เขียนโดย...อดุลย์ แมเร๊าะ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งสตูล ต.ปากน้ำ อ.ละงู จ.สตูล 91110 adulmr@gmail.com ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ Give me back the (Thai) word; Pla ชื่อผู้เขียน Adul Maeroh |
ในช่วงหลังมานี้ ได้มีประชาชนชาวไทยหลายกลุ่มหลายเหล่าหลากสาขาอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นิสิต นักศึกษา นักวิชาการ คนขับรถพ่วง ไปจนกระทั่งถึงโจรปล้นธนาคาร ต่างร่วมไม้ร่วมมือกันอย่างแข็งขัน ในการปรับเปลี่ยนการเรียกชื่อสิ่งมีชีวิตในน้ำบางชนิด ที่เคยมีชื่อขึ้นต้นด้วยคำว่า ปลา โดยการตัด ปลา ทิ้งไปอย่างไม่แยแส เช่น ถ้าหากมีใครมาพูดหรือเขียนว่า ปลาวาฬ ปลาโลมา ปลาหมึก ผู้คนกลุ่มข้างต้นนั้นเมื่อได้ยินได้อ่านแบบนี้เข้า จะรู้สึกหงุดหงิดเป็นอันมาก บางรายถึงกับแสดงภูมิรู้สวนออกมาทันควันว่า
คุณเรียกแบบนั้นมันไม่ถูกต้อง เนื่องจากว่าบรรดาสัตว์ที่เอ่ยนามมาข้างต้นนั้น นักวิทยาศาสตร์ไม่ได้จัดเป็นสัตว์ประเภทปลา รู้ไว้เสียด้วย
ท่านเหล่านั้นได้สาธยายเพิ่มเติมว่า เราต้องเรียกเพียงแค่ วาฬ โลมา หมึก โดยไม่ต้องมีคำว่า ปลา นำหน้า
ประเด็นที่ให้ตัดคำว่า ปลา ทิ้งไปนี่แหละครับ ที่ผมขอใช้สิทธิ์ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญเพื่อคัดค้านอย่างหัวชนฝา และขอถือโอกาสอภิปรายยกเหตุผลเพื่อชี้แจงแถลงไขในเรื่องนี้ ตามที่จะได้อ่านต่อจากนี้ไป และเมื่อได้อ่านจนจบแล้ว ท่านใดจะเอนเอียงถือหางอยู่ข้างไหน ก็สุดแท้แต่จะพิจารณา
ความคิดเห็นของผมก็คือ พวกเราคนไทยควรเรียกสัตว์น้ำเหล่านั้นโดยมีคำว่า ปลา นำหน้าเหมือนเดิม แบบที่ปู่ย่าตาทวดของพวกเราได้เรียกขานกันมาตั้งแต่โบร่ำโบราณ เพราะมันสื่อความหมายได้ดีอยู่แล้ว ขอความกรุณาอย่าได้ทุรนทุรายที่จะไปเปลี่ยนแปลงกันเลย ขอร้องเหอะ โดยที่ผมขออ้างพยานหลักฐานและแสดงเหตุผลประกอบคำชี้แจงดังต่อไปนี้
ประการแรก หากจะอ้างอิงเอาตัวอย่างจากพวกฝรั่งอั้งม้อเป็นหลัก ด้วยว่านักวิทยาศาสตร์สัญชาติฝรั่ง เป็นผู้ที่ประเดิมเริ่มศึกษาในเรื่องการจัดแบ่งกลุ่มสิ่งมีชีวิตบนโลกอันยุ่งเหยิงของเราใบนี้ ซึ่งฝรั่งเรียกหลักวิชาอันนั้นว่า Taxonomy หรือที่พี่น้องชาวสยามนามกระเดื่องได้แปลเป็นไทยไว้ว่า อนุกรมวิธาน
โดยท่านผู้มีเกียรติสัญชาติไทยทั้งหลายซึ่งเชียร์ให้ตัดออกคำว่า ปลา ทิ้งไป ได้อ้างว่าตามหลักวิชาอนุกรมวิธานนั้น บรรดาสัตว์ที่อาศัยอยู่ในน้ำประดามีเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นปลาหมึก เอย ปลาวาฬ เอย ปลาโลมา เอย ฝรั่งไม่ได้จัดให้เป็นสัตว์จำพวกปลา และพวกเขาก็เรียกชื่อสัตว์น้ำเหล่านั้นโดยไม่มีคำว่า Fish ปนเปเข้ามาให้สับสน อย่างเช่น ปลาวาฬ , ปลาโลมา ฝรั่งเรียกว่า Whale, Dolphin
ฝ่ายสนับสนุนให้ตัดออกคำว่า ปลา อาจจะเหลือบหางตามาทางผม
เห็นไหมล่ะว่ามันไม่มีคำว่า Fish แทรกมาเลย ดังนั้นคนไทยเราก็ควรจะตัดคำว่า ปลา ออกไปเสียด้วย
ในประเด็นนี้ผมก็ขอเรียนชี้แจงว่า หากจะยึดถือตามการเรียกชื่อของฝรั่งตะวันตกเป็นหลักกันแล้ว พวกเราอย่าไปดูแค่ประเภทของสัตว์น้ำเพียงสองสามชนิดตามที่ได้ยกตัวอย่างมาข้างต้นเท่านั้น ขอให้ลองสืบสาวไปถึงปลาชนิดอื่น ๆ เสียด้วยว่าพวกเขามีการเรียกชื่อกันยังไงบ้าง ซึ่งท่านไม่ต้องลำบากลำบนไปค้นเรื่องนี้ด้วยตัวเองหรอกครับ เพราะผมได้จัดมาให้แล้ว ณ บัดเดี๋ยวนี้
จากพยานหลักฐานอันเป็นที่ประจักษ์ชัด พบว่าฝรั่งเรียกขานชื่อปลาแท้ ๆ ชนิดอื่นโดยที่ไม่มีคำว่า Fish ประกอบเช่นเดียวกัน (หรือหากจะมีอยู่บ้างก็น้อยมาก เช่น Goldfish , Zebra fish , Catfish เป็นต้น) เช่น ปลาแซลมอน ปลาเก๋า ปลาไหล ปลาโอหรือทูน่า ฝรั่งเค้าก็เรียกเป็น Salmon, Grouper, Eel, Tuna ซึ่งล้วนไม่มีคำว่า Fish มาข้องเกี่ยวใด ๆ
แต่ในภาษาไทยของเรา ต้องมีคำว่า ปลา นำหน้า ความหมายมันถึงจะครบถ้วนสมบูรณ์ หากเราตัด ปลา ทิ้งไป มันจะดูแปลกไปทันที ตัวอย่างเช่น
วันนี้ผมกินข้าวกับ (ปลา) ลิ้นหมาทอด
สมศรีกำลังปิ้ง (ปลา) หมอ
สมชายซื้อ (ปลา) สากมาทำทอดมัน
(เสียงผมขู่เมียว่า) นี่เธอ ไปตลาดเช้านี้อย่าลืมซื้อ (ปลา) ทรายมาสักสองกิโลด้วย
สี่ประโยคข้างต้นนั้น ขอให้พวกเราลองอ้าปากพูดโดยไม่เอ่ย คำว่า ปลา ในวงเล็บดูสิครับ มันจะฟังดูแปลกไปทันที แค่ ซื้อสากมาทำทอดมัน หากทันตแพทย์มาได้ยินเข้าเป็นต้องร้องห้ามกันเสียงหลง ด้วยกลัวว่าขืนใครกินทอดมันสากเข้าไป ฟันฟางคงได้ร่วงกราวหมดทั้งปากเป็นแน่
หลายท่านอ่านมาถึงตรงนี้อาจจะแย้งว่า ที่ได้ยกตัวอย่างมานั้นไม่เห็นจะเกี่ยวกันเลย ปลาแท้ ๆ พวกนั้น คนไทยเราก็เรียกโดยมีคำว่า ปลา นำหน้าอยู่แล้วนี่
ก็ถูกต้องครับ เพียงแต่ที่ยกตรงนี้มาอ้าง ประเด็นหลักก็เพื่อจะบอกว่า ไม่ว่าจะเป็นปลาแท้ ๆ หรือปลาที่นักวิทยาศาสตร์เขาไม่จัดอยู่ในประเภทปลา ฝรั่งก็เรียกขานโดยที่ไม่มีคำว่า Fish ปนเข้ามาด้วยกันทั้งนั้นแหละ ไม่ได้แตกต่างใด ๆ ถ้าหากพวกเราคนไทยริจะเรียกแบบใช้มาตรฐานเดียวกับฝรั่ง ก็ต้องตัดคำว่า ปลา ออกจากชื่อปลาแท้ ๆ เหล่านั้นด้วยสิ
เอาล่ะ พูดแค่นี้อาจจะยังไม่กระจ่าง เรามาอ้างฝรั่งกันต่ออีกสักหน่อยเถอะ นายจิมมี่เพื่อนชาวอังกฤษของผมเขาบอกว่า เดินตามหลังฝรั่งหมาไม่กัด งั้นก็จะลองดู
แมงกะพรุน ปลาดาว ปลาหมึก (ปลาหมึกกระดอง) สัตว์น้ำที่เอ่ยนามมานั้น ตามหลักวิทยาศาสตร์หรือหลักอนุกรมวิธาน ไม่ได้เป็นสัตว์จำพวกปลา แต่ว่ามิสเตอร์จิมมี่เพื่อนผม เมื่อพูดคุยสนทนากับปู่ของเขาซึ่งแน่นอนว่าคุยกันโดยใช้ภาษาอังกฤษ พวกเขาเรียกเจ้าสัตว์น้ำสามยี่ห้อนั้นว่า Jellyfish , Starfish , Cuttlefish ซึ่งผมไม่เห็นว่าจะมีฝรั่งสัญชาติใดเผ่าไหน กระเสือกกระสนที่จะตัดคำว่า fish ออกไปจากชื่อของมันเลย ยังคงเรียกกันแบบเดิม ๆ อย่างหน้าชื่นตาบาน ทั้ง ๆ ที่สัตว์น้ำเหล่านั้นมันไม่ใช่ ปลา ตามหลักอนุกรมวิธาน
ในเมื่อฝรั่งเองยังไม่ทุกข์ร้อนกับเรื่องการเรียกชื่อกันแบบนั้น แล้วทำไมคนไทยเราถึงจะเรียกว่า ปลาหมึก ปลาดาว ปลาวาฬ ปลาโลมา ฯลฯ ไม่ได้เล่าครับ
ปลาหมึกกระดอง (Cuttlefish)

(ภาพจาก http://www.globefish.org/cuttlefish-august-2011.html)
ปลาดาว (Starfish)

(ภาพจาก http://doina-touchinghearts.blogspot.com/2011/10/starfish-asteroidea.html)
แมงกะพรุน (Jellyfish)

(ภาพจาก http://amazing-creature.blogspot.com/2011/10/beautiful-jellyfish-pictures.html)
Crayfish หรือ Crawfish (สัตว์จำพวกกุ้ง อาศัยอยู่ในน้ำจืด)

(ภาพจาก http://www.johnston.k12.ia.us/schools/lawson/gradelevellinks/crayfish/funfact.html)
ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ขออ้างฝรั่งกันต่ออีกหน่อยเหอะ อย่าเพิ่งหมั่นไส้นะครับ
แมงดาทะเล มิสเตอร์จิมมี่รวมทั้งเครือญาติของตนเองและญาติฝ่ายภรรยา เรียกขานมันว่า Horseshoe crab เอ! เจ้าแมงดาทะเลนี่มันไม่ใช่ ปู สักหน่อย ทำไมฝรั่งถึงได้มีคำห้อยท้ายเรียกว่า crab เสียล่ะ
Crayfish หรือ Crawfish นี่ก็จัดเป็นสัตว์จำพวกกุ้ง (กุ้งน้ำจืด) เห็นอยู่โทนโท่ แล้วเหตุไฉนฝรั่งถึงเรียกเป็น fish อยู่ได้หว่า ?
ด้วยเหตุผลข้างต้นทั้งหลายทั้งปวงดังที่ได้กล่าวมานั้นแล พวกเราอย่าได้ไปอ้างฝรั่งเพื่อที่จะตัดคำว่า ปลา ออกไปจากชื่อของสัตว์น้ำจำพวกปลาโลมา ปลาวาฬ ปลาหมึก ฯลฯ ด้วยว่าฝรั่งเขาก็เรียกสัตว์น้ำหลายชนิดกันแบบเดิม ๆ ตามที่ผมยกตัวอย่างมานั่นแหละครับ ซึ่งในเรื่องนี้มิสเตอร์จิมมี่พร้อมด้วยญาติ ๆ ทุกคน ยินดีที่จะเป็นพยานให้ผมได้ตลอด 24 ชั่วโมง
แล้วถ้าหากเราลองเอาเรื่องนี้ไปเทียบเคียงกับภาษาอื่น ๆ ซึ่งจะยกตัวอย่างภาษามาเลย์ ที่ผมเผอิญพอจะรู้ศัพท์และพูดได้บ้างสักสองสามคำ
ปลาวาฬ คนมาเลย์เรียกว่า ikan paus (อ่านว่า อีกัน เปาส) โดยที่ ikan แปลว่า ปลา
ปลาโลมา ญาติฝ่ายป้าสะใภ้ของผม อาศัยอยู่ที่รัฐปาหัง ประเทศมาเลเซีย เรียกมันว่า ikan lomba-lomba (อีกันลอมบาลอมบา) อย่างนี้เป็นต้น
ซึ่งก็ยังคงคำว่า ปลา หรือ ikan อยู่อย่างไม่สะทกสะท้านหวั่นไหว โดยที่ยังไม่เคยมีนักวิชาการหรือชาวมาเลเซียคนใดร้องแรกแหกกระเชอเสนอให้ตัดคำว่า ikan ออกไปจากชื่อพวกนี้ โทษฐานที่มันไม่ใช่สัตว์จำพวกปลา
หรือหากท่านใดจะลองไปค้นถึงการเรียกชื่อสัตว์น้ำเหล่านี้ในภาษาอื่น ๆ เทียบเคียงกันดู ผมก็เชื่อว่าน่าจะเป็นไปในอีหรอบเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นภาษาของมนุษย์เผ่ากินคนในเกาะสุลาเวสี ภาษากะเหรี่ยงคอยาวที่แม่ฮ่องสอน ภาษามอญ เขมร มูเซอ ไทยใหญ่ ไปจนกระทั่งถึงภาษาฝรั่งเดนมาร์ก หรือภาษาอุซเบกิสถาน ก็คงไม่ฉีกหรือต่างออกไปจากแนวนี้หรอก
แล้วอีกอย่างนะครับ ทำไมคนไทยเรากลุ่มที่ว่านั่น คิดแต่จะจองเวรเปลี่ยนหรือตัดออกเฉพาะ ปลา อย่างเดียวล่ะครับ เพื่อความยุติธรรมและไม่เป็นการลำเอียง ในเมื่อคิดที่จะตั้งหน้าตั้งตายึดหลักเกณฑ์ทางอนุกรมวิธานในการกำหนดเรียกชื่อ โดยการตัดคำว่า ปลา ออกไปจากสัตว์น้ำบางชนิดที่กล่าวมาแล้วข้างต้นนั่นล่ะก็ หากจะยึดถือตามมาตรฐานนั้น เราคงต้องมาพิจารณาเปลี่ยนชื่อของสัตว์น้ำที่จะกล่าวนามมาต่อไปนี้ด้วย คือ
1. ม้าน้ำ มาเรียกม้าน้ำทำไมกัน ก็ในเมื่อมันไม่ใช่สัตว์ประเภทม้าซักกะหน่อย งั้นต้องตัดคำว่าม้าออกไปสิครับ
2. ช้างน้ำ อย่าได้มาเรียกช้างน้ำเชียวนะ ไม่ย้อม..ไม่ยอม พวกเราไม่ใช่ช้าง กรุณาตัดคำว่าช้างออกไป
3. สิงโตทะเล นี่ก็เช่นเดียวกัน ในเมื่อมันไม่ได้จัดอยู่ในสัตว์จำพวกเดียวกับสิงโตในป่าของทวีปแอฟริกา ก็โปรดอย่าไปเรียกมันว่าสิงโต
4. แมวน้ำ เอ! แล้วมันเป็นสัตว์จำพวกเดียวกับแมว ที่คอยวิ่งไล่จับหนูหรือไง ? ถึงได้ไปเรียกว่าแมวน้ำ
- จักจั่นทะเล แมงดาทะเล มันอยู่ในกลุ่มเดียวกับจักจั่นหรือแมงดา รึก็เปล่า !
- แมงกะพรุน เจ้านี่ยิ่งแล้วใหญ่ ไม่เห็นว่ามันเป็นพวกแมงหรือแมลง ใด ๆ เลย สักแต่จะลอกคราบก็ยังทำไม่เป็น ทำไมถึงได้แปะยี่ห้อเรียกว่า แมง อยู่ได้
ดังนั้น ถ้าหากใครคิดจะตัดคำว่า ปลา ออกไปจากชื่อของ ปลาหมึก ปลาดาว ปลาวาฬ ฯลฯ แล้วล่ะก็ ชื่อของสัตว์ตามรายการ 1 2 3 4 ฯลฯ นั่นก็ต้องพิจารณาด้วย ไม่งั้นผมไม่ยอม ไปฟ้องศาลปกครองจะได้ไหมนี่ ?
ในเรื่องการเรียกชื่อของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้นะครับ ผู้คนชาติอื่น ๆ หรือแม้แต่ฝรั่งต่างด้าวซึ่งเป็นผู้ที่เริ่มต้นศึกษาหลักวิชาการแบ่งกลุ่มสิ่งมีชีวิตหรือหลักอนุกรมวิธาน ผมไม่เห็นว่าพวกเขาจะเดือดร้อนไปคิดเปลี่ยนชื่อของพืชหรือสัตว์ที่เคยเรียกขานมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ เพื่อให้คล้อยตามกับหลักการทางอนุกรมวิธานใด ๆ เลย ยังคงเรียกขานโดยใช้ชื่อแบบเดิม ๆ กันอย่างหน้าตาเฉย ดังที่ผมได้ยกตัวอย่างมานั่นแหละครับ จะมีก็แต่ชนชาติไทยบางจำพวกนี่แหละครับ ที่รู้สึกเป็นทุกข์เป็นร้อนกับเรื่องการเรียกชื่อเหล่านี้ ด้วยว่ามีความพยายามที่จะลากโยงให้มันสอดคล้องกับหลักวิทยาศาสตร์ว่าด้วยวิชาอนุกรมวิธานเสียให้ได้ แหม ! ทีเรื่องแบบนี้แล้วคนไทยเราช่างวิชาการจ๋ากันเสียเหลือเกินนะครับ ในขณะที่ผมเองก็ยังเห็นคนไทยหลายกลุ่มเช่นเดียวกัน ยังคงเซ่นไหว้จอมปลวกหรือกระทั่งสัตว์พิการจำพวกวัว 5 ขา ควาย 2 หาง หรือปลาไหลเผือก เป็นต้น ต่างพากันไปกราบไหว้ปะหลก ๆ เพื่อค้นหาตัวเลขเอาไปแทงหวย ทีกับเรื่องงมงายเหล่านี้ทำไมไม่มีใครคิดที่จะเอาหลักวิทยาศาสตร์ไปใช้บ้างล่ะครับ
ผมว่านะ คนไทยเราบางกลุ่ม ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่เสียด้วย จัดอยู่ในประเภทเป็นพวกที่คิดมากเกินไป และคิดเอาเรื่องสองเรื่องหรือมากกว่าสองเรื่อง นำมาคลุกเคล้าปนให้เป็นเรื่องเดียวกัน อย่างเช่นเรื่อง ปลา ที่กำลังคุยกันอยู่นี่ก็เช่นเดียวกัน ซึ่งผมคิดว่าเราไม่ควรเอาเรื่องของภาษาศาสตร์ (การตั้งชื่อ) มาปนกับเรื่องวิทยาศาสตร์ (หลักการจำแนกชนิดของสัตว์) ให้กลายเป็นเรื่องเดียวกัน ในทางวิทยาศาสตร์หรือหลักอนุกรมวิธาน จะจัดแบ่งกลุ่มสิ่งมีชีวิตโดยจำแนกว่าพืชหรือสัตว์กลุ่มใด จัดแบ่งประเภทรวมอยู่ในกลุ่มเดียวกับชนิดไหน ก็ว่ากันไปตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ ผู้ที่ศึกษาเล่าเรียนในเรื่องนั้นมาก็ต้องจดจำให้ได้ และตอบข้อสอบให้ถูกต้องก็แล้วกัน
แต่ในเรื่องของการกำหนดชื่อ หรืออาจจะเรียกว่าหลักภาษาศาสตร์ ก็ว่ากันไปอีกเรื่อง อย่าได้เอามาปนกัน เขาจะตั้งชื่อเรียกว่า ปลาโลมา ปลาวาฬ มันก็เป็นเรื่องของหลักภาษา ด้วยว่าสัตว์พวกนั้นมันอาศัยอยู่ในน้ำ แล้วมีรูปร่างเหมือนกับปลา ก็เลยกำหนดให้เรียกเป็น ปลา ส่วนตามหลักวิทยาศาสตร์จะถือว่าไม่ใช่ปลา มันก็เป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์ ไม่เกี่ยวกัน ขืนเอาสองเรื่องมาปนให้กลายเป็นเรื่องเดียวกัน เดี๋ยวมันจะยุ่ง
พวกเราลองนึกดูสิครับว่า ถ้าหากมีเหตุการณ์สาวน้อยวัยใสนามว่าน้องนิด เดินไปในตลาดสด แล้วเอ่ยปากบอกกับแม่ค้าซึ่งกำลังทำท่าจะงีบหลับโดยมีแมลงวันตัวเป้งเกาะอยู่ที่ปลายจมูก 2 ตัว
หนูขอซื้อพริกขี้หนูสัก 100 กรัม สิคะป้า เธอกะว่าจะเอาไปทำส้มตำกินกันกับเพื่อนฝูงสักมื้อหนึ่ง
รับรองได้ว่าแทนที่น้องแกจะได้พริกขี้หนู จำนวน 1 ขีด หรือ 100 กรัม (ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์) กลับกลายเป็นว่า น้องนิดต้องหอบพริกกลับมา 1 กระสอบปุ๋ย จำนวน 10 กิโลกรัม เนื่องจากว่าตามหลักภาษาสากลของแม่ค้าทั่วราชอาณาจักรไทย น้ำหนัก 1 กรัม มันก็คือ 1 ขีดของตาชั่ง (น้ำหนัก 1 กิโล =10 ขีด ดังนั้น 100 กรัม ก็เท่ากับ 10 กิโลกรัม) ได้พริกมา 10 กิโลนี่นะครับ เอาไปทำส้มตำเลี้ยงทหารที่จังหวัดลพบุรีได้ถึงแปดกองร้อย แถมยังเหลือเอาไปทำน้ำพริกกะปิได้อีก 6 ถ้วยใหญ่ นี่ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งของการใช้หลักวิทยาศาสตร์ไปปนกับหลักตลาดสดศาสตร์ มันก็เลยยุ่งดังว่า
ดังนั้น ผมจึงขอสรุปในเรื่องนี้ว่า ใครใคร่เรียก ปลาวาฬ ปลาโลมา ปลาหมึก ปลาดาว และอีกสารพัดปลา ก็ปล่อยให้พวกเขาเรียกกันอย่างนั้นไปเถิด โดยตัวผมเองก็ขอสนับสนุนให้เรียกกันแบบนั้น ด้วยว่าเราไม่จำเป็นที่จะต้องเอาหลักของการเรียกชื่อไปยุ่งเกี่ยวกับหลักอนุกรมวิธาน ซึ่งคนชาติอื่นภาษาอื่นบนโลกใบนี้ก็ไม่ได้วิตกจริตในเรื่องนี้แบบคนไทยเรา อีกทั้งพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ฉบับล่าสุด ปี พ.ศ.๒๕๔๒ ก็ยังมีศัพท์พวกนี้บัญญัติ โดยคงคำว่า ปลา ไว้ครบถ้วน ดังนั้นขอความกรุณาอย่าได้ดันทุรังคิดจะเปลี่ยนโดยถอดถอนคำว่า ปลา ตามใจตัวเองเลย และอย่าได้ไปบังคับขืนใจคนอื่นในเรื่องนี้ ถึงแม้คน (ที่พูดว่า ปลาวาฬ ฯลฯ) นั้นจะเป็นลูกหลานของตัวเองก็เหอะ หรือท่านอาจจะอธิบายกับหลานเอาบุญสักหน่อยว่า
หลานเอ้ย ! ที่หลานเรียกขานว่าปลาวาฬ ปลาหมึก อะไรนั้น มันก็เหมาะสมถูกต้องดีอยู่แล้ว แต่ถึงแม้จะมีชื่อนำหน้าด้วยคำว่าปลาตามที่หลานเรียกขาน ประดาสัตว์เหล่านี้ตามหลักวิทยาศาสตร์ไม่จัดว่าเป็นสัตว์ประเภทปลาหรอกนะ มันเหมือนกับหลายสิ่งหลายอย่างนั่นแหละ เช่น ขนมจีน ซึ่งมันไม่ใช่ขนมและไม่เกี่ยวข้องอันใดกับคนจีน เราคนไทยก็ยังคงเรียกว่าขนมจีนอยู่นั่นแหละ เข้าใจไหมครับ (ค่ะ)
แต่ผมอยากจะสะกิดเตือนสักนิดว่า ก่อนที่ท่านจะสอนสั่งอะไรสิ่งใดให้แก่ลูกหลาน ขอได้โปรดพิจารณาดูทิศทางลมให้ดีเสียก่อน เพราะเด็กสมัยนี้เขาฉลาด รู้มาก สาระแน แส่ทุกเรื่อง เผลอ ๆ เรื่องที่เราบอกไปนั้น พวกเด็ก ๆ เขารู้มาตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นอนุบาลสองโน่นแล้ว ดีไม่ดีอาจจะโดนเด็กน้อยตั้งคำถามยาก ๆ ย้อนถามกลับมาแล้วเราเกิดตอบไม่ได้ เด็กเขาจะพลอยดูหมิ่นหยามเหยียดให้เสียรังวัดเอาได้นะนา ขอบอก
ทั้งหมดนี้เป็นบทความที่ผมได้รับการแชร์มาจากพี่ท่านหนึ่ง ขอไม่เอ่ยนามด้วยเชื่อว่าพี่ท่านนั้นไม่ต้องการโด่งดังไปกว่านี้แล้ว และเห็นว่าดีมากจึงขอนำมาให้อ่านครับ
ส่วนตัวผมก็คิดเห็นเช่นนี้มานานแล้วครับ เราบ้าเห่อฝรั่งกันเรื่อยเปื่อย