Aqua.c1ub.net
*
  Wed 03/Jun/2026
หน้า: 1 2 3   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: เดสทรัคเตอร์ กับความจริงที่คุณควรรู้ สำหรับผู้ซื้อ และผู้ขาย บทที่ 6 กำลังมา  (อ่าน 27816 ครั้ง)
ณัฐ Yabby House ออฟไลน์
Club Leader
« ตอบ #30 เมื่อ: 19/08/11, [23:14:09] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ขอใช้สิทธิ์ถูกอ้างอิงนะคะ   ้hahaha   อาหารที่เราใช้อยู่เป็นประจำ  และใช้มานาน  กุ้งที่เราเลี้ยงทั้งหมด

ทั้งบลู เพิร์ล  เดส  และแบล็ค ออเร้น เทล  กินอาหารสูตรเดียวกันทั้งหมดค่ะ   ต้องบอกก่อนนะคะว่าสูตรนี้

เราใช้มายาวนาน  จริง ๆ แล้วอาหารสดก็มีหนอนแดงแช่แข็งด้วย   แต่อาหารเม็ดและกุ้งฝอยต้มจะเป็นอาหาร

ที่ใช้เป็นประจำทุกวันค่ะ    เริ่มจากอาหารสดกันก่อนค่ะ  ในคลิปด้านล่างเป็นกุ้งฝอยต้มสุก  เสริมด้วย

krill ชนิดผง เพื่อเพิ่มโปรตีนให้กุ้งช่วยเสริมโครงสร้างให้ใหญ่และแข็งแรง, สาหร่ายสไปรูลิน่าชนิดผง

เพิ่มภูมิต้านทานให้กับกุ้ง  และทำให้สีสันของกุ้งสวยสดใสมากขึ้นค่ะ   จะสังเกตได้ว่ากุ้งฝอยต้มเราจะเลือก

ใช้ krill  และ  สาหร่ายสไปรูลิน่าชนิดผง   เพราะจะเกาะบนตัวกุ้งฝอยต้มได้ดีเพราะกุ้งฝอยต้มมีน้ำนิด ๆ


<a href="http://www.youtube.com/v/uIdi_wIDzNo" target="_blank">http://www.youtube.com/v/uIdi_wIDzNo</a>


ส่วนคลิปต่อไปเป็นการผสมอาหารชนิดเม็ด   ที่เราใช้ประจำก็เป็นอาหารเม็ดจากร้านปราณีค่ะ  คุณภาพดี

ราคาย่อมเยา   กุ้งที่บ้านชอบด้วยค่ะ   ส่วนผสมก็จะมี  Spizy  เป็นสไปรูลิน่าชนิดน้ำ  และ Krill oil  

คุณสมบัติเหมือนกับแบบผงค่ะ  แต่เราเลือกใช้แบบน้ำเพราะจะได้ซึมลงไปในเม็ดอาหารได้ง่าย  เมื่อผสม

เรียบร้อยแล้วก็ผึ่งลมให้แห้ง  ลมนะคะอย่าให้โดนแดด   ระวังมดกินด้วยค่ะ มดชอบมาก   ้hahaha


<a href="http://www.youtube.com/v/zpZtAOpOLfw" target="_blank">http://www.youtube.com/v/zpZtAOpOLfw</a>


เป็นสูตรอาหารที่เราใช้ประจำมานานแล้วค่ะ  แล้วก็ได้ผลดี  กุ้งสวยเปลือกเป็นเงางามเป็นที่น่าพอใจค่ะ   [on_062]

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23/08/11, [19:00:58] โดย ดุ๊กดิ๊กในหมู่ชน & ต๊ะเหมียว แมวเขียว ปลาสลิด »
GM P.M.T ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #31 เมื่อ: 20/08/11, [12:36:32] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

เยี่ยมมากครับกระทู้นี้ ขอบคุณสำหรับความรู้นะครับผม emb01
Aquarist Thailand ออฟไลน์
Club Veteran
« ตอบ #32 เมื่อ: 22/08/11, [18:46:45] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ขอใช้สิทธิ์ถูกอ้างอิงนะคะ   ้hahaha   อาหารที่เราใช้อยู่เป็นประจำ  และใช้มานาน  กุ้งที่เราเลี้ยงทั้งหมด

ทั้งบลู เพิร์ล  เดส  และแบล็ค ออเร้น เทล  กินอาหารสูตรเดียวกันทั้งหมดค่ะ   ต้องบอกก่อนนะคะว่าสูตรนี้

เราใช้มายาวนาน  จริง ๆ แล้วอาหารสดก็มีหนอนแดงแช่แข็งด้วย   แต่อาหารเม็ดและกุ้งฝอยต้มจะเป็นอาหาร

ที่ใช้เป็นประจำทุกวันค่ะ    เริ่มจากอาหารสดกันก่อนค่ะ  ในคลิปด้านล่างเป็นกุ้งฝอยต้มสุก  เสริมด้วย

krill ชนิดผง เพื่อเพิ่มโปรตีนให้กุ้งช่วยเสิรมโครงสร้างให้ใหญ่และแข็งแรง, สาหร่ายสไปรูลิน่าชนิดผง

เพิ่มภูมิต้านทานให้กับกุ้ง  และทำให้สีสันของกุ้งสวยสดใสมากขึ้นค่ะ   จะสังเกตุได้ว่ากุ้งฝอยต้มเราจะเลือก

ใช้ krill  และ  สาหร่ายสไปรูลิน่าชนิดผง   เพราะจะเกาะบนตัวกุ้งฝอยต้มได้ดีเพราะกุ้งฝอยต้มมีน้ำนิด ๆ


<a href="http://www.youtube.com/v/uIdi_wIDzNo" target="_blank">http://www.youtube.com/v/uIdi_wIDzNo</a>


ส่วนคลิปต่อไปเป็นการผสมอาหารชนิดเม็ด   ที่เราใช้ประจำก็เป็นอาหารเม็ดจากร้านปราณีค่ะ  คุณภาพดี

ราคาย่อมเยาว์   กุ้งที่บ้านชอบด้วยค่ะ   ส่วนผสมก็จะมี  Spizy  เป็นสไปรูลิน่าชนิดน้ำ  และ Krill oil 

คุณสมบัติเหมือนกับแบบผงค่ะ  แต่เราเลือกใช้แบบน้ำเพราะจะได้ซึมลงไปในเม็ดอาหารได้ง่าย  เมื่อผสม

เรียบร้อยแล้วก็ผึ่งลมให้แห้ง  ลมนะคะอย่าให้โดนแดด   ระวังมดกินด้วยค่ะมดชอบมาก   ้hahaha


<a href="http://www.youtube.com/v/zpZtAOpOLfw" target="_blank">http://www.youtube.com/v/zpZtAOpOLfw</a>


เป็นสูตรอาหารที่เราใช้ประจำมานานแล้วค่ะ  แล้วก็ได้ผลดี  กุ้งสวยเปลือกเป็นเงางามเป็นที่น่าพอใจค่ะ   [on_062]



ดีครับ เข้าใจง่าย ดี มี วีดิโอ ประกอบ
koko66 ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #33 เมื่อ: 22/08/11, [21:13:39] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ผมใช้สูตร เหมือนพี่ณัฐเลยเเต่ผสมมั่วเลย 555+
หนอนแดงก็ผสมใส่ วิตมิน+แคลเซี่ยม+kill+สไปซี่น้ำ ผสม ทั้ง4นี้
ใช้ทั้งอาหารเม็ด ทั้งหนอนแดง ที่งกุ้งฝอย  ้hahaha
เเต่ก็ดีครับ กุ้งกินดี 
NanG Cherax Yabby ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #34 เมื่อ: 23/08/11, [01:41:43] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ศึกษาและเก็บข้อมูลมาแน่นครับ  [เจ๋ง]
Aquarist Thailand ออฟไลน์
Club Veteran
« ตอบ #35 เมื่อ: 23/08/11, [01:56:11] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ศึกษาและเก็บข้อมูลมาแน่นครับ  [เจ๋ง]

ขอบคุณ ครับ คุณนัง แต่ยังไงก็ต้องรอข้อมูลดีๆ จากคุณนัง ด้วย [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง]
Pla_Thong ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #36 เมื่อ: 23/08/11, [13:00:02] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ติดตามครับ  [on_009]
THE EDD ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #37 เมื่อ: 23/08/11, [13:03:23] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ เพิ่งกำลังหัดเพาะเอง เมื่อก่อนเป็นแค่นักปั้น(น้ำเป็นตัว...ที่บ้านเป็นโรงน้ำแข็ง...อ้ะ....ล้อเล่นครับ)  [on_035]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23/08/11, [19:06:12] โดย ดุ๊กดิ๊กในหมู่ชน & ต๊ะเหมียว แมวเขียว ปลาสลิด »
NanG Cherax Yabby ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #38 เมื่อ: 23/08/11, [13:19:07] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ขอบคุณ ครับ คุณนัง แต่ยังไงก็ต้องรอข้อมูลดีๆ จากคุณนัง ด้วย [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง]

ด้วยความยินดีครับ ไว้มาแชร์ประสบการณ์กันครับ  ้hahaha
ป๊ะป๋าดุ๊กดิ๊ก&น้องดริว&น้องดรีม ออฟไลน์
Shrimp Admin
« ตอบ #39 เมื่อ: 23/08/11, [19:05:42] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ


 พวกอาหารผสมต่างๆ นี่ เอามาใช้คลุกกับอาหารกุ้งกุลา ฯ ก็ติดได้ดีเหมือนกันนะครับ  [on_055]

แต่ถ้าไม่ผึ่งให้แห้ง ก็ต้องเอาเข้าช่องแข็งเอาไว้ กันการขึ้นรา เด้อครับเด้อ เวลาใช้ เอามาวางไว้ข้างนอก

ให้คลายความเย็นก่อน แล้วค่อยให้ครับ
ณัฐ Yabby House ออฟไลน์
Club Leader
« ตอบ #40 เมื่อ: 23/08/11, [22:38:17] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ


ขอเสริมหน่อยนะคะ  การผสมอาหารในคลิปที่เห็นนั่นสำหรับกุ้งเป็นร้อย ๆ ตัวนะคะ  ที่เห็นเยอะนั่นใช้วันเดียว

ก็หมดแล้ว  แต่สำหรับท่านที่มีจำนวนกุ้งไม่มาก  ก็ผสมแค่ใช้ได้สักสองสามมื้อแล้วค่อยผสมใหม่จะดีกว่า

เพราะถ้าเหลือนาน ๆ อาจทำให้อาหารขึ้นราได้ค่ะ  อาหารเม็ดที่ผสมแล้วผึ่งแห้งจะอยู่ได้ประมาณสามวันค่ะ

กะปริมาณให้พอเหมาะกับจำนวนกุ้งของแต่ละท่านนะคะ   [on_062]
Blkgoat ออฟไลน์
Club Member
« ตอบ #41 เมื่อ: 24/08/11, [12:49:32] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

 [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง]
Aquarist Thailand ออฟไลน์
Club Veteran
« ตอบ #42 เมื่อ: 24/08/11, [18:48:07] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

บทที่ 4 การเลี้ยง จากตัวจิ๋ว ให้ตัวโต และการลอกคราบ


มาถึงบทนี้ก็เหมือนการนำบทที่ผ่านๆ มายำรวมๆ กัน แต่ก็มีเทคนิคให้ผู้อ่าน ได้นำไปใช้ได้ ว่่าแล้วเรามาเริ่มกันเลยครับ ในการเลี้ยงกุ้งไซส์ ตั้งแต่แรกเกิด ช่วงลงจากท้องแม่ ใหม่ๆ นั้น ก็ให้อาหาร ตามแบบฉบับที่ผมได้กล่าวไว้ในเรื่องอาหาร  ลูกกุ้งที่สมบรูณ์แข็งแรง ภายในระยะเวลา 1  เดือน สามารถเจริญเติบโตได้ ประมาณ 2 cm- 1 นิ้ว(จากปลายกรี ถึงปลายหางไม่รวมก้าม) ลอกคราบประมาณ 3 ครั้ง โดยเฉลี่ย สัปดาห์ละครั้ง การเลี้ยงกุ้งไซส์เล็กรวมกันจะทำให้การกินอาหารดีเจริญเติบโตดี แต่การสูญเสียย่อมมี ไม่ว่าจะเป็น เรื่องก้าม หรือแม้แต่ชีวิต(ซึ่งทุกท่านไม่อยากให้เกิดขึ้นแน่นอน) หากการดูแลจัดการดี รู้ช่วงเวลาในการลอกคราบ ก็จะเกิดความเสียหายน้อย แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลเอาใจใส่ของผู้เลี้ยงด้วย ถ้ากุ้งก้ามหัก ในช่วงขนาดไม่เกิน 2 cm ไม่น่ากังวล เท่าไรนัก สามารถขึ้นมาทดแทนได้ แต่ถ้าขนาดใหญ่กว่านี้ ฟอร์มของกุ้งจะเสีย โดยเฉพาะเพศผู้ ลายจะแตกไม่เท่ากัน ข้างใดที่หัก จะแบน ยากที่จะทำให้เท่ากันได้ ถึงขั้นไม่มีโอกาสเลยด้วยซ้ำ พอผมกล่าวถึงตรงนี้เชื่อว่าผู้อ่านหลายท่าน คงนั่งเสียใจกับกุ้งที่เป็นแบบนี้ แต่นี่ไม่ใช่ประเด็น ถ้าคุณเลี้ยงด้วยใจรัก ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ในการเลี้ยงที่คุณควรนำไปปรับใช้สำหรับกุ้งตัวต่อไป เมื่อกุ้งมีขนาดใหญ่ขึ้นก็ควรแยกเลี้ยง เพราะเดสมีอัตราการทำร้ายกันเองสูง อัตรารอดน้อย(เพราะกินพี่น้องเป็นอาหารไงละ)  และเรายังสามารถเห็นฟอร์มที่สวยงามของกุ้งแล้วทั้งเพศผู้ และเพศเมีย ทรงก้าม และสีสัน(สีสันก็ยัง เปลี่ยนแปลงขึ้นลง ได้ สำหรับผมสวยทุกสี ขอแค่ก้ามได้ ลายชัด เป็นพอ)    สิ่งที่อยากแนะนำในกุ้งขนาดนี้คือ การใส่ที่หลบซ่อน จากที่ทำมาแล้วพบว่าดีก็เป็น ไนลอนสีฟ้า หรือที่เรียกกันว่า มุ้งเขียว (ทั้งที่จริงมันก็สีฟ้าชัดๆ อีกอย่าง ส่วนตัวผมจะไม่ใช้ท่อ PVC เพราะไม่ช่วยอะไรเลยในกุ้งเล็ก) ไนลอนสีฟ้า อ่อนนุ่ม อันนี้เหมาะกับการป้องกันลูกกุ้งก้ามหักได้ และเหมาะสำหรับผู้เพาะที่มีพื้นที่จำกัด ตู้ไม่มากพอที่จะแยกได้ เนื่องจากจะเพิ่มพื้นที่ในการอยู่อาศัยให้มากขึ้น เมื่อกุ้งขนาด เพิ่มขึ้น เป็น 1-2-3-4-5 นิ้ว หากจำนวณมากพื้นที่ก็ต้องมากตามไปด้วย การเลี้ยงกุ้งใหญ่ ระดับ 3  นิ้ว ขึ้นรวม กัน สามารถทำได้ แต่การกินอาหารจะไม่ ค่อยได้ผลเต็มที่ เท่าไรนัก เพราะทั้งโดด ทั้งเต้น แย่งกัน จนวุ่นวาย การแยกเลี้ยงเดียวจะได้ผลดีกว่า ทั้งเรื่องความปลอดภัย ความสูญเสียน้อย แต่คุณลองคิดดูซิว่า ถ้ากุ้งที่เราเลี้ยง อย่างเช่น 20 ตัว ขนาด 4 นิ้วขึ้นไปต้องใช้พื้นที่เท่าไร
ในเรื่องของพื้นตู้ ไม่ควรปูวัสดุรองพื้น เช่น กรวด หินนิลดำ ที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่เกินไป เพราะจะทำให้อาหารที่ให้ตกลงไปในร่องหรือซอก ลูกกุ้งใช้ก้ามคีบ ไม่ถึง การเปลี่ยนถ่ายน้ำ สุดแสนจะลำบาก ถ้าเป็นของผมจะไม่ปูวัสดุรองพื้นใดๆ ทั้งสิ้น เพราะดูแลง่าย ถ่ายน้ำง่าย
  
การเปลี่ยนถ่ายน้ำ และ ไฟให้แสงสว่าง จะขอไล่ที่ละ อย่างนะครับ
การเปลี่ยนถ่ายน้ำ อาจทำได้โดยเปลี่ยนที่เดียว 100% แต่ต้องเป็นน้ำพักแล้ว หรือเป็นน้ำที่คลอรีนน้อยจริง(ตรงนี้ ต้องใช้การดม ก็สามารถพอเดาได้) ที่ดีก็ครั้งละ 30 %  ทุกๆ 4-5 วัน(อันนี้กุ้งสุขภาพดี โตไวด้วยจากที่ทดลอง)  อีกอย่างควรใส่เกลือด้วย ตัวนี้มีประโยชน์หลายอย่าง การใส่ แคลเซียม วิตามิน ก็ถือเป็นสิ่งที่ดีครับ บางอย่างในน้ำมีไม่พอ อย่าลืมว่าเราเลี้ยงกุ้งที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แต่ในขณะเดียวกัน ตู้เราเท่าเดิม จากประสบการณ์การเลี้ยงของผมอะไรที่เคยใส่ ก็ใส่ให้เท่าๆ กัน ทุกครั้ง เพราะถ้าคุณเคยใส่แล้วไม่ใส่ มันจะทำให้ ค่าต่างๆ แปรปรวน ไม่เป็นผลดีต่อกุ้งที่ท่านเลี้ยง อีกอย่างในตอนกลางคืนดึกๆ บางแห่งคลอรีนแรงมาก สาเหตุอะไรไม่รู้ครับ แต่ที่ดีก็ควรหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนน้ำ

เรื่องของไฟที่ใช้เป็นแหล่งให้แสงสว่าง สำหรับ เครฟิช ใช้ไฟสีเลียนแสงอาทิตย์ หรือไฟบ้านก็โอเค แล้ว จะทำให้กุ้งไม่หลบมาก เวลาเดินดูสง่า เพียงแต่เวลา ต้องการถ่ายรูป อาจได้สีสันที่ไม่เป็นไปดังใจต้องการนัก การใช้ไฟที่ใช้กับไม้น้ำ ทำให้ตู้ดูสดใส สะอาด กุ้งมีสีสันเข้ม แต่ก็ไม่ต่างจากไฟบ้านจนมากนัก  จากที่ทดลองมา กุ้งไม่ค่อยออกมาเดิน ยิ่งถ้ามีที่หลบ ก็จะแอบกัน(เรียกว่านอนกันยาว ไม่หิวไม่ออก)



 สิ่งที่ผมได้เล่าให้ฟัง ก็ลองนำไปปรับใช้ดู สำหรับคนที่ต้องการเพาะพันธุ์ คงมีประโยขน์บ้าง ไม่มากก็น้อย
เหมือนเดิมนะครับ ดีสำหรับผม อาจไม่ใช่ ดีสำหรับคนอื่น
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24/08/11, [22:02:18] โดย Aquarist »
Aquarist Thailand ออฟไลน์
Club Veteran
« ตอบ #43 เมื่อ: 24/08/11, [22:22:51] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

เดี๋ยวคงมีเสริม อีก coming soon
ณัฐ Yabby House ออฟไลน์
Club Leader
« ตอบ #44 เมื่อ: 25/08/11, [10:32:18] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ


ขอเสริมข้อมูลเรื่องการเลี้ยงรวมสักนิดค่ะ  การเลี้ยงกุ้งรวมกัน  มีข้อดีคือ  จะช่วยลดอาการก้าวร้าว  ไม่หวงที่

หวงถิ่นมากนักค่ะ  แต่ก็มีข้อแม้ว่า  ผู้เลี้ยงต้องมีทักษะในการแยกลอกคราบได้ด้วย   เพราะหากเลี้ยงรวมแล้ว

ผู้เลี้ยงไม่แยกกุ้งตอนลอกคราบ  นั่นหมายถึงความสูญเสียเกิดขึ้นได้   

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงอีกเรื่องสำหรับการเลี้ยงรวมก็คือ  ขนาดพื้นที่ ๆ เหมาะสม  และระบบกรองที่เพียงพอสามารถ

รักษาน้ำให้มีคุณภาพดีอยู่ได้   เพราะการเลี้ยงรวมหลาย ๆ ตัวนั่นหมายความว่าของเสียในระบบก็ต้องมากขึ้น

ตามไปด้วย   พื้นที่ๆ พอเหมาะไม่แออัดจนเกินไป  และระบบกรองที่เพียงพอจะทำให้คุณภาพน้ำดี   และส่งผล

ต่อสุขภาพของกุ้งที่ท่านรัก    กุ้งเครฟิชทุกชนิด  ชอบน้ำที่มีคุณภาพดี  อ๊อกซิเจนสูง   ถ้าควบคุมปัจจัยเรื่อง

น้ำได้    กุ้งของท่านก็จะมีสุขภาพดี  สีสันสวยงามอย่างแน่นอน

อีกเรื่องที่สำคัญในการเลี้ยงรวมคือ  ปริมาณการให้อาหารต้องพอเหมาะไม่มากหรือน้อยเกินไป  เพราะถ้าน้อยเกิน

ไปกุ้งกินไม่อิ่มอาจมีปัญหาทะเลาะกันได้  แต่หากให้มากจนเหลือทิ้งก้นตู้   นั่นเป็นการเพิ่มของเสียภายในตู้

ให้มากขึ้น   ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อสภาพน้ำในตู้   และส่งผลต่อสุขภาพของกุ้งโดยตรง

หากสามาถควบคุมปัจจัยเหล่านี้ได้   ท่านก็สามารถจะเลี้ยงกุ้งเครฟิชรวมกันได้อย่างสนุกสนานค่ะ


 [on_066]
NanG Cherax Yabby ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #45 เมื่อ: 25/08/11, [12:57:24] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

บทที่ 4 การเลี้ยง จากตัวจิ๋ว ให้ตัวโต และการลอกคราบ


มาถึงบทนี้ก็เหมือนการนำบทที่ผ่านๆ มายำรวมๆ กัน แต่ก็มีเทคนิคให้ผู้อ่าน ได้นำไปใช้ได้ ว่่าแล้วเรามาเริ่มกันเลยครับ ในการเลี้ยงกุ้งไซส์ ตั้งแต่แรกเกิด ช่วงลงจากท้องแม่ ใหม่ๆ นั้น ก็ให้อาหาร ตามแบบฉบับที่ผมได้กล่าวไว้ในเรื่องอาหาร  ลูกกุ้งที่สมบรูณ์แข็งแรง ภายในระยะเวลา 1  เดือน สามารถเจริญเติบโตได้ ประมาณ 2 cm- 1 นิ้ว(จากปลายกรี ถึงปลายหางไม่รวมก้าม) ลอกคราบประมาณ 3 ครั้ง โดยเฉลี่ย สัปดาห์ละครั้ง การเลี้ยงกุ้งไซส์เล็กรวมกันจะทำให้การกินอาหารดีเจริญเติบโตดี แต่การสูญเสียย่อมมี ไม่ว่าจะเป็น เรื่องก้าม หรือแม้แต่ชีวิต(ซึ่งทุกท่านไม่อยากให้เกิดขึ้นแน่นอน) หากการดูแลจัดการดี รู้ช่วงเวลาในการลอกคราบ ก็จะเกิดความเสียหายน้อย แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลเอาใจใส่ของผู้เลี้ยงด้วย ถ้ากุ้งก้ามหัก ในช่วงขนาดไม่เกิน 2 cm ไม่น่ากังวล เท่าไรนัก สามารถขึ้นมาทดแทนได้ แต่ถ้าขนาดใหญ่กว่านี้ ฟอร์มของกุ้งจะเสีย โดยเฉพาะเพศผู้ ลายจะแตกไม่เท่ากัน ข้างใดที่หัก จะแบน ยากที่จะทำให้เท่ากันได้ ถึงขั้นไม่มีโอกาสเลยด้วยซ้ำ พอผมกล่าวถึงตรงนี้เชื่อว่าผู้อ่านหลายท่าน คงนั่งเสียใจกับกุ้งที่เป็นแบบนี้ แต่นี่ไม่ใช่ประเด็น ถ้าคุณเลี้ยงด้วยใจรัก ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ในการเลี้ยงที่คุณควรนำไปปรับใช้สำหรับกุ้งตัวต่อไป เมื่อกุ้งมีขนาดใหญ่ขึ้นก็ควรแยกเลี้ยง เพราะเดสมีอัตราการทำร้ายกันเองสูง อัตรารอดน้อย(เพราะกินพี่น้องเป็นอาหารไงละ)  และเรายังสามารถเห็นฟอร์มที่สวยงามของกุ้งแล้วทั้งเพศผู้ และเพศเมีย ทรงก้าม และสีสัน(สีสันก็ยัง เปลี่ยนแปลงขึ้นลง ได้ สำหรับผมสวยทุกสี ขอแค่ก้ามได้ ลายชัด เป็นพอ)    สิ่งที่อยากแนะนำในกุ้งขนาดนี้คือ การใส่ที่หลบซ่อน จากที่ทำมาแล้วพบว่าดีก็เป็น ไนลอนสีฟ้า หรือที่เรียกกันว่า มุ้งเขียว (ทั้งที่จริงมันก็สีฟ้าชัดๆ อีกอย่าง ส่วนตัวผมจะไม่ใช้ท่อ PVC เพราะไม่ช่วยอะไรเลยในกุ้งเล็ก) ไนลอนสีฟ้า อ่อนนุ่ม อันนี้เหมาะกับการป้องกันลูกกุ้งก้ามหักได้ และเหมาะสำหรับผู้เพาะที่มีพื้นที่จำกัด ตู้ไม่มากพอที่จะแยกได้ เนื่องจากจะเพิ่มพื้นที่ในการอยู่อาศัยให้มากขึ้น เมื่อกุ้งขนาด เพิ่มขึ้น เป็น 1-2-3-4-5 นิ้ว หากจำนวณมากพื้นที่ก็ต้องมากตามไปด้วย การเลี้ยงกุ้งใหญ่ ระดับ 3  นิ้ว ขึ้นรวม กัน สามารถทำได้ แต่การกินอาหารจะไม่ ค่อยได้ผลเต็มที่ เท่าไรนัก เพราะทั้งโดด ทั้งเต้น แย่งกัน จนวุ่นวาย การแยกเลี้ยงเดียวจะได้ผลดีกว่า ทั้งเรื่องความปลอดภัย ความสูญเสียน้อย แต่คุณลองคิดดูซิว่า ถ้ากุ้งที่เราเลี้ยง อย่างเช่น 20 ตัว ขนาด 4 นิ้วขึ้นไปต้องใช้พื้นที่เท่าไร
ในเรื่องของพื้นตู้ ไม่ควรปูวัสดุรองพื้น เช่น กรวด หินนิลดำ ที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่เกินไป เพราะจะทำให้อาหารที่ให้ตกลงไปในร่องหรือซอก ลูกกุ้งใช้ก้ามคีบ ไม่ถึง การเปลี่ยนถ่ายน้ำ สุดแสนจะลำบาก ถ้าเป็นของผมจะไม่ปูวัสดุรองพื้นใดๆ ทั้งสิ้น เพราะดูแลง่าย ถ่ายน้ำง่าย
   
การเปลี่ยนถ่ายน้ำ และ ไฟให้แสงสว่าง จะขอไล่ที่ละ อย่างนะครับ
การเปลี่ยนถ่ายน้ำ อาจทำได้โดยเปลี่ยนที่เดียว 100% แต่ต้องเป็นน้ำพักแล้ว หรือเป็นน้ำที่คลอรีนน้อยจริง(ตรงนี้ ต้องใช้การดม ก็สามารถพอเดาได้) ที่ดีก็ครั้งละ 30 %  ทุกๆ 4-5 วัน(อันนี้กุ้งสุขภาพดี โตไวด้วยจากที่ทดลอง)  อีกอย่างควรใส่เกลือด้วย ตัวนี้มีประโยชน์หลายอย่าง การใส่ แคลเซียม วิตามิน ก็ถือเป็นสิ่งที่ดีครับ บางอย่างในน้ำมีไม่พอ อย่าลืมว่าเราเลี้ยงกุ้งที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แต่ในขณะเดียวกัน ตู้เราเท่าเดิม จากประสบการณ์การเลี้ยงของผมอะไรที่เคยใส่ ก็ใส่ให้เท่าๆ กัน ทุกครั้ง เพราะถ้าคุณเคยใส่แล้วไม่ใส่ มันจะทำให้ ค่าต่างๆ แปรปรวน ไม่เป็นผลดีต่อกุ้งที่ท่านเลี้ยง อีกอย่างในตอนกลางคืนดึกๆ บางแห่งคลอรีนแรงมาก สาเหตุอะไรไม่รู้ครับ แต่ที่ดีก็ควรหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนน้ำ

เรื่องของไฟที่ใช้เป็นแหล่งให้แสงสว่าง สำหรับ เครฟิช ใช้ไฟสีเลียนแสงอาทิตย์ หรือไฟบ้านก็โอเค แล้ว จะทำให้กุ้งไม่หลบมาก เวลาเดินดูสง่า เพียงแต่เวลา ต้องการถ่ายรูป อาจได้สีสันที่ไม่เป็นไปดังใจต้องการนัก การใช้ไฟที่ใช้กับไม้น้ำ ทำให้ตู้ดูสดใส สะอาด กุ้งมีสีสันเข้ม แต่ก็ไม่ต่างจากไฟบ้านจนมากนัก  จากที่ทดลองมา กุ้งไม่ค่อยออกมาเดิน ยิ่งถ้ามีที่หลบ ก็จะแอบกัน(เรียกว่านอนกันยาว ไม่หิวไม่ออก)



 สิ่งที่ผมได้เล่าให้ฟัง ก็ลองนำไปปรับใช้ดู สำหรับคนที่ต้องการเพาะพันธุ์ คงมีประโยขน์บ้าง ไม่มากก็น้อย
เหมือนเดิมนะครับ ดีสำหรับผม อาจไม่ใช่ ดีสำหรับคนอื่น
 


ขอเสริมข้อมูลเรื่องการเลี้ยงรวมสักนิดค่ะ  การเลี้ยงกุ้งรวมกัน  มีข้อดีคือ  จะช่วยลดอาการก้าวร้าว  ไม่หวงที่

หวงถิ่นมากนักค่ะ  แต่ก็มีข้อแม้ว่า  ผู้เลี้ยงต้องมีทักษะในการแยกลอกคราบได้ด้วย   เพราะหากเลี้ยงรวมแล้ว

ผู้เลี้ยงไม่แยกกุ้งตอนลอกคราบ  นั่นหมายถึงความสูญเสียเกิดขึ้นได้   

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงอีกเรื่องสำหรับการเลี้ยงรวมก็คือ  ขนาดพื้นที่ ๆ เหมาะสม  และระบบกรองที่เพียงพอสามารถ

รักษาน้ำให้มีคุณภาพดีอยู่ได้   เพราะการเลี้ยงรวมหลาย ๆ ตัวนั่นหมายความว่าของเสียในระบบก็ต้องมากขึ้น

ตามไปด้วย   พื้นที่ๆ พอเหมาะไม่แออัดจนเกินไป  และระบบกรองที่เพียงพอจะทำให้คุณภาพน้ำดี   และส่งผล

ต่อสุขภาพของกุ้งที่ท่านรัก    กุ้งเครฟิชทุกชนิด  ชอบน้ำที่มีคุณภาพดี  อ๊อกซิเจนสูง   ถ้าควบคุมปัจจัยเรื่อง

น้ำได้    กุ้งของท่านก็จะมีสุขภาพดี  สีสันสวยงามอย่างแน่นอน

อีกเรื่องที่สำคัญในการเลี้ยงรวมคือ  ปริมาณการให้อาหารต้องพอเหมาะไม่มากหรือน้อยเกินไป  เพราะถ้าน้อยเกิน

ไปกุ้งกินไม่อิ่มอาจมีปัญหาทะเลาะกันได้  แต่หากให้มากจนเหลือทิ้งก้นตู้   นั่นเป็นการเพิ่มของเสียภายในตู้

ให้มากขึ้น   ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อสภาพน้ำในตู้   และส่งผลต่อสุขภาพของกุ้งโดยตรง

หากสามาถควบคุมปัจจัยเหล่านี้ได้   ท่านก็สามารถจะเลี้ยงกุ้งเครฟิชรวมกันได้อย่างสนุกสนานค่ะ


 [on_066]


ยอดเยี่ยมทั้งคู่  [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง]
Brandon Boyd ออฟไลน์
Club Follower
« ตอบ #46 เมื่อ: 25/08/11, [13:06:42] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

 deepkiss deepkiss deepkiss deepkiss deepkiss deepkiss
Aquarist Thailand ออฟไลน์
Club Veteran
« ตอบ #47 เมื่อ: 25/08/11, [20:38:46] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ยอดเยี่ยมทั้งคู่  [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง]

ขอบคุณครับ พี่นัง [เจ๋ง] [เจ๋ง]
ณัฐ Yabby House ออฟไลน์
Club Leader
« ตอบ #48 เมื่อ: 26/08/11, [17:07:40] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ยอดเยี่ยมทั้งคู่  [เจ๋ง] [เจ๋ง] [เจ๋ง]
ก็เขียนตามประสบการณ์ที่เลี้ยงค่ะ
ก็ขอขอบคุณ คุณนัง ที่ช่วยเชียร์
ก็จะได้มีเรื่องการเลี้ยงกุ้งเครฟิชมาเล่าให้ชาวเครฟิชอีกค่ะ

 [on_055] [on_055] [on_055] [on_055] [on_055]
NanG Cherax Yabby ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #49 เมื่อ: 26/08/11, [23:43:49] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ก็เขียนตามประสบการณ์ที่เลี้ยงค่ะ
ก็ขอขอบคุณ คุณนัง ที่ช่วยเชียร์
ก็จะได้มีเรื่องการเลี้ยงกุ้งเครฟิชมาเล่าให้ชาวเครฟิชอีกค่ะ

 [on_055] [on_055] [on_055] [on_055] [on_055]

ได้ยินชื่อเสียงคุณณัฐ มาตั้งแต่โอม ยังขายกุ้งอยู่เลยอ่ะ แต่ไม่เคยได้เจอกันสักที 555+
ณัฐ Yabby House ออฟไลน์
Club Leader
« ตอบ #50 เมื่อ: 27/08/11, [11:00:13] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

ได้ยินชื่อเสียงคุณณัฐ มาตั้งแต่โอม ยังขายกุ้งอยู่เลยอ่ะ แต่ไม่เคยได้เจอกันสักที 555+

นานมาก ตั้งแต่โอมยังขายกุ้ง  ้hahaha   หวังว่าคงได้เจอกันนะคะแบบตัวเป็น ๆ ค่ะ   [on_062]
ณัฐ Yabby House ออฟไลน์
Club Leader
« ตอบ #51 เมื่อ: 30/08/11, [19:23:10] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

บทต่อไปเรื่อง การลอกคราบของเดส ตั้งแต่ไซส์เล็ก ถึงไซส์ 5นิ้ว ขึ้นไป

เร็วๆนี้    [on_062] [on_062]

[on_055] [on_055] [on_055] [on_055] [on_055] [on_055]
Prab Prabchana. ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #52 เมื่อ: 30/08/11, [19:25:22] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

บทต่อไปเรื่อง การลอกคราบของเดส ตั้งแต่ไซส์เล็ก ถึงไซส์ 5นิ้ว ขึ้นไป

เร็วๆนี้    [on_062] [on_062]

[on_055] [on_055] [on_055] [on_055] [on_055] [on_055]

จะรออ่านเด้อ ครับ
Aquarist Thailand ออฟไลน์
Club Veteran
« ตอบ #53 เมื่อ: 01/09/11, [23:43:22] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

บทที่ 5 การลอกคราบ กับสารพรรณคำถาม

      เรื่องของการลอกคราบ ถือเป็นเรื่องหนึ่งที่สำคัญเลยนะครับ ลองถ้าใครเลี้ยงกุ้งแล้ว ไม่ลอกคราบนี่ รับรองต้อง ร้อนอก ร้อนใจ เป็นธรรมดา กลัวว่าจะแกรน หรือ ผิดปกติบ้างแหละ ทำไมลอกช้าจัง ทำไมลอกบ่อยจัง ทำไมลอกแล้วไม่ผ่าน ทำไมลอกแล้วเปลือกแข็งช้า ทำไมลอกแล้วติด ทำไมลอกแล้วขนาดเท่าเดิม สารพรรณปัญหาเหล่านี้ค้างคาใจหลายท่านแน่นอน
      ก่อนจะตอบคำถามเหล่านี้ เรามาทำความเข้าใจกับวงจร การลอกคราบของกุ้ง แบบคร่าวๆ ก่อนดีกว่านะครับ กุ้งเจริญเติบโต  ขยายขนาดได้ด้วยการลอกคราบ โดยกุ้งจะกินอาหารเข้าไปเพื่อสะสม และสร้างเปลือกใหม่ภายใต้เปลือกเดิม ดูดซึมแร่ธาตุต่างๆ จากน้ำเข้ามาสะสม (กลไกต่างๆ เกิดขึ้นด้วยการสั่งการจากฮอร์โมน) เมื่อถึงเวลาที่โครงร่างภายในคับเต็มที่ ก็จะเกิดการดึงเอา โครงสร้างจากเปลือกเดิมไปที่เปลือกใหม่ โดยจะเห็นว่าตอนใกล้ลอกคราบ หากสัมผัสที่เปลือก จะนิ่ม กว่าปกติ นั่นเพราะองค์ประกอบต่างๆ ถูกดึงไปที่เปลือกใหม่ ช่วงนี้ถือว่ากุ้งอ่่อนแอพอควร มีโอกาสถูกทำร้ายได้ง่าย การสังเกตุในช่วงนี้จะเห็น ส่วน เปลือกหัว(carapace) ยกสูงขึ้นกว่าเดิม และแยกออกจาก ส่วนท้อง( abdomen )หรือที่เรา พูดกันติดปากว่า อาการหัวเปิด (ตรงจุดนี้บอกอะไรได้หลายอย่าง เดี๋ยวจะขยายความตอนท้ายนะครับ) โดยระยะเวลาที่หัวเปิดนี่ ก็จะขึ้นกับขนาดของกุ้ง ยิ่งใหญ่ก็ยิ่งนาน ก่อนการลอกคราบสามารถสังเกตุได้อีกอย่างหนึ่งคือ ให้อาหารจะไม่กิน หรือกินน้อย แต่ก็มีบางตัว กินเก่ง แบบว่ามีอาการหัวเปิดแล้วยังกินได้อยู่ ตรงนี้บางท่านสับสนนะครับ ระหว่างกุ้งที่กินอิ่ม กับกุ้งใกล้ลอกคราบกุ้งที่กินอิ่มใหม่ๆ หัวก็จะยกครับนั่นเป็นเพราะกระเพาะอาหารของเค้าเต่งครับ ไม่ใช่จะลอกคราบ ส่วนกุ้งที่ใกล้จะลอกคราบนั้น เดสนี่สังเกตุง่าย ที่ตรงส่วนหัวถัดจากหลังตาจะเห็น ก้อนหินปูน ขาวๆขุ่นๆ เลื่อนราง มีอาการส่วนท้องยืดตรง หางแผ่ เหยียดตรง เมื่อกุ้งลอกคราบแล้ว ตัวจะอ่อนนิ่ม กระดุกกระดิก ได้อย่างเดียวใช้เวลาซักระยะหนึ่งกว่าจะแข็งตัวพอที่จะเดินได้ แต่ในขณะนี้เปลือกยังไม่แข็งแรงพอที่จะต่อสู้ หรือทนต่อการนีบ การกัดได้ ถ้าให้กุ้งกินเปลือกของตัวเองหลังจากลอกมา จะทำให้เปลือกใหม่แข็งไว ไม่ต้องเสียเวลานานในการสะสม ไคติน อีกประการทำให้เราสามารถเช็คกุ้งได้ด้วยว่า พร้อมแล้วหรือยัง หากกุ้งกินคราบตัวเองได้หมดนั่นหมายถึงแข็งแรงแล้ว พร้อมที่กินอาหารที่เราให้ได้ และจะกินดีในช่วง สองถึงสามสัปดาห์แรก หลังจากนั้นจะลดลง นอนมากขึ้น
      มาถึงเรื่องการตอบคำถาม "สารพรรณทำไม"   กุ้งที่ตัวเล็ก จะลอกคราบบ่อยเมื่อโตขึ้นระยะเวลาในการลอกคราบแต่ละครั้ง นั้นจะห่างไปเรื่อยๆ กุ้งที่ลอกคราบช้า (ไม่เหมือนกับระยะเวลาช่วงลอกคราบนานนะครับ) คืออาจเป็นเพราะกุ้งได้รับอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการต่ำ คือกินมากเท่าๆ กับตัวปกติ แต่กลับไม่โต  บางตัวลอกบ่อย ขนาดและไซส์ก็ใหญ่ตามไปด้วย กุ้งพวกนี้ถือว่าโตดี
กุ้งที่ลอกคราบแล้วติด เกิดจากการที่ ส่วนนั้นๆ ใหญ่ เกินขนาดทางออก หรือการสร้างคราบใหม่ตรงจุดนั้น ไม่สมบรูณ์ ซึ่งบางกรณีเกิดจากเคยเป็นบาดแผลมาก่อน หรือการคดผิดรูปของโครงสร้าง        กุ้งที่ลอกคราบแล้วขนาดใหญ่ แบบก้าวกระโดด จะพบว่าเวลาที่ หัวเปิดจะนาน และเปิิดสูงมาก เมื่อลอกออกมาจะมีขนาดใหญ่จนผิดหูผิดตา   อันนี้หลายท่านคงหวังให้้เป็นแบบนี้ทั้งสิ้น แต่นั่นก็ไม่เสมอไป ถ้าลองเลี้ยงหลายตัวจะเห็นพัฒนาการที่แตกต่างกันออกไป  กุ้งที่ลอกแล้วก้ามระเบิด ส่วนใหญ่จะเป็นเพศผู้ ส่วนเพศเมียขนาดของ abdomen และหางจะขยายใหญ่จนสังเกตุไ้ด้ แผกว้างชัดเจน ลักษณะดังกล่าวนี้ จะทำให้เราแยกเพศได้ โดยไม่ต้องจับกุ้งหงายท้อง แต่ลักษณะ เช่นนี้จะ พบเมื่อกุ้งขนาด 1.5 นิ้วขึ้นไป ส่วนการที่ลอกแล้วแข็งช้าอันนี้เกิดจาก แคลเซียมคาร์บอเนต และฟอสฟอรัส ในน้ำต่ำ ทำให้กุ้งดูดซึมเข้าไปได้น้อย ทำให้เปลือกแข็งช้า แก้ไขโดย ใส่เกลือ และ แคลเซียม ลงไป แต่ที่ละน้อย นะครับ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02/09/11, [01:52:28] โดย Aquarist »
Aquarist Thailand ออฟไลน์
Club Veteran
« ตอบ #54 เมื่อ: 02/09/11, [01:36:11] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

มาแว้ว [on_024] [on_024] [on_024]
ณัฐ Yabby House ออฟไลน์
Club Leader
« ตอบ #55 เมื่อ: 02/09/11, [01:56:44] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

เสริมอีกซักนิดค่ะ   [on_062]

ถ้ากุ้งจะลอกคราบ สังเกตที่หัวเิปิด นั่นแสดงว่ากุ้งจะลอกคราบ

ถ้าเห็นกุ้งหัวเปิดเตรียมตัวจะลอกคราบ ห้ามเปลี่ยนถ่ายน้ำเด็ดขาด

เพราะถ้าเปลี่ยนถ่ายน้ำในเวลาก่อนลอกคราบจะทำให้อุณหภูมิแกว่ง

จะเป็นอันตรายกับกุ้งซึ่งส่วนใหญ่จะลอกคราบไม่ผ่าน และอาจจะทำให้ถึงกับเสียชีวิตได้ค่ะ

ในเวลาที่กุ้งจะลอกคราบอาจจะเติมแคลเซียมน้ำลงไปซัก 5-10หยด ก็ได้นะค่ะหรือไม่เติมก็ได้ค่ะ

และถ้ากุ้งลอกคราบผ่านแล้วซัก2-3วัน หัวกุ้งแข็งแล้ว ก็เปลี่ยนถ่ายน้ำได้ตามปกติค่ะ 20%   [on_066]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02/09/11, [01:59:17] โดย ณัฐ Yabby House »
Prab Prabchana. ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #56 เมื่อ: 02/09/11, [10:16:45] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

เดี๋ยวมาเสริมให้เพิ่มครับ ไปทำงานก่อน  [on_026]
Prab Prabchana. ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #57 เมื่อ: 02/09/11, [12:49:40] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ

เปลือกหัว(carapace) ยกสูงขึ้นกว่าเดิม และแยกออกจาก ส่วนท้อง( abdomen )หรือที่เรา พูดกันติดปากว่า อาการหัวเปิด (ตรงจุดนี้บอกอะไรได้หลายอย่าง เดี๋ยวจะขยายความตอนท้ายนะครับ) โดยระยะเวลาที่หัวเปิดนี่ ก็จะขึ้นกับขนาดของกุ้ง ยิ่งใหญ่ก็ยิ่งนาน

^
^
^

 [on_018]จากข้อความข้างต้นในเรื่องของการสังเกตุ จะพบได้ว่าคนไทยส่วนมากจะเรียกส่วนดังกล่าวว่า หัว และมีการเข้าใจผิดกันต่อ ๆ มา จนเป็นเรื่องปกติของคนไทย โดย กุ้งเครฟิชจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ มีส่วน หัว ลำตัว และ หาง แต่เรากลับนำหัวและลำตัวไปรวมกัน แล้วเรียกเพียงแค่ว่า หัว เท่านั้น ส่วนหาง นั้นเรียกว่า ตัวกุ้ง หาไม่แยกกันตามความเป็นจริงก็จะเรียกกันผิดอยู่เสมอไป และเราก็จะโง่กันอยู่ไปเรื่อยๆ เพราะ ว่าไม่รู้รายละเอียดที่แท้จริง ทั้งๆที่ เขาก็ได้บอกรายระเอียดมาอย่างเป็นสากลระดับโลกกันมานานแล้ว อยากให้เพื่อนชาวเครฟิช รู้ ลึก รู้ จริง ยิ่งกว่า คม ชัด ลึก  เดี๋ยวๆว่าง จะนำภาพองค์ประกอบมาเสริมให้นะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02/09/11, [12:58:18] โดย l3anlk CrayFish Information Unit »
Prab Prabchana. ออฟไลน์
Club Brother
« ตอบ #58 เมื่อ: 02/09/11, [13:35:01] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ


เป็นการแยกส่วนแบบง่ายที่เราควรรู้จักในเบื้องต้นเพื่อเข้าใจองค์ประกอบที่สำคัญของกุ้งเครฟิชครับ อย่างที่ผมกล่าวมา คือ หัว และ ลำตัว นั้นจะอยู่ติดกัน หลายคนจึงเรียกส่วนนั้นว่า หัว แต่ก็เรียกตามกันต่อมา จนกลายเป็นหัวไปจนปัจจุบัน นี่ก็เป็นส่วนง่ายๆ ที่เพื่อนๆควรจะจำและบันทึกไว้ครับ เราจะได้ดูออกว่า ส่วนไหนคือส่วนไหน เวลามีปัญหา ะง่ายในการแก้ไขเมื่อเกิดปัญหาได้ และผู้ช่วยเหลือจะได้แนะนำถูกวิธี [on_026]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02/09/11, [13:45:23] โดย l3anlk CrayFish Information Unit »
ณัฐ Yabby House ออฟไลน์
Club Leader
« ตอบ #59 เมื่อ: 02/09/11, [20:37:48] »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ


สำหรับเรื่องการลอกคราบของกุ้ง  สิ่งที่จะทำให้ผู้เลี้ยงสังเกตุได้ง่ายอีกเรื่องก็คือเรื่องของสีสัน   เนื่องจาก

กุ้งช่วงใกล้ลอกคราบถ้าหลายคนสังเกตุจะพบว่าสีของกุ้งจะเปลี่ยนไปจากโทนเดิม  เช่น  บลู เพิร์ล สีจะดูเข้ม

ขึ้นกว่าในช่วงระยะเวลาปกติของเค้า   และบางตัวอาจมีอาการดุประกอบกันด้วย  คือ  ตัวที่ใกล้จะลอกคราบ

เนื่องจากกุ้งจะรู้ตัวว่าเค้าเริ่มอ่อนแอ   เค้าก็พยายามไล่กุ้งตัวอื่น ๆ ไปให้พ้นบริวเณที่เค้าอยู่   บางตัววิ่งไล่

เพื่อนร่วมตู้  ไล่ ๆๆๆ ทั้งวัน   ขนาดเดินไปจ้องเค้ายังยกก้ามไล่เจ้าของไม่ให้ดูก็มี   เพราะเค้ารู้สึกไม่ปลอดภัย

เนื่องจากใกล้ลอกคราบร่างกายจะเริ่มอ่อนแอ

ส่วนเดสจำนวนมาก   จะพบว่าระยะใกล้ลอกคราบเดสน้ำเงินมันจะมีสีน้ำเงินเข้ม   จนถึงน้ำเงินอมดำ  หรือออก

สีเทาเลยก็มี   แต่หลังจากลอกคราบไปแล้ว   จะเห็นว่าสีจะเปลี่ยนไปจากตอนก่อนลอกอย่างมาก   บางครั้ง

ก่อนลอกสีน้ำตาล   แต่ลอกออกมาแล้วเป็นสีฟ้าหรือน้ำเงินก็มี   ซึ่งนั่นเป็นธรรมชาติของเดส  ซึ่งหลาย ๆ

ท่านอาจจะยังไม่ทราบ   เดี๋ยวจะหารูปภาพตอนก่อนลอกคราบ  และหลังลอกคราบมาให้ชมกันเป็นตัวอย่าง

จะได้เห็นว่าสีของเดสนั้นแตกต่างกันอย่างไรนะคะ    [on_066]
หน้า: 1 2 3   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: