วันศุกร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2560 [05:08:04]

พลานาเรีย - Planaria

พลานาเรีย - Planaria
« เมื่อ: 19/10/2559 [14:08:13] »



พลานาเรีย เป็นหนอนตัวแบนชนิดหนึ่ง เป็นสิ่งมีชีวิตในไฟลัมแพลทีเฮลมินทีส (Platyhelminthes มาจากภาษากรีกสองคำคือ platy (แปลว่าแบน) และ helminth (แปลว่าหนอน)) ไฟลัมเดียวกับพวกพยาธิใบไม้ พยาธิตัวตืด ลักษณะของสัตว์ในกลุ่มนี้คือ มีร่างกายอ่อนนุ่ม ไม่มีกระดูกสันหลัง มีสมมาตรแบบแบ่งเป็นสอง ลำตัวแบนจากบนลงล่าง (dorso-ventrally) ลักษณะคล้ายริบบิ้น พบประมาณ 25000 ชนิด จัดได้ว่าเป็นสัตว์กลุ่มที่ไม่มีช่องว่างลำตัวที่แท้จริง (Accoelomate)

ปัจจุบันมีการจำแนกสัตว์ในกลุ่มนี้ออกเป็น 4 ชั้น คือ

  • พยาธิใบไม้ (Trematoda) ลักษณะลำตัวไม่แบ่งเป็นปล้อง เช่น กลุ่มพยาธิใบไม้ในตับ (Opisothorchis viverini) ในเลือด ในลำไส้ (Fasciolopsis buski) พบในบุคคลที่บริโภคสัตว์น้ำดิบๆ เช่น หอบ ปลา เนื่องจากตัวอ่อนของพยาธิ (cercaria) เหล่านี้จะอาศัยอยู่ในน้ำ
  • พยาธิตัวตืด (Cestoda) ลักษณะลำตัวยาวแบ่งเป็นปล้องต่างๆ โดยแต่ละปล้องสามารถเจริญสืบพันธุ์เป็นตัวใหมได้ อาทิเช่น พยาธิตืดหมู (Taenia holium) พยาธิตืดวัว(Taenai haginata) โดยในระยะตัวอ่อนจะฝังตัวในกล้ามเนื้อของสัตว์ที่ชาวบ้านเรียกว่า เม็ดสาคู
  • พยาธิภายนอก Monogenea
  • พลานาเรีย (Turbellaria) ลักษณะลำตัวไม่แบ่งเป็นปล้อง คล้ายพวกพยาธิใบไม้ ส่วนใหญ่อยู่อาศัยอย่างอิสระ (free living)

พลานาเรียอยู่อาศัยอย่างอิสระ (free living) ไม่ใช่ปรสิต ไม่ใช่พยาธิ ไม่ดูดเลือดหรืออาศัยในร่างกายสัตว์อื่น  อาศัยในน้ำจืด



ลักษณะร่างกายมีสมมาตรครึ่งซีก ( bilateral symmetry ) ประกอบด้วยเนื้อเยื่อ 3 ชั้น ไม่มีช่องลำตัว ( acoelom ) ไม่มีระบบหายใจ ระบบหมุนเวียน เเลกเปลี่ยนก๊าซโดยการเเพร่กับสิ่งเเวดล้อมโดยตรง ทางเดินอาหารเเบบไม่สมบูรณ์ มีเเต่ปากไม่มีทวารหนัก เรียกว่า ช่องเเกสโทรวาสคิวสาร์

การกินอาหาร พลานาเรีย ใช้อวัยวะเรียกว่า ฟาริงซ์ ( pharynx ) เป็นเเท่งกล้ามเนื้อยื่นออกมาทางปาก ดูดอาหารติดขึ้นมา เเล้วหดกลับเข้าปากไปในทางเดินอาหาร

ระบบขับถ่าย ของพลานาเรีย ทำหน้าที่ควบคุมสมดุลของน้ำด้วย มีลักษณะเป็นท่อยาวเเตกเเขนงตรงปลายของทุกเเขนงมีเฟลมเซลล์ ( flame cell ) ที่มีซิเลียโบกพัดน้ำให้ไหลออกทางรูที่ผิวหนัง

ระบบประสาท ระบบประสาทเเบบวงเเหวน มีกลุ่มเซลล์ประสาท ( สมอง ) บริเวณหัว มีเส้นประสาท 2 เส้นยาวตลอดลำตัว มีจุดรับเเสง 2 จุดบนหัวทำให้บอกทิศทางได้ มีเซลล์ที่ไวต่อสัมผัสเเละสารเคมีบางชนิดที่ผิวหนัง

การสืบพันธุ์ สืบพันธุ์โดยการอาศัยเพศ และ เเบบไม่อาศัยเพศ โดยการงอกใหม่ หรือเเบ่งตัวเป็นท่อน


Institute for Water Research Rhodes University - Grahamstown - South Africa

พลานาเรีย สามารถพบได้บ่อยในตู้ที่มีเศษอาหารตกค้าง พลานาเรียไม่เป็นอันตรายกับปลาและกุ้ง แต่พลานาเรียเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการมีของเสียในชั้นกรวดมากเกินไป มีเศษอาหารตกค้างมากเกินไป ซึ่งไม่ดีกับสัตว์น้ำ ทั้งกุ้งและปลา

วิธีจัดการกับพลานาเรีย

แบบ Softcore (Repair)

1. ทำความสะอาดตู้ให้ได้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้ โดยเฉพาะกรวดรองพื้น ให้ใช้ท่อดูดทำความสะอาดพื้นกรวด (Gravel Washer) เป็นประจำทุกวัน จนกว่าพลานาเรียจะหายไปหมด และนำกรองออกมาล้างวัสดุกรองให้สะอาดหมดจด (นำกรองและวัสดุกรองออกมาล้างด้วยน้ำร้อน หากปัญหาพลานาเรียไม่ดีขึ้นใน 2 อาทิตย์)
2. เปลี่ยนน้ำทุกวัน วันละ 20% อย่าตื่นตกใจ อย่าเปลี่ยนน้ำมากกว่า 20% (รวมน้ำที่ดูดออกไปในข้อ 1. ด้วย) ซึ่งจะทำให้ปลาและสัตว์น้ำในตู้ปรับตัวตามค่าต่างๆในน้ำที่เปลี่ยนแปลงกะทันหันไม่ทัน
3. ใส่เกลือเม็ด หรือเกลือสำหรับตู้เลี้ยงปลาทะเล 1 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 20 ลิตร และเติมให้ไดเอัตราส่วนเท่าเดิม หลังจากเปลี่ยนน้ำ เช่น คุณถ่ายน้ำออกไป 20 % ไม่ใช่ว่าใส่เกลือลงไป 1 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 20 ลิตร เหมือนเดิม ผิดครับ

คุณจะได้ตู้หมักปลาร้าแทน ที่ถูกคือต้องเติมเกลือลงไปเพิ่มอีก 20% นั่นคือ เติมอีก 1 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 100 ลิตร (วิธีนี้สำหรับตู้ปลาใช้ไม่ได้กับตู้ไม้น้ำ และตู้กุ้งแคระ และการใช้กับเครฟิช ให้ระมัดระวังปริมาณและระยะเวลาการใช้)
4.  ใส่ปลาเล็กๆที่กินพลานาเรีย (ถ้ามี) เช่น ปลาสอด ปลาหางนกยูง

ทำซื้อข้อ 1-3 จนกว่าจะไม่เห็นหัวพลานาเรียอีก

แบบ Hardcore (Reset)

1. เอาสัตว์น้ำทั้งหมดออกจากตู้ หาที่พักไว้ที่อื่น
2. เอากรอง วัสดุกรอง กรวดรองพื้น ก้อนหิน ขอนไม้ และอุปกรณ์ตกแต่งตู้ทั้งหมด ออกมาล้างด้วยน้ำเดือดหรือน้ำเกลือเข้มข้น (ประมาณว่า ชิมแล้วต้องถุยทิ้ง) หมั่นคน อาจทำซ้ำ 2-3 ครั้ง หากต้องการเพิ่มรสชาติชีวิต
3. ล้างตู้ด้วยน้ำเกลือเข้มข้น ล้างด้วยน้ำเปล่า แล้วนำไปตากแดดให้แห้ง (ระวังอย่าให้แดดจัดเกิน เดี๋ยวซิลิโคนเสีย) หรือวางคว่ำในร่มผึ่งลมให้แห้งสนิท ถ้าตู้ใหญ่ ล้างแล้วเช็ดให้แห้ง
4. เซ็ตตู้ เดินกรองใหม่ ทิ้งไว้ 1-2 อาทิตย์ ค่อยนำปลาและกุ้งกลับที่เดิม อย่าลืมปรับอุณหภูมิปลาและกุ้งก่อนปล่อย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28/05/2560 [10:11:31] โดย บัง »