|
หัวข้อ: ทำไมยิ่งเลี้ยง สีขาวของกุ้งยิ่งหายครับ เริ่มหัวข้อโดย: เอ ราชประสงค์ ที่ 24/11/10, [23:10:32] หวัดดีครับ
ตามหัวข้อเลย ยิ่งเลี้ยงตัวยิ่งใสครับ ตอนนี้เริ่มเลี้ยงมาได้สิบกว่าวันแล้ว จาก 13 ตัวตอนนี้ทยอยตายด้วย วันละ 1-2 ตัว ไม่ทราบว่าสาเหตุของการ Drop ลงของสีขาว และการตายคืออะไรครับ อยากเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของกุ้งครับ... ข้อมูลตู้ ดิต Shirakura แบคทีเรียรองพื้น ร้านปราณี PH 6.5 GH 8 No3 ไม่ได้วัด หัวข้อ: Re: ทำไมยิ่งเลี้ยง สีขาวของกุ้งยิ่งหายครับ เริ่มหัวข้อโดย: 00คิงคอง00 ที่ 24/11/10, [23:13:21] ลองวัด ไนเตรส ดูครับ น่าจะมีผลต่อ กุ้งมากที่สุด ครับ หัวข้อ: Re: ทำไมยิ่งเลี้ยง สีขาวของกุ้งยิ่งหายครับ เริ่มหัวข้อโดย: เอ ราชประสงค์ ที่ 24/11/10, [23:36:41] ลองวัด ไนเตรส ดูครับ น่าจะมีผลต่อ กุ้งมากที่สุด ครับ โทษนะครับ ไนเตรส คือ No3 ใช่ป่ะครับ จำไม่ค่อยได้??? แล้ว No4 ล่ะครับ ต่างกันอย่างไรบ้าง??? ส่วนที่ว่า"ไนเตรส"มีผลต่อกุ้ง หมายความว่า ถ้ามีมากไป พูดง่ายๆว่าจะทำให้สีตกลงไปใช่รึเปล่าครับ หัวข้อ: Re: ทำไมยิ่งเลี้ยง สีขาวของกุ้งยิ่งหายครับ เริ่มหัวข้อโดย: mookendo ที่ 24/11/10, [23:41:54] สีดร็อปลงอาจจะเกิดจากค่าgHและอุณหภูมิน้ำครับ ยังไงขอข้อมูงของ2ค่านี้ด้วยครับ
หัวข้อ: Re: ทำไมยิ่งเลี้ยง สีขาวของกุ้งยิ่งหายครับ เริ่มหัวข้อโดย: DraGonVeryGiant ที่ 25/11/10, [07:58:22] No3 เป็นไนเตรท ซึ่งเป็นปุ๋ย
มีผลกับกุ้งkingkong panda เท่านั้น ส่วนสัตว์น้ำอื่นๆไม่มีผลครับ ส่วนตู้ไม้น้ำ ตะไคร่จะมาเยี่ยมครับ No2 ต่างหากที่อันตรายกับสัตว์น้ำทุกชนิด เนื่องจากมีความเป็นพิษสูง นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมต้องมีแบคทีเรียในระบบ เยอะๆหรือหลายชนิด เพื่อที่จะย่อย No2 ให้เป็น No3 ได้ทัน ก่อนที่จะเป็นพิษ ส่วนการกำจัด No3 ต้องใช้แบคทีเรียแบบไม่ใช้อกซิเจนในการดำรงชีพครับ เครดิต พี่กบครับ หัวข้อ: Re: ทำไมยิ่งเลี้ยง สีขาวของกุ้งยิ่งหายครับ เริ่มหัวข้อโดย: thepgung ที่ 25/11/10, [08:46:45] อาจเป็นที่สายพันธ์ หรือ พวกแร่ธาตุในน้ำก็ได้นะครับ เพราะตู้เดิม กับตู้ใหม่น่าจะต่างกันพอสมควร
หัวข้อ: Re: ทำไมยิ่งเลี้ยง สีขาวของกุ้งยิ่งหายครับ เริ่มหัวข้อโดย: เอ ราชประสงค์ ที่ 25/11/10, [08:47:35] ขอบคุณทุกท่านครับ
ข้อมูลตู้ GH 8 อุณหภูมิ 23-24 ครับ.... หัวข้อ: Re: ทำไมยิ่งเลี้ยง สีขาวของกุ้งยิ่งหายครับ เริ่มหัวข้อโดย: vinbitxp ที่ 25/11/10, [09:56:11] ขอบคุณทุกท่านครับ ข้อมูลตู้ GH 8 อุณหภูมิ 23-24 ครับ.... ลองลด gh ดูครับ ให้เหลือ 3-4 หัวข้อ: Re: ทำไมยิ่งเลี้ยง สีขาวของกุ้งยิ่งหายครับ เริ่มหัวข้อโดย: 00คิงคอง00 ที่ 25/11/10, [10:25:39] การสะสมของ ไนไตรท์ เกิดขึ้น เนื่องจาก
1. ขบวนการ ไนตริฟิเคฃั่น (Nitrification) ที่ไม่สมบูรณ์ เนื่องจาก ขาดออกซิเจน และความไม่สมดุลย์ของสัดส่วนระหว่าง คาร์บอน กับ ไนโตรเจน (C : N ratio) 2. ขบวนการ ดีไนตริฟิเคชั่น (Denitrification) ที่ไม่สมบูรณ์ เพราะขบวนการ Denitrification ที่จะเกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์ในสภาวะตามธรรมชาติเป็นไปได้ยาก เนื่องจากจำเป็นต้องอาศัยปัจจัยประกอบหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในระบบ ต้องใช้พลังงานเป็นจำนวนมาก เพื่อดึงอิเลคตรอนออก (Electron Transfer System; ETS) จึงเกิดการสะสมของไนไตรท์ขึ้น NO3- ----> NO2- ----> NO ----> N2O ----> N2 3. ขบวนการ ไนเตรท รีดักชั่น (Nitrate reduction) ในสภาวะการขาดออกซิเจนที่พื้นบ่อ จะมีจุลินทรีย์บางชนิด สามารถดึงออกซิเจน จากไนเตรท มาใฃ้ จนเกิดเป็น ไนไตรท์ และมีการสะสมเกิดขึ้น NO3- + 2e- + 2H+ -----> NO2- + H2O ผลกระทบเนื่องจาก ไนไตรท์ (NO2-) สารประกอบไนโตรเจน เช่น โปรตีน เป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของสัตว์น้ำ การให้อาหารในปริมาณที่มากเกินไป จะทำให้เกิดการสะสมของของเสีย ซึ่งของเสียที่สะสมอยู่บริเวณพื้นบ่อ จะถูกย่อยสลายโดยจุลินทรีย์ ในภาวะที่ ออกซิเจนไม่เพียงพอ หรือขาดออกซิเจน การย่อยสลายนั้น จะทำให้เกิดการสะสมของ แอมโมเนีย และ ไนไตรท์ จากการตรวจวิเคราะห์น้ำ ในบ่อเลี้ยงกุ้ง พบว่าเกิดการสะสมของไนไตรท์ในปริมาณมาก จนเป็นอันตรายต่อกุ้ง และสิ่งแวดล้อมภายในแหล่งน้ำ ไนไตรท์ มีคุณสมบัติในการจับกับเม็ดเลือดได้เร็วกว่า ออกซิเจน จึงทำให้สัตว์น้ำ ใช้ออกซิเจนที่ละลายน้ำได้น้อยลง ซึ่งกุ้งต้องใช้ออกซิเจน ในขบวนการเผาผลาญอาหาร (metabolism) เพื่อการดำรงชีวิต และการเจริญเติบโต แต่เนื่องจาก ไนไตรท์ ทำให้น้ำนั้นไม่เหมาะสม ต่อการเจริญเติบโตของกุ้ง พิษของไนไตรท์ ทำให้ กุ้งลอกคราบไม่ออก, กุ้งเปลือกนิ่ม, กินกันเองขณะลอกคราบ, การเจริญเติบโตช้าลง, กุ้งอ่อนแอ และตายในที่สุด ปัญหาจากพิษของ ไนไตรท์ ที่พบในบ่อเลี้ยงกุ้ง 1. ประสิทธิภาพในการแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจน และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ของกุ้งลดลง 2. ทำให้การขนถ่ายออกซิเจน ในเลือดลดลง 3. พิษของไนไตรท์ เป็นอันตรายต่อเหงือก ทำให้กุ้งเกิดความระคายเคืองบริเวณซี่เหงือก เป็นสาเหตุทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย 4. พิษของไนไตรท์ ทำให้ระบบการหายใจของกุ้งผิดปกติ กุ้งต้องหายใจถี่ขึ้น 5. ทำให้กุ้งสูญเสียระบบการขับถ่ายน้ำ และเกลือแร่จากร่างกาย ทำให้ร่างกายอ่อนแอ 6. การเจริญเติบโตของกุ้งลดลง เนื่องจากขบวนการเผาผลาญอาหาร ภายในร่างกายมีประสิทธิภาพลดลง 7. ปัญหาเนื่องจาก พิษของไนไตรท์ มีผลทำให้กุ้งชะงักการสร้างเปลือก ทำให้กุ้งเปลือกนิ่ม กุ้งไม่โต และแตกไซด์ 8. ความเป็นพิษของไนไตรท์ ขึ้นอยู่กับค่าของ คลอไรด์ (Cl) ไนไตรท์จะอยู่ในระดับที่ปลอดภัยเมื่ออัตราส่วนของ ไนไตรท์ : คลอไรด์ เท่ากับ 1: 6 9. ในน้ำที่มี ไนไตรท์สูง ทำให้กุ้งขาดออกซิเจน เนื่องจากไนไตรท์ เข้าไปทำปฏิกริยาแทนที่ออกซิเจนในกระแสเลือด ทำให้ความสามารถของเซลล์เม็ดเลือดแดง ในการขนส่งออกซิเจนถูกทำลาย 10. ในน้ำที่มี ไนไตรท์สูงกว่า 0.15 ppm พบว่า กุ้งป่วย และติดเชื้อโรคต่างๆ ได้ง่าย 11. กุ้งที่ได้รับพิษจาก ไนไตรท์ ในระยะแรกๆ จะมีความเสียงต่อการเกิดโรค หัวเหลือง ตัวแดง ดวงขาว สูงมากกว่ากุ้งที่อยู่ในสภาพน้ำปกติ 12. น้ำในบ่อเลี้ยงกุ้งที่มีระดับของ ไนไตรท์ สูงกว่า 1.0 มิลลิกรัม/ลิตร (> 1 ppm) ไม่ควรนำมาเลี้ยงกุ้ง ปล.พิษจาก no2 no3 ส่งผลต่อสัตว์น้ำ ทุกชนิดแหละครับ ไม่มากก็น้อยเท่านั้นเอง แม้กระทั่งต้นไม้ หรือ สัตว์อื่นๆๆ ที่ใช้น้ำตรงนั้นด้วย นะครับ ยก ตย. บทความนี้ นะครับ (ปล.ขอโทษด้วยนะครับพอดี เก็บไว้นานแล้วเลยไม่รู้ว่าจะให้เครดิตใคร อะ ) [on_007] แม้ว่าไนโตรเจนจะเป็นธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชในลำดับต้นๆ แต่ในอีกแง่มุมหนึ่ง ไนโตรเจนในรูปต่างๆ สามารถแสดงความเป็นพิษกับคนและสัตว์ในสภาพแวดล้อมได้เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งไนโตรเจนในรูปไนเตรท (Nitrates NO3) <-- เลข 3 ต้องห้อย ไนโตรเจนเป็นธาตุอาหารที่เคลื่อนที่ได้ พืชสามารถนำไปใช้ได้ทั้งในรูปแอมโมเนียมและไนเตรท ตามวัฏจักรไนโตรเจน แอมโมเนียมสามารถเปลี่ยนรูปเป็นไนไตรท จากนั้นไนไตรทจึงเปลี่ยนรูปเป็นไนเตรทอีกที เรียกกระบวนการนี้ว่า Nitrification การปลูกพืชที่ใส่ไนโตรเจนมากจนเกินความต้องการของพืชนอกจากจะเปลืองแล้วยัง ช่วยเร่งให้เกิดกระบวนการ Nitrification ได้เร็วขึ้น การสะสมไนเตรทในดินและต้นพืชก็มากขึ้น โดยปกติพืชจะสะสมไนเตรทไว้ในส่วนของใบและลำต้นมากที่สุด ในช่วงที่ฟ้าหลัวและอากาศร้อนจัด พืชจะสะสมไนโตรเจนในรูปไนเตรทมากเป็นพิเศษ ที่ว่าเป็นพิษภัยจากไนเตรทตามท้องเรื่องแล้ว ลำพังไนเตรทไม่ได้เป็นผู้ร้ายตัวจริง แต่เมื่อคนดื่มน้ำหรือกินพืชที่มีปริมาณไนเตรทสะสมมากเกินไป ไนเตรทเหล่านี้จะเปลี่ยนรูปกลับไปเป็นไนไตรท (NO2) <-- (เลข 2 ต้องห้อย) และเจ้าไนไตรทนี่แหละครับคือเจ้าตัวร้ายที่สามารถเป็นสารตั้งต้นชักนำให้ เกิดเซลมะเร็ง รวมถึงโรคที่เกิดจากเซลเม็ดเลือดแดงขาดออกซิเจน หัวข้อ: Re: ทำไมยิ่งเลี้ยง สีขาวของกุ้งยิ่งหายครับ เริ่มหัวข้อโดย: 00คิงคอง00 ที่ 25/11/10, [10:27:21] http://www.nicaonline.com/webboard/index.php?topic=5521.0;prev_next=prev
เพิ่มบทความสำหรับให้อ่านเพิ่มอีก 1 อัน [on_018] เครดิต รศ.ดร. ประเสริฐ ภวสันต์ สังกัดภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หัวข้อ: Re: ทำไมยิ่งเลี้ยง สีขาวของกุ้งยิ่งหายครับ เริ่มหัวข้อโดย: หมูโชค ที่ 25/11/10, [10:30:09] การสะสมของ ไนไตรท์ เกิดขึ้น เนื่องจาก 1. ขบวนการ ไนตริฟิเคฃั่น (Nitrification) ที่ไม่สมบูรณ์ เนื่องจาก ขาดออกซิเจน และความไม่สมดุลย์ของสัดส่วนระหว่าง คาร์บอน กับ ไนโตรเจน (C : N ratio) 2. ขบวนการ ดีไนตริฟิเคชั่น (Denitrification) ที่ไม่สมบูรณ์ เพราะขบวนการ Denitrification ที่จะเกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์ในสภาวะตามธรรมชาติเป็นไปได้ยาก เนื่องจากจำเป็นต้องอาศัยปัจจัยประกอบหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในระบบ ต้องใช้พลังงานเป็นจำนวนมาก เพื่อดึงอิเลคตรอนออก (Electron Transfer System; ETS) จึงเกิดการสะสมของไนไตรท์ขึ้น NO3- ----> NO2- ----> NO ----> N2O ----> N2 3. ขบวนการ ไนเตรท รีดักชั่น (Nitrate reduction) ในสภาวะการขาดออกซิเจนที่พื้นบ่อ จะมีจุลินทรีย์บางชนิด สามารถดึงออกซิเจน จากไนเตรท มาใฃ้ จนเกิดเป็น ไนไตรท์ และมีการสะสมเกิดขึ้น NO3- + 2e- + 2H+ -----> NO2- + H2O ผลกระทบเนื่องจาก ไนไตรท์ (NO2-) สารประกอบไนโตรเจน เช่น โปรตีน เป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของสัตว์น้ำ การให้อาหารในปริมาณที่มากเกินไป จะทำให้เกิดการสะสมของของเสีย ซึ่งของเสียที่สะสมอยู่บริเวณพื้นบ่อ จะถูกย่อยสลายโดยจุลินทรีย์ ในภาวะที่ ออกซิเจนไม่เพียงพอ หรือขาดออกซิเจน การย่อยสลายนั้น จะทำให้เกิดการสะสมของ แอมโมเนีย และ ไนไตรท์ จากการตรวจวิเคราะห์น้ำ ในบ่อเลี้ยงกุ้ง พบว่าเกิดการสะสมของไนไตรท์ในปริมาณมาก จนเป็นอันตรายต่อกุ้ง และสิ่งแวดล้อมภายในแหล่งน้ำ ไนไตรท์ มีคุณสมบัติในการจับกับเม็ดเลือดได้เร็วกว่า ออกซิเจน จึงทำให้สัตว์น้ำ ใช้ออกซิเจนที่ละลายน้ำได้น้อยลง ซึ่งกุ้งต้องใช้ออกซิเจน ในขบวนการเผาผลาญอาหาร (metabolism) เพื่อการดำรงชีวิต และการเจริญเติบโต แต่เนื่องจาก ไนไตรท์ ทำให้น้ำนั้นไม่เหมาะสม ต่อการเจริญเติบโตของกุ้ง พิษของไนไตรท์ ทำให้ กุ้งลอกคราบไม่ออก, กุ้งเปลือกนิ่ม, กินกันเองขณะลอกคราบ, การเจริญเติบโตช้าลง, กุ้งอ่อนแอ และตายในที่สุด ปัญหาจากพิษของ ไนไตรท์ ที่พบในบ่อเลี้ยงกุ้ง 1. ประสิทธิภาพในการแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจน และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ของกุ้งลดลง 2. ทำให้การขนถ่ายออกซิเจน ในเลือดลดลง 3. พิษของไนไตรท์ เป็นอันตรายต่อเหงือก ทำให้กุ้งเกิดความระคายเคืองบริเวณซี่เหงือก เป็นสาเหตุทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย 4. พิษของไนไตรท์ ทำให้ระบบการหายใจของกุ้งผิดปกติ กุ้งต้องหายใจถี่ขึ้น 5. ทำให้กุ้งสูญเสียระบบการขับถ่ายน้ำ และเกลือแร่จากร่างกาย ทำให้ร่างกายอ่อนแอ 6. การเจริญเติบโตของกุ้งลดลง เนื่องจากขบวนการเผาผลาญอาหาร ภายในร่างกายมีประสิทธิภาพลดลง 7. ปัญหาเนื่องจาก พิษของไนไตรท์ มีผลทำให้กุ้งชะงักการสร้างเปลือก ทำให้กุ้งเปลือกนิ่ม กุ้งไม่โต และแตกไซด์ 8. ความเป็นพิษของไนไตรท์ ขึ้นอยู่กับค่าของ คลอไรด์ (Cl) ไนไตรท์จะอยู่ในระดับที่ปลอดภัยเมื่ออัตราส่วนของ ไนไตรท์ : คลอไรด์ เท่ากับ 1: 6 9. ในน้ำที่มี ไนไตรท์สูง ทำให้กุ้งขาดออกซิเจน เนื่องจากไนไตรท์ เข้าไปทำปฏิกริยาแทนที่ออกซิเจนในกระแสเลือด ทำให้ความสามารถของเซลล์เม็ดเลือดแดง ในการขนส่งออกซิเจนถูกทำลาย 10. ในน้ำที่มี ไนไตรท์สูงกว่า 0.15 ppm พบว่า กุ้งป่วย และติดเชื้อโรคต่างๆ ได้ง่าย 11. กุ้งที่ได้รับพิษจาก ไนไตรท์ ในระยะแรกๆ จะมีความเสียงต่อการเกิดโรค หัวเหลือง ตัวแดง ดวงขาว สูงมากกว่ากุ้งที่อยู่ในสภาพน้ำปกติ 12. น้ำในบ่อเลี้ยงกุ้งที่มีระดับของ ไนไตรท์ สูงกว่า 1.0 มิลลิกรัม/ลิตร (> 1 ppm) ไม่ควรนำมาเลี้ยงกุ้ง ปล.พิษจาก no2 no3 ส่งผลต่อสัตว์น้ำ ทุกชนิดแหละครับ ไม่มากก็น้อยเท่านั้นเอง แม้กระทั่งต้นไม้ หรือ สัตว์อื่นๆๆ ที่ใช้น้ำตรงนั้นด้วย นะครับ ยก ตย. บทความนี้ นะครับ (ปล.ขอโทษด้วยนะครับพอดี เก็บไว้นานแล้วเลยไม่รู้ว่าจะให้เครดิตใคร อะ ) [on_007] แม้ว่าไนโตรเจนจะเป็นธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชในลำดับต้นๆ แต่ในอีกแง่มุมหนึ่ง ไนโตรเจนในรูปต่างๆ สามารถแสดงความเป็นพิษกับคนและสัตว์ในสภาพแวดล้อมได้เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งไนโตรเจนในรูปไนเตรท (Nitrates NO3) <-- เลข 3 ต้องห้อย ไนโตรเจนเป็นธาตุอาหารที่เคลื่อนที่ได้ พืชสามารถนำไปใช้ได้ทั้งในรูปแอมโมเนียมและไนเตรท ตามวัฏจักรไนโตรเจน แอมโมเนียมสามารถเปลี่ยนรูปเป็นไนไตรท จากนั้นไนไตรทจึงเปลี่ยนรูปเป็นไนเตรทอีกที เรียกกระบวนการนี้ว่า Nitrification การปลูกพืชที่ใส่ไนโตรเจนมากจนเกินความต้องการของพืชนอกจากจะเปลืองแล้วยัง ช่วยเร่งให้เกิดกระบวนการ Nitrification ได้เร็วขึ้น การสะสมไนเตรทในดินและต้นพืชก็มากขึ้น โดยปกติพืชจะสะสมไนเตรทไว้ในส่วนของใบและลำต้นมากที่สุด ในช่วงที่ฟ้าหลัวและอากาศร้อนจัด พืชจะสะสมไนโตรเจนในรูปไนเตรทมากเป็นพิเศษ ที่ว่าเป็นพิษภัยจากไนเตรทตามท้องเรื่องแล้ว ลำพังไนเตรทไม่ได้เป็นผู้ร้ายตัวจริง แต่เมื่อคนดื่มน้ำหรือกินพืชที่มีปริมาณไนเตรทสะสมมากเกินไป ไนเตรทเหล่านี้จะเปลี่ยนรูปกลับไปเป็นไนไตรท (NO2) <-- (เลข 2 ต้องห้อย) และเจ้าไนไตรทนี่แหละครับคือเจ้าตัวร้ายที่สามารถเป็นสารตั้งต้นชักนำให้ เกิดเซลมะเร็ง รวมถึงโรคที่เกิดจากเซลเม็ดเลือดแดงขาดออกซิเจน http://www.nicaonline.com/webboard/index.php?topic=5521.0;prev_next=prev เพิ่มบทความสำหรับให้อ่านเพิ่มอีก 1 อัน [on_018] เครดิต รศ.ดร. ประเสริฐ ภวสันต์ สังกัดภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เก่งจริงคนนี้ [on_026] หัวข้อ: Re: ทำไมยิ่งเลี้ยง สีขาวของกุ้งยิ่งหายครับ เริ่มหัวข้อโดย: porjing ที่ 25/11/10, [10:47:44] โอ้ ได้ความรู้เพียบ
หัวข้อ: Re: ทำไมยิ่งเลี้ยง สีขาวของกุ้งยิ่งหายครับ เริ่มหัวข้อโดย: vinbitxp ที่ 25/11/10, [12:54:52] ไนเตรต ที่คนที่บอกว่าไม่เป็นพิษ เป็นเฉพาะkingkong panda เป็นไนเตรตปลอมอ่ะเปล่า
ต้องเอา ไทรเด้นเอเซียใบบก มาใส่ลดแล้วมั้ง [on_018] [on_055] หัวข้อ: Re: ทำไมยิ่งเลี้ยง สีขาวของกุ้งยิ่งหายครับ เริ่มหัวข้อโดย: dernero ที่ 25/11/10, [13:33:29] ไนเตรทน้อยๆ กุ้งก็ไม่ตายหรอก ลองวัดแล้วแดงๆไหม ไทเกอร์ผมยังร่วงเลยอะ ้hahaha ้hahaha
ส่วนเรื่องขาวน้อยลง ผมว่าพวกแร่ธาตุมันก็จำเป็นนะครับ ลอพวกผงเพิ่มความขาว EBITEN Ultra Pearl ดูครับ ตัวนี้เห็นได้ผลดีครับ emb01 หัวข้อ: Re: ทำไมยิ่งเลี้ยง สีขาวของกุ้งยิ่งหายครับ เริ่มหัวข้อโดย: เอ ราชประสงค์ ที่ 25/11/10, [13:56:50] สุดยอดครับ
ขอบคุณมากครับ... [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง] หัวข้อ: Re: ทำไมยิ่งเลี้ยง สีขาวของกุ้งยิ่งหายครับ เริ่มหัวข้อโดย: Third 25. ที่ 26/11/10, [13:42:32] ถ้าใช้กรองใต้กรวดมันจะช่วยได้เป่าอะ [งง]
หัวข้อ: Re: ทำไมยิ่งเลี้ยง สีขาวของกุ้งยิ่งหายครับ เริ่มหัวข้อโดย: exvol122 ที่ 26/11/10, [15:37:37] แล้ววิธีแก้จะต้องแก้ยังไงคับ
หัวข้อ: Re: ทำไมยิ่งเลี้ยง สีขาวของกุ้งยิ่งหายครับ เริ่มหัวข้อโดย: vinbitxp ที่ 26/11/10, [15:56:32] ถ้าใช้กรองใต้กรวดมันจะช่วยได้เป่าอะ [งง] กรองใต้กรวดไม่น่าช่วยน่ะ มีของช่วยได้ครับ คุณ third ตัวลดไนเตรตมันมีอ่ะ แต่ต้องรอหน่อยน่ะ วิธีเบสิค เปลี่ยนนํ้า +ต้นไม้ ปล ทำ แล้วลดได้นิดหน่อย ไม่มากเท่าที่ควร วิธีไฮโซ ปลกำลังจะลองอยู่ ของยังไม่มาอ่ะ ใช้นํ้ายาลดไนเตรต ตอนนี้ยังไม่กล้าบอกว่า ok เปล่าเพราะยังไม่ได้ทดลอง ทดลองแ้ล้วดีแล้วจะบอกผลเน้น หัวข้อ: Re: ทำไมยิ่งเลี้ยง สีขาวของกุ้งยิ่งหายครับ เริ่มหัวข้อโดย: wichian ที่ 28/11/10, [11:44:20] การสะสมของ ไนไตรท์ เกิดขึ้น เนื่องจาก 1. ขบวนการ ไนตริฟิเคฃั่น (Nitrification) ที่ไม่สมบูรณ์ เนื่องจาก ขาดออกซิเจน และความไม่สมดุลย์ของสัดส่วนระหว่าง คาร์บอน กับ ไนโตรเจน (C : N ratio) 2. ขบวนการ ดีไนตริฟิเคชั่น (Denitrification) ที่ไม่สมบูรณ์ เพราะขบวนการ Denitrification ที่จะเกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์ในสภาวะตามธรรมชาติเป็นไปได้ยาก เนื่องจากจำเป็นต้องอาศัยปัจจัยประกอบหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในระบบ ต้องใช้พลังงานเป็นจำนวนมาก เพื่อดึงอิเลคตรอนออก (Electron Transfer System; ETS) จึงเกิดการสะสมของไนไตรท์ขึ้น NO3- ----> NO2- ----> NO ----> N2O ----> N2 3. ขบวนการ ไนเตรท รีดักชั่น (Nitrate reduction) ในสภาวะการขาดออกซิเจนที่พื้นบ่อ จะมีจุลินทรีย์บางชนิด สามารถดึงออกซิเจน จากไนเตรท มาใฃ้ จนเกิดเป็น ไนไตรท์ และมีการสะสมเกิดขึ้น NO3- + 2e- + 2H+ -----> NO2- + H2O ผลกระทบเนื่องจาก ไนไตรท์ (NO2-) สารประกอบไนโตรเจน เช่น โปรตีน เป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของสัตว์น้ำ การให้อาหารในปริมาณที่มากเกินไป จะทำให้เกิดการสะสมของของเสีย ซึ่งของเสียที่สะสมอยู่บริเวณพื้นบ่อ จะถูกย่อยสลายโดยจุลินทรีย์ ในภาวะที่ ออกซิเจนไม่เพียงพอ หรือขาดออกซิเจน การย่อยสลายนั้น จะทำให้เกิดการสะสมของ แอมโมเนีย และ ไนไตรท์ จากการตรวจวิเคราะห์น้ำ ในบ่อเลี้ยงกุ้ง พบว่าเกิดการสะสมของไนไตรท์ในปริมาณมาก จนเป็นอันตรายต่อกุ้ง และสิ่งแวดล้อมภายในแหล่งน้ำ ไนไตรท์ มีคุณสมบัติในการจับกับเม็ดเลือดได้เร็วกว่า ออกซิเจน จึงทำให้สัตว์น้ำ ใช้ออกซิเจนที่ละลายน้ำได้น้อยลง ซึ่งกุ้งต้องใช้ออกซิเจน ในขบวนการเผาผลาญอาหาร (metabolism) เพื่อการดำรงชีวิต และการเจริญเติบโต แต่เนื่องจาก ไนไตรท์ ทำให้น้ำนั้นไม่เหมาะสม ต่อการเจริญเติบโตของกุ้ง พิษของไนไตรท์ ทำให้ กุ้งลอกคราบไม่ออก, กุ้งเปลือกนิ่ม, กินกันเองขณะลอกคราบ, การเจริญเติบโตช้าลง, กุ้งอ่อนแอ และตายในที่สุด ปัญหาจากพิษของ ไนไตรท์ ที่พบในบ่อเลี้ยงกุ้ง 1. ประสิทธิภาพในการแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจน และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ของกุ้งลดลง 2. ทำให้การขนถ่ายออกซิเจน ในเลือดลดลง 3. พิษของไนไตรท์ เป็นอันตรายต่อเหงือก ทำให้กุ้งเกิดความระคายเคืองบริเวณซี่เหงือก เป็นสาเหตุทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย 4. พิษของไนไตรท์ ทำให้ระบบการหายใจของกุ้งผิดปกติ กุ้งต้องหายใจถี่ขึ้น 5. ทำให้กุ้งสูญเสียระบบการขับถ่ายน้ำ และเกลือแร่จากร่างกาย ทำให้ร่างกายอ่อนแอ 6. การเจริญเติบโตของกุ้งลดลง เนื่องจากขบวนการเผาผลาญอาหาร ภายในร่างกายมีประสิทธิภาพลดลง 7. ปัญหาเนื่องจาก พิษของไนไตรท์ มีผลทำให้กุ้งชะงักการสร้างเปลือก ทำให้กุ้งเปลือกนิ่ม กุ้งไม่โต และแตกไซด์ 8. ความเป็นพิษของไนไตรท์ ขึ้นอยู่กับค่าของ คลอไรด์ (Cl) ไนไตรท์จะอยู่ในระดับที่ปลอดภัยเมื่ออัตราส่วนของ ไนไตรท์ : คลอไรด์ เท่ากับ 1: 6 9. ในน้ำที่มี ไนไตรท์สูง ทำให้กุ้งขาดออกซิเจน เนื่องจากไนไตรท์ เข้าไปทำปฏิกริยาแทนที่ออกซิเจนในกระแสเลือด ทำให้ความสามารถของเซลล์เม็ดเลือดแดง ในการขนส่งออกซิเจนถูกทำลาย 10. ในน้ำที่มี ไนไตรท์สูงกว่า 0.15 ppm พบว่า กุ้งป่วย และติดเชื้อโรคต่างๆ ได้ง่าย 11. กุ้งที่ได้รับพิษจาก ไนไตรท์ ในระยะแรกๆ จะมีความเสียงต่อการเกิดโรค หัวเหลือง ตัวแดง ดวงขาว สูงมากกว่ากุ้งที่อยู่ในสภาพน้ำปกติ 12. น้ำในบ่อเลี้ยงกุ้งที่มีระดับของ ไนไตรท์ สูงกว่า 1.0 มิลลิกรัม/ลิตร (> 1 ppm) ไม่ควรนำมาเลี้ยงกุ้ง ปล.พิษจาก no2 no3 ส่งผลต่อสัตว์น้ำ ทุกชนิดแหละครับ ไม่มากก็น้อยเท่านั้นเอง แม้กระทั่งต้นไม้ หรือ สัตว์อื่นๆๆ ที่ใช้น้ำตรงนั้นด้วย นะครับ ยก ตย. บทความนี้ นะครับ (ปล.ขอโทษด้วยนะครับพอดี เก็บไว้นานแล้วเลยไม่รู้ว่าจะให้เครดิตใคร อะ ) [on_007] แม้ว่าไนโตรเจนจะเป็นธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชในลำดับต้นๆ แต่ในอีกแง่มุมหนึ่ง ไนโตรเจนในรูปต่างๆ สามารถแสดงความเป็นพิษกับคนและสัตว์ในสภาพแวดล้อมได้เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งไนโตรเจนในรูปไนเตรท (Nitrates NO3) <-- เลข 3 ต้องห้อย ไนโตรเจนเป็นธาตุอาหารที่เคลื่อนที่ได้ พืชสามารถนำไปใช้ได้ทั้งในรูปแอมโมเนียมและไนเตรท ตามวัฏจักรไนโตรเจน แอมโมเนียมสามารถเปลี่ยนรูปเป็นไนไตรท จากนั้นไนไตรทจึงเปลี่ยนรูปเป็นไนเตรทอีกที เรียกกระบวนการนี้ว่า Nitrification การปลูกพืชที่ใส่ไนโตรเจนมากจนเกินความต้องการของพืชนอกจากจะเปลืองแล้วยัง ช่วยเร่งให้เกิดกระบวนการ Nitrification ได้เร็วขึ้น การสะสมไนเตรทในดินและต้นพืชก็มากขึ้น โดยปกติพืชจะสะสมไนเตรทไว้ในส่วนของใบและลำต้นมากที่สุด ในช่วงที่ฟ้าหลัวและอากาศร้อนจัด พืชจะสะสมไนโตรเจนในรูปไนเตรทมากเป็นพิเศษ ที่ว่าเป็นพิษภัยจากไนเตรทตามท้องเรื่องแล้ว ลำพังไนเตรทไม่ได้เป็นผู้ร้ายตัวจริง แต่เมื่อคนดื่มน้ำหรือกินพืชที่มีปริมาณไนเตรทสะสมมากเกินไป ไนเตรทเหล่านี้จะเปลี่ยนรูปกลับไปเป็นไนไตรท (NO2) <-- (เลข 2 ต้องห้อย) และเจ้าไนไตรทนี่แหละครับคือเจ้าตัวร้ายที่สามารถเป็นสารตั้งต้นชักนำให้ เกิดเซลมะเร็ง รวมถึงโรคที่เกิดจากเซลเม็ดเลือดแดงขาดออกซิเจน [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง] สุดยอดเลยเยี่ยมๆๆๆ |