ผมเคยเลี้ยงไม้น้ำกับปลาเมื่อหลายปีก่อนตอนอยู่ต่างประเทศ เลิกไปได้ 10 ปีแล้วครับ แต่พักหลังนี้เห็นตู้ไม้น้ำที่จัดโชว์ในห้างก็ต้องทึ่งฝีมือคนไทยครับ สวยจริงๆ ก็เลยเลียบๆเคียงๆดูว่าจะกลับมาเล่นอีกดีไหม เข้ามาหาข้อมูลที่นี่น่าจะเป็นแหล่งรวมจอมยุทธ์ในวงการจริงๆนะครับ ก็พบว่ามีประเด็นเรื่องภูมิอากาศ ร้อนๆอย่างบ้านเราถ้าไม่เข้าห้องแอร์ก็ต้องมีระบบทำความเย็น ตั้งแต่พัดลมยันชิลเลอร์เลย หุ หุ ตอนผมเลี้ยงในต่างประเทศต้องใช้ heater อ่ะครับ เลี้ยงไว้แถวๆ 25-26 องศาเอง ระบบ CO2 ก็ไม่ต้องใช้ ถึงไม้จะไม่พรึบเต็มตู้แต่ก็งามใช้ได้ครับ ไม่รู้ชื่อไม้น้ำที่เรียกกันในเมืองไทยแต่ค้นจากรูปมีชื่อภาษาอังกฤษคือ Cryptocoryne beckettii ''petchii'' และ Echinodorus bleher แล้วก็มีมอสเกาะขอนไม้อีกหน่อย


รูปยืมมาจากเน็ทนะครับ
เจ้า Echinodorus bleheri นี่โตใหญ่ออกมานอกตู้ ส่วน Cryptocoryne beckettii นี่รากเดินเต็มพื้นเลย
อ้อ..ผมใช้แผ่นกรองใต้กรวดด้วยนะครับ แต่อัดน้ำเป็น reverse flow ครับ แล้วมีกรองถัง Ehiem อีกตัว ตู้ประมาณ 48 นิ้วครับ ส่วน substrate ใช้กรวดล้วนๆครับ บรรดาสมาชิกมีครีบก็เป็นปลาเทวดา, Otto, Cherry barbs, Corry, Siamese Algae Eater (ซึ่งดันกินแต่อาหารปลา)
มาเข้าประเด็นที่อยากถามนะครับ คือว่ายังคาใจว่า ระบบ CO2 จะจำเป็นแค่ไหน ถ้าจะเลือกเอาไม้น้ำที่อึดหน่อย ไม่ต้องการ CO2 จะได้ไหม เพราะรู้สึกว่ามีกรองนอกหนึ่งตัวก็รุงรังพอแล้ว อยากทำตู้ที่อุปกรณ์น้อยๆหน่อย
ผมก็สงสัยว่าอุณหภูมิมีผลต่อปริมาณก๊าซที่ละลายอยู่ในน้ำอย่างไร ก็เลยเอากราฟมาฝากครับ

อุณหภูมิยิ่งต่ำก็ยิ่งสะสม CO2 ไว้ได้มาก อย่างนี้ทำให้ผมคิดว่าคุมอุณหภูมิให้ต่ำเอาไว้หน่อย ก็คงไม่ต้องพึ่ง CO2 กระมังครับ
ส่วนจะคุมอุณหภูมิให้ต่ำไว้ยังไง ก็ยังคิดไม่จบครับ แต่ถ้าจะเอาพัดลมเป่าผิวน้ำเลย คิดว่า CO2 มันจะไปหมดนะครับ แล้วก็ต้องมาเติม CO2 ให้มันอีก
คิดเล่นๆว่า CO2 จะมาจากไหนถ้าไม่ใช้ระบบ CO2 เอางี้ได้ไหม จัดปลาตู้ตัวโตๆไว้อีกตู้ แล้วหมุนเวียนน้ำเอา CO2 จากปลามาเข้าตู้ไม้น้ำ เอ..มันชักจะยุ่งไปใหญ่วุ้ย.. ้hahaha









