ตามที่ทราบกันดีว่าในเว็บ aqua.c1up มี section ซื้อขายพรรณไม้น้ำ สำหรับมือเก่าเก๋าเกม พอเอยชื่อไม้ขึ้นมาก็รู้หมดว่าเป็นต้นอะไร แต่สำหรับมือใหม่หลายคนได้ยินชื่อแล้วอาจจะงง เพราะบางต้นก็เรียกตามชื่อสามัญ เว้ากันแบบภาษาบ้าน ๆ บางต้นก็เรียกชื่อภาษาอังกฤษ ดูเท่ดูราคาขึ้น ถ้าอย่างนั้นเราลองมารู้จักการเรียกชื่อสิ่งมีชีวิต (รวมทั้งไม้น้ำด้วย) กันสักหน่อยดีมั้ยครับ
ชื่อแบบแรก เค้าเรียกว่าชื่อสามัญ เข้าใจ ๆ ง่าย ๆ ก็คือชื่อบ้าน ๆ นี่แหละ ทีนี่อันชื่อบ้าน ๆ นี่ แต่ละท้องถิ่นก็เรียกต่างกันไป ยกตัวอย่างเช่น เจ้าตัวนี้ (ล่างสุด ภาพจาก aquticplantcentral)
ภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคเหนือ บ้านเราเรียก ผักแว่น แต่คนใต้เรียก ผักลิ้นปี่ ถ้าพวกกะเหรี่ยงหรือบางส่วนของภาคเหนือเรียก หนูเต๊าะ ถ้าพวกฝรั่งตาน้ำข้าวจะเรียกว่า Clover (มีกี่ใบก็เอาจำนวนใบใส่ไว้ข้างหน้า)
แต่เพราะพระเจ้าเป็นนักสร้างสรรค์ผู้ยิ่งใหญ่ เจ้าผักแว่น ผักลิ้นปี่ หนูเต๊าะ หรือ Clover ให้มีแค่ชนิดเดียว นักวิทยาศาสตร์เค้าจึงคิดค้น ระบบการเรียกชื่อขึ้น ระบบที่นิยมใช้กันเค้าเรียกว่า ระบบการเรียกชื่อสิ่งมีชีวิตแบบทวินาม หรือ Binomial nomenclature
ระบบการเรียกชื่อสิ่งมีชีวิตแบบทวินาม
** คัดลอกจากวิกิพีเดีย
ระบบการเรียกชื่อสิ่งมีชีวิตแบบทวินาม (อังกฤษ: Binomial nomenclature) เป็นระบบการเรียกชื่อสิ่งมีชีวิตแต่ละสปีชีส์ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ชื่อแต่ละชื่อในระบบนี้เรียกว่า ชื่อทวินาม (Binomial name) หรือ ชื่อวิทยาศาสตร์ (Scientific name) คือชื่อที่ใช้เรียกแทนสิ่งมีชีวิตในสปีชีส์ต่าง ๆ อย่างเป็นทางการ ชื่อทวินามจะเป็นภาษาละติน ประกอบด้วยคำศัพท์ 2 คำ คือ สกุล และ สปีชีส์ ซึ่งขึ้นอยู่กับสิ่งมีชีวิตที่ต้องการระบุ โดยรายละเอียดปลีกย่อยอาจแตกต่างกันออกไปบ้าง
ประวัติ
ระบบการเรียกชื่อสิ่งมีชีวิตแบบทวินาม ถูกคิดขึ้นใช้เป็นครั้งแรกโดย กาสปาร์ โบแอง (Gaspard Bauhin) และชอง โบแอง (Jean Bauhin) ซึ่งมีชีวิตก่อนคาร์ล ลินเนียสเกือบ 200 ปี ทว่าการใช้ระบบนี้ยังจำกัดอยู่ในวงแคบ ซึ่งในสมัยนั้นส่วนใหญ่ใช้ระบบการเรียกชื่อสิ่งมีชีวิตแบบไตรนาม แต่ต่อมาถึงสมัยของคาร์ล ลินเนียส ระบบนี้ก็เป็นที่แพร่หลายขึ้นมาก
กฎการตั้งชื่อ
มีหลักเกณฑ์ในการเขียนดังนี้
1. ชื่อทวินามจะเป็นภาษาละติน ประกอบด้วยคำศัพท์ 2 คำ คือ สกุล (genus) และ สปีชีส์ (species)
2. ชื่อทวินามมักจะถูกพิมพ์ด้วยตัวเอน เช่น Homo sapiens หากเป็นการเขียนด้วยลายมือควรขีดเส้นใต้ลงไปแทน
3. คำศัพท์คำแรก (ชื่อสกุล) ต้องขึ้นต้นด้วยอักษรตัวใหญ่เสมอ นอกจากนั้นใช้อักษรตัวเล็กทั้งหมด เช่น Canis lupus หรือ Anthus hodgsoni แต่สำหรับสิ่งมีชีวิตที่ตั้งชื่อทวินามไว้ก่อนหน้าศตวรรษที่ 20 และขึ้นต้นด้วยอักษรตัวใหญ่อยู่แล้ว ไม่ต้องเขียนเป็นตัวเล็กอีก เช่น Carolus Linnaeus
4. ในสปีชีส์ย่อย ชื่อจะประกอบด้วยสามส่วนและสามารถเขียนได้สองแบบ โดยพืชและสัตว์จะเขียนต่างกัน[3] เช่น
o เสือโคร่งเบงกอลคือ Panthera tigris tigris และ เสือโคร่งไซบีเรียคือ Panthera tigris altaica
o ต้นเอลเดอร์ดำยุโรปคือ Sambucus nigra subsp. nigra และเอลเดอร์ดำอเมริกาคือ Sambucus nigra subsp. canadensis
5. ในตำราเรียน มักมีชื่อสกุลย่อ หรือชื่อสกุลเต็มของนักวิทยาศาสตร์ผู้จัดทำชื่อนั้นต่อท้าย โดยชื่อสกุลย่อใช้กับพืช ส่วนชื่อสกุลเต็มใช้กับสัตว์ ในบางกรณีถ้าชื่อสปีชีส์เคยถูกกำหนดให้ชื่อสกุลที่ต่างออกไปจากชื่อในปัจจุบัน จะคร่อมชื่อสกุลนักวิทยาศาสตร์กับปีที่จัดทำไว้ เช่น Amaranthus retroflexus L., Passer domesticus (Linnaeus, 1758) ที่ใส่วงเล็บเพราะในอดีตชื่อหลังอยู่ในสกุล Fringilla
6. หากใช้กับชื่อสามัญ เรามักใส่ชื่อทวินามไว้ในวงเล็บต่อท้ายชื่อสามัญ เช่น "นกกระจอกบ้าน (Passer domesticus) กำลังมีจำนวนลดลงอย่างน่าตกใจ"
7. การเขียนชื่อทวินามเป็นครั้งแรกในรายงานหรือสิ่งพิมพ์ เราเขียนเป็นชื่อเต็มก่อน หลังจากนั้นเราสามารถย่อชื่อสกุลให้สั้นลงเป็นอักษรตัวแรกของชื่อสกุลและตามด้วยจุด เช่น Canis lupus ย่อเป็น C. lupus ด้วยเหตุที่เราสามารถย่อชื่อในลักษณะนี้ได้ ทำให้ชื่อย่อเป็นที่รู้จักและกล่าวถึงมากกว่าชื่อเต็ม เช่น T. Rex คือ Tyrannosaurus rex หรือ E. coli คือ Escherichia coli เป็นต้น
8. บางกรณี เราเขียน "sp." (สำหรับสัตว์) หรือ "spec." (สำหรับพืช) ไว้ท้ายชื่อสกุล ในกรณีที่ไม่ต้องการเจาะจงชื่อสปีชีส์ และเขียน "spp." ในกรณีที่ต้องการกล่าวถึงหลายสปีชีส์ ตัวอย่างเช่น "Canis sp.", หมายถึงสปีชีส์หนึ่งในสกุล Canis
9. สิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งอาจมีชื่อวิทยาศาสตร์มากกว่าหนึ่งชื่อ ให้ใช้ชื่อตั้งขึ้นก่อนเป็นชื่อหลัก ส่วนชื่ออื่นเป็นชื่อพ้อง
10. ชื่อวิทยาศาสตร์มักจะบอกลักษณะบางอย่างกับสิ่งมีชีวิตชนิดนั้น
สำหรับเจ้าผักแว่นพระเอกของเรา ถ้าเป็นตัวที่เลี้ยงเป็นไม้น้ำต้นเตี้ย ๆ น่ารัก อันนั้นพื้นเพเค้ามาจากออสเตรเลีย เค้ามีชื่อ Marsilea crenata แต่ถ้าเป็นผักแว่นจิ้มน้ำพริกบ้านเรา เค้าเรียกว่า Marsilea crenata Presl, Rel. Haenk. เอาไปปักในตู้จะสูงชะลูดตูดปอด พวกอื่น ๆ ที่มีลักษณะใบแยกย่อยอื่น ๆ เช่น ผักแว่นขน หรือ Nardo อันนี้ขึ้นตามทะเลทราย ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Marsilea drummondii
เล่ามาพอท้วม ๆ สนใจอยากรู้ชื่อไม้น้ำเพิ่มเติม เข้าไปดูเว็บไซต์ของสถาบันวัจัยสัตว์น้ำสวยงามและพรรณไม้น้ำ ได้ครับที่ http://www.fisheries.go.th/aquaorna/พรรณไม้สวยงาม.html







