Aqua.c1ub.net
*
  Fri 02/Jan/2026
หน้า: 1   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: คารบอนยีสต์กับคารบอนถังต่างกันตรงไหนบ้างคับ  (อ่าน 2952 ครั้ง)
ratchata ออฟไลน์
Club Member
« เมื่อ: 21/11/13, [11:45:25] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

คารบอนยีสต์กับคารบอนถังต่างกันยังไงบ้างคับ มือใหม่อยากได้ความรู้คับ ขอโทษหากตั้งซ้ำนะคับ
ROMMY ออฟไลน์
Club Leader
« ตอบ #1 เมื่อ: 21/11/13, [14:21:54] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

คาร์บอนไดออกไซด์เเบบถังก็คือ เป็นถังเหล็กหรือถังอะลูมิเนียม ที่บรรจุก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไว้ ซึ่งสามารถควบคุมปริมาณการจ่ายก๊าซ นับเป็น ฟอง ต่อ วินาที (ฟอง/วิ) โดยอุปกรณ์หลักๆที่ใช้ก็มีถัง(อะลูมิเนียม หรือถังเหล็ก) ,หัวเร็ก(Regulator)ไว้คุมเเรงดัน,ตัวปรับหยาบ/ปรับละเอียด , ตัวกันย้อน(check valve) ,ตัวนับฟอง ,หัวดิฟ เเละที่สำคัญสายที่ใช้ทั้งหมดต้องเป็นสายทนเเรงดัน ไม่ใช่สายลมธรรมดา
ข้อดี ใช้ได้นาน(ขึ้นกับความจุถัง) , คุมการจ่ายก๊าซมาก/น้อยได้ตามที่เราต้องการ , มีอัตราการจ่ายก๊าซที่คงที่ ,สะดวกสบาย
ข้อเสีย ราคาอุปกรณ์ในการซื้อเริ่มต้นค่อนข้างสูง

หน้าตาก็เเบบนี้เเหละครับ อันนี้ของผมเอง อิอิ





ส่วนคาร์บอนไดออกไซด์เเบบยีสต์ คือการนำนํ้าตาล มาหมักกับยีสต์ เเละได้co2 หรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์co2เป็นผลผลิต เเละก็ได้เอทิลเเอลกอฮอล์ C2H5OH ด้วยซึ่งพอใช้ๆไประยะนึง ปริมาณความเข้มข้นของเอทานอล(เอทิลเเอลกอฮอล์)ที่เกิดขึ้นก็จะเป็นพิษต่อยีสต์ เเละทำให้ยีสต์ตาย เราก็ต้องผสมใหม่ (ปกติผสมธรรมดาก็อยู่ได้1-2อาทิตย์) เเต่บางท่านก็มีสูตรผสมเเล้วใช้ได้เดือนนึง ก็ลองไปค้นๆดูครับ
ข้อดี ราคาถูก ทำง่าย ลงทุนไม่กี่สิบบาท ทำขวดใช้เองได้  ฯลฯ
ข้อเสีย ใช้ได้ไม่นานก็ต้องผสมใหม่ , คุมปริมาณการจ่ายก๊าซไม่ได้ , ไม่สะดวกเพราะต้องคอยผสมอยู่เรื่อยๆ ฯลฯ
#ขวดหมักก็มีทั้งขวดนํ้าอัดลม(ทนเเรงอัดได้) , ขวดอะลูมิเนียม ฯลฯ


หน้าตาขวดหมักยีสต์ก็จะเเบบนี้ครับ(ขวดเล็กๆคือขวดกัก) รูปจาก http://www.qsl.net/w2wdx/aquaria/diyco2.html
sthapana ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #2 เมื่อ: 21/11/13, [14:31:17] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

คาร์บอนไดออกไซด์เเบบถังก็คือ เป็นถังเหล็กหรือถังอะลูมิเนียม ที่บรรจุก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไว้ ซึ่งสามารถควบคุมปริมาณการจ่ายก๊าซ นับเป็น ฟอง ต่อ วินาที (ฟอง/วิ) โดยอุปกรณ์หลักๆที่ใช้ก็มีถัง(อะลูมิเนียม หรือถังเหล็ก) ,หัวเร็ก(Regulator)ไว้คุมเเรงดัน,ตัวปรับหยาบ/ปรับละเอียด , ตัวกันย้อน(check valve) ,ตัวนับฟอง ,หัวดิฟ เเละที่สำคัญสายที่ใช้ทั้งหมดต้องเป็นสายทนเเรงดัน ไม่ใช่สายลมธรรมดา
ข้อดี ใช้ได้นาน(ขึ้นกับความจุถัง) , คุมการจ่ายก๊าซมาก/น้อยได้ตามที่เราต้องการ , มีอัตราการจ่ายก๊าซที่คงที่ ,สะดวกสบาย
ข้อเสีย ราคาอุปกรณ์ในการซื้อเริ่มต้นค่อนข้างสูง

หน้าตาก็เเบบนี้เเหละครับ อันนี้ของผมเอง อิอิ





ส่วนคาร์บอนไดออกไซด์เเบบยีสต์ คือการนำนํ้าตาล มาหมักกับยีสต์ เเละได้co2 หรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์co2เป็นผลผลิต เเละก็ได้เอทิลเเอลกอฮอล์ C2H5OH ด้วยซึ่งพอใช้ๆไประยะนึง ปริมาณความเข้มข้นของเอทานอล(เอทิลเเอลกอฮอล์)ที่เกิดขึ้นก็จะเป็นพิษต่อยีสต์ เเละทำให้ยีสต์ตาย เราก็ต้องผสมใหม่ (ปกติผสมธรรมดาก็อยู่ได้1-2อาทิตย์) เเต่บางท่านก็มีสูตรผสมเเล้วใช้ได้เดือนนึง ก็ลองไปค้นๆดูครับ
ข้อดี ราคาถูก ทำง่าย ลงทุนไม่กี่สิบบาท ทำขวดใช้เองได้  ฯลฯ
ข้อเสีย ใช้ได้ไม่นานก็ต้องผสมใหม่ , คุมปริมาณการจ่ายก๊าซไม่ได้ , ไม่สะดวกเพราะต้องคอยผสมอยู่เรื่อยๆ ฯลฯ
#ขวดหมักก็มีทั้งขวดนํ้าอัดลม(ทนเเรงอัดได้) , ขวดอะลูมิเนียม ฯลฯ


หน้าตาขวดหมักยีสต์ก็จะเเบบนี้ครับ(ขวดเล็กๆคือขวดกัก) รูปจาก http://www.qsl.net/w2wdx/aquaria/diyco2.html


ละเอียด ชัดเจนดีครับ  [เจ๋ง]
ratchata ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #3 เมื่อ: 21/11/13, [19:59:41] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

คาร์บอนไดออกไซด์เเบบถังก็คือ เป็นถังเหล็กหรือถังอะลูมิเนียม ที่บรรจุก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไว้ ซึ่งสามารถควบคุมปริมาณการจ่ายก๊าซ นับเป็น ฟอง ต่อ วินาที (ฟอง/วิ) โดยอุปกรณ์หลักๆที่ใช้ก็มีถัง(อะลูมิเนียม หรือถังเหล็ก) ,หัวเร็ก(Regulator)ไว้คุมเเรงดัน,ตัวปรับหยาบ/ปรับละเอียด , ตัวกันย้อน(check valve) ,ตัวนับฟอง ,หัวดิฟ เเละที่สำคัญสายที่ใช้ทั้งหมดต้องเป็นสายทนเเรงดัน ไม่ใช่สายลมธรรมดา
ข้อดี ใช้ได้นาน(ขึ้นกับความจุถัง) , คุมการจ่ายก๊าซมาก/น้อยได้ตามที่เราต้องการ , มีอัตราการจ่ายก๊าซที่คงที่ ,สะดวกสบาย
ข้อเสีย ราคาอุปกรณ์ในการซื้อเริ่มต้นค่อนข้างสูง

หน้าตาก็เเบบนี้เเหละครับ อันนี้ของผมเอง อิอิ





ส่วนคาร์บอนไดออกไซด์เเบบยีสต์ คือการนำนํ้าตาล มาหมักกับยีสต์ เเละได้co2 หรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์co2เป็นผลผลิต เเละก็ได้เอทิลเเอลกอฮอล์ C2H5OH ด้วยซึ่งพอใช้ๆไประยะนึง ปริมาณความเข้มข้นของเอทานอล(เอทิลเเอลกอฮอล์)ที่เกิดขึ้นก็จะเป็นพิษต่อยีสต์ เเละทำให้ยีสต์ตาย เราก็ต้องผสมใหม่ (ปกติผสมธรรมดาก็อยู่ได้1-2อาทิตย์) เเต่บางท่านก็มีสูตรผสมเเล้วใช้ได้เดือนนึง ก็ลองไปค้นๆดูครับ
ข้อดี ราคาถูก ทำง่าย ลงทุนไม่กี่สิบบาท ทำขวดใช้เองได้  ฯลฯ
ข้อเสีย ใช้ได้ไม่นานก็ต้องผสมใหม่ , คุมปริมาณการจ่ายก๊าซไม่ได้ , ไม่สะดวกเพราะต้องคอยผสมอยู่เรื่อยๆ ฯลฯ
#ขวดหมักก็มีทั้งขวดนํ้าอัดลม(ทนเเรงอัดได้) , ขวดอะลูมิเนียม ฯลฯ


หน้าตาขวดหมักยีสต์ก็จะเเบบนี้ครับ(ขวดเล็กๆคือขวดกัก) รูปจาก http://www.qsl.net/w2wdx/aquaria/diyco2.html

ขอบคุณมากๆเลยครับ กระจ่างเลยครับ รายละเอียดแน่นมากครับ  [ปิ๊งๆๆ]
ratchata ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #4 เมื่อ: 21/11/13, [20:09:08] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

คุณROMMYคับ ตู้ผม16 10 10 จำเป็นต้องใช้แบบไหนดีคับ
ROMMY ออฟไลน์
Club Leader
« ตอบ #5 เมื่อ: 21/11/13, [20:14:04] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

คุณROMMYคับ ตู้ผม16 10 10 จำเป็นต้องใช้แบบไหนดีคับ

ได้ทั้งสองเเบบครับ เเล้วเเต่สะดวกเเละงบประมาณครับ (ตู้18" x 10" x 10" ผมก็ใช้เเบบถังนะ)  คือเเบบถังใช้ได้ตั้งเเต่ตู้เล็ก ยันตู้ใหญ่ครับ ส่วนเเบบยีสต์ก็เช่นกัน เเต่ว่าเเบบยีสต์ส่วนมากเเล้วจะใช้ตู้ไม่เกิน24"ครับ เพราะถ้าตู้ใหญ่เกิน24" มันต้องทำหลายชุด ผสมหลายขวด วุ่นวาย ใช้เเบบถังสะดวกกว่าครับ

ถ้าผมเเนะนำสำหรับการเริ่มต้น ควรใช้ยีสต์ครับ เพราะจะได้ประสบการณ์ในการผสมยีสต์ หมักยีสต์ เเละนั่งรอจนฟองมันออก รวมทั้งลงทุนไม่มาก ทำเองง่ายๆครับ เเล้วพอชอบจริงๆก็ค่อยซื้อเเบบถังครับ  [เจ๋ง]  ปล.ตอนเเรกผมก็ใช้ยีสต์อยู่4เดือนครับ เเล้วก็เปลี่ยนเป็นเเบบถังเพราะขี้เกียจนั่งผสมเเละเขย่าขวดครับ  ้hahaha
ratchata ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #6 เมื่อ: 21/11/13, [20:43:04] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ได้ทั้งสองเเบบครับ เเล้วเเต่สะดวกเเละงบประมาณครับ (ตู้18" x 10" x 10" ผมก็ใช้เเบบถังนะ)  คือเเบบถังใช้ได้ตั้งเเต่ตู้เล็ก ยันตู้ใหญ่ครับ ส่วนเเบบยีสต์ก็เช่นกัน เเต่ว่าเเบบยีสต์ส่วนมากเเล้วจะใช้ตู้ไม่เกิน24"ครับ เพราะถ้าตู้ใหญ่เกิน24" มันต้องทำหลายชุด ผสมหลายขวด วุ่นวาย ใช้เเบบถังสะดวกกว่าครับ

ถ้าผมเเนะนำสำหรับการเริ่มต้น ควรใช้ยีสต์ครับ เพราะจะได้ประสบการณ์ในการผสมยีสต์ หมักยีสต์ เเละนั่งรอจนฟองมันออก รวมทั้งลงทุนไม่มาก ทำเองง่ายๆครับ เเล้วพอชอบจริงๆก็ค่อยซื้อเเบบถังครับ  [เจ๋ง]  ปล.ตอนเเรกผมก็ใช้ยีสต์อยู่4เดือนครับ เเล้วก็เปลี่ยนเป็นเเบบถังเพราะขี้เกียจนั่งผสมเเละเขย่าขวดครับ  ้hahaha
ขอบคุณมากๆเลยครับ  [ปิ๊งๆๆ]
superboy09 ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #7 เมื่อ: 21/11/13, [20:59:54] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ได้ทั้งสองเเบบครับ เเล้วเเต่สะดวกเเละงบประมาณครับ (ตู้18" x 10" x 10" ผมก็ใช้เเบบถังนะ)  คือเเบบถังใช้ได้ตั้งเเต่ตู้เล็ก ยันตู้ใหญ่ครับ ส่วนเเบบยีสต์ก็เช่นกัน เเต่ว่าเเบบยีสต์ส่วนมากเเล้วจะใช้ตู้ไม่เกิน24"ครับ เพราะถ้าตู้ใหญ่เกิน24" มันต้องทำหลายชุด ผสมหลายขวด วุ่นวาย ใช้เเบบถังสะดวกกว่าครับ

ถ้าผมเเนะนำสำหรับการเริ่มต้น ควรใช้ยีสต์ครับ เพราะจะได้ประสบการณ์ในการผสมยีสต์ หมักยีสต์ เเละนั่งรอจนฟองมันออก รวมทั้งลงทุนไม่มาก ทำเองง่ายๆครับ เเล้วพอชอบจริงๆก็ค่อยซื้อเเบบถังครับ  [เจ๋ง]  ปล.ตอนเเรกผมก็ใช้ยีสต์อยู่4เดือนครับ เเล้วก็เปลี่ยนเป็นเเบบถังเพราะขี้เกียจนั่งผสมเเละเขย่าขวดครับ  ้hahaha

ขอถามด้วยครับ ถ้าปริมาณ CO2 เท่ากันแต่อันนึงมาจากถัง อีกอันมาจากยีสต์ ความเข้มข้นแตกต่างกันด้วยมั้ยครับ
juniji ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #8 เมื่อ: 21/11/13, [23:33:46] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ชอบคุณ Rommy มาก ที่คอยช่วยตอบตลอด แถมละเอียดถ้วนน่าอ่านมากๆ  เอาใจช่วยอยู่ห่างๆนะครับ  ผมตามอ่านเช่นกัน
ratchata ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #9 เมื่อ: 24/11/13, [15:55:30] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ผมจัดมาละครับ ถัง3โลมั้งคับ อยากทราบว่าต้องปรับฟองยังไงบ้างคับคุณrommy
ROMMY ออฟไลน์
Club Leader
« ตอบ #10 เมื่อ: 24/11/13, [17:15:09] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ถัง3KG. คือนํ้าหนักตอนถังเปล่า ซึ่งถ้ามีก๊าซเต็ม เอาไปชั่งที่ตาชั่งธรรมดาจะหนักประมาณ 5Kg. ครับ (ถังอะลูมิเนียม) อิอิ
เอ่อ การปรับฟอง ก็หลังจากติดหัวเร็กเข้ากับวาว์วหัวถังเเล้ว เเละต่อสายจากหัวเร็ก เข้าปรับละเอียด เเละก็เข้ากันย้อน เเละนับฟอง เเล้วก็ลงหัวดิฟ ตามลำดับ ... ก็ปิดปรับละเอียด ให้สนิทก่อน เเละเปิดวาว์วหัวถังช้าๆ(หมุนทวนเข็ม) จะดังฟึบ เเละก็ค่อยๆปรับตัวปรับละเอียดให้ก๊าซผ่านมากขึ้น เเละดูที่นับฟอง ก็คอยนับฟองเลยครับ ว่าเราจะเปิดกี่ฟอง ต่อ วินาที
เเละพอตั้งได้ที่เเล้ว ก็ปล่อยทิ้งไว้เเปปนึง ให้ก๊าซออกสมํ่าเสมอ เเละก็ค่อยเอานํ้าสบู่ตีฟอง เเละมาลูบทุกๆจุดครับ เช็ครั่ว เช็คซึม ถ้าไม่มีรั่ว ซึม ก็จบครับ  [เจ๋ง]
ratchata ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #11 เมื่อ: 24/11/13, [17:23:04] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ถัง3KG. คือนํ้าหนักตอนถังเปล่า ซึ่งถ้ามีก๊าซเต็ม เอาไปชั่งที่ตาชั่งธรรมดาจะหนักประมาณ 5Kg. ครับ (ถังอะลูมิเนียม) อิอิ
เอ่อ การปรับฟอง ก็หลังจากติดหัวเร็กเข้ากับวาว์วหัวถังเเล้ว เเละต่อสายจากหัวเร็ก เข้าปรับละเอียด เเละก็เข้ากันย้อน เเละนับฟอง เเล้วก็ลงหัวดิฟ ตามลำดับ ... ก็ปิดปรับละเอียด ให้สนิทก่อน เเละเปิดวาว์วหัวถังช้าๆ(หมุนทวนเข็ม) จะดังฟึบ เเละก็ค่อยๆปรับตัวปรับละเอียดให้ก๊าซผ่านมากขึ้น เเละดูที่นับฟอง ก็คอยนับฟองเลยครับ ว่าเราจะเปิดกี่ฟอง ต่อ วินาที
เเละพอตั้งได้ที่เเล้ว ก็ปล่อยทิ้งไว้เเปปนึง ให้ก๊าซออกสมํ่าเสมอ เเละก็ค่อยเอานํ้าสบู่ตีฟอง เเละมาลูบทุกๆจุดครับ เช็ครั่ว เช็คซึม ถ้าไม่มีรั่ว ซึม ก็จบครับ  [เจ๋ง]
ขอบคุณมากคับ ช่วยตอบผมทุกครั้งเลย จิงคับนน.รวม5กก. ตอนนี้ผมปรับให้2ฟองต่อวินาทีคับ ไม่รู้จะเพียงพอมัยคับ
ROMMY ออฟไลน์
Club Leader
« ตอบ #12 เมื่อ: 24/11/13, [19:42:52] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ขอบคุณมากคับ ช่วยตอบผมทุกครั้งเลย จิงคับนน.รวม5กก. ตอนนี้ผมปรับให้2ฟองต่อวินาทีคับ ไม่รู้จะเพียงพอมัยคับ

ดูสีของนํ้ายาindicator ในตัว Drop checker ครับ เปิดให้ดรอปสีเขียวๆ จะกำลังดีครับ
ratchata ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #13 เมื่อ: 24/11/13, [23:02:49] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ดูสีของนํ้ายาindicator ในตัว Drop checker ครับ เปิดให้ดรอปสีเขียวๆ จะกำลังดีครับ
คับขอบคุณมากคับ
หน้า: 1   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: