Aqua.c1ub.net
*
  Mon 21/Sep/2026
หน้า: 1   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: รบกวนขอคำชี้แนะและช่วยกันวิเคราะห์ครับ ( หวีดจิ๋ว ใบเหลือง )  (อ่าน 8566 ครั้ง)
AM BOOM. ' ออฟไลน์
Club Member
« เมื่อ: 09/05/13, [23:23:22] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

เป็นเวลาร่วม 2 เดือนเศษแล้ว ที่ผมได้เริ่มรู้จักและเข้ามาสิงสู่อยู่ภายในบ้าน Aqua.c1ub.net หลังนี้ทุกวันอย่างเงียบๆ ..

หลังจากที่ได้ลองเสพภาพสวยๆจากกระทู้ต่างๆนานา ผมก็เริ่มเกิดอาการรติดอย่างเฉียบพรัน และเริ่มรุนแรงขึ้นทุกทีๆ

ต่อมาผมเริ่มมีอาการหลอน .. จิณตนาการถึงภาพตู้ไม้น้ำที่เราอยากจะมี จึงได้ลงมือพยายามหาความรู้ให้ได้มากที่สุดในขณะนั้น .. และตอบโจทย์กับตัวเองได้ว่าเราชอบไอ้เจ้าที่มีชื่อว่า " หวีดจิ๋ว "

หาอ่านมาพอสมควรจึงทราบว่าไอ้เจ้านี่มัน " งอแง " สุดๆ และยังไม่ค่อยน่าจะเหมาะกับมือใหม่เท่าที่ควร บ้างว่าไฟต้องแรง บ้างว่า CO2 ต้องถึง แต่หลักๆพี่พอจะเล็งเห็นว่าสำคัญที่สุดคงจะเป็นเรื่อง " น้ำต้องเย็น " แต่ ! ก็เห็นว่ายังมีบางท่านที่สามารถเอาอยู่ด้วยน้ำที่ไม่ต้องเย็นสักเท่าไหร่

กระผมซึ่งกำลังเสพติดในขั้นรุนแรง จึงได้ตัดสินใจเริ่มลงมือตู้แรกในชีวิตกะเขาบ้างเสียที ด้วยงบประมาณที่จำกัดและแสนน้อยนิด ..

- ตู้มุมโค้งหน้าแคบขนาด 14x7x9 นิ้ว ( กว้างxลึกxสูง )
- ไฟ ( Yi ding ) PL H.Q. LIGHT Super Bright YD-350 กำลังไฟ 18W ( มากกว่า 1.24W/ลิตร ) เปิด 6-7 ชม./วัน
- กรองนอก Resun CY-20
- CO2 ยีสต์ 1-2 ฟอง/วิ
- ดิน GAX ถุงสีแดง
- หินอะไรก็ไม่รู้ โลละ 20 ( มีแต่ก้อนใหญ่ๆ )
- น้ำประปาพักไว้ 1-2 วัน
- หวีดจิ๋ว 2 กระถาง ( ใช้จริงไม่ถึงกระถางด้วยซ้ำ )
- อุณหภูมิ ( ยังไม่ได้ซื้อปรอท ) กะด้วยความรู้สึกคาดว่าไม่น่าจะเกิน 30 องศา
  30-30.5 องศา ( กลางวัน )

มาเริ่มกันเล๊ยย ย !!

ลงมือจัดการกับสิ่งที่บอกตัวเองว่ามันคือ " เลย์เอาท์ " แบบงูๆปลาๆ เทดินพรวดเลยรองพงรองพื้นไม่ต้องมี แล้ววางหินที่ก้อนแสนจะใหญ่ ( มาก ) ลงไป ..

พรมน้ำเล็กน้อยเพื่อให้ดินไม่เสียรูปทรง และค่อยๆแยกหวีดจิ๋วจากกระถางออกมา พร้อมกับใช้ตะเกียบไม้คีบมันแล้วค่อยๆปักลงไปอย่างเบามือ ( งบหมดไม่มีเงินซื้อฟอเซป ด้วยที่ตะเกียบค่อนข้างใหญ่จึงคีบรากมันลงไปได้ไม่ลึกมากเท่าที่ควร )

ปักเสร็จแล้ว ! ผสม CO2 ยีสต์ และติดตั้ง พร้อมกับเติมน้ำแล้วเดินกรอง ( ตอนแรกยังเป็นแค่กรองแขวนตัวเล็กๆธรรมดาๆ )

เย้ ๆ ! 1 อาทิตย์แล้ว .. ในช่วงนี้มีอาการใบละลายหายไปบ้างเนื่องจากบอบช้ำในตอนปัก หรืออาจจะเป็นใบบกกำลังกลายเป็นใบน้ำ เหลือแต่เพียงยอดเขียวๆ พร้อมกับแตกยอดอ่อนใหม่ๆ รากใหม่สีขาวๆเริ่มมีการเคลื่อนไหว คายฟองปกติ ดูท่าทางจะมีความสุขดี ( แอบขยับต้นไม้จากด้านข้างมาไว้ตรงกลางด้านหลังนิดหน่อย เพราะคิดเอาไว้ว่าด้านหลังหิน ซ้าย-ขวา คงจะหาต้นอะไรสูงๆหน่อยมาปัก )

อายุตู้ครบ 2 อาทิตย์ซะแล้วซิ เร็วจิงเชียว .. ในตอนนี้ต้นไม้เริ่มมีการเดินเล็กน้อย เพราะเอารูปจากที่เพิ่งปักเสร็จตอนแรกมาเทียบดู แลดูแล้วน่าจะไปได้สวย แต่ด้วยความที่ยิ่งนานวันยิ่งศึกษาจึงเกิดอาการด่าตู้ตัวเองว่าหินไม่สวยอยู่แล้ว พื้นดินยังไม่มีมิติอีกต่างหาก คันมือมาก เลยจัดการลดน้ำลงแล้วค่อยๆถมดินทับต้นไม้ลงไปเล็กน้อยเพื่อให้เข้ากับด้านหลังที่ดูมีมิติขึ้นมานิดนึง ( ก่อนจะเพิ่มดินไม่ได้ถ่ายรูปเอาไว้ แต่ยืนยันเลยว่าไม่มีใบเหลืองและใบละลายอีกแล้ว เหลือแต่เพียงสีเขียวๆสดๆที่กำลังเจริญเติบโตขึ้นเรื่อยๆ )


ผ่านมาอีกเพียง 2-3 วัน ไม่น่าเชื่อ !! ตะไคร่บุก !! คาดว่าน่าจะเรียกว่าเจ้าเส้นผมเขียว ( น่าจะเป็นเพราะว่าดินฝุ้งจากตอนที่ถมดินเพิ่มไป กับช่วงที่ผ่านมาแอบแถมไฟเยอะไปหน่อย ) จึงไปสอยเจ้า " กุ้งยามาโตะ " มา 4 ตัวหวังจะให้ช่วยเหลือ กับอัพเกรดกรองเป็น Resun CY-20 แทน ( เห็นกุ้งยามาโตะอึดอัด จึงพยายามที่จะออกมาอาบแดดให้ได้ เพราะผิวน้ำมีฝ้าเลยแอบขโมย Inflow ของกรองแขวนตัวเก่าซึ่งมีที่ดูดฝ้าด้วยมาใช้แทน ) และที่สำคัญที่สุด " หวีดจิ๋วเริ่มมีอาการใบเหลือง ค่อยๆเริ่มจากปลายใบเข้ามาจนเต็มใบ แล้วก็เน่าสลายไป และเพิ่มมากขึ้นทุกทีๆ " แต่ ! ยอดใหม่และรากใหม่ๆก็ยังคงงอกและเลื้อยเดินออกมาเรื่อยๆตามปกติ

ตั้งแต่นั้นมาที่สังเกตได้ชัดเจนคือมันไม่มีการคายฟองอีกเลย ซึ่งน่าจะไม่เกี่ยว แต่ใจมันกำลังสับสน อลเวง จึงเหมาเอาว่ามันต้องเป็นลางบอกเหตุที่ไม่ดีเป็นแน่แท้ .. จนกระทั่งขณะนี้ ใบที่เคยเหลืองก่อนหน้านี้ได้เน่าสลายหายไป ได้แต่เพียงหวังว่ามันจะหมดลงเสียที " แต่มันดันกลับไม่หมด และค่อยๆลามไปเรื่อยๆ " ตายละวา .. แต่ในขณะเดียวกัน " ก็ยังแตกยอดใหม่และโตขึ้นเรื่อยๆ รากยังคงเดินปกติดี แต่คงจะโตหนีไอ้ที่กำลังเหลืองไล่ตูดมาไม่ทันเป็นแน่ " เอ๊ะนี่มันอะไรกัน ! เห้อ ..



ตอนนี้ตระไคร่เริ่มขยายตัวมากขึ้น เลยกะว่าวันเสาร์นี้จะเข้าสวนไปหาสอยเจ้า " สอดดำมาลงสัก 1-2 หน่วย " แต่ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ตรงนั้น มันอยู่ตรงที่ใจตอนนี้เริ่มหวั่นไหว ว่าจะเอาอย่างไรต่อไปดี จะรื้อหรือจะรอ แต่ก็จะพยายามสู้ต่อไปจนกว่าจะเห็นกับตาเลยว่ามันไม่รอดจริงๆ ..

จากที่พยายามศึกษาหาอ่านมาตั้งแต่แรกเริ่มเพื่อรับมือ ทำให้คอนนี้ผมตอบกับตัวเองได้ว่า " นี่ไม่ใช่อาการใบบกละลาย เพื่อจะกลายเป็นใบน้ำ " เพราะว่ามันน่าจะได้ผ่านพ้นช่วงใบละลายมาแล้วในช่วง 1 อาทิตย์แรก แต่นี่มัน " ใบเหลือง " นี่นา .. อย่างไรก็ตามในวันเสาร์นี้ผมจะไปหาซื้อปรอทเล็กๆมาสักอัน เพื่อมาดูอุณหภูมิที่แท้จริงในตู้ว่ามันเท่าไหร่กันแน่ จะได้มาชี้ชัดกันไปเลย แล้วผมจะเอามาอัพเดทอีกทีครับ

ที่ว่ามาทั้งหมดข้างต้นนี้ผมหวังแต่เพียงว่าจะได้ข้อชี้แนะ และการวิเคราะห์หาสาเหตุที่น่าเป็นประโยชน์สำหรับทั้งมือใหม่ และเก่าต่อไปได้ในภายภาคหน้า ไม่มากก็น้อย ..

* ขอขอบพระคุณทุกคำชี้แนะ ทุกการคิดวิเคราะห์ และที่สำคัญที่สุดบ้าน Aqua.c1ub.net ที่น่าอยู่หลังนี้ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12/05/13, [10:19:34] โดย AM BOOM. ' »
function_wor ออฟไลน์
Club Veteran
« ตอบ #1 เมื่อ: 09/05/13, [23:40:25] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ไม่มีพัดลมเหรอครับ

ถ้าไม่มี รับรองได้ว่า ถ้ากลางวันไม่เปิดแอร์ อุณหภูมิ 30+ แน่ๆครับ
AM BOOM. ' ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #2 เมื่อ: 10/05/13, [00:00:26] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ไม่มีพัดลมเหรอครับ

ถ้าไม่มี รับรองได้ว่า ถ้ากลางวันไม่เปิดแอร์ อุณหภูมิ 30+ แน่ๆครับ
ตอนนี้ยังไม่มีครับผม .. แต่ที่เชื่อว่าไม่น่าเกิน 30 องศา เป็นเพราะว่าห้องผมค่อนข้างที่จะเย็น ถึงแม้ว่ากลางวันจะไม่ได้เปิดแอร์ก็ตามที ซึ่งโดยธรรมชาติและองศาของห้องผมแล้วไม่มีแสงแดดส่องเล็ดลอดเข้ามาในห้องได้เลยนะครับ ถึงแม้ว่าจะเปิดหน้าต่างอ้าโล่ไว้และไม่ได้รูดม่านกันแสงก็ตาม ด้วยความที่ตึกของผมนั้นหันขนานกับแนวขึ้นลงของแสงแดดพอดี บรรยากาศภายในห้องจึงไม่รู้สึกอบอ้าวเลยครับ เพราะว่าแดดไม่ได้ส่องกระทบกับกำแพงด้านใดด้านหนึ่งของตัวห้องโดยตรงเลยหน่ะครับ แถมมีพัดลมติดพนังที่คอยพัดให้ในห้องเกิดลมอยู่ตลอดเวลา และไม่ใช่ลมร้อนจากภายนอกเลย ( อย่างไรก็ตาม .. ผมอาจจะพลาดเองก็ได้ครับ เพราะด้วยความที่ว่าผมยังไม่มีเครื่องมือวัดอุณหภูมิ ได้แต่คาดคะเนเอา ต้องกราบขอโทษไว้ล่วงหน้าด้วยนะครับผม )
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10/05/13, [00:04:01] โดย AM BOOM. ' »
TFMAKO ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #3 เมื่อ: 10/05/13, [00:40:42] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

สองเดือน ไม่มีรองพื้น ไม่ได้ฝังปุ๋ย อากาศร้อน

ตะไคร่ เอาอันนี้ไปดู http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=5.0 ผมว่าไม่ใช่ขนเขียว
AM BOOM. ' ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #4 เมื่อ: 10/05/13, [02:01:18] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

สองเดือน ไม่มีรองพื้น ไม่ได้ฝังปุ๋ย อากาศร้อน

ตะไคร่ เอาอันนี้ไปดู http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=5.0 ผมว่าไม่ใช่ขนเขียว
ขอบคุณครับ .. ถ้ามันต้องใช้เวลา 2 เดือนถึงจะเริ่มเข้าที่เข้าทางอย่างที่ท่านว่าผมก็พอจะหายใจหายคอได้สะดวกขึ้นมาบ้างแล้วหล่ะครับ

ส่วนเรื่องอาการใบเหลืองที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้ พอจะเป็นไปได้หรือไม่ครับว่า .. ต้นไม้มันกำลังขาดสารอาหาร หรือต้องการปุ๋ยเข้าช่วยนั่นเอง ? ( ถ้าไม่มองเรื่องอุณหภูมิ ) หรือหากว่าผมไม่คิดจะใส่ปุ๋ยเลย เป็นไปได้หรือไม่ครับว่าต้นไม้มันจะยังคงอยู่รอดและงอกกิ่งก้านปกคลุมผิวดินทั้งหมดต่อไปได้ ?

ส่วนเรื่องตะไคร่นั่น จากลิ้งค์ที่ท่านได้ให้มา ผมรู้จักกับมัน อ่านและทำความเข้าใจมันค่อนข้างละเอียดดีพอสมควรแล้ว ก่อนที่ผมจะมาลงมือตั้งตู้ .. ส่วนที่ผมมองว่ามันน่าจะเป็นตะไคร่เส้นผม ตัวผมเองก็อ้างอิงจากกระทู้นี้นี่แหละครับ เพราะว่ามองดูแล้วมันน่าจะใกล้เคียงมากที่สุด จึงถ่าย VDO มาให้ชม ..
<a href="http://www.youtube.com/v/EBvEQTuew6E" target="_blank">http://www.youtube.com/v/EBvEQTuew6E</a>
ในส่วนที่เป็นเหมือนสีเขียวๆปกคลุมเม็ดดินอยู่นั้น จากที่ผมได้ลองนำไม้ลูกชิ้นไปเขี่ยออกมาดู ก็พบว่าลักษณะของมันคล้ายกับเส้นใยแมงมุมสีเขียวที่สานกันไปมาจนถี่ยิ๊บ แล้วปกคลุมหน้าดินเอาไว้ บางส่วนคลุมขึ้นมาถึงใบของหวีดจิ๋วแล้วก็ถูกแรงน้ำจากกรองพัดมันจนปลิวไสวอย่างที่เห็นในคลิบ ถ้าจากลิ้งที่ให้มาลักษณะของมันจะคล้ายกับตะใคร่เมือกสีเขียวแกมน้ำเงินมากที่สุด แต่ที่ผมยังสับสนก็คือมันไม่ได้เป็นเมือกหง่ะ พอเขี่ยมันออกมาดูด้านนอก แล้วลองแยกๆมันออกจากกันก็พบว่ามันเป็นเส้นใยเล็กๆ ( หรือหากว่าผมเข้าใจผิดพลาดประการใด ต้องกราบขอโทษไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ และพร้อมที่จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงทำความเข้าใจเสียใหม่ครับ )
function_wor ออฟไลน์
Club Veteran
« ตอบ #5 เมื่อ: 10/05/13, [07:10:17] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ตอนนี้ใส่ปุ๋ยอะไรบ้าง แล้วเปลี่ยนน้ำยังไงบ้างครับ
TFMAKO ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #6 เมื่อ: 10/05/13, [07:56:17] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ใส่พวกสัตว์น้ำกินตะไคร่ ละก้เปลี่ยนน้ำบ่อยๆ วันสองวันครั้ง ครั้งละ30% ตะไคร่ถ้าสางออกได้หรือเอาออกเองได้ก้เอาออกครับ ถ้าเป็นตะไคร่เส้นผมก้เอาแปรงๆสางๆมัน

ส่วนหวีดจิ๋ว ฝังปุ๋ยได้แล้วครับ
AM BOOM. ' ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #7 เมื่อ: 10/05/13, [08:20:42] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ตอนนี้ใส่ปุ๋ยอะไรบ้าง แล้วเปลี่ยนน้ำยังไงบ้างครับ

ยังไม่เคยใส่ปุ๋ยอะไรเลยสักอย่างครับ .. ส่วนน้ำนั้นผมเปลี่ยนเกือบทุกวัน วันละ 15-20 % ครับผม

ใส่พวกสัตว์น้ำกินตะไคร่ ละก้เปลี่ยนน้ำบ่อยๆ วันสองวันครั้ง ครั้งละ30% ตะไคร่ถ้าสางออกได้หรือเอาออกเองได้ก้เอาออกครับ ถ้าเป็นตะไคร่เส้นผมก้เอาแปรงๆสางๆมัน

ส่วนหวีดจิ๋ว ฝังปุ๋ยได้แล้วครับ

ณ ตอนนี้มีกุ้งยามาโตะ 4 ตัว และแนวโน้มว่าวันเสาร์นี้จะมีสอดดำมาเพิ่มครับผม น้ำผมเปลี่ยนเกือบทุกวัน 15-20 % ครับ .. ส่วนเรื่องปุ๋ยนั้นเดี๋ยวคงต้องลองไปสรรหามาใส่ดูครับ ขอบพระคุณสำหรับคำชี้แนะครับผม
Panuruk ออฟไลน์
Club Veteran
« ตอบ #8 เมื่อ: 10/05/13, [11:36:18] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ของผมก็มีนะครับ เหลือง หลุด สาเหตุนี่ยังเดาไม่ออกเลย

ผมเคยเห็นมันเหลืองเป็นกระจุกๆ  ลองอัดคาร์บอร์นดู อาการดีขึ้นครับ หายเหลือง

แต่เรื่องหลุด อาจเพราะมันโต โดนปลาตอด โดยเฉพาะ สอดดำ
Near ออฟไลน์
C1ub Event Staff
« ตอบ #9 เมื่อ: 10/05/13, [12:53:28] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ที่คลุมดินนั่นน่าจะเป็นบลูกกรีน(BGA) ค่อยๆดูดออกอย่างเบาๆเท่าที่จะทำได้
ถ้ายังเอาไม่อยู่ก็ใช้พวกยาปฏิชีวนะ แต่ถ้าอยากใช้วิธีธรรมชาติก็ทำให้ตู้มืดสนิทสักสองสามวันก็น่าจะอยู่

อาการเหลือๆนั่นถ้าให้เดาก็น่าจะเกิดจากอุณหภูมิสูงเกินไป ผมไม่ค่อยจะเชื่อว่าไม่เกิน 30
ทั้งๆที่สภาพเดือนนึงที่ผ่านมาของบ้านเรามันอยู่ที่ 36-38
กับอีกเรื่องคืออาการขาดปุ๋ย เพราะดิน Gex แดงมันก็แทบจะไม่มีปุ๋ยอยู่แล้ว
สังเกตดูว่าตั้งแต่ตั้งตู้มาแทบจะไม่เจอปัญหาเรื่องตะไคร่เลย ทั้งๆที่ตู้นี้ต้นไม้น้อยมากๆ
คนบ้า500 ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #10 เมื่อ: 10/05/13, [13:12:42] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

หวีดจิ๋ว อาการคล้ายของผมเลยครับ ตู้ผมใช้พัดลมอยู่ที่ 28-31 องศา อาการหวีดจิ๋วผมตอนนี้ใบเหลือและไม่เดิน มีใบใหม่แตกมาบ้าง และเหลืองบ้าง คือ ทรงกับทรุด ครับ  036
Wars ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #11 เมื่อ: 10/05/13, [13:35:07] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

เป็นกระทู้แรกที่อ่านล่ะสนุก  ้hahaha ภาษาชวนอ่านดี เอิ๊ก !!! เหมือนนั่งอ่านนิยายอ่า   [กรี๊ดดดด]
แต่ยังไงก็เอาใจช่วยนะคร๊าบบบ !!! สู้ๆ
ปล. น้ำต้องเย็นกว่านี้น๊าาา !!! หาพัดลมด่วนน !!! ช่วยได้เยอะ
AM BOOM. ' ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #12 เมื่อ: 10/05/13, [14:03:04] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ของผมก็มีนะครับ เหลือง หลุด สาเหตุนี่ยังเดาไม่ออกเลย

ผมเคยเห็นมันเหลืองเป็นกระจุกๆ  ลองอัดคาร์บอร์นดู อาการดีขึ้นครับ หายเหลือง

แต่เรื่องหลุด อาจเพราะมันโต โดนปลาตอด โดยเฉพาะ สอดดำ

หง่ะ .. ผมกำลังคิดว่าพรุ่งนี้จะไปสอยเจ้าสอดดำที่ว่านี้มาอยู่เลย ( แอบหวั่นในใจอีกละ )

ที่คลุมดินนั่นน่าจะเป็นบลูกกรีน(BGA) ค่อยๆดูดออกอย่างเบาๆเท่าที่จะทำได้
ถ้ายังเอาไม่อยู่ก็ใช้พวกยาปฏิชีวนะ แต่ถ้าอยากใช้วิธีธรรมชาติก็ทำให้ตู้มืดสนิทสักสองสามวันก็น่าจะอยู่

อาการเหลือๆนั่นถ้าให้เดาก็น่าจะเกิดจากอุณหภูมิสูงเกินไป ผมไม่ค่อยจะเชื่อว่าไม่เกิน 30
ทั้งๆที่สภาพเดือนนึงที่ผ่านมาของบ้านเรามันอยู่ที่ 36-38
กับอีกเรื่องคืออาการขาดปุ๋ย เพราะดิน Gex แดงมันก็แทบจะไม่มีปุ๋ยอยู่แล้ว
สังเกตดูว่าตั้งแต่ตั้งตู้มาแทบจะไม่เจอปัญหาเรื่องตะไคร่เลย ทั้งๆที่ตู้นี้ต้นไม้น้อยมากๆ

เรื่องตะไคร่นั่นผมก็พยายามที่จะเอามันออกมาให้ได้มากที่สุดเท่าที่ผมพอจะทำได้ ทั้งใช้ไม้ลูกชิ้นเขี่ยๆ ทั้งใช้แปรงสีฟันมาเกี่ยวๆพันๆ ก็พอจะออกมาได้อยู่บ้าง แต่ไอ้พวกที่เกาะกลุ่มกันจนเป็นแพนั่น พอเอาไม้ลูกชิ้นไปเขี่ยๆ มันลากกันมาทั้งแพเลย โว๊ะ ! ผมยังใหม่หน่ะครับเลยยังกังวลเรื่องการใช้ยา จะใช้วิธีคลุมตู้ก็หวั่นจะไปกระทบกับต้นไม้น้อยๆที่อาการยังไม่ค่อยจะสู้ดีนัก กลัวไปเสียหมด =,,="

หากว่าได้เจ้าสอดดำมา .. หมอนี่มันพอจะช่วยได้บ้างหรือปล่าวครับ ? หรือว่ามีอะไรอื่นๆที่พอจะแนะนำได้อีกบ้างครับ

เท่าที่นั่งคิดตอนนี้ผมก็เอนเอียงไปทางด้านของอุณหภูมิ และสารอาหารเป็นซะส่วนใหญ่แล้วครับ เพียงแต่ว่าตอนนี้ในบางกอมันก็แทบไม่มีเหลืองอยู่เลย ส่วนกอที่มีเหลืองอยู่มันก็ดูแตกยอดใหม่ๆและเขียวสดใสดี จะเป็นไปได้หรือไม่ครับว่าอาการที่เป็นอยู่นี้ ต้นไม้มันแค่กำลังพลัดใบเก่าๆทิ้งให้หมดเพราะว่าใบเก่ามันอยู่กับอีกสภาพนึงมา แล้วต่อไปข้างหน้าจะเหลือแต่เพียงยอดและใบใหม่ๆที่เกิดมาจากสภาพของตู้นี้เอง ( ก็คงต้องรอดูกันต่อไปซินะครับ )

ตอนนี้ตะไคร่เริ่มขยายตัวและเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆครับผม .. จากที่ถ่ายๆมาให้เห็นแล้ว ตอนนี้เริ่มสังเกตเห็นว่าที่กระจกตู้เริ่มจะมีตะไคร่ที่เป็นเส้นเล็กๆสีเขียวๆติดและเริ่มเกาะกันเป็นกลุ่มมากขึ้น บวกกับตอนนี้เริ่มเห็นมีตะไคร่ที่น่าจะเรียกว่า " จุดเขียว " เป็นจุดเล็กๆอยู่ประมาณ 4-5 จุดแล้วครับ

หวีดจิ๋ว อาการคล้ายของผมเลยครับ ตู้ผมใช้พัดลมอยู่ที่ 28-31 องศา อาการหวีดจิ๋วผมตอนนี้ใบเหลือและไม่เดิน มีใบใหม่แตกมาบ้าง และเหลืองบ้าง คือ ทรงกับทรุด ครับ  036

โอ๊ะโอ .. สู้ๆไปด้วยกันครับ คงอาจจะต้องอาศัยเวลาอยู่พอสมควรเสียกระมัง ( ได้แต่พยายามบอกกับตัวเองแบบนั้น ) ไม่ทราบว่าท่านตั้งตู้มาได้นานแค่ไหนแล้วหรือครับ ? ผมจะได้เก็บเอาไว้เป็นข้อมูลเพิ่มเติม

* ขอขอบพระคุณทุกๆท่านสำหรับทุกความคิดเห็น ทุกคำชี้แนะอันแสนจะเป็นประโยชน์เหล่านี้ครับ ..
AM BOOM. ' ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #13 เมื่อ: 10/05/13, [14:12:52] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

เป็นกระทู้แรกที่อ่านล่ะสนุก  ้hahaha ภาษาชวนอ่านดี เอิ๊ก !!! เหมือนนั่งอ่านนิยายอ่า   [กรี๊ดดดด]
แต่ยังไงก็เอาใจช่วยนะคร๊าบบบ !!! สู้ๆ
ปล. น้ำต้องเย็นกว่านี้น๊าาา !!! หาพัดลมด่วนน !!! ช่วยได้เยอะ

ขอบพระคุณครับสำหรับคำชมเชย และกำลังใจครับ .. รู้สึกดี รู้สึกฮึกเฮิมเพิ่มมากขึ้นอย่างบอกไม่ถูก ขอรับปากว่าจะขอสู้ต่อไปครับ ส่วนเรื่องพัดลมนั้น ตอนนี้ผมเองก็กำลังค่อยๆพยายามหาดูที่เหมาะๆกับตู้อยู่หน่ะครับ ด้วยความที่ว่าตู้นั้นค่อนข้างที่จะเล็ก และแคบ ด้านข้างทั้ง 2 ข้างถูกวางด้วยขาของไฟจนเต็มพื้นที่ จึงลังเลถึงประสิทธิภาพที่จะได้รับจากตัวพัดลมหน่ะครับ ..
Near ออฟไลน์
C1ub Event Staff
« ตอบ #14 เมื่อ: 10/05/13, [14:14:45] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

หากว่าได้เจ้าสอดดำมา .. หมอนี่มันพอจะช่วยได้บ้างหรือปล่าวครับ ? หรือว่ามีอะไรอื่นๆที่พอจะแนะนำได้อีกบ้างครับ

จะเป็นไปได้หรือไม่ครับว่าอาการที่เป็นอยู่นี้ ต้นไม้มันแค่กำลังพลัดใบเก่าๆทิ้งให้หมดเพราะว่าใบเก่ามันอยู่กับอีกสภาพนึงมา
- สอดดำมันไม่กิน BGA(ตัวนี้จะเป็นแผ่นๆแหยะๆ)ครับ
และที่สำคัญกลัวว่าตอนที่มันกินตะไคร่ตัวอื่นมันจะดึงเอาต้นไม้หลุดมาด้วยน่ะสิ 036

- ผมไม่คิดแบบนั้นน่ะครับ
AM BOOM. ' ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #15 เมื่อ: 10/05/13, [14:37:07] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

- สอดดำมันไม่กิน BGA(ตัวนี้จะเป็นแผ่นๆแหยะๆ)ครับ
และที่สำคัญกลัวว่าตอนที่มันกินตะไคร่ตัวอื่นมันจะดึงเอาต้นไม้หลุดมาด้วยน่ะสิ 036

- ผมไม่คิดแบบนั้นน่ะครับ

เท่าที่หาอ่านมาหากจะใช้ยาต้องใช้ Erythromycin sulfate ( ซึ่งมีขายตามร้านขายยา ) ถูกต้องใช่หรือไม่ครับ ? หากนำมาใช้ในขนาด 400 มก ต่อน้ำ 100 ลิตรโดยประมาณ จะส่งผลเสียต่อต้นไม้ที่กำลังบอบบางอยู่นี้หรือปล่าวครับ ?

โอ๊ะโอ .. ผมเริ่มเป็นกังวลมากยิ่งขึ้นในเรื่องที่จะจับเจ้าสอดดำมาลงในวันพรุ่งนี้เสียแล้ว หากเปลี่ยนเป็นพวกเจ้าออตโต้ หรือหอยเขา ท่านมีความคิดเห็นว่าอย่างไรบ้างหรือครับ ? หรือในตอนนี้ควรจะมีแค่เจ้ากุ้งยามาโตะ 4 ตัวนี้ไปก่อนดีครับ ?

ง่าา า .. ในส่วนนั้นผมคงจะจิณตนาการเข้าข้างตัวเองมากไปหน่ะครับเพื่อหากำลังใจที่จะสู้ต่อ ..

* ขอขอบพระคุณสำหรับคำแนะนำครับ หากว่าผมเข้าใจในเรื่องใดผิดพลาดไป หรือขี้สงสัยมากไป ต้องกราบขออภัยไว้ด้วยครับ และพร้อมที่จะรับฟัง ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไขต่อไปครับ
S@n Aqua ออฟไลน์
Club Champion
« ตอบ #16 เมื่อ: 10/05/13, [14:55:44] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

 ้hahaha ของผมก็ไม่รอดเหมือนกัน เหลืองไม่เดิน อุณภูมิไม่ไหวจริงๆ ครั้งแรกกับหวีดจิ๋ว
สงสัยจะครั้งสุดท้าย แถมรื้อตู้แล้วอีกต่างหาก [on_024]
ตะไคร่เขียวๆนั่นบลูกรีนครับเจอมากับตัว ยาฆ่าเชื้อ เหลืองดำ ลดน้ำครึ่งตู้ เทยา หายจ้อย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10/05/13, [14:59:17] โดย San Aqua »
JPS ออฟไลน์
Club Follower
« ตอบ #17 เมื่อ: 10/05/13, [15:00:57] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

เท่าที่หาอ่านมาหากจะใช้ยาต้องใช้ Erythromycin sulfate ( ซึ่งมีขายตามร้านขายยา ) ถูกต้องใช่หรือไม่ครับ ? หากนำมาใช้ในขนาด 400 มก ต่อน้ำ 100 ลิตรโดยประมาณ จะส่งผลเสียต่อต้นไม้ที่กำลังบอบบางอยู่นี้หรือปล่าวครับ ?

โอ๊ะโอ .. ผมเริ่มเป็นกังวลมากยิ่งขึ้นในเรื่องที่จะจับเจ้าสอดดำมาลงในวันพรุ่งนี้เสียแล้ว หากเปลี่ยนเป็นพวกเจ้าออตโต้ หรือหอยเขา ท่านมีความคิดเห็นว่าอย่างไรบ้างหรือครับ ? หรือในตอนนี้ควรจะมีแค่เจ้ากุ้งยามาโตะ 4 ตัวนี้ไปก่อนดีครับ ?

ง่าา า .. ในส่วนนั้นผมคงจะจิณตนาการเข้าข้างตัวเองมากไปหน่ะครับเพื่อหากำลังใจที่จะสู้ต่อ ..

* ขอขอบพระคุณสำหรับคำแนะนำครับ หากว่าผมเข้าใจในเรื่องใดผิดพลาดไป หรือขี้สงสัยมากไป ต้องกราบขออภัยไว้ด้วยครับ และพร้อมที่จะรับฟัง ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไขต่อไปครับ
เมือกเขียวนี่รู้สึกว่าสัตว์จะไม่กินกันนะ สอดดำเอามาก็ไม่ช่วยอะไรอะ มันกินแต่พวกตะไคร่ขนซึ่งในตู้นี้ไม่มีเลย
ซื้อพวกออตโตหรือหอยเขามาคอยกินตะไคร่อื่นๆ ที่เกาะตามหินตามกระจกดีกว่านะ

อะ แนวทางกำจัดตะไคร่เมือกเขียว
http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=119869.0 [on_018]

AM BOOM. ' ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #18 เมื่อ: 10/05/13, [15:14:11] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

้hahaha ของผมก็ไม่รอดเหมือนกัน เหลืองไม่เดิน อุณภูมิไม่ไหวจริงๆ ครั้งแรกกับหวีดจิ๋ว
สงสัยจะครั้งสุดท้าย แถมรื้อตู้แล้วอีกต่างหาก [on_024]
ตะไคร่เขียวๆนั่นบลูกรีนครับเจอมากับตัว ยาฆ่าเชื้อ เหลืองดำ ลดน้ำครึ่งตู้ เทยา หายจ้อย

เมือกเขียวนี่รู้สึกว่าสัตว์จะไม่กินกันนะ สอดดำเอามาก็ไม่ช่วยอะไรอะ มันกินแต่พวกตะไคร่ขนซึ่งในตู้นี้ไม่มีเลย
ซื้อพวกออตโตหรือหอยเขามาคอยกินตะไคร่อื่นๆ ที่เกาะตามหินตามกระจกดีกว่านะ

อะ แนวทางกำจัดตะไคร่เมือกเขียว
http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=119869.0 [on_018]

ขอบพระคุณมากครับสำหรับประสบการณ์ และคำแนะนำดีๆ ตัวผมเองขอรับไว้พิจารณา ปรับปรุง แก้ไขต่อไปครับ ..
AM BOOM. ' ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #19 เมื่อ: 10/05/13, [15:37:10] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

จากที่ผมคิดเอาไว้ ..



1.ผมอยากได้ต้นไม้ที่เป็นพุ่มต่ำๆ ปิดหัวท้ายเอาไว้ 4 จุด
2.ในส่วนมุมตู้ทั้ง 2 ฝั่ง ผมอยากได้ต้นไม้แนวสูงๆ
( ไม่จำเป็นต้องใบเหมือนในรูปก็ได้นะครับ ผมแค่ทำแนวๆเอาไว้ให้เห็นถึงความแตกต่างเท่านั้นเองครับ )

พอดีตัวผมเองยังไม่ค่อยจะรู้จักต้นไม้มากเท่าที่ควร จึงไม่รู้ว่าต้นอะไรเป็นแบบไหน อยากรบกวนทุกๆท่านช่วยแนะนำเพื่อเป็นแนวทางให้ผมได้รู้จัก และตัดสินใจเลือกต้นไม้ต่อไปด้วยครับ ..
คุณพ่อหน้าเด็ก ออฟไลน์
Club Leader
« ตอบ #20 เมื่อ: 10/05/13, [18:07:13] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

บ้านเรา เย็นยังไงก็ 30 องศา

1น้ำร้อนไป

2 จะเปลี่ยนน้ำทำไมทุกวัน 3-7วันครั้งพอ แร่ธาตุหมดพอดี

2ข้อนี้ทำให้ใบเหลือง

ตะใคร่ตัวนี้ใช้ ยาแก้อักเสบจะหายนะ
AM BOOM. ' ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #21 เมื่อ: 10/05/13, [20:44:25] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

บ้านเรา เย็นยังไงก็ 30 องศา

1น้ำร้อนไป

2 จะเปลี่ยนน้ำทำไมทุกวัน 3-7วันครั้งพอ แร่ธาตุหมดพอดี

2ข้อนี้ทำให้ใบเหลือง

ตะใคร่ตัวนี้ใช้ ยาแก้อักเสบจะหายนะ

ขอบพระคุณสำหรับคำชี้แนะ และพร้อมนำไปปรับปรุง แก้ไขครับผม ..
NP ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #22 เมื่อ: 11/05/13, [09:30:39] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

เท่าที่หาอ่านมาหากจะใช้ยาต้องใช้ Erythromycin sulfate ( ซึ่งมีขายตามร้านขายยา ) ถูกต้องใช่หรือไม่ครับ ? หากนำมาใช้ในขนาด 400 มก ต่อน้ำ 100 ลิตรโดยประมาณ จะส่งผลเสียต่อต้นไม้ที่กำลังบอบบางอยู่นี้หรือปล่าวครับ ?

อิริโทรมัยซิน เคยใช้ครับ เวิ๊กนะ ไม่มีผลกับต้นไม้และสัตว์น้ำ (ถ้าใช้ตามโดส) มีผลกับแบคทีเรียในกรองบ้าง
แต่ไม่มาก

ของผมเป็นแบบเม็ดสีชมพู เม็ดละ 250 มิลลิกรัม ใส่ 1 เม็ดต่อน้ำ 60 ลิตร

เม็ดมันจะแข็งๆ แต่ไม่ต้องบดนะ เอามันใส่ขวดอะไรก็ได้ เติมน้ำ ปล่อยทิ้งไว้สักแป๊ป
มันจะแตกตัวจนเป็นผง เขย่าขวดแล้วเทลงตู้ ช้อนเปลือกสีชมพูออก (หรือถ้าขี้เกียจช้อนออกก็ตามใจ)

เมือกเขียวจะเริ่มสีซีดลงและตายในที่สุด มันจะเริ่มออกอาการวันที่สามมั้งถ้าจำไม่ผิด

ปล่อยไว้ 5 วันแล้วค่อยเปลี่ยนน้ำครับ
AM BOOM. ' ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #23 เมื่อ: 11/05/13, [10:18:57] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

อิริโทรมัยซิน เคยใช้ครับ เวิ๊กนะ ไม่มีผลกับต้นไม้และสัตว์น้ำ (ถ้าใช้ตามโดส) มีผลกับแบคทีเรียในกรองบ้าง
แต่ไม่มาก

ของผมเป็นแบบเม็ดสีชมพู เม็ดละ 250 มิลลิกรัม ใส่ 1 เม็ดต่อน้ำ 60 ลิตร

เม็ดมันจะแข็งๆ แต่ไม่ต้องบดนะ เอามันใส่ขวดอะไรก็ได้ เติมน้ำ ปล่อยทิ้งไว้สักแป๊ป
มันจะแตกตัวจนเป็นผง เขย่าขวดแล้วเทลงตู้ ช้อนเปลือกสีชมพูออก (หรือถ้าขี้เกียจช้อนออกก็ตามใจ)

เมือกเขียวจะเริ่มสีซีดลงและตายในที่สุด มันจะเริ่มออกอาการวันที่สามมั้งถ้าจำไม่ผิด

ปล่อยไว้ 5 วันแล้วค่อยเปลี่ยนน้ำครับ

ขอบพระคุณสำหรับคำชี้แนะ และประสบการณ์อันแสนจะเป็นประโยชน์ครับ
mincontrol ออฟไลน์
Club Follower
« ตอบ #24 เมื่อ: 12/05/13, [02:10:35] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

เล็บมือนางของผมซัดเรียบทั้งตู้ 48 เลย ไม่ต้องให้อาหารเลย ใส่ไป3ตัว แต่ของผมเลี้ยงนานแล้วตัวใหญ่หน่อย แต่ไอ้ที่เจอโหดกว่านี้คือตะไคร่สองหน้า หยาบฟูคลุมทั้งมอส ทั้งรากดำ นานมาก กว่าจะหาย -*-
AM BOOM. ' ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #25 เมื่อ: 12/05/13, [10:16:17] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ผมซื้อเทอร์โมมิเตอร์มาเช็คอุณภูมิแล้วนะครับ อยู่ที่ 30-30.5 องศาในเวลากลางวันครับผม แย่จัง ..

เล็บมือนางของผมซัดเรียบทั้งตู้ 48 เลย ไม่ต้องให้อาหารเลย ใส่ไป3ตัว แต่ของผมเลี้ยงนานแล้วตัวใหญ่หน่อย แต่ไอ้ที่เจอโหดกว่านี้คือตะไคร่สองหน้า หยาบฟูคลุมทั้งมอส ทั้งรากดำ นานมาก กว่าจะหาย -*-

ขอบพระคุณสำหรับประสบการณ์ครับ .. ตู้ผมเล็กหน่ะครับ เกรงว่าถ้าเอาเจ้าเล็บมือนางมาใช้ ในอนาคตตัวมันอาจจะใหญ่จนเต็มตู้ได้หน่ะครับผม
บัง! ออฟไลน์
in Wonderland
« ตอบ #26 เมื่อ: 16/05/13, [08:54:04] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

อาการของปัจจัยไม่สมดุลน่ะครับ

คือถ้าจะให้ต้นไม้โตดีเนี่ย ทุกอย่างมันจะต้องพอดีๆกัน ไม่ใช่ว่า แสงพอ ปุ๋ยพอ นั่นพอ นี่พอ แล้วมันจะโตดี
ปริมาณมันไม่สำคัญ จะมากก็ได้ น้อยก็ได้ แต่ต้องพอดีกัน สมดุลกันทั้งระบบ

ทีนี้ตู้นี้ค่อนข้างร้อน แต่แสงกับ CO2 อยู่ในระดับปกติถึงน้อยนิดๆ
อุณหภูมิที่สูงกว่าดึงให้ต้นไม้โตเร็วขึ้น แต่แสงกับ co2 ที่มีไม่พอกับที่ต้นไม้ต้องการ
รวมถึงตัวหลักคือ ปุ๋ย สังเกตจากยอดใหม่ที่เริ่มซีด

ผมดูแล้วน่าจะเป็นอาการร่วมของสาเหตุ ร้อน+ขาดปุ๋ย หรือจะเรียกว่าเพราะร้อนเลยทำให้ขาดปุ๋ยก็ได้
แต่ไม่ได้หมายความว่าในตู้จะไม่มีปุ๋ยพอนะครับ อาจจะมี แต่ต้นไม้ดึงมาใช้ไม่ทัน
เพราะหวีดจิ๋วก็ขึ้นชื่อเรื่องรากที่ไม่ค่อยจะแข็งแรงอะไรอยู่แล้ว มันจะไม่ค่อยมีกำลังดูดปุ๋ยเหมือนต้นที่รากใหญ่ๆโหดๆเยอะๆ

ฉะนั้น หาพัดลมมาเป่าก่อน อย่างน้อยน่าจะได้ที่ 28-29c จากนั้นถ้ายอดยังซีดมากขึ้นกว่านี้ ให้ใส่ปุ๋ยน้ำที่มีไนโตรเจน และโพแทสเซี่ยม หรือจะเอาที่มีทั้ง NPK เลยก็ได้ ตามประสบการณ์ผม ผมว่าหวีดจิ๋วกินปุ๋ยน้ำได้ดีกว่าปุ๋ยฝังพอสมควร แต่จะฝังด้วยก็ได้

ส่วนตะไคร่ตัวนี้คงไม่ใช่เมือกเขียว จริงๆตะไคร่มันมีชนิดเยอะกว่าที่เรามีข้อมูลมากนัก
ตามบทความตะไคร่นั่นมีแต่ชนิดที่คนเจอกันบ่อยๆเท่านั้น ไม่ได้ครอบคลุมทั้งหมด
ตัวนี้ผมก็เคยเจออยู่ โตไม่เร็วเท่าไหร่ ดูดออกบ่อยๆรอต้นไม้เต็มๆโตดีๆเดี๋ยวมันก็หายไปเอง
ถ้ารำคาญก็ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ใส่หลอดฉีดมันซะ จุดละ 0.5-1cc

ปลาไม่ควรลงทั้งสอดและเล็บ ส่วนมากทำความจัญไรให้หวีดจิ๋วได้มากกว่ากินตะไคร่ พวกกินตะไคร่ทุกตัวจะชอบตอดๆ และทำให้ยอดใหม่ของหวีดจิ๋วหลุดจากพื้นได้ ตู้เล็กใช้ยามาโตะแหละดีแล้ว
ตะไคร่นี้ไม่ต้องพยายามหาอะไรมากิน ยาก เห็นมีแต่เล็บมือนางที่กิน แต่ลงไปแล้วจะแย่มากกว่าดีอย่างที่บอก อย่าเลย
ตู้เล็กๆใช้สายยาง 6 มิลดูดออกสักวันเว้นวัน แป๊บเดียวก็หมด เดี๋ยวต้นไม้เต็มตู้มันก็โดนบังแสง ไม่มีปุ๋ยกิน ตายไปเอง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16/05/13, [09:02:22] โดย บัง! »
AM BOOM. ' ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #27 เมื่อ: 16/05/13, [15:32:26] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

อาการของปัจจัยไม่สมดุลน่ะครับ

คือถ้าจะให้ต้นไม้โตดีเนี่ย ทุกอย่างมันจะต้องพอดีๆกัน ไม่ใช่ว่า แสงพอ ปุ๋ยพอ นั่นพอ นี่พอ แล้วมันจะโตดี
ปริมาณมันไม่สำคัญ จะมากก็ได้ น้อยก็ได้ แต่ต้องพอดีกัน สมดุลกันทั้งระบบ

ทีนี้ตู้นี้ค่อนข้างร้อน แต่แสงกับ CO2 อยู่ในระดับปกติถึงน้อยนิดๆ
อุณหภูมิที่สูงกว่าดึงให้ต้นไม้โตเร็วขึ้น แต่แสงกับ co2 ที่มีไม่พอกับที่ต้นไม้ต้องการ
รวมถึงตัวหลักคือ ปุ๋ย สังเกตจากยอดใหม่ที่เริ่มซีด

ผมดูแล้วน่าจะเป็นอาการร่วมของสาเหตุ ร้อน+ขาดปุ๋ย หรือจะเรียกว่าเพราะร้อนเลยทำให้ขาดปุ๋ยก็ได้
แต่ไม่ได้หมายความว่าในตู้จะไม่มีปุ๋ยพอนะครับ อาจจะมี แต่ต้นไม้ดึงมาใช้ไม่ทัน
เพราะหวีดจิ๋วก็ขึ้นชื่อเรื่องรากที่ไม่ค่อยจะแข็งแรงอะไรอยู่แล้ว มันจะไม่ค่อยมีกำลังดูดปุ๋ยเหมือนต้นที่รากใหญ่ๆโหดๆเยอะๆ

ฉะนั้น หาพัดลมมาเป่าก่อน อย่างน้อยน่าจะได้ที่ 28-29c จากนั้นถ้ายอดยังซีดมากขึ้นกว่านี้ ให้ใส่ปุ๋ยน้ำที่มีไนโตรเจน และโพแทสเซี่ยม หรือจะเอาที่มีทั้ง NPK เลยก็ได้ ตามประสบการณ์ผม ผมว่าหวีดจิ๋วกินปุ๋ยน้ำได้ดีกว่าปุ๋ยฝังพอสมควร แต่จะฝังด้วยก็ได้

ส่วนตะไคร่ตัวนี้คงไม่ใช่เมือกเขียว จริงๆตะไคร่มันมีชนิดเยอะกว่าที่เรามีข้อมูลมากนัก
ตามบทความตะไคร่นั่นมีแต่ชนิดที่คนเจอกันบ่อยๆเท่านั้น ไม่ได้ครอบคลุมทั้งหมด
ตัวนี้ผมก็เคยเจออยู่ โตไม่เร็วเท่าไหร่ ดูดออกบ่อยๆรอต้นไม้เต็มๆโตดีๆเดี๋ยวมันก็หายไปเอง
ถ้ารำคาญก็ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ใส่หลอดฉีดมันซะ จุดละ 0.5-1cc

ปลาไม่ควรลงทั้งสอดและเล็บ ส่วนมากทำความจัญไรให้หวีดจิ๋วได้มากกว่ากินตะไคร่ พวกกินตะไคร่ทุกตัวจะชอบตอดๆ และทำให้ยอดใหม่ของหวีดจิ๋วหลุดจากพื้นได้ ตู้เล็กใช้ยามาโตะแหละดีแล้ว
ตะไคร่นี้ไม่ต้องพยายามหาอะไรมากิน ยาก เห็นมีแต่เล็บมือนางที่กิน แต่ลงไปแล้วจะแย่มากกว่าดีอย่างที่บอก อย่าเลย
ตู้เล็กๆใช้สายยาง 6 มิลดูดออกสักวันเว้นวัน แป๊บเดียวก็หมด เดี๋ยวต้นไม้เต็มตู้มันก็โดนบังแสง ไม่มีปุ๋ยกิน ตายไปเอง

นี่หล่ะครับ ! สิ่งที่ผมรอคอย ..

เรื่องตะไคร่ ตอนนี้แทบจะไม่มีแล้วครับผม เนื่องจากผมได้นำต้นไม้ที่โตไวๆมาลงเพิ่มเข้าไป กับเจ้าสอดดำเพียง 1 ตัว ( ผมได้มาก่อนที่คุณบังจะแนะนำให้ ) ผสมกับผมพยายามช่วยคีบออกให้ได้มากที่สุด สำเร็จครับ หายไปกว่า 95% แต่อีกไม่นานก็คงจะจับเจ้าสอดดำออกแล้วหล่ะครับ

ส่วนเรื่อง ร้อน+ปุ๋ย ผมเชื่อ และเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ และจะเร่งดำเนินการให้ไวที่สุดครับผม

*ขอขอบพระคุณ คุณบัง สำหรับประสบการณ์ ความรู้ และคำแนะนำอันแสนจะเป็นประโยชน์เหล่านี้ครับ
หน้า: 1   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: