Aqua.c1ub.net

Shrimp Club => กุ้งเครฟิช => ข้อความที่เริ่มโดย: Aquarist Thailand ที่ 16/08/11, [23:41:02]



หัวข้อ: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 6 กำลังมา
เริ่มหัวข้อโดย: Aquarist Thailand ที่ 16/08/11, [23:41:02]
ก่อนอื่นขอแนะนำตัวเองก่อน ผม บลู Aquarist

เข้าวงการเลี้ยงกุ้งเมื่อประมาณ ปี 51 ก็เริ่มจากการที่เห็นกุ้งสีแปลกๆ ในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ซึ่งเป็นสีส้ม กับสีฟ้า ก็เห็นว่ามันแปลกดี ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน  จึงเป็นแหล่งจุดประกาย ว่าเราจะต้องหากุ้งแบบนี้มาเลี้ยงให้ได้ (ส่วนตัวผมชอบเลี้ยงสัตว์อยู่แล้วมันจึงอยากง่ายเป็นธรรมดา ครับ) แต่ในขณะนั้นความรู้ยังมีไม่มากนัก ส่วนตัวเองคิดว่าคงเลี้ยงยากพอสมควร แต่ก็เอาเถอะใจมันอยาก ก็จัดไป ช่วงนั้นก็เป็นเรื่องราวของสาย P ต่อมา  ช่วงปี 2010 ในตอนนั้นได้รู้จักกุ้ง Cherax destructor จากหนังสือเล่มหนึ่ง ที่เขียนโดย ชาวเยอรมัน มีภาพของเดส ที่ก้ามใหญ่มากๆ เป็นภาพสีสดใสเลยที่เดียว ต้องขอบอกคุณผู้อ่านเลยครับว่า มันโดนใจสุดๆ ความอยากนี่ทะลุเพดานเลยครับ ด้วยทรงก้ามที่ทรงพลัง สีน้ำเงินแกมเขียว มันมัดใจผมเลยจริงๆ ก็อย่างว่าละครับ ผมเอง ไม่รอช้า เข้าเวปเลย จะที่ไหนได้ Aquaclub.net ที่เดียวมีทุกอย่าง ก็หาไปพักหนึ่ง ก็ได้ เดสสีฟ้ามาหนึ่งคู่ ขนาด ประมาณ 2 นิ้ว ซื้อหาจากคนในเวป นี้แหละ เลี้ยงไปประมาณ 2 เดือน ทั้งคู่ก็กลับกลายเป็นสี เขียวขี้ม้า และแล้ววันหนึ่ง เจ้าตัวผู้ก็จากไป อันเนื่องมาจาก โดน เมียรัก จับกินตอนลอกคราบ น่าเสียดายยิ่งนัก แต่นั่นไม่ใช่ เหตุผลที่จะทำให้ผมเลิกเลี้ยง แต่มันกลับทำให้เิกิดความอยากเลี้ยงเดส มากขึ้น กว่า้เดิม เพราะผมตั้งเป้าหมายว่า เราจะต้องเพาะลูกให้ได้
     ก็เริ่มหาข้อมูล จากหลายแหล่ง เกี่ยวกับการเลี้ยง ส่วนเรื่องในเชิงวิทยาศาสตร์ไม่เท่าไร ผมถนัดเพราะเีรียนทางด้านวิทยาศาสตร์การประมง โดยตรง ไปๆมาๆจึงทราบว่าเดสที่ผมเลี้ยง 2 ตัว นั้น จัดเป็นรุ่นลูก F1 ที่เกิดในเมืองไทย(สอบถามจากคนขายโดยตรงซึ่งเค้าใจดีบอกหมดเลย เป็นพ่อค้าที่น่ารักมาก ) จากพ่อแม่เดสที่นำเข้า ถ้าตอนนี้ใครมีเดสรุ่นเดียวกับผม ไซส์น่าจะ ประมาณ 6 นิ้ว แล้วเห็นจะได้ รุ่นนั้น ส่วมมากน้ำตาลเยอะมากๆ แต่ก็มีเดสสีน้ำเงินเข้มอยู่ พอประมาณ แต่ก็ยังหาคนเพาะได้ไม่มากนัก เท่าที่รู้ ตอนนั้นมี คุณอ๋อง คุณนัง คุณวี และต่างจังหวัดอีกท่านหนึ่ง เพาะและจำหน่ายจ่ายแจก อยู่ในเวปบ้าง ออกสู่สวนจตุจักร ก็มี แต่ในขณะเดียวกันนั้น กุ้งตัวหนึ่งที่ทุกคนคงรู้จัก และอยากมีไว้ในครอบครอง แน่นอนว่าคำตอบนั้นคือ บลูเพิล นั่นเอง เรื่องความสวยงามน่ารักของเจ้านี่คงไม่ต้องสาธยายให้มาก บอกได้คำเดียวว่าโดนใจเต็มๆ แต่ทว่า ความสวยนั้นเอาใจยาก ไงละ คนจึงกล้าๆ กลัวที่จะเอามาไว้ในครอบครอง เพราะต้องน้ำเย็นนี่แหละ ตัวสำคัญ แต่ก็มีคนใจกล้า อยู่ 3-4  ท่านจัดมาไว้ในตู้ที่บ้านพอสมควร ในปัจจุบันที่ประสบความสำเร้จ และยังมีการพํฒนาต่อไป คงเป็น คุณ ณัฐ Yabby House  ซึ่งท่านนี้ เจ้าบุญทุ่มจริงๆ
     เมื่อความสวยปะทะความอยาก มันจึงเกิด ไอเดียใหม่ โดยนำ เดสรุ่น(F1)แรกที่เกิดในไทย ครอกที่สอง -สามไป(บางส่วนก็มีการจำหน่ายไปเป็นเดสแท้) ผสมบลูเพิร์ลลูกนอก โดยใช้แม่เป็นเดส พ่อเป็นเพิร์ล เอาละครับ จึงเป็นที่มาของเจ้าชายเลือดผสม(คล้ายๆ กับในหนัง อะครับ) ทำให้สีสัน ออกมาทางน้ำเงินมากขึ้น น้ำตาลน้อยลง  ถ้าคิดคำนวณ เปอร์เซนต์ เลือดก็ จะเป็น เดส 50% บลูเพิร์ล 50% รุ่นนี้ขายดีกันเป็นเท่น้ำเทท่า ประมาณว่ามีเท่าไรก็หมด การแพร่กระจายของเดส ก็กว้างขวางออกไปพอสมควร


วันนี้มีเวลา น้อย เอาเป็นโอกาสหน้า มาต่อ อีกทีนะครับ
ปล. ท่านใดมีข้อมูลแนะนำได้นะครับ หรือพูดคุย ผ่านทาง Facebook ตามที่อยู่ ด้ามล่างได้เลย
ข้อความที่กระผมได้กล่าวในกระทู้นี้ ไม่ต้องการให้เกิดการ ถกเถียงในเชิงลบนะครับ เพียงอยากจะเล่าความจริงจากประสบการณ์ให้ฟัง


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 1
เริ่มหัวข้อโดย: tao5355 ที่ 17/08/11, [08:19:59]
บทความ ชวนอ่าน อย่าลืมมาเล่าต่อนะครับ  [on_055] [on_055] [on_055] [on_055] [on_055]


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 1
เริ่มหัวข้อโดย: desmosedici2011 ที่ 17/08/11, [17:25:20]
ดูจากเนื้อเรื่องที่เล่าในตอนนี้ เหมือนเป็นขาขึ้นของเครฟิช แล้วตอนขาลง หรือล้นตลาดจะยังรักเครฟิชกันอยู่ไหมเนี่ย (แบบปลากัด HMPK HM อะ ถูกมองว่าปลาบ้านๆไปซะงั้น ทั้งๆที่กว่าจะทำสวยๆตั้ง กี่รุ่นต่อกี่รุ่น)  ยังไงๆก็เพาะเลี้ยงกันเยอะๆนะครับ ผมรอซื้ออยู่ตัวสวยๆ อิอิอิอิ
 [on_026] [on_026] [on_026] [on_026]


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 1
เริ่มหัวข้อโดย: Aquarist Thailand ที่ 17/08/11, [17:54:36]
ดูจากเนื้อเรื่องที่เล่าในตอนนี้ เหมือนเป็นขาขึ้นของเครฟิช แล้วตอนขาลง หรือล้นตลาดจะยังรักเครฟิชกันอยู่ไหมเนี่ย (แบบปลากัด HMPK HM อะ ถูกมองว่าปลาบ้านๆไปซะงั้น ทั้งๆที่กว่าจะทำสวยๆตั้ง กี่รุ่นต่อกี่รุ่น)  ยังไงๆก็เพาะเลี้ยงกันเยอะๆนะครับ ผมรอซื้ออยู่ตัวสวยๆ อิอิอิอิ
 [on_026] [on_026] [on_026] [on_026]

ใช่แล้วครับ ผมกำลัง ไล่เรียงตั้งแต่เริ่ม มาเรื่อยๆ  ้hahaha


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 1
เริ่มหัวข้อโดย: ณัฐ Yabby House ที่ 17/08/11, [19:32:13]
ขอเสริมหน่อยนะครับ

เดส เข้ามาจำหน่ายประมาณปลายปี 09 ตอนนั้นใช้ชื่อเรียกว่า บลูเพิร์ลหลากหลายสี เป็นกุ้งนำเข้า(ลูกนอก)

เข้ามาขายในตอนนั้น พ่อค้าขายดีมาก เข้ามาเท่าไรก็ขายหมด  ไซส์ 3 - 4 นิ้วราคาตัวละประมาณ800-1,000.-

ตอนนั้นไซส์เด็กๆยังไม่มีจำหน่าย  สีเดสลูกนอกเข้ามาจำหน่าย ก็มีสีเด่น คือ สีน้ำตาลข้อก้ามแดง

สีน้ำเงินเข้มข้อก้ามแดง สีเทาข้อก้ามแดงหรือตอนนั้นเรียกว่า แบ็ลคเพิร์ล  มีจำหน่ายจนถึงเดือนเมษายน ปี10

พ่อค้านำเข้าก็ไม่ได้สั่งเข้ามาจำหน่ายอีกเลยถึงปัจจุบัน   ในช่วงเวลานั้น ลูกค้าต้องการบลูเพิร์ลไซส์แรกเกิด

ก็หายาก บลูเพิร์ลลูกนอก ไซส์ 3-4นิ้ว ก็หายาก  เดสลูกนอกก็หายาก หรือเป็นเพราะว่าในช่วงนั้น

มีผู้เพาะพันธุ์เดสได้ และได้เยอะมาก นำมาจำหน่ายในราคาไม่สูงมาก เดสลูกนอกจึงไม่นำเข้ามา

เมื่อมีผู้เพาะเดสได้ ก็มีลูกค้ามาตั้งโจทย์ว่าน่าจะทำให้เดสเป็นสีน้ำเงินเหมือนบลูเพิร์ลและเลี้ยงน้ำธรรมดา

ไม่ต้องเลี้ยงน้ำเย็นเหมือนบลูเพิร์ล  ช่วงเดือนพฤษภาคม - ตุลาคม ปี10 ช่วงนั้นไม่มีเดสออกมาจำหน่ายเลย

ทั้งเดสลูกนอกไซส์ใหญและเดสลูกในไซส์เล็ก  เดือนพฤศจิกายน ปี10 เริ่มมีคนเพาะเดสลูกในได้

ทั้งเดสน้ำตาลข้อก้ามแดง เดสน้ำเงินข้อก้ามแดง (เดสที่เพาะออกมาข้อก้ามแดงยังเป็นเดสพันธุ์แท้ค่ะ)

ส่วนเดสน้ำเงินตัวเมียข้อก้ามแดงผสมพันธุ์กับบลูเพิร์ลตัวผู้ ลูกที่ออกมาเมื่อโตแล้วจะเรียกกันว่าเดสครึ่งเพิร์ล
จะมีสีน้ำเงินข้อก้ามแดง
จะมีสีน้ำเงินข้อก้ามขาว
จะมีสีฟ้าข้อก้ามส้ม
จะมีสีฟ้าข้อก้ามขาว
แต่จะไม่มีจุดสีขาวข้างตัว4จุดเหมือนบลูเพิร์ล


ตลาดค้ากุ้งก็กลับมาคึกคักกันอีกที เมื่อมีเดสลูกในเข้ามาจำหน่าย คือเดสครึ่งเพิร์ล(เดสแม่พันธุ์ผสมกับบลูเพิร์ลพ่อพันธุ์) และเลี้ยงน้ำ 26-30องศา  ช่วงนั้นเดสฟ้าเดสน้ำเงินมาที่หนึ่งเลยค่ะ

ทุกท่านที่อยากเลี้ยง อยากเพาะ ก็เข้ามาสั่งซื้อกันจากผู้เพาะเดสในประเทศ ในเวลานั้น

ต่อมาผู้ที่เพาะเดสก็นำเดสครึ่งเพิร์ลมาผสมกันลูกๆที่ออกมาเรียกชื่อว่าเดสเลี้ยวเพิร์ล
จะเ๋ป็นเดสสีน้ำเงินข้อก้ามขาวผสมกับเดสสีน้ำเงินข้อก้ามขาว ลูกที่ออกมาก็เป็นเดสสีน้ำเงินหรือเดสน้ำเงิน
เรียกชื่อว่า เดสเลี้ยวเพิร์ล
จะเ๋ป็นเดสสีฟ้าข้อก้ามขาวผสมกับเดสสีฟ้าข้อก้ามขาว ลูกที่ออกมาก็เป็นเดสสีฟ้าหรือเดสฟ้า
เรียกชื่อว่า เดสเลี้ยวเพิร์ล

ตอนนี้เดสเลี้ยวเพิร์ลก็ผสมไปมาเป็นเวลา2ปีแล้ว
ลูกๆที่เป็นสีน้ำเงินก็ยังเป็นสีน้ำเงิน
ลูกๆที่เป็นสีฟ้าก็ยังเป็นสีฟ้า
ลูกๆที่เป็นสีฟ้าอ่อนเริ่มผสมกันหลายชั้น...เริ่มจะเป็นสีขาวแล้ว  และต่อไปก็เดสที่ชื่อว่าเดสขาว

ถ้ามีผู้เพาะพันธุ์นำบลูเพิร์ลพ่อพันธุ์ผสมกับเดสน้ำเงินข้อก้ามขาว(จะเป็นเดสครึ่งเพิร์ลหรือเดสเลี้ยวเพิร์ล)
ถ้ามีผู้เพาะพันธุ์นำบลูเพิร์ลพ่อพันธุ์ผสมกับเดสฟ้าข้อก้ามขาว(จะเป็นเดสครึ่งเพิร์ลหรือเดสเลี้ยวเพิร์ล)
ลูกๆที่ออกมาเราจะเรียกว่า เดสเลี้ยวเพิร์ลพันธุ์แท้

และถ้านำเดสเลี้ยวเพิร์ลพันธุ์แท้มาผสมกัน  เราจะเรียกว่า เดสเลี้ยวเพิร์ลต่อไป  

สรุปปัจจุบัน เดสฟ้าข้อก้ามขาว เดสน้ำเงินข้อก้ามขาว เดสเลี้ยวเพิร์ลข้อก้ามขาว
    
ทั้งหมดเรียกว่า เดสเลี้ยวเพิร์ล ค่ะ  


ข้อมูลจากประสบการณ์ที่เลี้ยงเดสมาประมาณ 2ปี  

เพื่อนๆนักเพาะกุ้งที่มีข้อมูลก็มาช่วยเสริมต่อเติมนะค่ะ  
เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับผู้เลี้ยงผู้เพาะเดสต่อไป

ณัฐ Yabby House

 emb01

  






หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 1
เริ่มหัวข้อโดย: IceZash ที่ 17/08/11, [21:24:12]
ขอเสริมหน่อยนะครับ

เดส เข้ามาจำหน่ายประมาณปลายปี 09 ตอนนั้นใช้ชื่อเรียกว่า บลูเพิร์ลหลากหลายสี เป็นกุ้งนำเข้า(ลูกนอก)

เข้ามาขายในตอนนั้น พ่อค้าขายดีมาก เข้ามาเท่าไรก็ขายหมด  ไซส์ 3 - 4 นิ้วราคาตัวละประมาณ800-1,000.-

ตอนนั้นไซส์เด็กๆยังไม่มีจำหน่าย  สีเดสลูกนอกเข้ามาจำหน่าย ก็มีสีเด่น คือ สีน้ำตาลข้อก้ามแดง

สีน้ำเงินเข้มข้อก้ามแดง สีเทาข้อก้ามแดงหรือตอนนั้นเรียกว่า แบ็ลคเพิร์ล  มีจำหน่ายจนถึงเดือนเมษายน ปี10

พ่อค้านำเข้าก็ไม่ได้สั่งเข้ามาจำหน่ายอีกเลยถึงปัจจุบัน   ในช่วงเวลานั้น ลูกค้าต้องการบลูเพิร์ลไซส์แรกเกิด

ก็หายาก บลูเพิร์ลลูกนอก ไซส์ 3-4นิ้ว ก็หายาก  เดสลูกนอกก็หายาก หรือเป็นเพราะว่าในช่วงนั้น

มีผู้เพาะพันธุ์เดสได้ และได้เยอะมาก นำมาจำหน่ายในราคาไม่สูงมาก เดสลูกนอกจึงไม่นำเข้ามา

เมื่อมีผู้เพาะเดสได้ ก็มีลูกค้ามาตั้งโจทย์ว่าน่าจะทำให้เดสสีน้ำเงินเหมือนบลูเพิร์ลและเลี้ยงน้ำธรรมดา

ไม่ต้องน้ำเย็นเหมือนบลูเพิร์ล  ช่วงเดือนพฤษภาคม - ตุลาคม ปี10 ช่วงนั้นไม่มีเดสออกมาจำหน่ายเลย

ทั้งเดสลูกนอกไซส์ใหญและเดสลูกในไซส์เล็ก  เดือนพฤศจิกายน ปี10 เริ่มมีคนเพาะเดสลูกในได้

ทั้งเดสน้ำตาลข้อก้ามแดง เดสน้ำเงินข้อก้ามแดง  และเดสเลี้ยวเพิร์ลหรือที่เรียกอีกชื่อนึ่งว่า เดสฟ้า   

ตลาดค้ากุ้งก็กลับมาคึกคักกันอีกที เมื่อมีเดสลูกในเข้ามาจำหน่าย  ช่วงนั้นเดสฟ้ามาที่นึ่งเลย

เพราะอยากเลี้ยงบลูเพิร์ล แต่ติดที่ต้องใช้น้ำเย็นเลี้ยง แต่พอเดสฟ้าเลี้ยวเพิร์ล (คือเดสแม่พันธุ์ผสมกับบลูเพิร์ล

พ่อพันธุ์)  ผสมได้ และเลี้ยงน้ำ 26-30องศา  ทุกท่านที่อยากเลี้ยง อยากเพาะ ก็เข้ามาสั่งซื้อกันจากผู้เพาะเดสในประเทศ จนถึงปัจจุบัน

ที่เขียนมาทั้งหมดนี้คือความเป็นมาของเดสครับ

เดี๋ยวว่างๆจะมาช่วย เจ้าของกระทู้ เล่าเรื่อง ลูกเดส ไซส์แรกเกิดถึงเกือบสีนิ้ว ที่เวลาลอกคราบแล้ว

สีเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาจนน่าเวียนหัว   

......K.....








เค้ามือใหม่ มาเก็บความรู้จากเจ้าแม่  [on_035] [on_035]


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 1
เริ่มหัวข้อโดย: Prab Prabchana. ที่ 17/08/11, [21:42:57]
 [on_018] เข้ามาเก็บด้วยนะครับ


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 1
เริ่มหัวข้อโดย: ณัฐ Yabby House ที่ 17/08/11, [22:01:08]
[on_018] เข้ามาเก็บด้วยนะครับ
มาช่วย เจ้าของกระทู้ เล่าเรื่อง ลูกเดส ไซส์แรกเกิดถึงเกือบสีนิ้ว ที่เวลาลอกคราบแล้ว

สีเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาจนน่าเวียนหัว.....ด้วยจิ   ้hahaha ้hahaha ้hahaha ้hahaha   


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 1
เริ่มหัวข้อโดย: Aquarist Thailand ที่ 18/08/11, [01:11:53]
บทที่ 2  ที่มาที่ไป ธรรมชาติและนิสัยโดยรวมของเดสทรัคเตอร์ ( Cherax destructor )

แหล่งกำเนิดที่มาของเดส ท่าจะกล่าวไปแล้ว ต้องบินตรงไปถึง ดินแดนของเจ้าจิงโจ้ ถิ่นของชาวออสซี่ แน่นอนว่าที่นั่นสภาพน้ำ สภาพอากาศ แตกต่างจากบ้านเรา สามารถพบกุ้งได้ทั้งในแม่น้ำ ทะเลสาบ ในแถบนิวซีแลนด์ ก็มี และยังรวมไปถึง นิวกินี บางส่วน รัฐบาลที่นั่นเค้ามีการ ควบคุม การนำเข้า ส่งออก กุ้งชนิดนี้เป็นอย่างมาก มีงานวิจัยหลายตัวที่ตีพิมพ์ออกมาเกี่ยวกับกุุ้้งชนิดนี้ ส่วนมากเพื่อการค้าเชิงพาณิชย์ การวิจัยการเจริญเติบโต และก็เรื่องของโรคต่างๆ ซึ่งเจ้าโรคนี่แหละ ทำให้กฏหมายของเค้าถึงเข้มงวดมาก ในอดีตมีการขนย้าย เดส จับเดส ข้ามไปมา จนทำให้เกิดโรคระบาดที่รุนแรง ความเสียหาย ไม่ต้องพูดถึงเลย
ที่แถมฝรั่งออสซี่ยังมีการทำฟาร์มกัน เป็นล่ำเป็นสันที่ออสเตเลีย เค้าเลี้ยงไว้กินกัน เป็นส่วนมาก แบบว่าขายกันเป็นโล ตามท้องตลาด  สีสันที่พบก็ ออกโทนเขียวขี้ม้า ปลายก้ามเหลือบน้ำเงิน นิดหน่อย หลากหลายแตกต่างกันไป เพราะเค้าเลี้ยงในบ่อดิน ซึ่งธรรมดามาก บางที่ก็ดูเหมือนบ่อ ปลาธรรมดาๆ ในบ้านเรา บางที่ก็ มีรั่วกั้นบ้าง

เรื่องนิสัยใจคอ ของเดสนี่ ต้องบอกว่า โหด ดิบ เถื่อน ก็ว่าได้ละครับ แต่ในบางมุมบางเวลา ก็ แอบเท่  น่ารักแบบแบ้วๆ บ้าง นิสัยการแอบซ่อนไม่มีให้เห็นครับ นอกเสียจาก ใหญ่มากๆ ก็จะเดินน้อยหน่อย เรื่องการปีนป่ายนี่ก็มีความสามารถไม่แพ้สายพันธุ์อื่น เลยครับ เกาะสายออกซิเจนปีนออกสบาย  ถ้านับตั้งแต่เริ่มลงมาเดินที่พื้น ได้ โดยหลุดจากท้องแม่มา การตบตี  กินกันเอง ก็เริ่มขึ้นเลยครับคุณผู้อ่าน ยิ่งถ้ามีปริมาณมาก อยู่ในที่แคบ อัตราการรอดยิ่งต่ำ มาก เพราะส่วนมากกินกันเอง ตอนลอกคราบ คือ ถ้าไม่ได้อยู่ตัวเดียว การกิน การทะเลาะ เกิดขึ้นแน่นอน ทุกช่วงอายุ เค้าสามารถกินอาหารได้หลากหลาย กิน เก่ง โตไวมาก ผมเคยเลี้ยงเปรียบเทียบกับ บลูลอป มันต่างกันมากพอสมควร ถ้านับเวลาหนึ่งปี เดสสามารถโตได้ถึง 5-6 นิ้ว ส่วนบลูลอป ยังแค่สามนิ้วกว่า (อันนี้ที่บ้านผมนะครับของท่านอื่น อาจแตกต่างกันไป)


มาถึง เรื่อง ประเด็นเด็ด (ไม่ใช่ 7 สี นะครับ)แล้วละครับ การเปลี่ยนสีไปมาของเดส ถือว่ามีความหลากหลายพอสมควร อย่างที่ได้รีวิวไปในตอนแรกแล้ว ว่า เริ่มมีเดสเลือดผสม ปะปนอยู่ การผสมพันธุ์ก็ยังไม่มีการไล่สายเลือด ให้ดีพอ แต่ก็ต้องเข้าใจว่า มันเป็นของนำเข้า ไม่ได้มีให้เลือกมากมายอะไร ประเด็นนั้นเราไม่ว่ากันครับ ตามใจของบรีดเดอร์แต่ละท่านเลยละกัน
แต่ ลักษณะหนึ่งที่หายไป คือ ข้อก้ามแดง เดสในยุคนี้ ส่วนมาก หายไปเกือบหมด สิ่งที่ได้กลับมาคือ สีฟ้า สีน้ำเงินมากขึ้น สีเขียวอมน้ำเงิน สีน้ำตาลปลายก้ามฟ้า พบได้น้อยลง ถ้าหากเป็นช่วง ประมาณ เมษาของปีที่แล้ว ต้องบอกว่าส่วนมากเป็นอย่างนั้นครับ เอ้า ออกประเด็นไปละ กลับมาเรื่องการเปลี่นสี กุ้งขนาดเล็ก ในครอกเดียวกันเปลี่ยนสีได้หลากหลาย ถึงแม้จะอยู่ในที่เดียวกัน อาหาร เหมือนกัน น้ำเหมือนกัน ยังมีสีต่างกันได้  บางกรณีครอกเดียวกันแต่เลี้ยงคนที่ สีก็คนละเรื่องกันเลย ปัจจัยหลักคงมาจากน้ำ กับสายพันธุ์สีสันของพ่อแม่ แต่ก็ยังไม่สามารถสรุปได้ แน่ชัด ในช่วงแรก ก็เป็นข้อถกเถียงกันพอสมควร แต่พอเริ่มเลี้ยงมากขึ้น เดส แพร่กระจายออกไปมากขึ้น ข้อมูลความแตกต่างยิ่งมากไปด้วย แต่สิ่งหนึ่ง ที่พอสรุปได้คือ ในช่วงตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 3 นิ้ว ยังเปลี่ยนสีได้อยู่ กลับไปมา หรือบางทีก็ไปแล้วไม่กลับเลย ก็มี เพราะมีผู้เลี้ยงบางท่าน เล่าให้ฟังมา บางท่านก็เป็นลูกค้า เล่าสู่กันฟัง ผมเองหรือท่านผู้อ่านหลายท่านคงคิดเช่นเดียวกันนะครับว่า ที่เป็นอย่างนี้ ก็ดีแล้ว ท้าทายฝีมือการเลี้ยงดี ถ้าอยากได้ สีนิ่งก็ ไป เอาบลูเพิร์ลมาเลี้ยงเลยครับ ยังไงก็ไม่เปลี่ยน มีแต่เข้มขึ้นหรือจางลง
   สีของเดสเท่าทีเห็นตอนนี้ ก็มีประมาณ
        สีน้ำเงิน
        สีน้ำเงินดำ (ของกระผมเอง)
        สีฟ้าอมน้ำเงิน
        สีน้ำเงินอมม่วง
        สีเขียวอมน้ำเงิน
        สีน้ำตาล
        สีขาวฟ้า
        สีขาวเหลือง
        สีดำสนิทยังไม่เคยเจอ


ตอนนี้คงเอาไว้เท่านี้ก่อน เวลาหมด เจอกัน บทหน้า
ขาดตก หล่น หาย ที่ใด ขออภัยด้วยครับ


        


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 2 มาแล้ว
เริ่มหัวข้อโดย: desmosedici2011 ที่ 18/08/11, [11:53:48]
ตอนที่สองนี้ เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสีที่ไม่คงที่ของเดส ถ้าจะกล่าวให้ตรงประเด็นกว่านั้น คงเป็นเพราะเราไม่รู้ปัจจัยที่แท้จริงในการเปลี่ยนสี ได้แต่เดาว่าอาหาร อุณหภูมิ อื่นๆ บางทีสาเหตุอาจมาจากสิ่งอื่นๆ เพราะเราไม่มีการวิจัยระดับเซลล์ต่อสภาพแวดล้อมต่างๆอย่างชัดเจน(มันจะเร็วและง่าย) จึงได้แต่เดากันอยู่ แต่จะว่าไปก็สนุกดีนะครับ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เอามาโม้กันได้ว่าพบวิธีเลี้ยงแล้ว พออีกท่านทำตามอ้าวไม่เป็นอย่างที่บอก อิอิอิอิ มันเหมือนตาบอดคลำช้างสนุกดีลุ้นดีครับ บทความเจ๋งมาก เป็นประโยชน์ต่อวงการมากครับ
 [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง]


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 2 มาแล้ว
เริ่มหัวข้อโดย: Aquarist Thailand ที่ 18/08/11, [12:20:57]
ตอนที่สองนี้ เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสีที่ไม่คงที่ของเดส ถ้าจะกล่าวให้ตรงประเด็นกว่านั้น คงเป็นเพราะเราไม่รู้ปัจจัยที่แท้จริงในการเปลี่ยนสี ได้แต่เดาว่าอาหาร อุณหภูมิ อื่นๆ บางทีสาเหตุอาจมาจากสิ่งอื่นๆ เพราะเราไม่มีการวิจัยระดับเซลล์ต่อสภาพแวดล้อมต่างๆอย่างชัดเจน(มันจะเร็วและง่าย) จึงได้แต่เดากันอยู่ แต่จะว่าไปก็สนุกดีนะครับ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เอามาโม้กันได้ว่าพบวิธีเลี้ยงแล้ว พออีกท่านทำตามอ้าวไม่เป็นอย่างที่บอก อิอิอิอิ มันเหมือนตาบอดคลำช้างสนุกดีลุ้นดีครับ บทความเจ๋งมาก เป็นประโยชน์ต่อวงการมากครับ
 [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง]

ความเห็นนี้ ดีมากเลยครับ ก็อย่างนั้น แหละครับ ถ้ามันง่าย เลี้ยงยังไงก็ฟ้า มันจะท้าทายอะไร ว่าไปแล้วมาสาธยายกันต่อ อีกหน่อยดีกว่า

ในประเด็นนั้น คิดว่าหลายท่านคงทราบ ดี เพียงแต่ทุกปัจจัย มันมีสัดส่วน ที่แตกต่างกันไปมากน้อย เราอย่าลืมกฏ ทางพันธุกรรม นะครับ กุ้งมันไม่ได้ออกลูก ที่ละตัว กฏของ เมนเดล ก็บอกสัดส่วนออกมาแล้วว่า ถ้าเอา สีแบบนี้ ผสมแบบนี้ มันก็จะมีสัดส่วนสีแบบนี้ แต่ ปัจจุบัน คนเลี้ยงเดส กับสรุปว่า ทุกตัวต้องฟ้า หรือทุกตัวต้องน้ำตาล ซึ่ง มันเป็นความคิดที่ผิดๆ ถ้าหลายท่านที่เพาะเดส ลองเลี้ยงมันจนโตทั้งครอกโดยที่ไม่ขาย แล้วท่านจะพบ กับความจริง อย่างที่ผมกล่าวไว้
เห็น กันง่ายๆ ดูคนนี่แหละ ถ้า พ่อแม่ขาว บางทีลูก กับออกมา คล้ำๆ บางทีก็ขาว  บางคนพ่อแม่ดำ ลูกดันขาว
พอเติบโตมาก็อยู่ที่สภาพแวดล้อมด้วย กรรมพันธุ์ด้วย ถ้าลองคิดดู หาก ผมตอนนี้ไปโตที่ แอฟริกา ก็คงดำ แต่ก็ไม่ดำ เท่าคนพื้นเมืองของเค้า แต่หาก ไปอยู่แถวนอร์เวย์ สวิส มันก็ขาวขึ้นแต่ผมก็คงไม่ขาวเท่าคนที่นั้น เพราะกรรมพันธุ์ของผม แต่ถ้าผมลองกิน ยาสลายเมลานินที่ผิวหนัง ที่กำลังฮอตฮิตอยู่ ผมก็ดูขาวขึ้นมาได้แต่ถ้ากินแล้วทำงานตากแดด มันก็ไม่ช่วยอะไรเลย เพราะแสงแดดที่ ส่องกระทบผิวหนังมันก็ไปกระตุ้นให้เม็ดสี ผลิต เมลานิน ขึ้นมาอีก


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 2 มาแล้ว
เริ่มหัวข้อโดย: desmosedici2011 ที่ 18/08/11, [13:21:33]
เรื่องกฎของเมนเดล เป็นเรื่องที่ต้องศึกษา ถ้าอยากเป็นบรีดเดอร์ที่ดี(ถ้าไม่อยากก็เพาะไปได้เหมือนกัน แต่จะงงไปเรื่อยๆ) เมนเดลได้สรุปถึงเรื่องการถ่ายทอดพันธุกรรมที่ส่งผลต่อลูกหลาน และเปอร์เซ็นต์ การแสดงออกทางกายภาพในรุ่นลูกและหลาน แต่เรื่องที่เรารับกุ้งมาเป็นสีอ่อน(ตอนรับมาจากที่เพาะพันธุ์ก็โตพอสมควร) พอเลี้ยงไปสีเปลี่ยนไปมากๆ(ในกุ้งโตแล้ว) นั่นคือปัจจัยภายนอกที่ต้องศึกษาเพิ่ม เพราะสิ่งมีชีวิตไม่ใช่แค่เรื่องพันธุกรรมเท่านั้น การได้รับฮอร์โมน การได้รับธาตุบางชนิด สามารถเปลี่ยนแปลงลักษณะทางกายภาพได้ ในเครฟิชเราให้ความสำคัญเรื่องสี สีเป็นลักษณะที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมก็จริง แต่สีที่ถูกถ่ายทอดมาอาจโดนข่มด้วยการได้รับสารหรือปัจจัยบางอย่างได้เช่นกัน ก็ต้องศึกษากันต่อไป ผมรอซื้อตอนสำเร็จแล้วกันนะครับเพราะผมชอบเลี้ยงไม่ชอบเพาะ อิอิอิอิ
 [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง]


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 2 มาแล้ว
เริ่มหัวข้อโดย: Aquarist Thailand ที่ 18/08/11, [14:34:28]
เรื่องกฎของเมนเดล เป็นเรื่องที่ต้องศึกษา ถ้าอยากเป็นบรีดเดอร์ที่ดี(ถ้าไม่อยากก็เพาะไปได้เหมือนกัน แต่จะงงไปเรื่อยๆ) เมนเดลได้สรุปถึงเรื่องการถ่ายทอดพันธุกรรมที่ส่งผลต่อลูกหลาน และเปอร์เซ็นต์ การแสดงออกทางกายภาพในรุ่นลูกและหลาน แต่เรื่องที่เรารับกุ้งมาเป็นสีอ่อน(ตอนรับมาจากที่เพาะพันธุ์ก็โตพอสมควร) พอเลี้ยงไปสีเปลี่ยนไปมากๆ(ในกุ้งโตแล้ว) นั่นคือปัจจัยภายนอกที่ต้องศึกษาเพิ่ม เพราะสิ่งมีชีวิตไม่ใช่แค่เรื่องพันธุกรรมเท่านั้น การได้รับฮอร์โมน การได้รับธาตุบางชนิด สามารถเปลี่ยนแปลงลักษณะทางกายภาพได้ ในเครฟิชเราให้ความสำคัญเรื่องสี สีเป็นลักษณะที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมก็จริง แต่สีที่ถูกถ่ายทอดมาอาจโดนข่มด้วยการได้รับสารหรือปัจจัยบางอย่างได้เช่นกัน ก็ต้องศึกษากันต่อไป ผมรอซื้อตอนสำเร็จแล้วกันนะครับเพราะผมชอบเลี้ยงไม่ชอบเพาะ อิอิอิอิ
 [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง]

 [เจ๋ง]เป็นเหตุผลที่ดีครับ จากการที่ผมเลี้ยงมา และทดลองกับกุ้งตัวเอง ฮอร์โมนก็เป็นส่วนหนึ่งที่มีผลกับสีสัน แต่นั่นก็ไม่ถาวร ไม่ว่าจะเป็น ฮอร์โมนจากภายในตัวกุ้งเอง หรือจากอาหารที่ได้(อาหารสด กุ้งฝอย หนอนแดง) หรือแม้แต่ฮอร์โมนสังเคราะห์ ที่เราใส่ลงไป(อันนี้ผมทดลองเอง กะว่าย้อมสีมันซะเลย 555)

ถ้าเราสังเกตกุ้งตอนใกล้ ลอกคราบสีจะเข้มมาก แต่เมื่อลอกคราบแล้วสีจะซีดลง และจะกลับมาเข้มอีก(ยังไม่รวมกรณีที่เปลี่ยนสีนะครับ) สลับกันไป นั่นคือวงจรการสะสมแร่ธาตุ โดยการดึงเอามาจากในน้ำที่มันอาศัยอยู่ แร่ธาตุจะเข้าได้ดีในตอนแรก เพราะกุ้งลอกคราบขนาดจะใหญ่ขึ้นได้ จะเกิดจากการดึงน้ำเข้าสู่ตัว ส่วนเรื่องเปลือกที่จะแข็ง ก็เกิดจากดึง เอาแคลเซียมคาร์บอเนต ที่มีในน้ำเข้าไปสะสมที่เปลือก  แต่แร่ธาตุตัวที่เข้าไปสะสมแล้วแสดงสีนั้นๆ ออกมายังไม่มีใครทราบแน่ชัด   แต่ในเชิงวิทยาศาสตร์ หากแร่ธาตุเข้าไปสะสมแล้วแสดงผลร้อยเปอร์เซนต์ เหตุใด เดส จึงไม่เป็นสี ส้ม สีแดง สีเขียว นี่เป็นเหตุผลที่น่าคิดว่า การแสดงผลของแร่ธาตุนั้น มันมีตัวควบคุมคือกลไก ทางพันธุกรรม ที่มียีน กำหนดโทนสีอยู่  แร่ธาตุเป็นเสมือนตัวเสริม เพียงแต่ยีนดังกล่าวจะแสดงผลเมื่อ ถึงวัยเจริญพันธุ์ เช่นเดียวกับสัตว์น้ำหลายชนิด


ในตอนนี้ ผมคาดว่า คงมีผู้เพาะเลี้ยงอีกหลายท่าน มีข้อมูลดีๆ เชิญ มาแสดงความคิดเห็นกันดีกว่า สร้างสรรค์สิ่ง ดีๆ ให้เกิดขึ้น
ผมเองคงมีความรู้ ไม่หมด ทุกเรื่อง แต่เรื่องใดที่รู้ก็จะเล่าสู่กันฟัง


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 2 มาแล้ว
เริ่มหัวข้อโดย: desmosedici2011 ที่ 18/08/11, [15:02:10]
ในการเพาะเลี้ยงสัตว์หลายๆชนิด มีกรณีที่เกิดสีใหม่(สีที่แทบไม่เปลี่ยนแม้สภาวะจะเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมาก)ได้หลายกรณี
1.การคัดพันธุ์เพื่อต้องการสีเดี่ยว(สีเดียวนั่นล่ะครับ ในวิธีนี้ ใช้เวลา+ความเข้าใจเรื่องยีนส์)
2.การผ่าเหล่า คือการเกิดสีใหม่จากความผิดปกติของยีนส์เองโดยตรง อันนี้ต้องมีความรู้+ดวงด้วย เพราะเราคงไม่ถอดพันธุกรรมกุ้งในฟาร์มแต่ละตัวมาวิเคราะห์โครโมโซมกันหรอกนะ หรือไครจะทำก็ได้ครับตามสบายครับ
3.การเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมไปอย่างมาก อันนี้อาจตายไป 99.9% ที่เหลือก็น้อยมากและอาจเป็นสีเดิมอีก อันนี้ให้ธรรมชาติเค้าทำเถอะใช้เวลามาก และไม่คุ้มต่อการทำอย่างยิ่ง
4.อื่นๆคงอีกหลายวิธี ผมไม่รู้แล้ว  
จริงๆแล้วก็ชอบวิทยาศาสตร์แต่ บางครั้งก็รู้สึกว่าเราไปดัดแปลงมากๆสุดท้ายไม่มีคนเลี้ยงเค้าจะมีผลต่อระบบนิเวศน์ แต่ถ้าทุกคนสำนึกว่าสิ่งมีชีวิตที่เพาะเลี้ยงสวยงามห้ามนำไปปล่อยในธรรมชาติ ก็ไม่มีปัญหา แล้วก็นั่นล่ะปัญหาพอเบื่อก็ปล่อยห้วย หนอง คลอง บึง จะทิ้งให้ตายก็สงสาร เช่นนี้ประเทศบ้านเกิดเดสถึงไม่ยอมปล่อยออกต่างประเทศง่ายๆ รักจะเลี้ยงก็ต้องรับผิดชอบนะครับทุกๆท่าน
 [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง]


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 2 มาแล้ว
เริ่มหัวข้อโดย: ณัฐ Yabby House ที่ 18/08/11, [19:02:58]
ในการเพาะเลี้ยงสัตว์หลายๆชนิด มีกรณีที่เกิดสีใหม่(สีที่แทบไม่เปลี่ยนแม้สภาวะจะเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมาก)ได้หลายกรณี
1.การคัดพันธ์เพื่อต้องการสีเดี่ยว(สีเดียวนั่นล่ะครับ ในวิธีนี้ ใช้เวลา+ความเข้าใจเรื่องยีนส์)
2.การผ่าเหล่า คือการเกิดสีใหม่จากความผิดปกติของยีนส์เองโดยตรง อันนี้ต้องมีความรู้+ดวงด้วย เพราะเราคงไม่ถอดพันธุกรรมกุ้งในฟาร์มแต่ละตัวมาวิเคราะห์โครโมโซมกันหรอกนะ หรือไครจะทำก็ได้ครับตามสบายครับ
3.การเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมไปอย่างมาก อันนี้อาจตายไป 99.9% ที่เหลือก็น้อยมากและอาจเป็นสีเดิมอีก อันนี้ให้ธรรมชาติเค้าทำเถอะใช้เวลามาก และไม่คุ้มต่อการทำอย่างยิ่ง
4.อื่นๆคงอีกหลายวิธี ผมไม่รู้แล้ว 
จริงๆแล้วก็ชอบวิทยาศาสตร์แต่ บางครั้งก็รู้สึกว่าเราไปดัดแปลงมากๆสุดท้ายไม่มีคนเลี้ยงเค้าจะมีผลต่อระบบนิเวศน์ แต่ถ้าทุกคนสำนึกว่าสิ่งมีชีวิตที่เพาะเลี้ยงสวยงามห้ามนำไปปล่อยในธรรมชาติ ก็ไม่มีปัญหา แล้วก็นั่นล่ะปัญหาพอเบื่อก็ปล่อยห้วย หนอง คลอง บึง จะทิ้งให้ตายก็สงสาร เช่นนี้ประเทศบ้านเกิดเดสถึงไม่ยอมปล่อยออกต่างประเทศง่ายๆ รักจะเลี้ยงก็ต้องรับผิดชอบนะครับทุกๆท่าน
 [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง]

สำหรับกุ้งเครฟิชบ้านเรา ถ้านำไปปล่อยในธรรมชาติ ก็คงตายก่อนค่ะ
ปล่อยในคู คลอง หนอง บึง ก็มีสารตกค้างต่างๆมากมาย จะตายซะก่อนค่ะ
ปล่อยลงไปในแม่น้ำ  กุ้งเปลี่ยนน้ำก็เรียบร้อยค่ะ
ตกลงไปในท่อน้ำ รับรองได้ว่า เสร็จค่ะ 


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 2 มาแล้ว
เริ่มหัวข้อโดย: Prab Prabchana. ที่ 18/08/11, [19:15:31]
 gossip


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 2 มาแล้ว
เริ่มหัวข้อโดย: ป๊ะป๋าดุ๊กดิ๊ก&น้องดริว&น้องดรีม ที่ 18/08/11, [22:25:15]

 อีกเรื่องหนึ่ง ก็คือการคัดกุ้งชนิดที่ใกล้เคียงกันมา ทำการผสมกัน ก็อาจจะทำให้เกิดลักษณะสีสัน หรือ

ขนาดทางกายวิภาค ที่เป็นไปตามที่ผู้พัฒนา ต้องการ ก็เป็นไปได้ครับ โดยรวมทั้งการทำ Inbreed กุ้งด้วย

หนอ


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 2 มาแล้ว
เริ่มหัวข้อโดย: ongnoi ที่ 18/08/11, [22:56:19]
เป็นกระทู้ที่รวบรวมข้อมูลได้ละเอียดเยี่ยมมากเลยครับ น้องคนนี้เค้าเจ๋งจริง   
 
   ขอเสริมนิดนึงนะครับ เท่าที่ผมจำได้ตอนเดสฟ้ามีออกมาขายแรกๆนั้น เป็นเดสครับ และหลังจากชุดนั้นจึงมีลูกผสมออกมาสู่ท้องตลาด และหลังจากนั้นจึงเริ่มมีผู้เพาะพันธุ์บางท่านนำลูกผสมออกมาขายในชื่อเดสฟ้าครับ  [on_018]


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 2 มาแล้ว
เริ่มหัวข้อโดย: Aquarist Thailand ที่ 19/08/11, [00:06:46]
เป็นกระทู้ที่รวบรวมข้อมูลได้ละเอียดเยี่ยมมากเลยครับ น้องคนนี้เค้าเจ๋งจริง    
 
   ขอเสริมนิดนึงนะครับ เท่าที่ผมจำได้ตอนเดสฟ้ามีออกมาขายแรกๆนั้น เป็นเดสครับ และหลังจากชุดนั้นจึงมีลูกผสมออกมาสู่ท้องตลาด และหลังจากนั้นจึงเริ่มมีผู้เพาะพันธุ์บางท่านนำลูกผสมออกมาขายในชื่อเดสฟ้าครับ  [on_018]

หายไปไหนมาครับ พี่อ๋อง นึกว่าจะไม่มาซะแล้ว
ขอบคุณที่มา ร่วมให้ความรู้นะครับ
[เจ๋ง] [เจ๋ง]


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 2 มาแล้ว
เริ่มหัวข้อโดย: ร้านเเบกเงินเเบกทอง ที่ 19/08/11, [00:18:46]
เป็นกระทู้ที่รวบรวมข้อมูลได้ละเอียดเยี่ยมมากเลยครับ น้องคนนี้เค้าเจ๋งจริง   
 
   ขอเสริมนิดนึงนะครับ เท่าที่ผมจำได้ตอนเดสฟ้ามีออกมาขายแรกๆนั้น เป็นเดสครับ และหลังจากชุดนั้นจึงมีลูกผสมออกมาสู่ท้องตลาด และหลังจากนั้นจึงเริ่มมีผู้เพาะพันธุ์บางท่านนำลูกผสมออกมาขายในชื่อเดสฟ้าครับ  [on_018]

ดีครับ หายไปนานเลย  emb01 emb01


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 2 มาแล้ว
เริ่มหัวข้อโดย: Aquarist Thailand ที่ 19/08/11, [01:49:56]
เป็นกระทู้ที่รวบรวมข้อมูลได้ละเอียดเยี่ยมมากเลยครับ น้องคนนี้เค้าเจ๋งจริง   
 
   ขอเสริมนิดนึงนะครับ เท่าที่ผมจำได้ตอนเดสฟ้ามีออกมาขายแรกๆนั้น เป็นเดสครับ และหลังจากชุดนั้นจึงมีลูกผสมออกมาสู่ท้องตลาด และหลังจากนั้นจึงเริ่มมีผู้เพาะพันธุ์บางท่านนำลูกผสมออกมาขายในชื่อเดสฟ้าครับ  [on_018]
ว่าแต่หันไปเลี้ยง กุ้งการ์ตูน แล้วเหรอครับ


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 2 มาแล้ว
เริ่มหัวข้อโดย: joejo ที่ 19/08/11, [10:16:26]

เป็นกระทู้มีประโยชน์เชิงลึกจริงๆครับที่เปิดประเด็นถึงเรื่องยีนและโคโมโซม เพราะว่ากุ้งผมครอกเดียวกันสีสันของเดสกระเทยจะสวยสีประมาณฟ้าน้ำเงินเข้มและเปลือกจะเป็นมันสะท้อนสวยงามเหมือนมีรังสี รออ้า (เฮ้ย ออร่า !) มากกว่า เพศผู้หรือเมียในครอกเดียวกัน

มือใหม่มาดูดความรู้และจะติดตามตอนต่อไปครับ


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 2 มาแล้ว
เริ่มหัวข้อโดย: Peatja ที่ 19/08/11, [10:59:40]
ขอบคุณครับ เลี้ยงเดสเหมือนกันครับ [เจ๋ง]


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 2 มาแล้ว
เริ่มหัวข้อโดย: Eroz CrayFish Tank ที่ 19/08/11, [13:32:08]
บลู ลืม เดสน้ำตาลอมเขียวของพี่ [on_051]


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 2 มาแล้ว
เริ่มหัวข้อโดย: ongnoi ที่ 19/08/11, [16:20:16]
พอดีช่วงนี้งานยุ่งๆอ่ะครับ เลยไม่ค่อยได้เข้ามาเลย ส่วนกุ้งการ์ตูน เห็นเค้าหน้าสนใจดีครับเลยทดลองเลี้ยงดูครับ..^^


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 2 มาแล้ว
เริ่มหัวข้อโดย: BJP Crayfish ^ ^ ที่ 19/08/11, [16:23:00]
ตามๆๆๆๆๆ [เจ๋ง] [เจ๋ง]


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 2 มาแล้ว
เริ่มหัวข้อโดย: koko66 ที่ 19/08/11, [17:08:03]
 ความรู้ดีๆ จาก เซียน[เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง]


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 2 มาแล้ว
เริ่มหัวข้อโดย: Aquarist Thailand ที่ 19/08/11, [20:23:09]
บทที่ 3 ว่าด้วย เรื่องอาหาร

การที่จะให้ เดส ที่ท่านเลี้ยง เจริญเติบโตได้ดังใจหมายแล้ว คงไม่ใช่เพียงไปเลือกซื้อกุ้ง เกรดสูงมาเลี้ยงเท่านั้น(ถึงแม้สายพันธุ์นี้จะโตไวก็เถอะ) แต่ปัจจัยหนึ่งที่ สำคัญคือ อาหาร ไม่ว่าจะด้วย อาหารเม็ด อาหารสดมีชีวิต อาหารสดไม่มีชีวิต และกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมที่ใช้ควบคู่กันไป
ประเด็นที่สำคัญคือการเลือกอาหารให้เหมาะสมกับ ขนาดของเดส รวมถึงการให้สลับกันไปไม่จำเจ นั่นเอง
โดยธรรมชาติของกุ้ง จะกินอาหารทั้งวันทั้งคืน เพียงแต่จะหยุดเป็นพักๆ ฉะนั้นเราก็ควรให้ทีละน้อย แต่บ่อยๆครั้ง โดยดูจากการเดินหาอาหารของกุ้งในตู้ นั่นแสดงว่าหิว แต่ถ้าให้แล้ว กินถุย กินเล่น ก็ไม่ต้องให้อีก เพราะให้ไปก็ไม่ได้อะไร แถมยังทำให้น้ำ ขุ่น และเสียไวกว่าเดิม


ในกรณี การให้อาหารเม็ดสำเร็จรูป ถ้ากุ้งขนาดเล็ก หากให้เม็ดใหญ่เกินไป จะกินได้น้อย เสียเวลาในการกินมากเกินไป และอาหารเองก็เสียสภาพ ในที่สุด ผลที่ตามมาก็คือ คุณภาพน้ำในตู้แย่ลงอย่างรวดเร็ว เกิด แอมโมเนีย และไนไตรท์ ที่เป็นอันตรายต่อกุ้งอีกด้วย ยิ่งถ้าตู้ไหนปูวัสดุรองพื้นหนาๆ ละก็ คงเยอะเป็นพิเศษ (เทคนิคการใช้วัสดุรองพื้นว่ากันบท ต่อๆ ไปนะครับ) เมื่อเป็นอย่างนี้ ควรเลือกอาหารให้เหมาะสมกับขนาด ผมขอแนะนำ ตามนี้นะครับ(ผมทำแล้วมันดีจึงเล่าให้ฟัง แต่ผมไม่ได้บอกว่า ตามนี้ดีที่สุด แต่ก็ดีที่สุดสำหรับกุ้งผม)
ขนาดกุ้ง
แรกเกิด- 1 ซม. ควรใช้ อาหารเกล็ดเล็ก ทางการค้า เค้าเรียก เบอร์ 0 คือเกือบเป็นผง แต่ไม่ใช่อาหารผงนะครับ
>1 ซม. - 1 นิ้ว   ควรใช้ อาหารขนาด 1.0- 1.5 mm.
>1 นิ้ว - 3.5 นิ้ว  ควรใช้ อาหารขนาด  2 mm.
มากกว่า 3.5 นิ้ว   ควรใช้ อาหารขนาด  3  mm.
ขนาดอาหารที่ผมกล่าวมา คือ ความยาวนะครับ เพราะอาหารลักษณะ เป็นท่อน ๆ
ส่วนการเลือกซื้อ ควรพิจารณาคุณภาพของอาหารด้วย แน่นไปไม่ดี เปื่อยง่ายก็ไม่ดี  มีกลิ่นสาบก็ไม่ดี เรื่องกลิ่นอาจยากไปสำหรับ มือใหม่ เพราะแยกไม่ออกว่ามันกลิ่นสาบเพราะเก่า เสียสภาพ หรือมาจากกลิ่นของปลาป่น นั่นเอง เอาเป็นว่าเวลาไปซื้อ ถ้ามันแกะได้ หรือมีตัวอย่าง ก็ดมๆ ดูหน่อย และจำไว้ คราวหลังถ้าอาหารเราเสียหรือเก่า ก็ลองดมดูอีก คราวนี้ละ คงแยกได้ (จากที่ทดลองมา ของร้านปราณีก็ ดีครับ เพราะมีให้หลายขนาด ในหนึ่งกระป๋อง อีกอย่างราคาไม่แพงด้วย )


กรณี อาหารสดมีชีวิต อันได้แก่ หนอนแดงสด กุ้งฝอยสด อาทีเมีย ไส้เดือนน้ำ  แม่เพรียงสด (ตัวนี้ดีที่สุด แต่หายากเท่านั้นแหละ) สิ่งเหล่านี้มีคุณค่าทางอาหารสูง โดยเฉพาะแม่เพรียง ดีสำหรับ กุ้งเพศเมียที่่จะเพาะพันธุ์  อีกอย่างของพวกนี้กระตุ้นความอยากกินของกุ้งได้ดี แต่ก่อนที่จะให้กิน ก็ควรทำความสะอาด ค่าเชื้อ หรือสิ่งสกปรก ที่ติดมาให้ได้มากที่สุด โดยใช้ ด่างทับทิม หรือเกลือ แต่ผมแนะนำให้ใช้เกลือมากกว่าเพราะ ปลอดภัยต่อกุ้ง หาง่าย (กุ้งเองก็ชอบ อาหารติดเค็มนิดๆ ไม่รู้เพราะอะไร) มันอาจจะดู พิถีพิถันไปหน่อย แต่เชื่อผมเถอะครับ กุ้งที่เรารัก จะอยู่กับเรานาน และมาขออาหารเราอยู่เรื่อยๆ ผมเคยเจอแบบนี้มาแล้ว ให้อาหารพวกนี้ โดยไม่ทำความสะอาดให้ดี หลังจากกุ้งกินเข้าไปประมาณ 4-7 วัน อาการออกคือ ขี้ใสๆ ไม่เต็ม นั่นคือ การหลุดลอกของผนังลำไส้ ที่โดน โปโตซัวชนิดหนึ่ง เข้าไปทำให้ลำไส้เป็นแผล กุ้งก็กินอาหารน้อยลง ในที่สุดก็จากไป
เสริมนะครับ เจ้าไส้เดือนน้ำ ผมเองใช้น้อยมาก เพราะในตัวไส้เดือนน้ำ มี ตัวอ่อนพยาธิแฝงอยู่ อีกทั้งโลหะหนักอีกด้วย การดูแลรักษาก็ยุ่งเอาการ(เน่าไวเสียจริงๆ) เพราะมันสร้างของเสียได้ไวและมากพอสมควร


กรณี อาหารสดไม่มีชีวิต อันได้แก่ หนอนแดงแช่แข็ง กุ้งฝอยแช่แข็ง กุ้งฝอยต้ม ไรนางฟ้าแช่แข็ง พวกนี้ก็ยังถือว่าคุณค่าทางโภชนาการยังดีอยู่ เก็บรักษาง่าย และส่วนมากผ่านการฆ่าเชื้อมาแล้วบางอย่าง  สิ่งหนึ่งที่สำคัญในการใช้ อาหารเหล่านี้ คือ ถ้าใช้ก็ใช้ให้หมด(คงมีบางท่านบอกว่า ก็กุ้งไม่เยอะ จะเอาไปให้อะไร อีกละ ผมแนะนำว่า ตัดแบ่งไว้ตามขนาดหรือปริมาณ พอดีต่อมื้อ) เมื่อเอาออกจากตู้เย็นแล้ว อาหารเหล่านี้ถูกแช่อยู่ในอุณหภูมิต่ำ เมื่ออุณภูมิสูงขึ้นจนถึงระดับที่ เอมไซม์ในอาาร ทำงานได้ อาหารนั้นก็จะเสียสภาพ อย่างถ้าเป็นหนอนแดง ก็จะดำ หรือตัวแตก จะเห็นมีสีแดงคล้ายเลือดไหลออกมา
การใช้ ก็เอาออกมาล้างน้ำสะอาด(น้ำประปานี่แหละ) ก่อนให้ ไม่แนะนำให้แบบที่มันยังแข็งเป็นน้ำแข็งอยู่ โดยเฉพาะกับ กุ้งใหญ่ นี่ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง มันจะทำให้กุ้ง ช๊อค กระทันหัน เพราะกุ้งขนาดใหญ่ กินคำใหญ่ ลองคิดดูนะครับว่า ถ้าเราหิวน้ำมากๆ แล้ว ดื่มน้ำที่เย็นจัด ที่ละมากๆ คงมึนสมองดีแท้เลย
เรื่องการเลือกซื้อ ก็ต้องดูด้วยนะครับ เพราะอาหารแช่แข็ง บางอัน ขายไม่ได้ ก็แช่มานานจน เสียสภาพแล้วเหมือนกัน อย่าคิดว่าเย็นแล้วจะดีเสมอไป (ส่วนที่ผมเคยใช้แล้วดี ก็ ของ Ocean free ครับ หนอนตัวใหญ่ แดงจัด)


กรณี ผลิตภัณฑ์เสริม ไม่ว่าจะเป็น  แคลเซียมน้ำ วิตามินน้ำ สไปรูลิน่าผง สารสกัดจากสไปรูลิน่า ไคโตซาน แบคทีเรียน้ำ และอื่นๆ ตรงนี้ผมขอบอกว่า ผมเองก็ยังใช้ไม่หมดทุกชนิดหรอกครับ แต่เท่าทีบอกได้ก็ คงเป็นเรื่องของการดูภาพรวมมากว่า มันเป็นเรื่องของความดูแลเอาใจใส่ พิถีพิถันเป็นเป็นเศษ เพราะผมเชื่อว่าทุกท่านก็อยากให้กุ้งของเรา สีสันสวยเงางาม สุขภาพแข็งแรง
แต่มีท่านหนึ่ง นักทดลองคนเก่งเลยก็คุณณัฐ จากค่าย Nat Yabby House ที่เคยพูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้กันมา เพราะค่ายนี้ก็เลี้ยงเดส เยอะพอตัว ยังไง ก็รอ นักทดลองของเรามาช่วยตอบ ว่าอันไหนดี อันไหนควรมีเก็บไว ดีกว่า


เหมือนเดิม นะครับ บทความที่ผมเขียนนี้ เพื่อเป็นความรู้ให้กับผู้ที่อยากเพาะพันธุ์และเลี้ยงเดสให้มีความสุข สนุกกับมัน (ดีของผม อาจไม่ใช่ดีของทุก คน) เจอกันบทต่อไป


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 3 มาแล้ว
เริ่มหัวข้อโดย: Eroz CrayFish Tank ที่ 19/08/11, [20:56:39]
ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ [เจ๋ง]


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 3 มาแล้ว
เริ่มหัวข้อโดย: IceZash ที่ 19/08/11, [22:05:57]
เค้ามือใหม่ แอบมาเก็บ อิอิ


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 3 มาแล้ว
เริ่มหัวข้อโดย: ณัฐ Yabby House ที่ 19/08/11, [23:14:09]
ขอใช้สิทธิ์ถูกอ้างอิงนะคะ   ้hahaha   อาหารที่เราใช้อยู่เป็นประจำ  และใช้มานาน  กุ้งที่เราเลี้ยงทั้งหมด

ทั้งบลู เพิร์ล  เดส  และแบล็ค ออเร้น เทล  กินอาหารสูตรเดียวกันทั้งหมดค่ะ   ต้องบอกก่อนนะคะว่าสูตรนี้

เราใช้มายาวนาน  จริง ๆ แล้วอาหารสดก็มีหนอนแดงแช่แข็งด้วย   แต่อาหารเม็ดและกุ้งฝอยต้มจะเป็นอาหาร

ที่ใช้เป็นประจำทุกวันค่ะ    เริ่มจากอาหารสดกันก่อนค่ะ  ในคลิปด้านล่างเป็นกุ้งฝอยต้มสุก  เสริมด้วย

krill ชนิดผง เพื่อเพิ่มโปรตีนให้กุ้งช่วยเสริมโครงสร้างให้ใหญ่และแข็งแรง, สาหร่ายสไปรูลิน่าชนิดผง

เพิ่มภูมิต้านทานให้กับกุ้ง  และทำให้สีสันของกุ้งสวยสดใสมากขึ้นค่ะ   จะสังเกตได้ว่ากุ้งฝอยต้มเราจะเลือก

ใช้ krill  และ  สาหร่ายสไปรูลิน่าชนิดผง   เพราะจะเกาะบนตัวกุ้งฝอยต้มได้ดีเพราะกุ้งฝอยต้มมีน้ำนิด ๆ


http://www.youtube.com/watch?v=uIdi_wIDzNo (http://www.youtube.com/watch?v=uIdi_wIDzNo)


ส่วนคลิปต่อไปเป็นการผสมอาหารชนิดเม็ด   ที่เราใช้ประจำก็เป็นอาหารเม็ดจากร้านปราณีค่ะ  คุณภาพดี

ราคาย่อมเยา   กุ้งที่บ้านชอบด้วยค่ะ   ส่วนผสมก็จะมี  Spizy  เป็นสไปรูลิน่าชนิดน้ำ  และ Krill oil  

คุณสมบัติเหมือนกับแบบผงค่ะ  แต่เราเลือกใช้แบบน้ำเพราะจะได้ซึมลงไปในเม็ดอาหารได้ง่าย  เมื่อผสม

เรียบร้อยแล้วก็ผึ่งลมให้แห้ง  ลมนะคะอย่าให้โดนแดด   ระวังมดกินด้วยค่ะ มดชอบมาก   ้hahaha


http://www.youtube.com/watch?v=zpZtAOpOLfw (http://www.youtube.com/watch?v=zpZtAOpOLfw)


เป็นสูตรอาหารที่เราใช้ประจำมานานแล้วค่ะ  แล้วก็ได้ผลดี  กุ้งสวยเปลือกเป็นเงางามเป็นที่น่าพอใจค่ะ   [on_062]



หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 3 มาแล้ว
เริ่มหัวข้อโดย: GM P.M.T ที่ 20/08/11, [12:36:32]
เยี่ยมมากครับกระทู้นี้ ขอบคุณสำหรับความรู้นะครับผม emb01


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 3 มาแล้ว
เริ่มหัวข้อโดย: Aquarist Thailand ที่ 22/08/11, [18:46:45]
ขอใช้สิทธิ์ถูกอ้างอิงนะคะ   ้hahaha   อาหารที่เราใช้อยู่เป็นประจำ  และใช้มานาน  กุ้งที่เราเลี้ยงทั้งหมด

ทั้งบลู เพิร์ล  เดส  และแบล็ค ออเร้น เทล  กินอาหารสูตรเดียวกันทั้งหมดค่ะ   ต้องบอกก่อนนะคะว่าสูตรนี้

เราใช้มายาวนาน  จริง ๆ แล้วอาหารสดก็มีหนอนแดงแช่แข็งด้วย   แต่อาหารเม็ดและกุ้งฝอยต้มจะเป็นอาหาร

ที่ใช้เป็นประจำทุกวันค่ะ    เริ่มจากอาหารสดกันก่อนค่ะ  ในคลิปด้านล่างเป็นกุ้งฝอยต้มสุก  เสริมด้วย

krill ชนิดผง เพื่อเพิ่มโปรตีนให้กุ้งช่วยเสิรมโครงสร้างให้ใหญ่และแข็งแรง, สาหร่ายสไปรูลิน่าชนิดผง

เพิ่มภูมิต้านทานให้กับกุ้ง  และทำให้สีสันของกุ้งสวยสดใสมากขึ้นค่ะ   จะสังเกตุได้ว่ากุ้งฝอยต้มเราจะเลือก

ใช้ krill  และ  สาหร่ายสไปรูลิน่าชนิดผง   เพราะจะเกาะบนตัวกุ้งฝอยต้มได้ดีเพราะกุ้งฝอยต้มมีน้ำนิด ๆ


http://www.youtube.com/watch?v=uIdi_wIDzNo (http://www.youtube.com/watch?v=uIdi_wIDzNo)


ส่วนคลิปต่อไปเป็นการผสมอาหารชนิดเม็ด   ที่เราใช้ประจำก็เป็นอาหารเม็ดจากร้านปราณีค่ะ  คุณภาพดี

ราคาย่อมเยาว์   กุ้งที่บ้านชอบด้วยค่ะ   ส่วนผสมก็จะมี  Spizy  เป็นสไปรูลิน่าชนิดน้ำ  และ Krill oil 

คุณสมบัติเหมือนกับแบบผงค่ะ  แต่เราเลือกใช้แบบน้ำเพราะจะได้ซึมลงไปในเม็ดอาหารได้ง่าย  เมื่อผสม

เรียบร้อยแล้วก็ผึ่งลมให้แห้ง  ลมนะคะอย่าให้โดนแดด   ระวังมดกินด้วยค่ะมดชอบมาก   ้hahaha


http://www.youtube.com/watch?v=zpZtAOpOLfw (http://www.youtube.com/watch?v=zpZtAOpOLfw)


เป็นสูตรอาหารที่เราใช้ประจำมานานแล้วค่ะ  แล้วก็ได้ผลดี  กุ้งสวยเปลือกเป็นเงางามเป็นที่น่าพอใจค่ะ   [on_062]



ดีครับ เข้าใจง่าย ดี มี วีดิโอ ประกอบ


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 3 มาแล้ว
เริ่มหัวข้อโดย: koko66 ที่ 22/08/11, [21:13:39]
ผมใช้สูตร เหมือนพี่ณัฐเลยเเต่ผสมมั่วเลย 555+
หนอนแดงก็ผสมใส่ วิตมิน+แคลเซี่ยม+kill+สไปซี่น้ำ ผสม ทั้ง4นี้
ใช้ทั้งอาหารเม็ด ทั้งหนอนแดง ที่งกุ้งฝอย  ้hahaha
เเต่ก็ดีครับ กุ้งกินดี 


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 3 มาแล้ว
เริ่มหัวข้อโดย: NanG Cherax Yabby ที่ 23/08/11, [01:41:43]
ศึกษาและเก็บข้อมูลมาแน่นครับ  [เจ๋ง]


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 3 มาแล้ว
เริ่มหัวข้อโดย: Aquarist Thailand ที่ 23/08/11, [01:56:11]
ศึกษาและเก็บข้อมูลมาแน่นครับ  [เจ๋ง]

ขอบคุณ ครับ คุณนัง แต่ยังไงก็ต้องรอข้อมูลดีๆ จากคุณนัง ด้วย [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง]


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 3 มาแล้ว
เริ่มหัวข้อโดย: Pla_Thong ที่ 23/08/11, [13:00:02]
ติดตามครับ  [on_009]


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 3 มาแล้ว
เริ่มหัวข้อโดย: THE EDD ที่ 23/08/11, [13:03:23]
ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ เพิ่งกำลังหัดเพาะเอง เมื่อก่อนเป็นแค่นักปั้น(น้ำเป็นตัว...ที่บ้านเป็นโรงน้ำแข็ง...อ้ะ....ล้อเล่นครับ)  [on_035]


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 3 มาแล้ว
เริ่มหัวข้อโดย: NanG Cherax Yabby ที่ 23/08/11, [13:19:07]
ขอบคุณ ครับ คุณนัง แต่ยังไงก็ต้องรอข้อมูลดีๆ จากคุณนัง ด้วย [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง]

ด้วยความยินดีครับ ไว้มาแชร์ประสบการณ์กันครับ  ้hahaha


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 3 มาแล้ว
เริ่มหัวข้อโดย: ป๊ะป๋าดุ๊กดิ๊ก&น้องดริว&น้องดรีม ที่ 23/08/11, [19:05:42]

 พวกอาหารผสมต่างๆ นี่ เอามาใช้คลุกกับอาหารกุ้งกุลา ฯ ก็ติดได้ดีเหมือนกันนะครับ  [on_055]

แต่ถ้าไม่ผึ่งให้แห้ง ก็ต้องเอาเข้าช่องแข็งเอาไว้ กันการขึ้นรา เด้อครับเด้อ เวลาใช้ เอามาวางไว้ข้างนอก

ให้คลายความเย็นก่อน แล้วค่อยให้ครับ


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 3 มาแล้ว
เริ่มหัวข้อโดย: ณัฐ Yabby House ที่ 23/08/11, [22:38:17]

ขอเสริมหน่อยนะคะ  การผสมอาหารในคลิปที่เห็นนั่นสำหรับกุ้งเป็นร้อย ๆ ตัวนะคะ  ที่เห็นเยอะนั่นใช้วันเดียว

ก็หมดแล้ว  แต่สำหรับท่านที่มีจำนวนกุ้งไม่มาก  ก็ผสมแค่ใช้ได้สักสองสามมื้อแล้วค่อยผสมใหม่จะดีกว่า

เพราะถ้าเหลือนาน ๆ อาจทำให้อาหารขึ้นราได้ค่ะ  อาหารเม็ดที่ผสมแล้วผึ่งแห้งจะอยู่ได้ประมาณสามวันค่ะ

กะปริมาณให้พอเหมาะกับจำนวนกุ้งของแต่ละท่านนะคะ   [on_062]


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 3 มาแล้ว
เริ่มหัวข้อโดย: Blkgoat ที่ 24/08/11, [12:49:32]
 [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง]


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 3 มาแล้ว
เริ่มหัวข้อโดย: Aquarist Thailand ที่ 24/08/11, [18:48:07]
บทที่ 4 การเลี้ยง จากตัวจิ๋ว ให้ตัวโต และการลอกคราบ


มาถึงบทนี้ก็เหมือนการนำบทที่ผ่านๆ มายำรวมๆ กัน แต่ก็มีเทคนิคให้ผู้อ่าน ได้นำไปใช้ได้ ว่่าแล้วเรามาเริ่มกันเลยครับ ในการเลี้ยงกุ้งไซส์ ตั้งแต่แรกเกิด ช่วงลงจากท้องแม่ ใหม่ๆ นั้น ก็ให้อาหาร ตามแบบฉบับที่ผมได้กล่าวไว้ในเรื่องอาหาร  ลูกกุ้งที่สมบรูณ์แข็งแรง ภายในระยะเวลา 1  เดือน สามารถเจริญเติบโตได้ ประมาณ 2 cm- 1 นิ้ว(จากปลายกรี ถึงปลายหางไม่รวมก้าม) ลอกคราบประมาณ 3 ครั้ง โดยเฉลี่ย สัปดาห์ละครั้ง การเลี้ยงกุ้งไซส์เล็กรวมกันจะทำให้การกินอาหารดีเจริญเติบโตดี แต่การสูญเสียย่อมมี ไม่ว่าจะเป็น เรื่องก้าม หรือแม้แต่ชีวิต(ซึ่งทุกท่านไม่อยากให้เกิดขึ้นแน่นอน) หากการดูแลจัดการดี รู้ช่วงเวลาในการลอกคราบ ก็จะเกิดความเสียหายน้อย แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลเอาใจใส่ของผู้เลี้ยงด้วย ถ้ากุ้งก้ามหัก ในช่วงขนาดไม่เกิน 2 cm ไม่น่ากังวล เท่าไรนัก สามารถขึ้นมาทดแทนได้ แต่ถ้าขนาดใหญ่กว่านี้ ฟอร์มของกุ้งจะเสีย โดยเฉพาะเพศผู้ ลายจะแตกไม่เท่ากัน ข้างใดที่หัก จะแบน ยากที่จะทำให้เท่ากันได้ ถึงขั้นไม่มีโอกาสเลยด้วยซ้ำ พอผมกล่าวถึงตรงนี้เชื่อว่าผู้อ่านหลายท่าน คงนั่งเสียใจกับกุ้งที่เป็นแบบนี้ แต่นี่ไม่ใช่ประเด็น ถ้าคุณเลี้ยงด้วยใจรัก ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ในการเลี้ยงที่คุณควรนำไปปรับใช้สำหรับกุ้งตัวต่อไป เมื่อกุ้งมีขนาดใหญ่ขึ้นก็ควรแยกเลี้ยง เพราะเดสมีอัตราการทำร้ายกันเองสูง อัตรารอดน้อย(เพราะกินพี่น้องเป็นอาหารไงละ)  และเรายังสามารถเห็นฟอร์มที่สวยงามของกุ้งแล้วทั้งเพศผู้ และเพศเมีย ทรงก้าม และสีสัน(สีสันก็ยัง เปลี่ยนแปลงขึ้นลง ได้ สำหรับผมสวยทุกสี ขอแค่ก้ามได้ ลายชัด เป็นพอ)    สิ่งที่อยากแนะนำในกุ้งขนาดนี้คือ การใส่ที่หลบซ่อน จากที่ทำมาแล้วพบว่าดีก็เป็น ไนลอนสีฟ้า หรือที่เรียกกันว่า มุ้งเขียว (ทั้งที่จริงมันก็สีฟ้าชัดๆ อีกอย่าง ส่วนตัวผมจะไม่ใช้ท่อ PVC เพราะไม่ช่วยอะไรเลยในกุ้งเล็ก) ไนลอนสีฟ้า อ่อนนุ่ม อันนี้เหมาะกับการป้องกันลูกกุ้งก้ามหักได้ และเหมาะสำหรับผู้เพาะที่มีพื้นที่จำกัด ตู้ไม่มากพอที่จะแยกได้ เนื่องจากจะเพิ่มพื้นที่ในการอยู่อาศัยให้มากขึ้น เมื่อกุ้งขนาด เพิ่มขึ้น เป็น 1-2-3-4-5 นิ้ว หากจำนวณมากพื้นที่ก็ต้องมากตามไปด้วย การเลี้ยงกุ้งใหญ่ ระดับ 3  นิ้ว ขึ้นรวม กัน สามารถทำได้ แต่การกินอาหารจะไม่ ค่อยได้ผลเต็มที่ เท่าไรนัก เพราะทั้งโดด ทั้งเต้น แย่งกัน จนวุ่นวาย การแยกเลี้ยงเดียวจะได้ผลดีกว่า ทั้งเรื่องความปลอดภัย ความสูญเสียน้อย แต่คุณลองคิดดูซิว่า ถ้ากุ้งที่เราเลี้ยง อย่างเช่น 20 ตัว ขนาด 4 นิ้วขึ้นไปต้องใช้พื้นที่เท่าไร
ในเรื่องของพื้นตู้ ไม่ควรปูวัสดุรองพื้น เช่น กรวด หินนิลดำ ที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่เกินไป เพราะจะทำให้อาหารที่ให้ตกลงไปในร่องหรือซอก ลูกกุ้งใช้ก้ามคีบ ไม่ถึง การเปลี่ยนถ่ายน้ำ สุดแสนจะลำบาก ถ้าเป็นของผมจะไม่ปูวัสดุรองพื้นใดๆ ทั้งสิ้น เพราะดูแลง่าย ถ่ายน้ำง่าย
  
การเปลี่ยนถ่ายน้ำ และ ไฟให้แสงสว่าง จะขอไล่ที่ละ อย่างนะครับ
การเปลี่ยนถ่ายน้ำ อาจทำได้โดยเปลี่ยนที่เดียว 100% แต่ต้องเป็นน้ำพักแล้ว หรือเป็นน้ำที่คลอรีนน้อยจริง(ตรงนี้ ต้องใช้การดม ก็สามารถพอเดาได้) ที่ดีก็ครั้งละ 30 %  ทุกๆ 4-5 วัน(อันนี้กุ้งสุขภาพดี โตไวด้วยจากที่ทดลอง)  อีกอย่างควรใส่เกลือด้วย ตัวนี้มีประโยชน์หลายอย่าง การใส่ แคลเซียม วิตามิน ก็ถือเป็นสิ่งที่ดีครับ บางอย่างในน้ำมีไม่พอ อย่าลืมว่าเราเลี้ยงกุ้งที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แต่ในขณะเดียวกัน ตู้เราเท่าเดิม จากประสบการณ์การเลี้ยงของผมอะไรที่เคยใส่ ก็ใส่ให้เท่าๆ กัน ทุกครั้ง เพราะถ้าคุณเคยใส่แล้วไม่ใส่ มันจะทำให้ ค่าต่างๆ แปรปรวน ไม่เป็นผลดีต่อกุ้งที่ท่านเลี้ยง อีกอย่างในตอนกลางคืนดึกๆ บางแห่งคลอรีนแรงมาก สาเหตุอะไรไม่รู้ครับ แต่ที่ดีก็ควรหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนน้ำ

เรื่องของไฟที่ใช้เป็นแหล่งให้แสงสว่าง สำหรับ เครฟิช ใช้ไฟสีเลียนแสงอาทิตย์ หรือไฟบ้านก็โอเค แล้ว จะทำให้กุ้งไม่หลบมาก เวลาเดินดูสง่า เพียงแต่เวลา ต้องการถ่ายรูป อาจได้สีสันที่ไม่เป็นไปดังใจต้องการนัก การใช้ไฟที่ใช้กับไม้น้ำ ทำให้ตู้ดูสดใส สะอาด กุ้งมีสีสันเข้ม แต่ก็ไม่ต่างจากไฟบ้านจนมากนัก  จากที่ทดลองมา กุ้งไม่ค่อยออกมาเดิน ยิ่งถ้ามีที่หลบ ก็จะแอบกัน(เรียกว่านอนกันยาว ไม่หิวไม่ออก)



 สิ่งที่ผมได้เล่าให้ฟัง ก็ลองนำไปปรับใช้ดู สำหรับคนที่ต้องการเพาะพันธุ์ คงมีประโยขน์บ้าง ไม่มากก็น้อย
เหมือนเดิมนะครับ ดีสำหรับผม อาจไม่ใช่ ดีสำหรับคนอื่น
 


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 4 มาแล้ว ล่าสุด
เริ่มหัวข้อโดย: Aquarist Thailand ที่ 24/08/11, [22:22:51]
เดี๋ยวคงมีเสริม อีก coming soon


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 4 มาแล้ว ล่าสุด
เริ่มหัวข้อโดย: ณัฐ Yabby House ที่ 25/08/11, [10:32:18]

ขอเสริมข้อมูลเรื่องการเลี้ยงรวมสักนิดค่ะ  การเลี้ยงกุ้งรวมกัน  มีข้อดีคือ  จะช่วยลดอาการก้าวร้าว  ไม่หวงที่

หวงถิ่นมากนักค่ะ  แต่ก็มีข้อแม้ว่า  ผู้เลี้ยงต้องมีทักษะในการแยกลอกคราบได้ด้วย   เพราะหากเลี้ยงรวมแล้ว

ผู้เลี้ยงไม่แยกกุ้งตอนลอกคราบ  นั่นหมายถึงความสูญเสียเกิดขึ้นได้   

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงอีกเรื่องสำหรับการเลี้ยงรวมก็คือ  ขนาดพื้นที่ ๆ เหมาะสม  และระบบกรองที่เพียงพอสามารถ

รักษาน้ำให้มีคุณภาพดีอยู่ได้   เพราะการเลี้ยงรวมหลาย ๆ ตัวนั่นหมายความว่าของเสียในระบบก็ต้องมากขึ้น

ตามไปด้วย   พื้นที่ๆ พอเหมาะไม่แออัดจนเกินไป  และระบบกรองที่เพียงพอจะทำให้คุณภาพน้ำดี   และส่งผล

ต่อสุขภาพของกุ้งที่ท่านรัก    กุ้งเครฟิชทุกชนิด  ชอบน้ำที่มีคุณภาพดี  อ๊อกซิเจนสูง   ถ้าควบคุมปัจจัยเรื่อง

น้ำได้    กุ้งของท่านก็จะมีสุขภาพดี  สีสันสวยงามอย่างแน่นอน

อีกเรื่องที่สำคัญในการเลี้ยงรวมคือ  ปริมาณการให้อาหารต้องพอเหมาะไม่มากหรือน้อยเกินไป  เพราะถ้าน้อยเกิน

ไปกุ้งกินไม่อิ่มอาจมีปัญหาทะเลาะกันได้  แต่หากให้มากจนเหลือทิ้งก้นตู้   นั่นเป็นการเพิ่มของเสียภายในตู้

ให้มากขึ้น   ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อสภาพน้ำในตู้   และส่งผลต่อสุขภาพของกุ้งโดยตรง

หากสามาถควบคุมปัจจัยเหล่านี้ได้   ท่านก็สามารถจะเลี้ยงกุ้งเครฟิชรวมกันได้อย่างสนุกสนานค่ะ


 [on_066]


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 4 มาแล้ว ล่าสุด
เริ่มหัวข้อโดย: NanG Cherax Yabby ที่ 25/08/11, [12:57:24]
บทที่ 4 การเลี้ยง จากตัวจิ๋ว ให้ตัวโต และการลอกคราบ


มาถึงบทนี้ก็เหมือนการนำบทที่ผ่านๆ มายำรวมๆ กัน แต่ก็มีเทคนิคให้ผู้อ่าน ได้นำไปใช้ได้ ว่่าแล้วเรามาเริ่มกันเลยครับ ในการเลี้ยงกุ้งไซส์ ตั้งแต่แรกเกิด ช่วงลงจากท้องแม่ ใหม่ๆ นั้น ก็ให้อาหาร ตามแบบฉบับที่ผมได้กล่าวไว้ในเรื่องอาหาร  ลูกกุ้งที่สมบรูณ์แข็งแรง ภายในระยะเวลา 1  เดือน สามารถเจริญเติบโตได้ ประมาณ 2 cm- 1 นิ้ว(จากปลายกรี ถึงปลายหางไม่รวมก้าม) ลอกคราบประมาณ 3 ครั้ง โดยเฉลี่ย สัปดาห์ละครั้ง การเลี้ยงกุ้งไซส์เล็กรวมกันจะทำให้การกินอาหารดีเจริญเติบโตดี แต่การสูญเสียย่อมมี ไม่ว่าจะเป็น เรื่องก้าม หรือแม้แต่ชีวิต(ซึ่งทุกท่านไม่อยากให้เกิดขึ้นแน่นอน) หากการดูแลจัดการดี รู้ช่วงเวลาในการลอกคราบ ก็จะเกิดความเสียหายน้อย แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลเอาใจใส่ของผู้เลี้ยงด้วย ถ้ากุ้งก้ามหัก ในช่วงขนาดไม่เกิน 2 cm ไม่น่ากังวล เท่าไรนัก สามารถขึ้นมาทดแทนได้ แต่ถ้าขนาดใหญ่กว่านี้ ฟอร์มของกุ้งจะเสีย โดยเฉพาะเพศผู้ ลายจะแตกไม่เท่ากัน ข้างใดที่หัก จะแบน ยากที่จะทำให้เท่ากันได้ ถึงขั้นไม่มีโอกาสเลยด้วยซ้ำ พอผมกล่าวถึงตรงนี้เชื่อว่าผู้อ่านหลายท่าน คงนั่งเสียใจกับกุ้งที่เป็นแบบนี้ แต่นี่ไม่ใช่ประเด็น ถ้าคุณเลี้ยงด้วยใจรัก ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ในการเลี้ยงที่คุณควรนำไปปรับใช้สำหรับกุ้งตัวต่อไป เมื่อกุ้งมีขนาดใหญ่ขึ้นก็ควรแยกเลี้ยง เพราะเดสมีอัตราการทำร้ายกันเองสูง อัตรารอดน้อย(เพราะกินพี่น้องเป็นอาหารไงละ)  และเรายังสามารถเห็นฟอร์มที่สวยงามของกุ้งแล้วทั้งเพศผู้ และเพศเมีย ทรงก้าม และสีสัน(สีสันก็ยัง เปลี่ยนแปลงขึ้นลง ได้ สำหรับผมสวยทุกสี ขอแค่ก้ามได้ ลายชัด เป็นพอ)    สิ่งที่อยากแนะนำในกุ้งขนาดนี้คือ การใส่ที่หลบซ่อน จากที่ทำมาแล้วพบว่าดีก็เป็น ไนลอนสีฟ้า หรือที่เรียกกันว่า มุ้งเขียว (ทั้งที่จริงมันก็สีฟ้าชัดๆ อีกอย่าง ส่วนตัวผมจะไม่ใช้ท่อ PVC เพราะไม่ช่วยอะไรเลยในกุ้งเล็ก) ไนลอนสีฟ้า อ่อนนุ่ม อันนี้เหมาะกับการป้องกันลูกกุ้งก้ามหักได้ และเหมาะสำหรับผู้เพาะที่มีพื้นที่จำกัด ตู้ไม่มากพอที่จะแยกได้ เนื่องจากจะเพิ่มพื้นที่ในการอยู่อาศัยให้มากขึ้น เมื่อกุ้งขนาด เพิ่มขึ้น เป็น 1-2-3-4-5 นิ้ว หากจำนวณมากพื้นที่ก็ต้องมากตามไปด้วย การเลี้ยงกุ้งใหญ่ ระดับ 3  นิ้ว ขึ้นรวม กัน สามารถทำได้ แต่การกินอาหารจะไม่ ค่อยได้ผลเต็มที่ เท่าไรนัก เพราะทั้งโดด ทั้งเต้น แย่งกัน จนวุ่นวาย การแยกเลี้ยงเดียวจะได้ผลดีกว่า ทั้งเรื่องความปลอดภัย ความสูญเสียน้อย แต่คุณลองคิดดูซิว่า ถ้ากุ้งที่เราเลี้ยง อย่างเช่น 20 ตัว ขนาด 4 นิ้วขึ้นไปต้องใช้พื้นที่เท่าไร
ในเรื่องของพื้นตู้ ไม่ควรปูวัสดุรองพื้น เช่น กรวด หินนิลดำ ที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่เกินไป เพราะจะทำให้อาหารที่ให้ตกลงไปในร่องหรือซอก ลูกกุ้งใช้ก้ามคีบ ไม่ถึง การเปลี่ยนถ่ายน้ำ สุดแสนจะลำบาก ถ้าเป็นของผมจะไม่ปูวัสดุรองพื้นใดๆ ทั้งสิ้น เพราะดูแลง่าย ถ่ายน้ำง่าย
   
การเปลี่ยนถ่ายน้ำ และ ไฟให้แสงสว่าง จะขอไล่ที่ละ อย่างนะครับ
การเปลี่ยนถ่ายน้ำ อาจทำได้โดยเปลี่ยนที่เดียว 100% แต่ต้องเป็นน้ำพักแล้ว หรือเป็นน้ำที่คลอรีนน้อยจริง(ตรงนี้ ต้องใช้การดม ก็สามารถพอเดาได้) ที่ดีก็ครั้งละ 30 %  ทุกๆ 4-5 วัน(อันนี้กุ้งสุขภาพดี โตไวด้วยจากที่ทดลอง)  อีกอย่างควรใส่เกลือด้วย ตัวนี้มีประโยชน์หลายอย่าง การใส่ แคลเซียม วิตามิน ก็ถือเป็นสิ่งที่ดีครับ บางอย่างในน้ำมีไม่พอ อย่าลืมว่าเราเลี้ยงกุ้งที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แต่ในขณะเดียวกัน ตู้เราเท่าเดิม จากประสบการณ์การเลี้ยงของผมอะไรที่เคยใส่ ก็ใส่ให้เท่าๆ กัน ทุกครั้ง เพราะถ้าคุณเคยใส่แล้วไม่ใส่ มันจะทำให้ ค่าต่างๆ แปรปรวน ไม่เป็นผลดีต่อกุ้งที่ท่านเลี้ยง อีกอย่างในตอนกลางคืนดึกๆ บางแห่งคลอรีนแรงมาก สาเหตุอะไรไม่รู้ครับ แต่ที่ดีก็ควรหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนน้ำ

เรื่องของไฟที่ใช้เป็นแหล่งให้แสงสว่าง สำหรับ เครฟิช ใช้ไฟสีเลียนแสงอาทิตย์ หรือไฟบ้านก็โอเค แล้ว จะทำให้กุ้งไม่หลบมาก เวลาเดินดูสง่า เพียงแต่เวลา ต้องการถ่ายรูป อาจได้สีสันที่ไม่เป็นไปดังใจต้องการนัก การใช้ไฟที่ใช้กับไม้น้ำ ทำให้ตู้ดูสดใส สะอาด กุ้งมีสีสันเข้ม แต่ก็ไม่ต่างจากไฟบ้านจนมากนัก  จากที่ทดลองมา กุ้งไม่ค่อยออกมาเดิน ยิ่งถ้ามีที่หลบ ก็จะแอบกัน(เรียกว่านอนกันยาว ไม่หิวไม่ออก)



 สิ่งที่ผมได้เล่าให้ฟัง ก็ลองนำไปปรับใช้ดู สำหรับคนที่ต้องการเพาะพันธุ์ คงมีประโยขน์บ้าง ไม่มากก็น้อย
เหมือนเดิมนะครับ ดีสำหรับผม อาจไม่ใช่ ดีสำหรับคนอื่น
 


ขอเสริมข้อมูลเรื่องการเลี้ยงรวมสักนิดค่ะ  การเลี้ยงกุ้งรวมกัน  มีข้อดีคือ  จะช่วยลดอาการก้าวร้าว  ไม่หวงที่

หวงถิ่นมากนักค่ะ  แต่ก็มีข้อแม้ว่า  ผู้เลี้ยงต้องมีทักษะในการแยกลอกคราบได้ด้วย   เพราะหากเลี้ยงรวมแล้ว

ผู้เลี้ยงไม่แยกกุ้งตอนลอกคราบ  นั่นหมายถึงความสูญเสียเกิดขึ้นได้   

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงอีกเรื่องสำหรับการเลี้ยงรวมก็คือ  ขนาดพื้นที่ ๆ เหมาะสม  และระบบกรองที่เพียงพอสามารถ

รักษาน้ำให้มีคุณภาพดีอยู่ได้   เพราะการเลี้ยงรวมหลาย ๆ ตัวนั่นหมายความว่าของเสียในระบบก็ต้องมากขึ้น

ตามไปด้วย   พื้นที่ๆ พอเหมาะไม่แออัดจนเกินไป  และระบบกรองที่เพียงพอจะทำให้คุณภาพน้ำดี   และส่งผล

ต่อสุขภาพของกุ้งที่ท่านรัก    กุ้งเครฟิชทุกชนิด  ชอบน้ำที่มีคุณภาพดี  อ๊อกซิเจนสูง   ถ้าควบคุมปัจจัยเรื่อง

น้ำได้    กุ้งของท่านก็จะมีสุขภาพดี  สีสันสวยงามอย่างแน่นอน

อีกเรื่องที่สำคัญในการเลี้ยงรวมคือ  ปริมาณการให้อาหารต้องพอเหมาะไม่มากหรือน้อยเกินไป  เพราะถ้าน้อยเกิน

ไปกุ้งกินไม่อิ่มอาจมีปัญหาทะเลาะกันได้  แต่หากให้มากจนเหลือทิ้งก้นตู้   นั่นเป็นการเพิ่มของเสียภายในตู้

ให้มากขึ้น   ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อสภาพน้ำในตู้   และส่งผลต่อสุขภาพของกุ้งโดยตรง

หากสามาถควบคุมปัจจัยเหล่านี้ได้   ท่านก็สามารถจะเลี้ยงกุ้งเครฟิชรวมกันได้อย่างสนุกสนานค่ะ


 [on_066]


ยอดเยี่ยมทั้งคู่  [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง]


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 4 มาแล้ว ล่าสุด
เริ่มหัวข้อโดย: Brandon Boyd ที่ 25/08/11, [13:06:42]
 deepkiss deepkiss deepkiss deepkiss deepkiss deepkiss


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 4 มาแล้ว ล่าสุด
เริ่มหัวข้อโดย: Aquarist Thailand ที่ 25/08/11, [20:38:46]
ยอดเยี่ยมทั้งคู่  [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง]

ขอบคุณครับ พี่นัง [เจ๋ง] [เจ๋ง]


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 4 มาแล้ว ล่าสุด
เริ่มหัวข้อโดย: ณัฐ Yabby House ที่ 26/08/11, [17:07:40]
ยอดเยี่ยมทั้งคู่  [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง]
ก็เขียนตามประสบการณ์ที่เลี้ยงค่ะ
ก็ขอขอบคุณ คุณนัง ที่ช่วยเชียร์
ก็จะได้มีเรื่องการเลี้ยงกุ้งเครฟิชมาเล่าให้ชาวเครฟิชอีกค่ะ

 [on_055] [on_055] [on_055] [on_055] [on_055]


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 4 มาแล้ว ล่าสุด
เริ่มหัวข้อโดย: NanG Cherax Yabby ที่ 26/08/11, [23:43:49]
ก็เขียนตามประสบการณ์ที่เลี้ยงค่ะ
ก็ขอขอบคุณ คุณนัง ที่ช่วยเชียร์
ก็จะได้มีเรื่องการเลี้ยงกุ้งเครฟิชมาเล่าให้ชาวเครฟิชอีกค่ะ

 [on_055] [on_055] [on_055] [on_055] [on_055]

ได้ยินชื่อเสียงคุณณัฐ มาตั้งแต่โอม ยังขายกุ้งอยู่เลยอ่ะ แต่ไม่เคยได้เจอกันสักที 555+


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 4 มาแล้ว ล่าสุด
เริ่มหัวข้อโดย: ณัฐ Yabby House ที่ 27/08/11, [11:00:13]
ได้ยินชื่อเสียงคุณณัฐ มาตั้งแต่โอม ยังขายกุ้งอยู่เลยอ่ะ แต่ไม่เคยได้เจอกันสักที 555+

นานมาก ตั้งแต่โอมยังขายกุ้ง  ้hahaha   หวังว่าคงได้เจอกันนะคะแบบตัวเป็น ๆ ค่ะ   [on_062]


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 4 มาแล้ว ล่าสุด
เริ่มหัวข้อโดย: ณัฐ Yabby House ที่ 30/08/11, [19:23:10]
บทต่อไปเรื่อง การลอกคราบของเดส ตั้งแต่ไซส์เล็ก ถึงไซส์ 5นิ้ว ขึ้นไป

เร็วๆนี้    [on_062] [on_062]

[on_055] [on_055] [on_055] [on_055] [on_055] [on_055]


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 4 มาแล้ว ล่าสุด
เริ่มหัวข้อโดย: Prab Prabchana. ที่ 30/08/11, [19:25:22]
บทต่อไปเรื่อง การลอกคราบของเดส ตั้งแต่ไซส์เล็ก ถึงไซส์ 5นิ้ว ขึ้นไป

เร็วๆนี้    [on_062] [on_062]

[on_055] [on_055] [on_055] [on_055] [on_055] [on_055]

จะรออ่านเด้อ ครับ


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 4 มาแล้ว ล่าสุด
เริ่มหัวข้อโดย: Aquarist Thailand ที่ 01/09/11, [23:43:22]
บทที่ 5 การลอกคราบ กับสารพรรณคำถาม

      เรื่องของการลอกคราบ ถือเป็นเรื่องหนึ่งที่สำคัญเลยนะครับ ลองถ้าใครเลี้ยงกุ้งแล้ว ไม่ลอกคราบนี่ รับรองต้อง ร้อนอก ร้อนใจ เป็นธรรมดา กลัวว่าจะแกรน หรือ ผิดปกติบ้างแหละ ทำไมลอกช้าจัง ทำไมลอกบ่อยจัง ทำไมลอกแล้วไม่ผ่าน ทำไมลอกแล้วเปลือกแข็งช้า ทำไมลอกแล้วติด ทำไมลอกแล้วขนาดเท่าเดิม สารพรรณปัญหาเหล่านี้ค้างคาใจหลายท่านแน่นอน
      ก่อนจะตอบคำถามเหล่านี้ เรามาทำความเข้าใจกับวงจร การลอกคราบของกุ้ง แบบคร่าวๆ ก่อนดีกว่านะครับ กุ้งเจริญเติบโต  ขยายขนาดได้ด้วยการลอกคราบ โดยกุ้งจะกินอาหารเข้าไปเพื่อสะสม และสร้างเปลือกใหม่ภายใต้เปลือกเดิม ดูดซึมแร่ธาตุต่างๆ จากน้ำเข้ามาสะสม (กลไกต่างๆ เกิดขึ้นด้วยการสั่งการจากฮอร์โมน) เมื่อถึงเวลาที่โครงร่างภายในคับเต็มที่ ก็จะเกิดการดึงเอา โครงสร้างจากเปลือกเดิมไปที่เปลือกใหม่ โดยจะเห็นว่าตอนใกล้ลอกคราบ หากสัมผัสที่เปลือก จะนิ่ม กว่าปกติ นั่นเพราะองค์ประกอบต่างๆ ถูกดึงไปที่เปลือกใหม่ ช่วงนี้ถือว่ากุ้งอ่่อนแอพอควร มีโอกาสถูกทำร้ายได้ง่าย การสังเกตุในช่วงนี้จะเห็น ส่วน เปลือกหัว(carapace) ยกสูงขึ้นกว่าเดิม และแยกออกจาก ส่วนท้อง( abdomen )หรือที่เรา พูดกันติดปากว่า อาการหัวเปิด (ตรงจุดนี้บอกอะไรได้หลายอย่าง เดี๋ยวจะขยายความตอนท้ายนะครับ) โดยระยะเวลาที่หัวเปิดนี่ ก็จะขึ้นกับขนาดของกุ้ง ยิ่งใหญ่ก็ยิ่งนาน ก่อนการลอกคราบสามารถสังเกตุได้อีกอย่างหนึ่งคือ ให้อาหารจะไม่กิน หรือกินน้อย แต่ก็มีบางตัว กินเก่ง แบบว่ามีอาการหัวเปิดแล้วยังกินได้อยู่ ตรงนี้บางท่านสับสนนะครับ ระหว่างกุ้งที่กินอิ่ม กับกุ้งใกล้ลอกคราบกุ้งที่กินอิ่มใหม่ๆ หัวก็จะยกครับนั่นเป็นเพราะกระเพาะอาหารของเค้าเต่งครับ ไม่ใช่จะลอกคราบ ส่วนกุ้งที่ใกล้จะลอกคราบนั้น เดสนี่สังเกตุง่าย ที่ตรงส่วนหัวถัดจากหลังตาจะเห็น ก้อนหินปูน ขาวๆขุ่นๆ เลื่อนราง มีอาการส่วนท้องยืดตรง หางแผ่ เหยียดตรง เมื่อกุ้งลอกคราบแล้ว ตัวจะอ่อนนิ่ม กระดุกกระดิก ได้อย่างเดียวใช้เวลาซักระยะหนึ่งกว่าจะแข็งตัวพอที่จะเดินได้ แต่ในขณะนี้เปลือกยังไม่แข็งแรงพอที่จะต่อสู้ หรือทนต่อการนีบ การกัดได้ ถ้าให้กุ้งกินเปลือกของตัวเองหลังจากลอกมา จะทำให้เปลือกใหม่แข็งไว ไม่ต้องเสียเวลานานในการสะสม ไคติน อีกประการทำให้เราสามารถเช็คกุ้งได้ด้วยว่า พร้อมแล้วหรือยัง หากกุ้งกินคราบตัวเองได้หมดนั่นหมายถึงแข็งแรงแล้ว พร้อมที่กินอาหารที่เราให้ได้ และจะกินดีในช่วง สองถึงสามสัปดาห์แรก หลังจากนั้นจะลดลง นอนมากขึ้น
      มาถึงเรื่องการตอบคำถาม "สารพรรณทำไม"   กุ้งที่ตัวเล็ก จะลอกคราบบ่อยเมื่อโตขึ้นระยะเวลาในการลอกคราบแต่ละครั้ง นั้นจะห่างไปเรื่อยๆ กุ้งที่ลอกคราบช้า (ไม่เหมือนกับระยะเวลาช่วงลอกคราบนานนะครับ) คืออาจเป็นเพราะกุ้งได้รับอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการต่ำ คือกินมากเท่าๆ กับตัวปกติ แต่กลับไม่โต  บางตัวลอกบ่อย ขนาดและไซส์ก็ใหญ่ตามไปด้วย กุ้งพวกนี้ถือว่าโตดี
กุ้งที่ลอกคราบแล้วติด เกิดจากการที่ ส่วนนั้นๆ ใหญ่ เกินขนาดทางออก หรือการสร้างคราบใหม่ตรงจุดนั้น ไม่สมบรูณ์ ซึ่งบางกรณีเกิดจากเคยเป็นบาดแผลมาก่อน หรือการคดผิดรูปของโครงสร้าง        กุ้งที่ลอกคราบแล้วขนาดใหญ่ แบบก้าวกระโดด จะพบว่าเวลาที่ หัวเปิดจะนาน และเปิิดสูงมาก เมื่อลอกออกมาจะมีขนาดใหญ่จนผิดหูผิดตา   อันนี้หลายท่านคงหวังให้้เป็นแบบนี้ทั้งสิ้น แต่นั่นก็ไม่เสมอไป ถ้าลองเลี้ยงหลายตัวจะเห็นพัฒนาการที่แตกต่างกันออกไป  กุ้งที่ลอกแล้วก้ามระเบิด ส่วนใหญ่จะเป็นเพศผู้ ส่วนเพศเมียขนาดของ abdomen และหางจะขยายใหญ่จนสังเกตุไ้ด้ แผกว้างชัดเจน ลักษณะดังกล่าวนี้ จะทำให้เราแยกเพศได้ โดยไม่ต้องจับกุ้งหงายท้อง แต่ลักษณะ เช่นนี้จะ พบเมื่อกุ้งขนาด 1.5 นิ้วขึ้นไป ส่วนการที่ลอกแล้วแข็งช้าอันนี้เกิดจาก แคลเซียมคาร์บอเนต และฟอสฟอรัส ในน้ำต่ำ ทำให้กุ้งดูดซึมเข้าไปได้น้อย ทำให้เปลือกแข็งช้า แก้ไขโดย ใส่เกลือ และ แคลเซียม ลงไป แต่ที่ละน้อย นะครับ




หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 5 การลอกคราบ ล่าสุด
เริ่มหัวข้อโดย: Aquarist Thailand ที่ 02/09/11, [01:36:11]
มาแว้ว [on_024] [on_024] [on_024]


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 5 การลอกคราบ ล่าสุด
เริ่มหัวข้อโดย: ณัฐ Yabby House ที่ 02/09/11, [01:56:44]
เสริมอีกซักนิดค่ะ   [on_062]

ถ้ากุ้งจะลอกคราบ สังเกตที่หัวเิปิด นั่นแสดงว่ากุ้งจะลอกคราบ

ถ้าเห็นกุ้งหัวเปิดเตรียมตัวจะลอกคราบ ห้ามเปลี่ยนถ่ายน้ำเด็ดขาด

เพราะถ้าเปลี่ยนถ่ายน้ำในเวลาก่อนลอกคราบจะทำให้อุณหภูมิแกว่ง

จะเป็นอันตรายกับกุ้งซึ่งส่วนใหญ่จะลอกคราบไม่ผ่าน และอาจจะทำให้ถึงกับเสียชีวิตได้ค่ะ

ในเวลาที่กุ้งจะลอกคราบอาจจะเติมแคลเซียมน้ำลงไปซัก 5-10หยด ก็ได้นะค่ะหรือไม่เติมก็ได้ค่ะ

และถ้ากุ้งลอกคราบผ่านแล้วซัก2-3วัน หัวกุ้งแข็งแล้ว ก็เปลี่ยนถ่ายน้ำได้ตามปกติค่ะ 20%   [on_066]


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 5 การลอกคราบ ล่าสุด
เริ่มหัวข้อโดย: Prab Prabchana. ที่ 02/09/11, [10:16:45]
เดี๋ยวมาเสริมให้เพิ่มครับ ไปทำงานก่อน  [on_026]


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 5 การลอกคราบ ล่าสุด
เริ่มหัวข้อโดย: Prab Prabchana. ที่ 02/09/11, [12:49:40]
เปลือกหัว(carapace) ยกสูงขึ้นกว่าเดิม และแยกออกจาก ส่วนท้อง( abdomen )หรือที่เรา พูดกันติดปากว่า อาการหัวเปิด (ตรงจุดนี้บอกอะไรได้หลายอย่าง เดี๋ยวจะขยายความตอนท้ายนะครับ) โดยระยะเวลาที่หัวเปิดนี่ ก็จะขึ้นกับขนาดของกุ้ง ยิ่งใหญ่ก็ยิ่งนาน

^
^
^

 [on_018]จากข้อความข้างต้นในเรื่องของการสังเกตุ จะพบได้ว่าคนไทยส่วนมากจะเรียกส่วนดังกล่าวว่า หัว และมีการเข้าใจผิดกันต่อ ๆ มา จนเป็นเรื่องปกติของคนไทย โดย กุ้งเครฟิชจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ มีส่วน หัว ลำตัว และ หาง แต่เรากลับนำหัวและลำตัวไปรวมกัน แล้วเรียกเพียงแค่ว่า หัว เท่านั้น ส่วนหาง นั้นเรียกว่า ตัวกุ้ง หาไม่แยกกันตามความเป็นจริงก็จะเรียกกันผิดอยู่เสมอไป และเราก็จะโง่กันอยู่ไปเรื่อยๆ เพราะ ว่าไม่รู้รายละเอียดที่แท้จริง ทั้งๆที่ เขาก็ได้บอกรายระเอียดมาอย่างเป็นสากลระดับโลกกันมานานแล้ว อยากให้เพื่อนชาวเครฟิช รู้ ลึก รู้ จริง ยิ่งกว่า คม ชัด ลึก  เดี๋ยวๆว่าง จะนำภาพองค์ประกอบมาเสริมให้นะครับ


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 5 การลอกคราบ ล่าสุด
เริ่มหัวข้อโดย: Prab Prabchana. ที่ 02/09/11, [13:35:01]
(http://i601.photobucket.com/albums/tt91/OnImArUzA/crayfish_exrternal_with_labelscopy.jpg)

เป็นการแยกส่วนแบบง่ายที่เราควรรู้จักในเบื้องต้นเพื่อเข้าใจองค์ประกอบที่สำคัญของกุ้งเครฟิชครับ อย่างที่ผมกล่าวมา คือ หัว และ ลำตัว นั้นจะอยู่ติดกัน หลายคนจึงเรียกส่วนนั้นว่า หัว แต่ก็เรียกตามกันต่อมา จนกลายเป็นหัวไปจนปัจจุบัน นี่ก็เป็นส่วนง่ายๆ ที่เพื่อนๆควรจะจำและบันทึกไว้ครับ เราจะได้ดูออกว่า ส่วนไหนคือส่วนไหน เวลามีปัญหา ะง่ายในการแก้ไขเมื่อเกิดปัญหาได้ และผู้ช่วยเหลือจะได้แนะนำถูกวิธี [on_026]


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 5 การลอกคราบ ล่าสุด
เริ่มหัวข้อโดย: ณัฐ Yabby House ที่ 02/09/11, [20:37:48]

สำหรับเรื่องการลอกคราบของกุ้ง  สิ่งที่จะทำให้ผู้เลี้ยงสังเกตุได้ง่ายอีกเรื่องก็คือเรื่องของสีสัน   เนื่องจาก

กุ้งช่วงใกล้ลอกคราบถ้าหลายคนสังเกตุจะพบว่าสีของกุ้งจะเปลี่ยนไปจากโทนเดิม  เช่น  บลู เพิร์ล สีจะดูเข้ม

ขึ้นกว่าในช่วงระยะเวลาปกติของเค้า   และบางตัวอาจมีอาการดุประกอบกันด้วย  คือ  ตัวที่ใกล้จะลอกคราบ

เนื่องจากกุ้งจะรู้ตัวว่าเค้าเริ่มอ่อนแอ   เค้าก็พยายามไล่กุ้งตัวอื่น ๆ ไปให้พ้นบริวเณที่เค้าอยู่   บางตัววิ่งไล่

เพื่อนร่วมตู้  ไล่ ๆๆๆ ทั้งวัน   ขนาดเดินไปจ้องเค้ายังยกก้ามไล่เจ้าของไม่ให้ดูก็มี   เพราะเค้ารู้สึกไม่ปลอดภัย

เนื่องจากใกล้ลอกคราบร่างกายจะเริ่มอ่อนแอ

ส่วนเดสจำนวนมาก   จะพบว่าระยะใกล้ลอกคราบเดสน้ำเงินมันจะมีสีน้ำเงินเข้ม   จนถึงน้ำเงินอมดำ  หรือออก

สีเทาเลยก็มี   แต่หลังจากลอกคราบไปแล้ว   จะเห็นว่าสีจะเปลี่ยนไปจากตอนก่อนลอกอย่างมาก   บางครั้ง

ก่อนลอกสีน้ำตาล   แต่ลอกออกมาแล้วเป็นสีฟ้าหรือน้ำเงินก็มี   ซึ่งนั่นเป็นธรรมชาติของเดส  ซึ่งหลาย ๆ

ท่านอาจจะยังไม่ทราบ   เดี๋ยวจะหารูปภาพตอนก่อนลอกคราบ  และหลังลอกคราบมาให้ชมกันเป็นตัวอย่าง

จะได้เห็นว่าสีของเดสนั้นแตกต่างกันอย่างไรนะคะ    [on_066]


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 5 การลอกคราบ ล่าสุด
เริ่มหัวข้อโดย: ณัฐ Yabby House ที่ 03/09/11, [23:05:33]

มาแล้ว  คลิปเปรียบเทียบสีเดส  ก่อนและหลังลอกคราบค่ะ   กุ้งครอกนี้เป็นเดสพ่อแม่พันธุ์สีน้ำเงิน

รับมาจากคุณ  Roll_factory  กุ้งเจ้านี้สีค่อนข้างจะแน่นอนนิ่งมาก ๆ ค่ะ  รับมาแล้วหลายรุ่น

เลี้ยงด้วยอาหารเม็ดและอาหารเสริมต่างๆ จากร้านปราณี  สลับกับกุ้งฝอยต้มคลุกสาหร่ายสไปรูลิน่า

ของร้านปราณี   พบว่ากุ้งที่กินสาหร่ายไม่ได้มีการเปลี่ยนสีแต่อย่างใด  แต่เป็นการเร่งสีเดิมของกุ้ง

ที่รับพิกเม้น  ทางพันธุกรรมมากจากพ่อแม่ค่ะ

http://www.youtube.com/watch?v=-YhVl40TDMk&feature=player_profilepage (http://www.youtube.com/watch?v=-YhVl40TDMk&feature=player_profilepage)


นี่เป็นคลิปแรกนะคะ  เดี๋ยวจะมีคลิปต่อไปที่เปรียบเทียบสีก่อนและหลังลอกคราบของเดส

ในครอกอื่น ๆ ไซส์ที่แตกต่างกันไป   ให้ชมกันเพื่อเปรียบเทียบ  และเป็นความรู้ให้ผู้เลี้ยงกุ้งกัน

ต่อไปค่ะ

 [วิ่งชิลๆ]   [หลั่นล้า]


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 5 การลอกคราบ ล่าสุด
เริ่มหัวข้อโดย: Eroz CrayFish Tank ที่ 03/09/11, [23:19:43]
มาแล้ว  คลิปเปรียบเทียบสีเดส  ก่อนและหลังลอกคราบค่ะ   กุ้งครอกนี้เป็นเดสพ่อแม่พันธุ์สีน้ำเงิน

รับมาจากคุณ  Roll_factory  กุ้งเจ้านี้สีค่อนข้างจะแน่นอนนิ่งมาก ๆ ค่ะ  รับมาแล้วหลายรุ่น

เลี้ยงด้วยอาหารเม็ดและอาหารเสริมต่างๆ จากร้านปราณี  สลับกับกุ้งฝอยต้มคลุกสาหร่ายสไปรูลิน่า

ของร้านปราณี   พบว่ากุ้งที่กินสาหร่ายไม่ได้มีการเปลี่ยนสีแต่อย่างใด  แต่เป็นการเร่งสีเดิมของกุ้ง

ที่รับพิกเม้น  ทางพันธุกรรมมากจากพ่อแม่ค่ะ

http://www.youtube.com/watch?v=-YhVl40TDMk&feature=player_profilepage (http://www.youtube.com/watch?v=-YhVl40TDMk&feature=player_profilepage)


นี่เป็นคลิปแรกนะคะ  เดี๋ยวจะมีคลิปต่อไปที่เปรียบเทียบสีก่อนและหลังลอกคราบของเดส

ในครอกอื่น ๆ ไซส์ที่แตกต่างกันไป   ให้ชมกันเพื่อเปรียบเทียบ  และเป็นความรู้ให้ผู้เลี้ยงกุ้งกัน

ต่อไปค่ะ

 [วิ่งชิลๆ]   [หลั่นล้า]


ไม่เคยผิดหวังเมื่อพี่ณัฐ ให้ความรู้ ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 5 การลอกคราบ ล่าสุด
เริ่มหัวข้อโดย: Colourful Betta ที่ 04/09/11, [12:51:35]
ลอกคราบรวมกันหลายตัว ไม่กินกันหรอครับ พรือว่าตัวที่ใกล้ลอกคราบพร้อมกันมาอยู่ด้วยกันครับ [on_018]


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 5 การลอกคราบ ล่าสุด
เริ่มหัวข้อโดย: JeDI ที่ 04/09/11, [15:47:34]
ติดตามอ่านตลอดคับ   ได้ความรู้มากเลย  [เจ๋ง]


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 5 การลอกคราบ ล่าสุด
เริ่มหัวข้อโดย: ณัฐ Yabby House ที่ 04/09/11, [16:44:07]
ลอกคราบรวมกันหลายตัว ไม่กินกันหรอครับ พรือว่าตัวที่ใกล้ลอกคราบพร้อมกันมาอยู่ด้วยกันครับ [on_018]
ถูกต้องค่ะ   [on_062]

ตัวที่ใกล้ลอกคราบพร้อมกัน คัดมาอยู่ด้วยกันได้ค่ะ   [on_026]

เพราะจะลอกคราบพร้อมกัน ไม่มีแรงจะต่อสู้กันค่ะ   [on_066]

 ้hahaha ้hahaha ้hahaha ้hahaha ้hahaha ้hahaha ้hahaha


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 5 การลอกคราบ ล่าสุด
เริ่มหัวข้อโดย: ณัฐ Yabby House ที่ 04/09/11, [16:45:34]
ติดตามอ่านตลอดคับ   ได้ความรู้มากเลย  [เจ๋ง]

จริงมะ  [on_066]

 ้hahaha ้hahaha ้hahaha ้hahaha ้hahaha ้hahaha ้hahaha


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 5 การลอกคราบ ล่าสุด
เริ่มหัวข้อโดย: winpotato ที่ 05/09/11, [02:25:43]
(http://i601.photobucket.com/albums/tt91/OnImArUzA/crayfish_exrternal_with_labelscopy.jpg)

เป็นการแยกส่วนแบบง่ายที่เราควรรู้จักในเบื้องต้นเพื่อเข้าใจองค์ประกอบที่สำคัญของกุ้งเครฟิชครับ อย่างที่ผมกล่าวมา คือ หัว และ ลำตัว นั้นจะอยู่ติดกัน หลายคนจึงเรียกส่วนนั้นว่า หัว แต่ก็เรียกตามกันต่อมา จนกลายเป็นหัวไปจนปัจจุบัน นี่ก็เป็นส่วนง่ายๆ ที่เพื่อนๆควรจะจำและบันทึกไว้ครับ เราจะได้ดูออกว่า ส่วนไหนคือส่วนไหน เวลามีปัญหา ะง่ายในการแก้ไขเมื่อเกิดปัญหาได้ และผู้ช่วยเหลือจะได้แนะนำถูกวิธี [on_026]

 [งง] [on_062]
ผมเข้าใจผิดมาตลอด 28 ปีเลยนะค๊าบ 5555....
ขอบคุนคับที่ทำให้รู้ว่า...อันไหนหัว..อันไหนหาง ชอบๆๆอะ

ขอบคุนๆๆคับ [on_026] [on_018]


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 5 การลอกคราบ ล่าสุด
เริ่มหัวข้อโดย: winpotato ที่ 05/09/11, [04:08:38]
 [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง]

ได้ความรู้เยอะเลยนะคับ..ขอบคุนทุกๆบทความและทุกๆ ความคิดเห็นด้วยคับ เป็นประโยชน์กับผู้ที่เพาะเลี้ยงเป็นอย่างดีเลยคับทั้งมือใหม่และมือเก่าด้วย 555 ได้ทั้งเชิงทฤษฏีและปฏิบัติครบถ้วนเลยคับ...ปลื้มคับ

ขอบคุนพี่ๆทุกท่านอีกครั้งนะคับ.....ผมขอเป็นกำลังใจนะคับ

ด้วยความเคารพ


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 5 การลอกคราบ ล่าสุด
เริ่มหัวข้อโดย: Aquarist Thailand ที่ 05/09/11, [07:55:56]
[เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง]

ได้ความรู้เยอะเลยนะคับ..ขอบคุนทุกๆบทความและทุกๆ ความคิดเห็นด้วยคับ เป็นประโยชน์กับผู้ที่เพาะเลี้ยงเป็นอย่างดีเลยคับทั้งมือใหม่และมือเก่าด้วย 555 ได้ทั้งเชิงทฤษฏีและปฏิบัติครบถ้วนเลยคับ...ปลื้มคับ

ขอบคุนพี่ๆทุกท่านอีกครั้งนะคับ.....ผมขอเป็นกำลังใจนะคับ

ด้วยความเคารพ

ได้ ฟังอย่างนี้แล้วมีกำลังใจ ้hahaha ้hahaha ้hahaha ้hahaha ้hahaha ้hahaha


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 5 การลอกคราบ ล่าสุด
เริ่มหัวข้อโดย: winpotato ที่ 06/09/11, [00:48:25]
ได้ ฟังอย่างนี้แล้วมีกำลังใจ ้hahaha ้hahaha ้hahaha ้hahaha ้hahaha ้hahaha

การจะทำสิ่งใด..ถ้ามีกำลังใจแล้ว ผมว่ามันช่วยให้เรามีพลังมากขึ้นนะคับ [on_035]
ยังไงก็ให้ผู้เพาะเลี้ยงเครฟิชทุกๆคน..ประสบความสำเร็จนะคับ [on_026]

ช่วยชี้แนะมือใหม่ด้วยนะคับ [on_035] [on_018]

สู้ๆๆ [on_055]


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 5 การลอกคราบ ล่าสุด
เริ่มหัวข้อโดย: ณัฐ Yabby House ที่ 06/09/11, [11:23:40]
การจะทำสิ่งใด..ถ้ามีกำลังใจแล้ว ผมว่ามันช่วยให้เรามีพลังมากขึ้นนะคับ [on_035]
ยังไงก็ให้ผู้เพาะเลี้ยงเครฟิชทุกๆคน..ประสบความสำเร็จนะคับ [on_026]

ช่วยชี้แนะมือใหม่ด้วยนะคับ [on_035] [on_018]

สู้ๆๆ [on_055]

ถูกต้องค่ะ  โดยเฉพาะคนที่ต้องทำงานสร้างสรรค์  ต้องการพลังใจเป็นอย่างมาก  ยังไงก็ขอบคุณสำหรับ

การหมั่นเติมพลังใจให้นะคะ  จะได้มีพลังสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ให้ได้ดูก่อนค่ะ

 [เย้ะ]


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 5 การลอกคราบ ล่าสุด
เริ่มหัวข้อโดย: ณัฐ Yabby House ที่ 07/09/11, [13:55:41]
หัวข้อต่อไป  "การเพาะพันธุ์เดส "

เก็บรายละเอียดจากประสบการณ์ผู้ที่เพาะเดสหลายๆท่านที่ตั้งไข่แล้ว..เด็กๆ..ออกมาเดินเล่น

คำถามเด็ด

เดสน้ำเงิน ทั้งพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์  ตั้งไข่แล้วเล็กๆออกมาเป็นสีน้ำเงิน กินอาหารทุกอย่างก็ลอกคราบเป็นสีน้ำเงินทำไง

ติดตามตอนต่อไป   [on_055]


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 5 การลอกคราบ ล่าสุด
เริ่มหัวข้อโดย: ณัฐ Yabby House ที่ 07/09/11, [22:15:33]

ก่อนจะขึ้นบทต่อไปเรื่องการเพาะพันธุ์  เอาภาพเปรียบเทียบสีก่อนและหลังลอกคราบไปดูกันอีกสักชุด

กุ้งชุดนี้เป็นลูกเพาะของเราเอง  พ่อสีน้ำเงินดำ  แม่สีเทาค่ะ   ภาพด้านซ้ายเป็นสีก่อนลอกคราบ

ภาพด้านขวาเป็นสีหลังลอกคราบค่ะ   กุ้งชุดนี้กินอาหารสด  และอาหารเม็ดอาหารเสริมต่างๆ

จากร้านปราณีมาตั้งแต่เล็ก   กินสาหร่ายสไปรูลิน่าด้วยค่ะ


(https://upic.me/i/rq/compare.jpg)


 [on_055]



หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 5 การลอกคราบ ล่าสุด
เริ่มหัวข้อโดย: BMX Crayfish ที่ 11/09/11, [09:17:18]
อ่านแล้วมีกำลังใจในการเลี้ยงเยอะเลย  สุดยอดจริงๆๆ [เจ๋ง]  [เจ๋ง]


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 5 การลอกคราบ ล่าสุด
เริ่มหัวข้อโดย: Prab Prabchana. ที่ 14/09/11, [23:41:00]
เพิ่มเติมครับ เกี่ยวกับการลอกคราบเพื่อการรักษา ติดตามได้ตามลิ้งค์ด้านล้างเลยครับ

http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=150788.0

 [on_018]


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 5 การลอกคราบ ล่าสุด
เริ่มหัวข้อโดย: kafil ที่ 15/09/11, [15:03:34]
ขอบคุนสำหรับข้อมูลดีๆค่ะ emb01


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 5 การลอกคราบ ล่าสุด
เริ่มหัวข้อโดย: ณัฐ Yabby House ที่ 16/09/11, [11:13:18]
เพิ่มเติมครับ เกี่ยวกับการลอกคราบเพื่อการรักษา ติดตามได้ตามลิ้งค์ด้านล้างเลยครับ

http://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=150788.0

 [on_018]


การลอกคราบเพื่อการรักษา   [on_066]

 [เจ๋ง]


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 5 การลอกคราบ ล่าสุด
เริ่มหัวข้อโดย: ณัฐ Yabby House ที่ 16/09/11, [22:08:47]
อ่านแล้วมีกำลังใจในการเลี้ยงเยอะเลย  สุดยอดจริงๆๆ [เจ๋ง]  [เจ๋ง]

ติดตามตอนต่อไป การเพาะพันธุ์เดส   [on_062]

 heaven


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 5 การลอกคราบ ล่าสุด
เริ่มหัวข้อโดย: Aquarist Thailand ที่ 23/09/11, [21:41:41]
เดี๋ยวของใหม่จะตามมา เร็วๆนี้


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 5 การลอกคราบ ล่าสุด
เริ่มหัวข้อโดย: <{ Siren music }> ที่ 27/09/11, [11:16:35]
เป็นข้อมูลที่ดีมากครับ


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 6 กำลังมา
เริ่มหัวข้อโดย: Aquarist Thailand ที่ 04/10/11, [00:25:40]
เรื่องเด็ด กำลังมา


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 6 กำลังมา
เริ่มหัวข้อโดย: ณัฐ Yabby House ที่ 04/10/11, [02:40:26]
แนะนำ เล็กๆน้อยๆ   [on_055]

อุณหภูมิที่เพาะ
เพาะเดสน้ำเงิน อุณภูมิ 24-25องศา  ลูกที่ออกมา จะสีขาว ขาวฟ้่า หรือ ฟ้า  
                                            ลอกคราบแล้ว ลูกจะสีฟ้า สีน้ำเงิน  สีขาวฟ้า 100%

เพาะเดสน้ำเงิน อุณภูมิ 26-27องศา  ลูกที่ออกมา จะสีขาว ขาวฟ้่า หรือ ฟ้า  
                                            ลอกคราบแล้ว ลูกจะสีฟ้า สีน้ำเงิน 70% สีขาวน้ำตาล 30%

เพาะเดสน้ำเงิน อุณภูมิ 28-30องศา  ลูกที่ออกมา จะสีขาว ขาวฟ้่า หรือ ฟ้า
                                            ลอกคราบแล้ว ลูกจะสีฟ้่า สีน้ำเงิน 40% สีขาวน้ำตาล 60%

ลูกๆที่ออกมาแล้ว ถ้าให้กินสาหร่ายหางกระรอก ลูกๆลอกคราบแล้วจะได้สีน้ำตาลค่ะ

ข้อมูล...จากการเพาะเดสน้ำเงินที่บ้านค่ะ 

 emb01


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 6 กำลังมา
เริ่มหัวข้อโดย: love.CrayFish ที่ 05/10/11, [10:55:03]
สาย C กับ สาย P  ส่วนใหญ่สายใหนเพราะติดยากกว่ากัน หรือว่าพอ ๆ กัน

ขอบคุณครับ


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 6 กำลังมา
เริ่มหัวข้อโดย: ณัฐ Yabby House ที่ 05/11/11, [13:22:54]
ตอนนี้ย้ายทั้งคนและกุ้งเข้ากรุงเทพ จัดหาที่อยู่อาศัยทั้งกุ้งและคนเรียบร้อยแล้ว  จะไปไหนในกรุงเทพก็ไม่สะดวก

เพราะไม่ค่อยจะรู้ทาง  น้ำก็ท่วมเกือบทั้งกรุงเทพ  ตอนนี้ก็เลยว่าง  ก็เลยคิดว่าน่าจะเอาเวลาที่ว่าง มาเขียนบทความ

ตอนต่อไปดีกว่า บทที่ 6 เรื่องการเพาะเลี้ยงเดส ขอเรียบเรียงสักวันสองวันก็จะได้อ่านกันนะค่ะ 

สำหรับผู้ที่อยากจะได้ข้อมูลการเพาะพันธุ์ค่ะ   [on_062]


 emb01


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 6 กำลังมา
เริ่มหัวข้อโดย: ณัฐ Yabby House ที่ 04/03/12, [10:36:11]
28/11/2554ย้ายน้องกุ้งทั้งหมดกลับบ้าน(หนีน้ำท่วมตั้งแต่25/10/2554-28/11/2554)
จัดตู้ให้กุ้งอยู่ จัดสิ่งของต่างๆให้เข้าที่เข้าทาง แล้วจะมาเขียนต่อเรื่องบทความที่สำคัญที่ค้างอยู่.....จากประสบการณ์ที่เลี้ยงค่ะ  
บทที่ 6 เรื่องการเพาะเลี้ยงเดส........

 emb01


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 6 กำลังมา
เริ่มหัวข้อโดย: hYAsInth ที่ 16/03/12, [16:39:15]
28/11/2554ย้ายน้องกุ้งทั้งหมดกลับบ้าน(หนีน้ำท่วมตั้งแต่25/10/2554-28/11/2554)
จัดตู้ให้กุ้งอยู่ จัดสิ่งของต่างๆให้เข้าที่เข้าทาง แล้วจะมาเขียนต่อเรื่องบทความที่สำคัญที่ค้างอยู่.....จากประสบการณ์ที่เลี้ยงค่ะ   
บทที่ 6 เรื่องการเพาะเลี้ยงเดส........

 emb01


รออ่านบทความดี ๆ ที่ค้างอยู่ครับผม   [ไอ้แว่น]


หัวข้อ: Re: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 6 กำลังมา
เริ่มหัวข้อโดย: BJP Crayfish ^ ^ ที่ 16/03/12, [18:13:49]
แนะนำ เล็กๆน้อยๆ   [on_055]

อุณหภูมิที่เพาะ
เพาะเดสน้ำเงิน อุณภูมิ 24-25องศา  ลูกที่ออกมา จะสีขาว ขาวฟ้่า หรือ ฟ้า  
                                            ลอกคราบแล้ว ลูกจะสีฟ้า สีน้ำเงิน  สีขาวฟ้า 100%

เพาะเดสน้ำเงิน อุณภูมิ 26-27องศา  ลูกที่ออกมา จะสีขาว ขาวฟ้่า หรือ ฟ้า  
                                            ลอกคราบแล้ว ลูกจะสีฟ้า สีน้ำเงิน 70% สีขาวน้ำตาล 30%

เพาะเดสน้ำเงิน อุณภูมิ 28-30องศา  ลูกที่ออกมา จะสีขาว ขาวฟ้่า หรือ ฟ้า
                                            ลอกคราบแล้ว ลูกจะสีฟ้่า สีน้ำเงิน 40% สีขาวน้ำตาล 60%

ลูกๆที่ออกมาแล้ว ถ้าให้กินสาหร่ายหางกระรอก ลูกๆลอกคราบแล้วจะได้สีน้ำตาลค่ะ

ข้อมูล...จากการเพาะเดสน้ำเงินที่บ้านค่ะ 

 emb01
ยืนยันอีกเสียงครับ ลองแล้ว [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง]