รู้ว่าพวกมันยังมีฤทธิ์อยู่นะว้อย อย่าลืมกัน





และในที่สุด จากการสะสมสรรพาวุธเต็มกำลัง รถถัง เครื่องบิน เรือรบ เรือดำน้ำ จรวดนิวเคลียร์
พวกมันพร้อมเปิดแนวรบเข้าสู่สมรภูมิประจันบานอีกครั้งแล้ว







อัลบั้มใหม่ ชื่อ The great war  กำลังจะออกโจมตีทุกสนามรบของชาวหูเหล็กในเดือนนี้แล้ว
19/jul/  2019 คือวันเปิดฉาก  ประกาศสงคราม album release
Title track นำร่องคือ Bismarck  ตำนานแห่งเรือพิฆาตยักษ์แห่งเยอรมัน


มากระโจนเข้าสู่แนวรบแห่งความมันส์ด้วยกันเถิดทหาร





หมายเหตุ :  ข้อมุลเหล่านี้ผมรวบรวมสะสมประสบการณ์ในการเสพมาจากหลายที่
                 ทั้ง quiet storm , music express , metal pit ,Fanzineต่างๆ ..
                  รวมทั้งสื่ออินเตอร์เนตทั่วไป  และความเห็นส่วนตัวจากประสบการการฟังเพลงของตัวเอง 
                   ผมนำมายำรวมเข้าด้วยกัน ที่ทำขึ้นก็เพื่อระบายความมันส์ส่วนตัวครับ 
                  หากมีข้อมูลใดผิดพลาด  หรือ สำนวนไม่เหมาะสมอย่างไร
                  ขอน้อมรับความผิดทุกประการด้วยตัวผมคนเดียวครับ 
                  ยินดีรับความคิดเห็นเพื่อนๆพี่ๆทุกคนครับ  [smile03] [smile03]


                 
                  ทุกวงการมีคำว่าพี่น้องเสมอ
                  Metal brother Hood , Longlive Metal
 

                สนับสนุนศิลปินด้วยการซื้อแผ่นแท้และไปดูคอนเสิร์ตกันนะจ๊ะนะจ๊ะ  [perv02]

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14/07/2562 [20:49:39] โดย GAMMARAY »
ขอความกรุณาปิด Ad-Blocker เวลาเปิดเว็บนี้ด้วยครับ
เว็บไซต์ของเรามีรายได้เพียงทางเดียวคือรายได้จากการโฆษณา และหนึ่งในช่องทางโฆษณาของเราคือ Google adsense หากคุณใช้ โปรแกรมหรือตัวเสริมที่บล็อกโฆษณาประเภท Ad-Blocker กับเว็บของเรา ก็จะทำให้ทางเว็บขาดรายได้ส่วนนี้ไป โฆษณาที่ทางเว็บเลือกก็เป็นแบบที่ไม่รบกวนผู้ใช้งานมากนักอยู่แล้ว ไม่ชอบก็เลื่อนผ่านๆไปได้ครับ ดังนั้นขอความกรุณาใส่ c1ub.net ไว้ใน whitelist ของโปรแกรมหรือปิดการทำงานของโปรแกรมบล็อกโฆษณาด้วยครับ (หากคุณเห็นข้อความนี้โดยที่ไม่ได้ใช้โปรแกรม Ad-Blocker ใดๆ รบกวนจิ้ม --> ส่ง PM บอกแอดมิน ทีครับ)
#1 Re: มนต์เพลง METAL 2 เมื่อ: 19/07/2562 [11:19:40]
ความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในวงการเมทัล





อังเดร มาโตส  ANDRÉ MATOS 
อดีตฟร๊อนต์แมนของโคตรวงบราซิลเลียนพาวเวอร์  ANGRA และอีกหลายๆวง


ฟรอนต์แมนเจ้าของเสียงร้องอันทรงพลังจากหลายวงของเขาที่ผ่านมาในวิถีเมทัลเฮด
ได้เสียชิวิตลงแล้วเมื่อวันที่ 8 June 2019  ด้วยอายุเพียง 48 ปี
จากการยืนยันเป็นทางการ ด้วยสาเหตุของโรคหัวใจกำเริบ (ที่มา – bravewords.com)


เรื่องนี้สำหรับวงการเมทัลแล้วนับว่าได้เสียบุคลากรอันทรงคุณค่าคนหนึ่งไปอย่างน่าตกใจและแสนเสียดายที่สุด
เพราะสำหรับ มาโตสแล้ว ไม่มีใครกังขาถึงความสามารถในพลังเสียงของเขาเลยแม้แต่นิด
โทนเสียงในเพอร์ฟอร์มานส์ที่แผดทะยานขึ้นสูงได้อย่างไม่มีเพดานจำกัด 
การไวเบรโตเสียงที่ขยี้ได้ทุกตัวโน๊ตที่เรียงหน้าเข้าหาด้วยความเร็วปานอิงวี่มาขยี้สายใส่ 
เนื้อเสียงที่ทรงพลังมีความหนาแน่นแต่แอบโรแมนติคเล็กๆ

สิ่งเหล่านี้มาโตสมีครบถ้วนเกินคำว่าสมบูรณ์แบบสำหรับฟร๊อนต์แมนวงเมทัลของวงการ
แต่ถ้าเราทราบเพิ่มขึ้นอีกนิดว่า นอกจากเสียงอันเป็นดั่งพระเจ้าประทานให้แล้ว
มาโตส ยังแต่งเพลงได้ยอดเยี่ยมไร้เทียมทานอีกด้วย 
และด้วยวัยเพียง48ปีของเขา เขายังจะไปได้อีกใกลบนเส้นทางแห่งเมทัล






มาโตสเป็นคนเซาเแปาโล บราซิล เริ่มเล่นเปียนโนเป็นเครื่องดนตรีชิ้นแรกตั้งแต่อายุสิบขวบ
และ ในช่วงปี 1985  เขาเริ่มต้นชิวิตนักดนตรีครั้งแรกอย่างเป็นทางการกับวงเมทัลของบราซิล ชื่อ Viper อยู่ช่วงหนึ่ง
ตอนนั้นเขาอายุเพียง14 ปีเท่านั้น  ใช่ อ่านไม่ผิดหรอก แค่14 ปี
เมื่อแนวทางดนตรีในวง Viper เปลี่ยนไปเขาจึงออกจากวงไป
ในระยะเวลานั้น มาโตสมีความสนใจในดนตรีคลาสสิค และมันเขาก็ลงลึกศึกษาไปกับมัน


 ในช่วงต่อมาหลังจากการกลับเข้าสู่การศึกษาวิชาดนตรีจนจบแล้ว
เขาเริ่มฟอร์มวงใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง
ในปี 1991 วงชื่อ Angraได้ถูกฟอร์มขึ้น
ใครจะรู้ ว่านี่แหละ คือสิ่งที่เขาและเพื่อนสมาชิกจะพามันผงาดสู่โลกเมทัลในเวลาใม่ช้า 


และแล้วในที่สุด ปี1993   ANGRA ก็ได้ฤกษ์ออกสตูดิโออัลบั้มชุดแรก คือชุด Angels Cry




Carry On  คือไทเทิลแทร๊คเปิดตัวของ Angra
ครั้งแรกที่อัลบั้มนี้ออกมาในปี 1993  เหล่านักวิจารณ์ถึงกับอึ้งกิมกี่ไปเลย
เมื่อพวกเขาเจอกับท่อนอินโทรเข้าสู่อัลบั้ม "Unfinished Allegro" ที่บรรเลงโดยวงออร์เครสตร้า
และตามด้วยท่อนขึ้นต้นของ  Carry On ที่มันเปิดด้วยท่อนริฟท์กระชากและตามด้วยริฟท์ควบด้วยลีลาโลดโผนโจนทะยาน
เหล่านักวิจารณ์ก็คิดว่าคงกำลังจะเจอกับวงพาวเวอร์ลูกหลานไอ้ฟักทองเฮลโลวีนที่มาจากบราซิลอีกวงเข้าแล้ว


แต่พวกเขาคิดผิด  เพราะหลังจากฟังไปเต็มๆเพลง
พวกนักวิจารณ์พวกนั้นไม่สามารถจะจัดหมู่ Carry On  ให้เข้าพวกสายไหนแบบเต็มๆได้เลย
ในนั้นมีสารพัด ทั้งเครื่องเพอร์คัชชั่นที่เคาะแบบบราซิลเลี่ยนชัดเจน 
หรือแม้กระทั่งใส่เครื่องเป่าอย่างแตรที่ก็ไม่ได้เป่าเข้าเสกลเพลงเลย แต่มันฉีกออกไปแบบแซมบ้าชัดเจน
นี่มันเป็นการผสานกันที่แปลกประหลาดแต่ลงตัวอย่างที่สุด มันคือความใหม่สดสุดๆแล้วในยุคนั้น < ถึงจะยุคนี้ก็เถอะ >


และไม่ใช่แค่ไทเทิลแทรคเท่านั้นที่ดีงาม
ทุกๆเพลงในอัลบั้มนี้ ขอบอกเลยว่ามันจะพาคนฟังไปเพลินๆจนหมดอัลบั้มโดยไม่รู้สึกตัว
< ผมนี่ฟังจนเทปยืด กว่าจะมาถึงยุค CD ตอนนั้นอัลบั้มนี้ออกกับค่าย โซล่ามิวสิคในบ้านเรา  >

และด้วยอัลบั้มแจ้งเกิดนี้เอง ที่พา ANGRA  พุ่งทะยานขึ้นชาร์ต ในยุโรปและญี่ปุ่น อย่างไร้ข้อกังขาใดๆ





,มาโตสอยู่กับ ANGRA  3สตูดิโอ อัลบั้ม คือ Angels Cry (1993) ,Holy Land (1996) และ Fireworks (1998)
ซึ่งในแต่ล่ะย่างก้าวของวงนั้นเหมือนกับเขาโดดขึ้นบันไดสุงขึ้นไปเรื่อยๆ 
เพราะในอีกสองอัลบั้มต่อมา ทั้งความซับซ้อนและจินตนาการในบทเพลงของวงดุจะเพิ่มพูนขึ้นไปอีกมาก
และพวกเขาไม่ตกอยู่ไต้เงาของใครอีกต่อไปแล้ว
< สองชุดที่ตามมา ออกไปทางสัดส่วนโปรเกรสสีพมากขึ้น  >



หลังจากนั้น ในปี 2001 เมื่อความเห็นในวงของเขา<รวมถึงมือเบส และมือกลอง>
ไม่ตรงกับสองเพื่อนมือกีตาร์คู่คือ  Rafael Bittencourt and Kiko Loureiro
มาโตสและ Luis Mariutti (มือbass) and Ricardo Confessori (drums) จึงแยกออกมาทำวง  Shaman
และนั่นก็ไม่ทำให้แฟนเพลงที่ตามพวกเขามาต้องผิดหวัง 
วงใหม่นี้ไม่ต่ำกว่ามาตรฐานที่พวกเขาทำเอาใว้กับAngraเลย
Shaman  ยังแจ่มแจ๋วแบบเดิมอย่างที่พวกเขาเคยทำฝากฝีมือเอาใว้
 โดยครั้งนี้ เขามาพร้อมกับพาร์ตดนตรีที่ซับซ้อนมากขึ้น
และสัดส่วนความเป็นโปรเกรสสีพและความเป็นเวิร์ลมิวสิคอย่างเข้มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด





อย่างไรก็ตามในปี 2006 มาโตส และ  Mariutti มีความเห้นไใม่ตรงกับ  Confessori  มือกลอง
จึงได้แยกออกมาทำโซโลอัลบั้มใหม่ของตัวเองในชื่อง่ายๆ ANDRÉ MATOS


หลังจากนั้นดูเหมือนว่า ไม่มีอะไรจะหยุดยั้งมาโตสได้อีกแล้ว

เขาพาวงโซโลของตัวเองเข้าร่วมออกทัวร์คอนเสิร์ตแทบจะรอบโลกกับเพื่อนพ้องในวงการ เช่น  Scorpion หรือ Edguy ๆ ร่วม50ทัวร์





Avantasia วงโอเปร่าเมทัลซึ่งเป็นไซด์โปรเจ๊คขนาดยักษ์ของโทเบียส ซามเมต แห่งEdguy
 ได้เชิญมาโตสเป็นหนึ่งในแขกรับเชิญด้วย โดยมาโตสได้วนเวียนอยู่กับไซด์โปรเจคนี้เรื่อยมาจนแม้กระทั่งช่วงก่อนเสียชิวิต






ปี 2010 มาโตสยังได้เคยเข้าร่วมกับซุปเปอร์กรุ๊ปรวมดาวยูโรเมทัล ชื่อSymfonia ซึ่งเป็นวงรวมดาวอย่างแท้จริง
Timo Tolkki มือกีตาร์แห่งstratovarius ,
 Uli Kusch ยอดมือกลองแห่ง Helloween ,
Jari Kainulainen มือเบส stratovarius
 และ Mikko Härkin มือคีย์บอร์ดแห่ง Sonata Arctica และ Kenziner 
มาโตสและพวกเขาเหล่านี้ ออกอัลบั้มกันและออกทัวร์ร่วมกัน  จนกระทั่ง Timo Tolkki มือกีตาร์ ประกาศยุติบทบาทในอาชีพตัวเองลง






ปี  2012, มีการประกาศการ Reunion วง Viperและ Shamanขึ้นอีกครั้ง
 มาโตสไปได้สวยงามในวงการอีกครั้งและอีกหลายๆครั้ง พวกเขาออกคอนเสิร์ตร่วมกับ Helloween และ Iron Maiden
มาโตสและวงตระเวณทัวร์ไปทั่ว


แต่แล้วในวันที่  8 June 2019.  ได้มีรายงานข่าวอย่างเป้นทางการแถลงว่า
เขาได้เสียชิวิตเสียแล้วจาก อาการโรคหัวใจกำเริบ  < A heart attack >

นักร้องผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งแห่งวงการเมทัล เสียชิวิตลงด้วยวัยเพียง 48 ปี ซึ่งนับว่าเป้นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างที่สุด
หากมองถึงวัยของเขาผลงานที่เขาได้สร้างขึ้นมาตลอดการเป้นนักดนตรี
เขาควรจะมีเวลาสำหรับสร้างสรรค์ผลงานศิลปะให้ได้นานกว่านี้
โลกอาจได้พบเจอสิ่งใหม่ๆอะไรในวันข้างหน้าจากความสามารถของเขาก็ได้


แต่ความตายไม่เคยเลือก เพศ วัย ฐานะ ความดีเลว หรือแม้แต่อายุ อันเป็นสัจธรรมโลก

 
ฉะนั้นแล้วถึงแม้เขาจะไม่อยู่ในโลกใบนี้อีกต่อไปแล้วก็ตาม
แต่สิ่งสุดอัศจรรย์ที่มาโตสได้สร้างสรรค์เอาใว้เป็นประจักษ์พยานให้แก่โลกนี้
ด้วยน้ำเสียงและบทเพลงอันทรงพลังของเขาจะเป็นมรดกให้คนรุ่นหลังได้จดจำต่อไป






หมายเหตุ :  ข้อมุลเหล่านี้ผมรวบรวมสะสมประสบการณ์ในการเสพมาจากหลายที่
                 ทั้ง quiet storm , music express , metal pit ,Fanzineต่างๆ ..
                  รวมทั้งสื่ออินเตอร์เนตทั่วไป  และความเห็นส่วนตัวจากประสบการการฟังเพลงของตัวเอง 
                   ผมนำมายำรวมเข้าด้วยกัน ที่ทำขึ้นก็เพื่อระบายความมันส์ส่วนตัวครับ 
                  หากมีข้อมูลใดผิดพลาด  หรือ สำนวนไม่เหมาะสมอย่างไร
                  ขอน้อมรับความผิดทุกประการด้วยตัวผมคนเดียวครับ 
                  ยินดีรับความคิดเห็นเพื่อนๆพี่ๆทุกคนครับ  [smile03] [smile03]


                 
                  ทุกวงการมีคำว่าพี่น้องเสมอ
                  Metal brother Hood , Longlive Metal
 

                สนับสนุนศิลปินด้วยการซื้อแผ่นแท้และไปดูคอนเสิร์ตกันนะจ๊ะนะจ๊ะ  [perv02]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19/07/2562 [20:51:50] โดย GAMMARAY »
#2 Re: มนต์เพลง METAL 2 เมื่อ: 05/08/2562 [21:06:57]
up หน่อยกันกะทู้ตายครับ  [perv03]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31/08/2562 [21:19:15] โดย GAMMARAY »
#3 Re: มนต์เพลง METAL 2 เมื่อ: 04/09/2562 [10:00:24]
Grave digger  วงคุณน้าจอมโหด


มันไม่ใช่มีแต่วงการเพลงป๊อบ เพลงโซล เพลงคันทรี่ หรืออื่นๆเท่านั้นหรอกที่เหล่าศิลปินผู้สุงอายุแล้วจะยังสามารถออกคอนเสิร์ตได้
แต่ในแวดวง เอ๊กสตรีมมิวสิค หรือเรียกง่ายๆว่า วงการหูเหล็กก็มีเมทัลเลียนรุ่นลายครามที่ยังแอ๊คทีฟอยู่เช่นกัน
และไม่ใช่มีน้อยๆซะด้วย พวกเฮียๆลุงๆพวกนี้ยังออกโลดแล่นแจกความมันส์อย่างน่าซูฮกอยู่  [gurock01]

อย่างเช่นไอ้ปิศาจเหล็กไหลแห่งเกาะอังกฤษ  IRON MAIDEN
พวกนี้อายุของตะละคนก็ฟาดเข้าไปหกสิบอัพกันแล้ว แต่ลุงๆแกก็ยังเฮ้วกันแอยู่แบบสุขุมๆ  [mad02]

U.DO.  ลุง อูโด เดิร์คชไนเดอร์ อดีตนักร้องนำ ACCEPT นี่ก็67ปีแล้ว   [mock01]
แกยังใช้เสียงผีตายซากของแกขับกล่อมแฟนเพลงได้อยู่ แถมออกอัลบั้มใหม่ได้เรือยๆซะด้วยสิ 

JUDAS PRIEST  เมทัลก๊อดเจ้าของพลังเสียงทลายตึกคิงคองปีนอย่าง ร๊อบ ฮาล์ฟอร์ดนั่น ก็60ขวบ
แต่ถ้ายังแก่ไม่มากพอ ปู๋เกลน ทิปตันมือกีตาร์เทพนั่นล่อเข้าไป 71 หงำแท้แต่ยังร๊อค  [lol01]

OZZY  เดชหมูผีอย่างป๋าอ๊อซซี่ของหลานๆ นั่นก็ 70 แล้วเช่นกัน



วันนี้มาดูอีกวงหนังเหนียวสักวงหนึ่งกันดีกว่า 




Grave digger 





เริ่มตั้งวงมาตั้งแต่ต้นยุค 80'  ตกมาถึงวันนี้ อายุวง ก็ใกล้จะ40ปีเข้าไปอยู่รอมมะร่อแล้ว
แต่ไอ้แก่พวกนี้ก็ยังไม่ยอมพักวงเข้าวัดฟังเทศน์ฟังธรรมกันเสียที  [smile02]



 ภาคดนตรีโดยรวมพวกมันเป็นเยอรมันพาวเวอร์ไม่เน้นเมโลดี้
จังหวะมีตั้งแต่ เร็วจัดแบบที่เรียกว่า gallop beat หรือพากษ์ไทยว่าม้าควบ ตึ่กตึ่กๆๆๆๆๆๆ
จังหวะปานกลาง เน้นย้ำพยางค์โน๊ตหนักท่อนปลายแบบชวนโยกให้คอเคล็ดก็มี

หรือกระทั่งบางเพลงยังทำจังหวะช้าแบบบัลลาดก็มี
แต่บัลลาดของมันอย่านึกว่าจะหวานเหมือน holidayของ scorpionหรือพวกซอฟต์ร๊อคแฮร์แบนด์อื่นๆเค้านะ

บัลลาดของพวกมันให้ความรู้สึกเหมือนรถบดถนนแบบนั้นแหละ
หนัก ทึบ มืด ครืดคราดๆ ก็ไม่รู้มันจะทำมาทำไมเหมือนกัน  [hungry01]


เครื่องดนตรีโดยรวมๆ คือวงสี่ชิ้น บางอัลบั้มอาจมีห้าชิ้น

หลักๆแล้ว เครื่องดนตรีคือกีตาร์ บางชุดก็กีตาร์คู่   เบส   คีย์บอร์ด  กลอง






สมาชิกไลน์อัพล่าสุด <ข้อมูลจาก wiki >

Chris Boltendahl – vocals (1980–present); bass (1980–1982, 1985)
Jens Becker – bass (1998–present)
Axel Ritt – guitars (2009–present)
Marcus Kniep – keyboards (2014–present); drums (2018–present)


สมาชิกในตำแหน่งพวกนี้ ล้วนหมุนเวียนกันเข้าออกไม่แน่นอน
บางคนอาจอยู่สองสามชุด บางคนอาจมาแค่ชุดเดียว
ยิ่งตำแหน่งคีย์บอร์ดด้วยแล้ว ยิ่งเหมือนมาจากโลกอื่น
เพราะมันให้เครดิตในปกว่า ผู้เล่นชื่อ the reaper
 แถมให้ใส่ชุดคลุมแบบยมทูตด้วยซ้ำ
เรียกว่าไม่ต้องรู้หรอกว่าใครเล่น  ฟังๆไปเหอะ
  [lol01] [lol01]




ห้องเครื่องหลักจริงๆของวงตั้งแต่แรกคลอด จึงคือน้าคนนี้   
คริส โบทันดาห์ล  นักร้องนำ ผู้เป็นแบนด์ลีดเดอร์ 
เขาคือผู้ควบคุมวง ผู้แต่งเพลงหลัก ผู้คิดธีมอัลบั้ม ทิศทางของวง

เพราะฉะนั้น
Grave diggerก็คือคริส โบทันดาห์ล



เสียงร้องของแบนด์ลีดเดอร์   คริส โบทันดาห์ล
เขาใช้เสียงสำรอกแบบติดสากๆ แต่ไม่หยาบถึงพวกแบล็ค หรือเดธ
เมื่อต้องใช้เสียงสำรอกแบบบีบลำคอนี่เอง จึงไม่มีคีย์เสียงร้องที่โหนแหลมสูงมากนัก
จะมุ่งไปในทางกดต่ำมากกว่า  เพราะฉะนั้นใครที่ฟังพาวเวอร์ในสายโหนอาจต้องปรับหูกันนิดนึง
[perv03]




เนื่องด้วยวงนี้  ชอบทำงานที่มีธีมอัลบั้มเกี่ยวข้องกับ สงครามโบราณ  ประวัติศาสตร์ ตำนานปรัมปรา  และเรื่องราวของชาวเมทัล
ในแต่ล่ะชุดที่หมายมั่นปั้นมือ พวกมันจะโผล่มาในคอนเซปที่มีธีมตามแต่ล่ะอัลบั้มกำหนดมา




อายุวงนี้โคตะระยาวนาน ซึ่งอาจยาวนานพอๆกันหรือมากกว่าไอ้ปิศาจเหล็กกล้าจากเกาะอังกฤษIRON MAIDENเสียด้วยซ้ำ
สตูดิโออัลบั้มของพวกมันจึงมียาวววววย้าวววววยาววมากมายเหลือเกิน
เกือบ20สตูดิโออัลบั้ม และ 20 ep จาก37ปีของวงการของพวกมันซึ่งมันมากมายมหาศาล ยิ่งกว่าวงคาราบาวเสียอีก

ดังนั้นจะขอยกตัวอย่างอัลบั้มที่คิดว่าคุ้มค่าพอจะสละเวลาฟังสักเล็กน้อย


Tune of war  1996




Knight of the cross  1998




EXTCALIBUR 1999




The last supper  2005




ลองไปหาฟังเอาเถิด แจ่มจิตนักแล


ส่วนใครที่อยากรู้จักพวกมันรวมๆก่อนจะไปเจาะตามอัลบั้มโดยไม่อยากเสียเงินซื้อแผ่นมากๆ
ก็ขอแนะนำให้ลองหาอัลบั้มรวมฮิตของพวกมันมาลองฟังดูก่อนก็ได้จ้ะ [perv03] [perv03]
 และเนื่องด้วยอายุวงที่ยาวนานของพวกน้าๆนีเอง
The best Hit   ขงน้าเลยมีสองยุคคือชุดรวมยุค 80'  อันนั้นก็จะออก old school metal หน่อย
ส่วนอีกชุดรวมของมันก็จะเป็นในยุคใหม่แล้ว ซาวด์ก็จะทันสมัยขึ้นมาแบบเมทัลยุคนี้แหละ


เห็นหน้าปกแบบนี้ก็รู้แล้วว่ายุคไหน [lol01] [lol01]



อันนี้ใหม่ขึ้นมาอีกหน่อย [smile04]






หมายเหตุ :  ข้อมุลเหล่านี้ผมรวบรวมสะสมประสบการณ์ในการเสพมาจากหลายที่
                 ทั้ง quiet storm , music express , metal pit ,Fanzineต่างๆ ..
                  รวมทั้งสื่ออินเตอร์เนตทั่วไป  และความเห็นส่วนตัวจากประสบการการฟังเพลงของตัวเอง 
                   ผมนำมายำรวมเข้าด้วยกัน ที่ทำขึ้นก็เพื่อระบายความมันส์ส่วนตัวครับ 
                  หากมีข้อมูลใดผิดพลาด  หรือ สำนวนไม่เหมาะสมอย่างไร
                  ขอน้อมรับความผิดทุกประการด้วยตัวผมคนเดียวครับ 
                  ยินดีรับความคิดเห็นเพื่อนๆพี่ๆทุกคนครับ  [smile03] [smile03]


                 
                  ทุกวงการมีคำว่าพี่น้องเสมอ
                  Metal brother Hood , Longlive Metal
 

                สนับสนุนศิลปินด้วยการซื้อแผ่นแท้และไปดูคอนเสิร์ตกันนะจ๊ะนะจ๊ะ  [perv02]






« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07/11/2562 [20:57:58] โดย GAMMARAY »
#4 Re: มนต์เพลง METAL 2 เมื่อ: 04/09/2562 [11:36:50]
เมทัลนี้ผมชอบเมโลดี้นะ แต่จะไม่ชอบเนื้อเพลงพวกเกี่ยวกับสงคราม ซาตาน นรก สวรรค์ ตำนานนั่นนี่ เพราะรู้สึกมันเพี้ยนๆเลอะเทอะไปหน่อย [awkward01]
#5 Re: มนต์เพลง METAL 2 เมื่อ: 04/09/2562 [20:00:43]
เมทัลนี้ผมชอบเมโลดี้นะ แต่จะไม่ชอบเนื้อเพลงพวกเกี่ยวกับสงคราม ซาตาน นรก สวรรค์ ตำนานนั่นนี่ เพราะรู้สึกมันเพี้ยนๆเลอะเทอะไปหน่อย [awkward01]

ฮ่าๆๆ จริงๆเมทัลมีที่กล่าวถึงอย่างอื่นอยู่เหมือนกันนะครับ
แต่มันอาจจะเป็นแทรช หรือหนักกว่านั้นไปอ่ะครับ [smile01]
อย่างพวกเรื่องการเมือง สังคม อย่าง METALLICA  FEAR FACTORY PANTERA  SLAYER  หรือ DEZEMBER วงไทย
เรื่องธรรมชาติ  อย่าง ดอนผีบิน หรือ SEPULLTURA
แนวไซไฟ GAMMA RAY , Dream Thearter , 
ปาร์ตี้เมารากแตก อย่าง TANKARD


แต่พอดีพวกยูโรพาวเวอร์ หรือพาวเวอร์อื่นๆที่ผมชอบมันดันมีแต่เรื่องราวเกี่ยวกับสงคราม ซาตาน นรก สวรรค์ ตำนานซะนั่นน่ะสิครับ  [lol01]
เพราะส่วนตัวผมสนใจเรื่องประวัติสาสตร์ ตำนานเก่าๆน่ะครับ มันมีเสน่ห์ [mad02]
ผมว่ามันเข้ากันกับเครื่องดนตรีที่สุดล่ะ     [lol01] [thumbup] [gurock01]

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23/10/2562 [20:56:49] โดย GAMMARAY »
#6 Re: มนต์เพลง METAL 2 เมื่อ: 05/09/2562 [08:57:20]
#7 Re: มนต์เพลง METAL 2 เมื่อ: 06/12/2562 [15:24:48]
แจ้งข่าวชาวร๊อค อัลบั้มใหม่ของ blind guardian ออกแล้วจร้าาา  [cheer01] [perv01]
ชุด twilight orchestra




ชุดนี้มาแปลกจริงๆ วงเมทัลที่ทำเพลงไม่มีกีตาร์ซักชิ้น แต่ดันไปรวมกับวงออร์เครสตร้า
แล้วก็คนในวงมาออกหน้ากันแค่สองคน  อังเดร โอลด์บริซ กับ ฮัันซีเคอร์ช  [smile02]

<กำลังตั้งใจจะเขียนรีวิวถึงพวกมันพอดีทีเดียวเชียว  [mock01]>

สนใจเชิญหาฟังกันเองได้เลยจร้า  [lol01]
เพิ่งออกเมื่อต้นเดือน NOV นี้เอง
boxset 3แผ่น  24เพลง   ราคาประมาณ 33ยูโร [mock02]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18/12/2562 [19:42:30] โดย GAMMARAY »
#8 Re: มนต์เพลง METAL 2 เมื่อ: 25/12/2562 [08:54:45]
we wish u a merry christmas [gurock01] [gurock01]
สุขสันต์วันคริสตื์มาสกันทุกคนจร้าาาาาา







#9 Re: มนต์เพลง METAL 2 เมื่อ: 28/12/2562 [20:14:33]
we wish u a merry christmas [gurock01] [gurock01]
สุขสันต์วันคริสตื์มาสกันทุกคนจร้าาาาาา






สุขสันต์วัน....อ้าว เลยมาสามวันแล้ว โทดคับ [mock02]
#10 Re: มนต์เพลง METAL 2 เมื่อ: 28/12/2562 [21:04:53]
สุขสันต์วัน....อ้าว เลยมาสามวันแล้ว โทดคับ [mock02]

กร๊ากกก  งั้นเดี๋ยวอีกทีตอนเคาต์ดาวน์เลยละกันครับ ฮ่าๆๆๆๆๆ   [lol01] [lol01] [smile02] [cheer01]

อวยพรให้ทุกท่านมีความสุขกันล่วงหน้าทุกท่านเลยนะครับ  [smile03] [cheer01]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16/03/2563 [19:51:48] โดย GAMMARAY »
#11 Re: มนต์เพลง METAL 2 เมื่อ: 08/04/2563 [14:15:58]
ถึงแม้ว่าGenrของเมทัลนั้นจะมีแยกยิบย่อยออกไปมากก็ตามทีเหอะ
แต่ลองนึกภาพดูว่าทั่วโลกมีวงร๊อค วงเมทัลเป็นร้อยๆพันๆวงดูสิ

ร๊อค เมทัล พาวเวอร์   เมโลดิค นีโอคลาสสิค  กีตาร์ฮีโร 
แทรช เดธ ไกรน์คอร์ บรูตัล   แบล๊ค และอีกเยอะแยะประเภท  [confuse01]
แต่ถึงจะอย่างนั้นมันก็ไม่ได้แยกออกมาเยอะจนสามารถเป็นแนวแบบปัจเจกได้ครบทุกวงหรอก   
เอาแค่Genr เฮฟวี่อย่างเดียวก็มีเป็นร้อยวงแล้ว  [confuse01]

เพราะฉะนั้น นอกจากฝีมือทางดนตรีของวงเหล่านี้จะต้องแข่งกันให้ยอดเยี่ยมโดดเด่นแล้ว
ภาพลักษณ์ของวงจะต้องชัดเจนจนสามารถส่งให้ตัววงออกมาในภาพเป็นปัจเจกให้คนได้รู้จักและจำได้ทันทีเมื่อแรกเห็น
[mock01]





รอบนี้อยากขอแนะนำสักวงนึง เป็นวงที่มีอายุเก่าเข้าขั้นรุ่นน้าคลาสสิคไปแล้ว

พวกมันคือ


MANOWAR   [gurock01] [gurock01]



วงอเมริกันเฮฟวี่เมทัลวงนี้มีอายุในวงการร่วม 40 ปีเข้าไปแล้ว   [shock02]
ซึ่งการที่ยืนระยะอยู่มาได้ขนาดนี้ แปลว่าน่าจะมีอะไรไม่ธรรมดาแน่ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
( ตลาดเพลงของอเมริกาและทั่วโลกนั้นใหญ่มาก มีศิลปินใหม่ๆเกิดขึ้นเบียดแย่งพื้นที่กันอยู่ตลอดเวลา )


พวกน้านี่เขาเป็นวงจากนิวยอร์คกัน  ตั้งวงเมื่อปี 1980
 < ปีนี้ 2020  พอนับดูอายุวงนี่อย่างแก่เลย 40ปี  >



MANOWAR หลักๆแล้วเป็นวงเฮฟวี่ 4 ชิ้น คือ ร้องนำ , กีตาร์ , เบส. กลอง 

แต่จะมีเพิ่มเติมเครื่องดนตรีอื่นลงไปด้วยเวลาออกทัวร์ หรือ ในสตูดิโออัลบั้ม  เช่นคีย์บอร์ด ซินธ์  หรือเครื่องเป่าบางชนิด
วงนี้เขาclaim ตัวเองว่าคือวงเฮฟวี่ที่แท้จริง the true metal ส่วนจะจริงแท้แค่ไหน ต้องไปถามแฟนๆดู


หัวจักรจริงๆเลยก็คือมือเบส น้าJoey DeMaio
เขาคนนี้จะเป็นเคนคิด themeไอเดีย     การแต่งเพลง conceptualแนวทางของวง




โดยเรื่องก็เริ่มจาก Joey DeMaio มือเบสได้หารือกับ  Ross(  the Boss ) Fried  ที่เป็นมือกีตาร์
โดยทั้งคู่มีความคิดอยากจะตั้งวงเมทัลขึ้นมาเองสักวงบ้าง
( ตอนนั้นJoey เป็นทีมสตาฟฟ์ในช่วงการออกทัวร์ของวง BlackSabbath อยู่ )
แล้วจากนั้นก็ไปทาบทาม  Eric Adams ซึ่งเป็นเพื่อนเก่าของ Joey มาเป็นนักร้องนำ    [pravetgym01]

จากนั้นก็ได้มือกลองรุ่นแรกคือ carl canedy มาอยู่ด้วยช่วงสั้นๆ
แล้วตำแหน่งมือกลองของวงนี้ก็ถูกสลับสับเปลี่ยนมาเรื่อยๆในเวลาต่อมา
มือกลองที่อยู่นานที่สุดคือ scoti columbus  ปัจุบันคือ donnie hamzik
( จริงๆตำแหน่งอื่นด้วย แต่วงนี้มันเปลี่ยนมือกลองบ่อยกว่าตำแหน่งอื่น )


ในยุคปี 80' ของการตั้งวงนั้น  มันอยู่ในยุคแห่งการเบ่งบานของเหล่าปิศาจร้ายจากอังกฤษ [evil01]
คือยุคที่เรียกว่า NWOBHM หรือชื่อเต็มว่า   New wave of heavy British Heavy Metal
วงเมทัลจากฝั่งอังกฤษยุคนั้นชื่อเสียงเกรียงใกรจริงๆ และมีเยอะด้วย
ตัวอย่างที่พอคุ้นหูชาวไทยก็เช่น IRON MAIDEN , JUDAS PRIEST , BLACK SABBATH ,
SAXSON , DEF LEPPARD , VENOM ,

เมื่อเป็นอย่างนั้นนิวยอร์คอเมริกันเมทัลอย่างMANOWAR
จึงต้องสร้างภาพลักษณ์วงดนตรีของพวกเขาให้โดดเด่นแตกต่างเพื่อจะได้เป็นที่จดจำให้ได้
ในเมื่อจะเล่นเพลงเฮฟวี่ภาพลักษณ์มันก็ต้องเป็นอะไรที่มันแวรงส์ๆหน่อย

และที่สุดแล้วพวกไอ้น้าเลือกที่จะให้ MANOWAR มีภาพจำเป็นวงโคแนนนักรบแดนเถื่อน  [hungry02]
ด้วยการสร้างภาพลักษณ์ของวง  เนื้อหาเพลง  ที่ชอบกล่าวถึงตำนานโบราณ
โลกแฟนตาซี แบบโคแนนนักรบแดนเถื่อนแบบนั้นเลย




ซึ่งมันก็ชัดเจนตั้งแต่ปกอัลบั้มแล้วกับมาสคอตของวง
คือ Manowarrior นักรบไร้หน้ากล้ามบึ้ก หิ้วอาวุธมาเต็มเหนี่ยว  [evil01]
ที่เอาเข้าจริงๆมันก็โคแนนหน้ามืดเราดีๆนี่แหละ 
เรียกว่าจะออกอัลบั้มใหม่ จะออกทัวร์อะไรจะต้องใช้ Manowarrior 
หรือใช้ภาพพวก ดาบ ขวาน  โล่ห์ เป็นตัวชูโรงทุกครั้ง
( Ken Kelly ศิลปินผู้วาด เขาวาดออกมาได้สวยงามทุกอัลบั้มจริงๆ )


อันนี้ออกจะพิลึกๆหน่อย  มันหิ้วหญิงไปไหนนี่


แล้วอะไรไม่ว่า ไม่ใช่แค่ภาพมาสคอตหรือเนื้อหาเพลงอย่างเดียวนะที่เน้นกล้ามบ้าพลัง
แต่สมาชิกในวงทุกคน เล่นกล้ามกันจนเดินกางแขนกล้ามค้ำจั๊กกะแร้กันเป็นปูทะเลกันเลยทีเดียว  [lol01] [lol01]
พวกน้าๆนี่เค้าบึ้กยกวงจริงๆ  เรียกว่ารักษาคอนเซปกันไปยันชิวิตจริงเลย


ดูดิ มันเยิ้มเลยมั้ยล่ะ  [lol01] [lol01]



เนื้อหาโดยรวมในเพลงของ MANOWAR
หลักๆเลยคือ เรื่องของสงครามโบราณ นักรบคนเถื่อน  โลกแฟนตาซี ปิศาจ อสูรกาย

ความภูมิใจในความเป็นผู้ยืนหยัดในแนวทางMetal
 ( ทั้งชื่อเพลง ทั้งเนื้อเพลงต้องมีคำว่า Metal โคตรจะเยอะเลย
และมีมันทุกอัลบั้ม แบบว่าแน่วแน่ง่ะ )

พวกเขาสรรเสริญอเมริกันอินเดียน
และเชิดชูวิถีชิวิตของ อเมริกันฮาร์ดไบค์เกอร์ อีกด้วย
คือพวกเขายกย่องวิถีฮาเลย์ เดวิดสัน และบรรดาสิงห์อมควัน เอ๊ย สิงห์นักบิด  [perv03]
และต้องเป็นฮาเล่ย์เท่านั้นด้วยนะ อเมริกันสไตล์งัย



สีสรรค์ของ MANOWAR ยามออกคอนเสิร์ตคือ เวทีสุดอลังการ
( เอาจริงๆแล้วเวลาคอนเสริ์ตใหญ่ของพวกมันนี่เวทีอลังการ
สูสีพอๆกะ IRON MAIDEN หรือโชว์ของ The Kiss เลยทีเดียวนะ ) 



คอนเสิร์ตจะอุดมไปด้วย พลุ ดอกใม้ไฟ เสียงระเบิดตูมตาม คอสตูมสุดล้ำ 


โปรเจคเตอร์จอยักษ์  แสงเลเซฮร์   มีแม้กระทั่งวงออร์เครสตร้าในบางครั้ง 
เรียกว่าคอนเสิร์ตของพวกมันนั้นมุ่งเอนเตอร์เทนแฟนกันเต็มที่คุ้มค่าตั๋วทุกดอลล่าห์ที่แฟนๆจ่ายไปในทุกโชว์เลยว่ากันยังงั้น  [mock01]



เรื่องที่พวกมันภาคภูมิใจมากก็คือพวกมันปรับตั้งเครื่องเสียงเวลาเล่นคอนเสิร์ตได้ดังอย่างสนั่นลั่นโลก
ชนิดที่ว่าวงนี้เค้าติดกินเนสบุ๊คมาแล้วว่าเป็นวงที่เล่นได้ดัง < หนวกหู? > ที่สุดในโลก
แถมยังทำลายสถิติที่ตัวเองทำได้ถึงสามครั้ง เรียกว่ายิ่งเล่นยิ่งดัง < ไม่รู้ว่าตอนนี้แก้วหูสมาชิกวงยังดีอยู่มั้ย>
พวกไอ้น้ามันภูมิใจกับความหนวกหูของตัวเองด้วยการทำอัลบั้มชื่อ  Lounder Than Hell ออกมาซะเลย  [perv01]
( ไม่รู้เรียกว่าบ้าหรือความมุ่งมั่นดี )

แถมพวกน้ามันยัง Claim ตัวเองว่าเป็นวงแห่ง True Metal อีกตังหาก
ดูๆแล้ว น่าจะออกแนวซุปเปอร์อีโก้อย่างหนึ่ง


โดยภาพรวมของดนตรีแล้ว  MANOWAR เป็นอเมริกันเฮฟวี่เมทัลพันธ์อนุรักษ์นิยมมากถึงมากที่สุด
เคยได้ลองไล่ฟังเพลงมันมาตั้งแต่ยุคแรกๆ <ไม่ทุกอัลบั้มนะ แต่ได้ฟังหลายชุดอยู่ >
มาถึงยุคหลัง < ก็ไม่ทุกชุดอีกเหมือนกันแหละ แต่ก็ได้ฟังหลายชุด  เพราะวงนี้ไม่ค่อยมีค่ายในไทยรับมาปั๊มขาย มีเป็นบางชุด >
พบว่า MANOWAR ไม่เคยเปลี่ยนแนวทางเลย
ทุกอัลบั้มเป็นเฮฟวี่เพียวๆ เท่านั้น ไม่มีผสมอย่างอื่นมาเลย  เฮฟวี่เท่านั้น
เป็นเฮฟวี่แบบคลาสสิค  [perv02]

จากการฟังพวกมันมาหลายอัลบั้มพอประมาณ
ก็อยากจะแบ่งช่วงการเดินทางในเส้นทางดนตรีออกตามยุคตามวัย
และขอแนะนำอัลบั้มที่น่าสนใจในแต่ล่ะยุค เผื่อใครสนใจไปลองหาฟังดูนะ

ยุคแรก ยุค วัยรุ่นนมแตกพาน เห่อหมุย โฉ่งฉ่าง โป๊งเป๊ง  นี่คือช่วงปี 80'-90' 
ยุคนี้ยังหนุ่มกันทุกคน เพราะฉะนั้น มีเท่าไหร่พี่แกใส่หมดแม๊ก 
อัลบั้มแจ้งเกิด ที่ทำได้สะใจแฟนๆในยุคนั้นจนติดชั้นอัลบั้มคลาสสิค
อยากให้ลองฟัง  Battle Hym , และ King of Metal  ,
ถ้าลองฟังดูจะพบว่ามันอึกทึกครึกโครมสุดๆแบบวัยหนุ่มบ้าพลังดีชะมัด  [smile02]



Battle Hym



แต่จะอย่างไรก็ดีต้องออกตัวก่อนว่าซาวด์ของอัลบั้มที่แนะนำนี้มันเป็นซาวด์ของเมทัลยุค 80' นะ
บางทีคนยุคนี้มาฟังแล้วอาจจะแปร่งๆหูไปมั่งก็ถือว่าฟังใว้เป็นแนวทางก็แล้วกัน 




ยุคกลาง  ช่วงแห่งพลังขี้ใคลและโทสะแห่งหมาดเหงื่อ ช่วงปี 90' - 20'   [lol01] [lol01]

ซาวด์เริ่มใกล้เคียงกับปัจุบันมาขึ้น
อัลบั้มในยุคนี้อยากให้ลองฟัง ชุด The Triumph of Steel
ปกอัลบั้มชุดนี้นี่ชวนหยิบมาก สวยงามๆจริงๆ



อยากให้ลองฟังเพลง the power of thy sword กับ Ride the dragon ดู
ยิ่งเพลง the power of thy swordนั้น เสียงเอฟเฟคดาบชักออกจากฝักดังเช้งขวับๆชวนสะท้านใจเจ้าหนี้มาก
( คนล่ะชักดาบแล้วว้อย ) [lol01] [lol01] [lol01] [smile02]

หรืออัลบั้ม Louder than Hell ชุดนี้ความมันส์อาจจะด้อยหน่อยแต่เพลงมันส์ๆก็มีนะ



Outlaw เพลงนี้มันเป็นเพลงเมทัลคาวบอยที่มันส์ดี
หรือ เพลง The Gods Made Heavy Metal อันนี้ตรงๆเลย
มันว่า พระเจ้าสร้างเฮฟวี่เมทัลโว้ย แล้วพระเจ้าก็บอกว่ามันดี 
ว่ากันง่ายๆตรงๆไม่ซับซ้อนยังงี้แหละ




ยุคปัจุบัน  20'- Present  คุณลุงผู้นั่งคำรามในลำคอด้วยความสุขุม

หลังจากเหล่าเมทัลเฮดโดนพลพรรคเสื้อลายสก๊อตกรันจ์ซีแอตเทิลซาวด์ถล่มจนเลือดสาด ขี้แตกเละเทะ
(ยุคนั้นขนาดเมทัลมาเฟียอย่างMetallicaยังต้องหลบเลย คิดดู )

มาถึงวันฟ้าใส  นักรบกล้ามโตก็กลับมาอีกครั้ง  [mad02]
ในยุคหลังนี้ ไม่รู้ว่าด้วยอายุที่มากขึ้นหรือยังไง สังเกตว่าพวกมันเพิ่มพาร์ตพวกคีย์บอร์ด หรือ เมโลดี้ลงไปมากขึ้น
ลดความกร้าวลง มีบัลลาดมากขึ้น  หลายๆเพลงเน้นบรรยากาศซาวด์เอฟเฟค การเล่าเรื่อง 
< บอกไม่ถูก บางเพลงมีเสียงลม เสียงฟ้าผ่า หรือแม้กระทั่งคนคุยกัน อะไรแบบนี้แหละ แถมช่วงที่ว่านี่ยาวด้วยนะ >


ตัวอย่างเช่น อัลบั้ม God of war อันนี้ไปในทางเฮฟวี่ epic


คือมีพวกเครื่องสายหรือออร์เครสตร้าเข้ามาผสมอยู่เพียบ จังหวะเน้นปานกลางไม่ค่อยมีควบ ซาวด์เอฟเฟคยัดมาตรึม

THE LORD OF STEEL ชุดนี้ลดพาร์ต ออร์เครสตร้าลง และลดบัลลาดลง ( สงสัยโดนด่าจากชุดที่แล้ว )
หันมาเพิ่มความตึ้บในแนวทางเฮฟวี่คลาสสิคแน่นๆชัดๆอีกครั้ง



---------------------------------------------------------


เอาจริงๆแล้วเท่าที่ฟังๆไล่มาหลายๆชุดในช่วงเวลาหลายๆยุคของวงนี้นี่
ในแนวทางดนตรีก็ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นเกินหน้าวงรุ่นคลาสสิควงอื่นเท่าไหร่นัก  [confuse01]

เสียงร้อง แหบสากธรรมชาติ  ตะเบ็งสุงได้ถ้าต้องทำ
กีตาร์ ท่อนหวือหวาแบบพวกกีตาร์ฮีโรไม่มี แต่จะให้เล่นโซโล่ท่อนกลางเร็วก็เล่นได้ ริฟท์ดุๆก็เล่นได้
เบส ก็เล่นได้ตามมาตรฐานที่คนเบสต้องเล่นได้ ถึงท่อนโชว์เฉพาะเบส ก็ทำให้ดูได้
กลอง เบิ้ลสองกระเดื่อง ทำได้ จังหวะม้าควบ Gallop beat ไม่มีปัญหา ไล่ตามเก็บทันหมด
พาร์ตดนตรีเสริม พวกคียืบอร์ด เครื่องเป่า หรืออื่นๆในยุคหลังถูกใส่เข้ามาเพิ่มบรรยากาศเพลง
  [mad02]



 

คือโดยรวมของพวกมันนั้นเล่นได้ตามมาตรฐานที่วงเมทัลทั่วไปต้องเล่นได้นั่นแหละ
ไม่ได้มีเทคนิคโลดโผนอะไรนัก
ในตลอดช่วงเวลาในการออกอัลบั้มมา
ถึงพวกมันจะไม่ใช่วงที่สร้างผลงานที่ดีจนขึ้นชั้นได้อย่างสม่ำเสมอในทุกอัลบั้ม ในทุกเพลงที่เขียนออกมา
พวกมันอัลบั้มที่แย่บ้างดีบ้างตามประสา  และแถมดูว่ายิ่งช่วงสิบปีหลังของยุคปี20'มานี้ เรตติ้งความนิยมจะตกลงไปมากพอดู
( แถมพวกมันที่เป็นวงอเมริกันแท้ๆยังไม่ได้ความนิยมในบ้านเกิดมากเท่าไหร่เลย แต่กลับไปได้ดีในยุโรปมากกว่าอีกต่างหาก  )

ในช่วงหลายปีให้หลังนี้ ดูเหมือนว่า ทั้งภาพลักษณ์และรูปแบบดนตรีที่พวกน้าๆนี่นำเสนอกมาดูจะเป็นที่ถูกนำมาล้อเลียนมากขึ้น
อาจเป็นไปได้เหมือนกันว่ารูปแบบการนำเสนอ
ที่พวกน้าๆนักกล้ามพยามนำเสนอมาตั้งแต่แรกตั้งวงโดยไม่เคยปรับเปลี่ยนแนวทางเลยนั้น
อาจจะสวนทางกับกลุ่มแฟนเพลงที่แฟนรุ่นแรกเริ่มโรยรา
( คิดดูนะ แฟนเพลงที่อายุสัก 20-21 ในยุค 80'นั้น มาวันนี้พวกนี้ก็กลายเป็นปู่กันไปเยอะแล้ว ก็ขนาดน้าโจอีนี่ยัง 65ขวบเข้าไปแล้วนี่ )  [lol01]
ซึ่งมันสวนทางกลับกันกับการพัฒนาของรูปแบบกระแสดนตรีเมทัลสำหรับเด็กยุคใหม่ที่มีอะไรให้เลือกเสพได้มากกว่า


ถึงจะเป้นอย่างนั้นก็ตามเถอะ สิ่งเดียวที่พวกมันไม่เคยเปลี่ยนเลย
คือพวกมันสามารถมองหน้าและบอกเหล่าแฟนๆได้ทุกคนว่า


" พวกกูทำแต่เพลงเฮฟวี่ ไม่เคยคิดทำแนวอื่นเลยโว้ย  "   [cheer01]

และจะว่าไปวงนี้เค้าก็หัวการค้าไม่เบาเหมือนกันนะ เพราะพวกน้าแกขยันออกรวมฮิตกันซะเหลือเกิน  ซิงเกิลก็อีกเพียบ
แถมด้วยบันทึกการแสดงในที่ต่างๆอีกเป็นโขยง  เรียกว่าออกมากันลืมกันหัวปีท้ายปีเลยทีเดียว


สรุปปิดท้ายเอาดื้อๆว่า ถ้าอยากฟังเฮฟวี่แบบคลาสสิคสักวง จะลอง  MANOWAR ดูหน่อยก็ไม่เสียหลาย
ช่วงจังหวะที่ดนตรีเข้มข้น มันส์พอจะสละเวลาฟังได้ น่าจะเป็นงานในช่วงประมาณปลายปี 80' ไปจนถึงปลายๆ 90'  จ้ะ  [smile03]



-------------------------------

< ส่วนตัวแล้ว บรรยากาศของวงนี้มันทำให้นึกไปถึงศิลปินแถวหน้าของแนวนี้คนหนึ่งเลย
นั่นคือ Boris Vallejo ที่เป็นนักวาดภาพแนว Barbarians , muscle Conan คนไทยคงพอคุ้นตาผลงานเขาอยู่บ้างล่ะมั้ง    >


คนนี้แหละ


หนึ่งในงานหลายร้อยชิ้น ในตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา



ช่วงกักเก็บตัวช่วยชาติ อยู่ว่างๆก็ฟังเฮฟวี่กันมันส์ดี
 ไม่ก็เรามาออกกำลังกายสู้ภัยร้ายโควิคครั้งนี้กันเถอะ
ด้วยการเพาะกายให้ล่ำแบบพวกน้าๆ  MANOWAR  เค้า เอิ๊กๆๆๆๆ 
  [lol01] [lol01] [perv03]







หมายเหตุ :  ข้อมุลเหล่านี้ผมรวบรวมสะสมประสบการณ์ในการเสพมาจากหลายที่
                 ทั้ง quiet storm , music express , metal pit ,Fanzineต่างๆ ..
                  รวมทั้งสื่ออินเตอร์เนตทั่วไป  และความเห็นส่วนตัวจากประสบการการฟังเพลงของตัวเอง 
                   ผมนำมายำรวมเข้าด้วยกัน ที่ทำขึ้นก็เพื่อระบายความมันส์ส่วนตัวครับ 
                  หากมีข้อมูลใดผิดพลาด  หรือ สำนวนไม่เหมาะสมอย่างไร
                  ขอน้อมรับความผิดทุกประการด้วยตัวผมคนเดียวครับ 
                  ยินดีรับความคิดเห็นเพื่อนๆพี่ๆทุกคนครับ  [smile03] [smile03]


                 
                  ทุกวงการมีคำว่าพี่น้องเสมอ
                  Metal brother Hood , Longlive Metal   [gurock01]
 


 [lol01] [lol01] [lol01] [thumbup] [thumbup]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21/08/2563 [13:04:05] โดย GAMMARAY »
#12 Re: มนต์เพลง METAL 2 เมื่อ: 20/08/2563 [11:36:49]
RAGE
ความเกรี้ยวกราดแบบซึมกะทือ




ถ้าภาพจำของเยอรมันพาวเวอร์คือลักษณะดนตรีแบบไอ้ฟักทองเฮลโลวีนแล้วล่ะก็
กับวงนี้จงลืมนิยามเยอรมันพาวเวอร์แบบนุั้นไปซะ  [mock01]

ขอพาทุกท่านมาพบกับเยอรมันพาวเวอร์แหกคอกที่มีลักษณะเฉพาะตัวเป้นตัวของตัวเองอีกวงนึงกันดีกว่า
จากวันนั้นถึงวันนี้ วงนี้ก็มีอายุได้กว่า 30 ปีเข้าไปแล้ว การโลดแล่นในวงการไม่ได้น้อยไปกว่าใครๆเลย
มีผลงานออกมาเยอะโคตรๆและได้รับคะแนนเสียงวิจารณ์ที่ค่อนข้างดีอย่างคงเส้นคงวาด้วย



พวกมันเริ่มต้นในปี 1984  เมื่อกระบอกเสียงและเสาหลักหินค้ำสวรรค์ของวง
โดยPeavy Wagner ผู้เป็นมือเบสและร้องนำและเป็นผู้แต่งเพลงหลัก


(ถึงจะเห็นหมีๆยังงี้ก็เหอะ แต่สมัยหนุ่มๆพี่แกหล่อนะจะบอกให้) [smile02]


Peavy ได้รวมทีมกับมือกีตาร์และมือกลองเข้าด้วยกัน
เปิดตัวกับค่ายเล็กๆ ค่ายนึงก่อนในปีนั้นแหละ
จากนั้นพวกมันได้ผลักดันตัวเองให้ก้าวสู่ค่ายที่ใหญ่กว่า
อย่างค่าย Noise < ค่ายเดียวกับไอ้ฟักทองนั่นแหละ >
ได้ออกอัลบั้มเต็มกันในปี  1986 ในชื่ออัลบั้ม Reign of Fear



พวกมันอยู่ในค่าย Noise ถึง8ปี  จาก1986–1994
ซึ่งในช่วงเวลาที่ว่านี้นับว่าเป็นการผจญภัยในยุควัยเยาว์ของพวกมันโดยแท้ 
ในเวลานั้น RAGE คือวงสามชิ้น  เบส กีตาร์ กลอง แค่นั้น จบ หารแบ่งค่าตัวง่ายดี  [lol01] [lol01]

ยุคค่ายnoiseที่พวกมันคลอดอัลบั้มวัยหนุ่มสุดห้าวมาประดับวงการ อันล้วนแต่ควรค่าแก่การอ้างถึงหลายอัลบั้มมาก [thumbup]
จังหวะมันส์แบบซึมๆ กระตุกๆ ซาวด์หม่นๆทึบๆ แต่ถุยถ่มความกราดเกรี้ยวแบบไม่ออกหน้าออกตา  [sleepy01]



ต่อมาในต้นยุค 90'  ย้ายค่ายมาอยู่ GUN record ค่ายใหญ่ที่มีวงพาวเวอร์ยุโรปดีๆหลายวง อย่างวงผู้คุ้ยหลุมศพ Grave digger
ตอนนั้นในบางช่วงRAGEเองก็ได้ปรับวงเป็น กีตาร์คู่ทวินลีดและทำเพลงออกไปในทางซับซ้อนเข้าใกล้โพรเกรสสีพมากขึ้น 
แต่ก็ยังคอนเซปหม่นๆมืดๆทึบๆซึมๆเหมือนเดิม








ในปี 1996  ได้คลอดอัลบั้มฟีเจอริ่งครอสโอเวอร์ออกมาชุดนึง
 ชื่ออัลบั้ม Lingua Mortis < แปลได้ประมาณว่า อาการแข็งตัวทื่อของศพ > [evil01]
อัลบั้มนี้มันร่วมเล่นกับวงออร์เครสตร้าเต็มวงด้วยเพลงเมทัล  [perv01]


ซึ่งพอพูดถึงเมทัลมาแจมร่วมกับออร์เครสตร้า
ก็อย่าไปนึกถึงซาวด์โอ่อ่าคลาสสิคแบบที่พวกคลาสสิคัลเมทัลทั้งหลาย
อย่าง ดีพเพอเพิ่ล  อิงวี่มัล์มสทีน  เมทัลลิกาหรือวงพาวเวอร์นีโออื่นๆที่เคยทำกันมานะ

เพราะRAGEทำซาวด์ออกมาได้ทะมึนกว่านั้นมาก
อัลบั้มออร์เครสตร้าชุดนี้ ฟังแล้วให้ความรู้สึกมืดๆ ทึบๆ ตันๆไม่มีทางออก  หดหู่  บีบคั้น  [puke03]

มันให้อารมณ์เหมือนถูกล่ามโซ่นั่งอยู่ในคุกมืดแดนขังเดี่ยว
โดยมีใครมาเคาะฝาผนังเป็นจังหวะสม่ำเสมออยู่อีกด้านของผนังแบบนั้นแหละ

และจากอัลบั้มนี้ไป ดูเหมือนกับมันติดใจซาวด์แบบออร์เครสตร้ามืดทึบเข้าให้แล้ว
เพราะงั้นเอง อัลบั้มต่อๆมาจึงมักจะมีซาวด์แบบนี้ปนๆลงไปด้วย  [evil01]


สารภาพเลยว่าตอนแรกเห็นอัลบั้มนี้ในกระบะซีดีมือสองที่ญี่ปุ่น
ก็นึกว่าจะออกแนว ผ่างๆ โซโล่โอ่อ่า อย่างพวกคลาสสิคเมทัลที่เคยๆทำเหมือนกันแหละ
เลยไม่คิดมากซื้อติดมือกลับบ้านมาเฉยๆเพราะก็เป็นแฟนตามผลงานเฮียแกเท่าที่จะหาซื้อแผ่นได้อยู่เหมือนกัน  [smile02]

แต่พอมาเปิดลองฟังเท่านั้นแหละครับท่านผู้ชม
 ฮ่าๆๆๆๆ  ความมันส์แบบซึมๆงึมมะซึยก็เข้าครอบทันที
มันบอกไม่ถูกจริงๆ หลอนๆ ทึบๆอึ้งๆ ปน งงๆ ฮ่าๆๆๆ  [lol01] [lol01] [mock01] [mock01]





ต่อมาในเวลาอันแทบจะเรียกได้ว่าหัวปีท้ายปีอย่างชนิดไม่ปล่อยเวลาให้แฟนเพลงเก็บตังซื้อมั่งเลย
อัลบั้ม end of the day  ที่ตามมาติดๆในปี1996 ปีเดียวกันกับ Lingua Mortis ได้คลอดตามมา
มันอัดเต็มไปด้วยพาวเวอร์งึมมะซึยชั้นดีอีกหนึ่งชุด มันส์แบบโจ๊ะๆซึมๆ มันส์แบบฮื่ดๆฮึ่ยๆ  [confuse01] [confuse01] [confuse01] [smile02]



แต่ผมไปสะดุดเพลงนึงเป็นพิเศษโบนัสแทรค  [mock01]
The trooper ของโคตรวงอย่าง Iron maiden
ใช่แวร้ววว มันโคเวอร์เพลงเมทัลที่มีริฟท์ขึ้นต้นสุดอมตะในตำนานมาทำได้อย่างมหามันส์  [cheer01] [cheer01]

เสียงกลั้วอ้วกกากทะเล็ดไหลออกรูจมูกของพีวีคลุกเคล้ากับสปีดแบบดูคาติบิดหนีห้าแยกที่กำลังไฟเหลือง
มันส์แบบซึมๆจริงๆ  อัลบั้มนี้ตอนนั้นกรอฟังจนเทปยืดเลยทีเดียว
< จำได้ว่าตอนนั้นที่ไทยออกกับค่ายBMGราคา 90บาทร้านเจ๊จูมหาวิหารเมทัล  ที่ตอนนี้ไม่มีแล้วทั้งร้านทั้งค่าย  [mad03] >


จะอย่างไรก็ตาม พอย่างเข้ายุคปี 2000
เหล่าแฟนๆซึ่งรวมทั้งผมเองก็เริ่มพบว่าพี่พีวีที่นอกจากตอนนี้จะโคตรอ้วนจนหาคอไม่เจอแล้ว
พี่แกยังคล้ายๆว่าจะธาตุไฟแตกซ่านด้วย ก็ยิ่งนานๆเข้าอัลบั้มช่วงหลังๆมานี้
มันยิ่งห่างใกลจากพาวเวอร์ซาวด์งึมมะซึยของRAGEแบบดั้งเดิมในยุค80'-90'
ที่ได้เคยทำเอาใว้อย่างชวนสาวกเดนตายกระพริบตาปริ๊บๆ  [confuse01] [confuse01]


อัลบั้มในยุคปี 2000 นี้ทำแฟนๆบางส่วนต้องร้องอึ๊บๆ <มีผมด้วยคนหนึ่งแหละ>  [shock02]
ซาวด์ที่ออกมาเป็นเหมือนอัลบั้มงานที่ถูกพัฒนาเพื่อไปสู่แนวทางใหม่
เท่าที่ลองฟังดูแล้ว ถึงฟังเผินๆมันจะมืด ทึบ และอะไรๆจะเหมือนคล้ายๆเดิม
แต่ลึกๆแล้วความรู้สึกของผมบอกว่ามันไม่เหมือนเดิม 
มันไม่มีจุดพีคจากจังหวะกระตุกๆๆมึนๆตลอดเพลงแล้วลากเราไปบึ้มเป็นโกโก้ครั้นซ์แตกกลางอากาศเหมือนที่มันเคยทำมา  [mad03]


มีความรู้สึกว่าอัลบั้มช่วงหลังตั้งแต่ยุคกลางปี2000ของมันนี้ช่างฟังยากมากขึ้น ซับซ้อนขึ้น  [mad03]
คล้ายกับว่าเราอ่านเพชรพระอุมาเพลินๆ แต่หน้าถัดไปดันกลายเป็น ลุงหนวดหาคู่ซะนี่
ดังนั้น  ในยุคปี 2000 ที่ว่านี้ ผมจึงไม่ค่อยได้ตั้งใจอุดหนุนผลงานของพวกมันสักเท่าไหร่   [perv02]






ชุดล่าสุดที่ผมมี คือ Lingua Mortis Orchestra feat. Rage  ปี 2013
ซึ่งผมว่าฟังโคตรยากและหนักหัวสุดตีนเลยทีเดียว < สำหรับผมนะครับ ท่านอื่นอาจจะชอบ > 

Lingua Mortis Orchestra


อีกทั้งสำหรับในประเทศไทย การจะเป็นเจ้าของงานแผ่นลิขสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมายจำเป็นต้องสั่งแผ่นนำเข้า
ดังนั้นซีดีจึงมีราคาสุง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเพลงเมทัลเลย ว่ามันจะสูงขึ้นไปอีกเท่าไหร่  [mad03]
ผมจึงต้องเจียดเก็บตังค์เอาใว้สำหรับศิลปินวงอื่นบ้าง <เสือกเป็นสาวกหลายวงก็ยังงี้แหละ  [lol01]>
<แต่ถึงยังงั้นก็เหอะ พอมานับๆดู ผมมีแผ่นของพวกมันเกือบสิบแผ่นแน่ะ [lol01] [lol01] >


จนถึงวันนี้คนที่คงอยู่ตั้งแต่แรกจนปัจจุบันจึงมีแค่พี่พีวีคนเดียวเท่านั้น 
จะเรียกว่า พีวีคือ RAGE และ RAGEคือพีวีก็ว่าได้  [gurock01] [gurock01]
เพราะRAGE มีพี่เค้ากุมบังเหียนหลักอยู่คนเดียว พี่เค้าปรับเปลี่ยนซาวด์ และ รูปแบบดนตรีออกไปเรื่อยๆ
นั่นก็เพราะความเป็นผู้นำสุง < ก็เผด็จการนั่นแหละ >  ของพีวี  พี่แกเลยเปลี่ยนไลน์อัพบ่อย< ก็คนมันเก่งเกินนี่ > [lol01] [lol01]




ขอแนะนำอัลบั้มที่คิดว่าเจ๋งๆของพวกมันในความเห็นส่วนตัวของผม [smile03]
ในที่นี้จะขอแนะนำแต่อัลบั้มเต็มนะ  ซิงเกิ้ลไม่แนะนำ
[perv03]

Trapped! อัลบั้มปี1992 และThe Missing Link อัลบั้มปี1993






สองอัลบั้มนี้เล่นกันแน่นมาก  ลองคิดว่าพวกมันมีกันแค่สามคนสิ 
เบสร้องนำ  กีตาร์  กลอง  แค่สามคนเองนะ
วงสามชิ้นแต่เล่นกันได้มันส์ระเบิดเถิดเทิง ซาวด์อัดมาได้เนียนมาก  [thumbup] [thumbup] [cheer01] [cheer01]

Black in Mind  ปี 1995 เสียงวิจารณ์เยี่ยม เพลงก้ำกึ่งระหว่างพาวเวอร์กับสปีด  [smile02]

End of All Days   ปี1996  เร็ว เร่ง แรง อัลบั้มนี้ออกจะสว่างที่สุดในยุค90' แล้วล่ะมัง
  [gurock01]


เอกลักษณ์ของพวกมันอย่างแรกที่นึกถึงเลยคือ เสียงร้องของพีวี ผู้นำวงและผู้แต่งเพลงหลัก 
เสียงร้องของมันนี่ เป็นอะไรที่โคตรแปลกประหลาดในความรู้สึกของผมเลยแหละ

ให้ลืมการร้องแบบแผดแสดเสียดออกมาจากปอดพุ่งผ่านคอหอยตะเบ็งออกปากแบบแจกเต็มหลอดไปได้เลย
พี่พีวีเค้าไม่เอาแบบนั้น  เสียงร้องของพี่เค้ามันคล้ายๆพี่แกบีบลมจากสะดือขึ้นมากวนๆหมุนๆในอก
แล้วก็มาวนๆในคอแล้วปล่อยลมซึมๆผ่านปากแบบนั้นแหละ 
ฟังดูก็เหมือนคนเมาสาโทข้าวเหนียวเปียกที่อ้วกพุ่งออกมาแล้วอมเอาใว้ในกะพุ้งแก้มยังไงชอบกล

กีตาร์ปั่นริฟท์ดุๆ แต่กระตุกๆ ฟังๆดูหลายๆเพลงหลายๆอัลบั้ม มันไม่ค่อยเน้นโซโลเท่าไหร่  มันเน้นริฟท์ มีช่วงวี๊ดๆ  [cheer01]
กลองก็เหมือนกัน เร็วๆแต่กระตุกตามจังหวะ  แต่จะไม่ค่อยได้ยินการลงดรัมแบบกระแทกหนักๆ ตึ้กๆเท่าไหร่ 


ทั้งหมดนี้พอเอามารวมกับพาวเวอร์แบบแหกธรรมเนียมเข้าไปอีก
เลยกลายเป็นความมันส์แบบพิลึกๆที่สะใจอย่างไม่ออกหน้าออกตาอย่างที่เห็นนี่แหละ
อาจจะให้คำจำกัดความได้ว่า เป็นความมันส์แบบเก็บกด ก็พอว่าได้ ฮ่าๆๆๆๆๆ


เพลงของ RAGE มีเอกลักษณ์ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
มันมีกลิ่นของความกราดเกรี้ยวอย่างซึมๆเก็บกดๆแบบคนโรคจิต  [shock01]

ได้ยินที่ไหน แฟนๆจะรู้ทันทีว่านี่คือ RAGE
อยากรู้ว่ามันเป็นยังไงก็ลองหาฟังดูเอาเถิดครับพี่น้อง  [lol01] [lol01] [lol01] [smile02]






มาสคอตสัญลักษณ์ประจำวงของมันคือ กระโหลกเอเลี่ยนฟันเหล็กงับๆ
ไอ้นี่ต้องออกมาทุกปก  ถ้าเห็นไอ้ที่คล้ายๆยังงี้ที่ไหน
นั่นแหละ
RAGE  [thumbup] [thumbup]



-แต่ช้าก่อน   จะอย่างไรก็ดี แฟนเพลงที่คิดแบบผมคงมีอีกมากมายเสียเป็นแน่แท้
ที่คิดเหมือนกันว่าแนวทางดนตรีของวงมันออกนอกเส้นทางที่แฟนๆเคยชอบมาใกลแล้ว

ดังนั้นในปี 2014 ได้เกิดการรียูเนียนสมาชิกรุ่นดั้งเดิมในช่วงวัยหนุ่ม ชุดไลน์อัพยุค  1988-1993 ขึ้นมาอีกครั้ง
พวกแอบไปเปิดคอนเสิร์ตแบบตระเวณเล่นกันกะพอขำๆในเมืองแถวๆบ้านตัวเองนี่แหละ  [mock01]
แต่ด้วยความที่มันมันส์แบบย้อนยุคที่แฟนๆโหยหามานาน
เพราะพวกมันคัดเอาแต่เพลงในยุคเริ่มต้นของRAGEมาเล่นทั้งนั้นเลย
ซึ่งช่วงนั่นแหละเป็นช่วงที่แฟนเพลงที่โตมากับพวกมันโหยหาโหยหืดและโหยไห้มานานแสนนนนานนนน
เพราะมันมันส์และดีงามขนาดนั้นเลยเกิดกระแสปากต่อปากมาเรื่อยๆ
จนในที่สุด ปี2018 พี่Peavyแกเลยทำวงคู่ขนานขึ้นมาอีกวงซะเลย ในนาม วง Refuge
คราวนี้ไม่เอาเพลงเก่ามาเล่นล่ะ แต่งเพลงใหม่ออก New albumมันซะให้รู้แล้วรู้แรดกันไปเลย
แฟนเพลงในซาวด์ดั้งเดิมนี่น้ำตาไหลพรากๆกันเลยทีเดียว  [lol01]




 แล้วพี่หมี Peavy กับผองเพื่อนก็ออกโลดแล่นในวงคู่ขนาน REFUGE อีกหนึ่งวงจร้าาาา
< Fontวงโลกคู่ขนานนี้แทบจะถอดมาจากวงoriginal แบบเด๊ะๆเลย > [lol01] [lol01]



หมายเหตุ :  ข้อมุลเหล่านี้ผมรวบรวมสะสมประสบการณ์ในการเสพมาจากหลายที่
                 ทั้ง quiet storm , music express , metal pit ,Fanzineต่างๆ ..
                  รวมทั้งสื่ออินเตอร์เนตทั่วไป  และความเห็นส่วนตัวจากประสบการการฟังเพลงของตัวเอง
                   ผมนำมายำรวมเข้าด้วยกัน ที่ทำขึ้นก็เพื่อระบายความมันส์ส่วนตัวครับ
                  หากมีข้อมูลใดผิดพลาด  หรือ สำนวนไม่เหมาะสมอย่างไร
                  ขอน้อมรับความผิดทุกประการด้วยตัวผมคนเดียวครับ
                  ยินดีรับความคิดเห็นเพื่อนๆพี่ๆทุกคนครับ  [smile03] [smile03]


                 
                  ทุกวงการมีคำว่าพี่น้องเสมอ
                  Metal brother Hood , Longlive Metal   [gurock01]




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20/08/2563 [13:45:15] โดย GAMMARAY »
#13 Re: มนต์เพลง METAL 2 เมื่อ: 21/08/2563 [10:01:39]
สมัยเด็กเคยฟังอยู่นะครับ เดี๋ยวนี้แก่แล้ว หันมาฟังเพลงสบาย ดนตรีเบาๆ แทบจะฟังเสียงลม เสียงฝน แล้วครับ  [lol01]
#14 Re: มนต์เพลง METAL 2 เมื่อ: 21/08/2563 [10:39:39]
สมัยเด็กเคยฟังอยู่นะครับ เดี๋ยวนี้แก่แล้ว หันมาฟังเพลงสบาย ดนตรีเบาๆ แทบจะฟังเสียงลม เสียงฝน แล้วครับ  [lol01]

ฮ่าๆๆๆๆ  [lol01] [lol01] เข้าใจครับ บางทีความชอบมันก็เปลี่ยนฟิลมั่งแหละ  [smile02]

< ของผมนี้ตั้งแต่เริ่มมีครอบครัว ก็ต้องหาเวลาไปแอบๆฟังเหมือนกัน กลัวที่บ้านเขาหนวกหูอ่ะครับ  [perv02]
จะใส่หูฟังมันก็ไม่มันส์เอาซะเลย [smile04]  >  [perv01]