ผมเห็น กุ้งตัวนี้ในตู้ 18 นิ้ว พร้อมอุปกรณ์ครบครัน ค่าตัวตอนนั้น 2000-3000 บาท เห็นจะได้ ยังนึกในใจเลยว่าทำไมมันแพงนัก ตัวแค่นี้
สมัยนั้นกุ้งเชอร์รี่ ตัวละ 100 บาท ก็ว่าแพงแล้ว เจอเจ้าตัวนี้ก็เลยได้แต่ดู
เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก หลังจากที่ไปบ้า ตกปลา และ เลี้ยงนกหัวจุก อย่างบ้าครั่ง จนได้กลับมายังเว็บไซต์แห่งนี้อีกครั้ง
นั่นมันกุ้งที่เราเคยเห็นนี่ ทำมันมันถูกลงเยอะเลยล่ะ และสีสันก็สวยขึ้นเยอะเลย เท่านั้นเราก็เริ่มศึกษา จากการอ่านจากบทความ ถามผู้รู้ต่างๆ เกือบ 2 เดือน ก่อนที่จะตัดสินใจลองเลี้ยง
ตู้ที่ได้จึงเป็นอย่างนี้
1.ตู้หน้าโค้ง 24 นิ้ว
2.ระบบกรองใต้กรวด 2 ชุด พร้อม atman 3338 ไว้ดัน Chiller
3.Chiller Hilea 500A ตั้งอุณภูมิไว้ 25 องศา (ซื้อเผื่อไว้ หากตู้ 24 นิ้ว นี้รอดคงได้ตั้งตู้ใหญ่แน่นอน ซื้อเผื่อไว้ดีกว่า การทำงานของเครื่อง ทำงาน 3 นาที หยุด 25-30 นาที)
4. ดิน ADA II 1 ถุง 9 ลิตร เหลือประมาณ 1 ลิตร
5.รองพื้นด้วยหินพัมมิส กระสอบ (แบบว่ามีเหลือจากใส่ให้อโรวาน่า)
6. ระบบไฟ เป็น HDD T5 21*2 W 1 โคม
7. พวกจุรินทรีย์ ใช้ทั้งของพี่กบ ในช่วงรันน้ำแรกๆ ก่อนลงกุ้ง อาทิตย์แรก ผมถ่ายน้ำ 4 ครั้ง แต่ละครั้งเกือบหมดตู้ แล้วก็ใส่ จุรินทรีย์ ของพี่กบ ตามเข้าไป
หลังจากนั้น ก็ใช้ Bio Digest
8. ส่วนแร่ธาตุ มีทั้งของพี่กบ และก็ของ ญี่ปุ่น ใช้มั่วไปหมด 55555
9. ตู้นี้ผม run น้ำ 1 อาทิตย์ ส่งหน่วยกล้าตาย เป็น เชอร์รี่ เหลือง อย่างละตัวก่อน ผ่านไป 2 วันเห็นปกติ ก็ลง Redbee เกรด อินโด ลงไปอีก 7 ตัว (พอดีมีอยู่แล้ว) ก็ไม่ตาย ผ่านไป อีก 2 วัน หากุ้งมาลงเพิ่มอีก 7 ตัว ผ่านไป อีก 1 อาทิตย์ ก็ลงไปอีก 8 ตัว
10. อาหาร มีให้กินอยู่ 4 5 ยี่ห้อ แล้วแต่ว่าวันนี้เจ้าของอยากให้ตัวไหน กลัวกุ้งเบื่อ
กุ้งทั้งหมดที่ลงไป มีตายเพียง 1 ตัว ใน กุ้งชุดสุดท้าย เห็นถามผู้รู้ เค้าว่าเป็นอาการลอกคราบไม่ผ่าน
ส่วนที่เหลือ อยู่กันอย่างมีความสุข
ปัจจบันตู้นี้ตั้งมาได้ 3 อาทิตย์ คงต้องดูกันต่อไป ว่าจะมีปัญหาอะไรเพิ่มเติม
สุดท้ายนี้ ต้องขอบคุณ คุณเอก Tamor ,น้องนนท์ The nature , แอ๊ป lamania ที่แนะนำ จนสุดท้ายก็โดนจนได้ ตู้นี้
