c1ub.net ย้ายไปบ้านใหม่แล้วนะครับ สมาชิกเก่าสามารถใช้ username และ password เก่าล็อกอินได้เลย << คลิ๊กที่นี่เพื่อไปบ้านใหม่ >>
Aqua.c1ub.net
*
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน




ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
สำหรับวันที่เน็ตแย่ๆ เราขอแนะนำ C1ub Lite Version (มีรูปกับอีโม)หรือ C1ub WAP Version (ไม่มีทั้งอีโมและรูป มีแต่ตัวหนังสือ)
  Fri 28/Apr/2017
Loading
หน้า: 1   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: เรื่องกรองต้องรู้ -- ระบบกรองชีวภาพในตู้ปลา  (อ่าน 59945 ครั้ง)
~ m @ y ~ ออฟไลน์
Club Leader
~ m @ y ~ ~ m @ y ~ ถูกห่อหุ้มด้วยจักระอันร้อนแรง (You can't modify karma yet.)~ m @ y ~ ถูกห่อหุ้มด้วยจักระอันร้อนแรง (You can't modify karma yet.)~ m @ y ~ ถูกห่อหุ้มด้วยจักระอันร้อนแรง (You can't modify karma yet.)~ m @ y ~ ถูกห่อหุ้มด้วยจักระอันร้อนแรง (You can't modify karma yet.)~ m @ y ~ ถูกห่อหุ้มด้วยจักระอันร้อนแรง (You can't modify karma yet.)~ m @ y ~ ถูกห่อหุ้มด้วยจักระอันร้อนแรง (You can't modify karma yet.)~ m @ y ~ ถูกห่อหุ้มด้วยจักระอันร้อนแรง (You can't modify karma yet.)~ m @ y ~ ถูกห่อหุ้มด้วยจักระอันร้อนแรง (You can't modify karma yet.)~ m @ y ~ ถูกห่อหุ้มด้วยจักระอันร้อนแรง (You can't modify karma yet.)~ m @ y ~ ถูกห่อหุ้มด้วยจักระอันร้อนแรง (You can't modify karma yet.)~ m @ y ~ ถูกห่อหุ้มด้วยจักระอันร้อนแรง (You can't modify karma yet.)
is
 
« เมื่อ: 13/07/06, [23:14:09] »


เรื่องระบบกรองชีวภาพนั้น...แหมฟังดูแล้ว"วิชาก๊าร วิชาการ" แค่ได้ยินแค่นี้ก็ไม่อยากจะอ่านต่อแล้ว แต่อย่างไรก็ตามเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้เลี้ยงปลาทุกคนสมควรทำความเข้าใจจริง ๆ เรียกว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นเป็นอย่างมากครับ
ผู้เลี้ยงปลาบางคนอาจจะเข้าใจว่าที่เราใส่หัวทรายเพราะปลาต้องการอ๊อกซิเจน และเข้าใจว่าของเสียของปลา(ก็ขี้ปลานั่นแหละ)ก็เป็นเหมือนเศษฝุ่นเศษผงที่ตกเข้าไปในตู้ปลา โดยไม่ได้ทราบเลยว่า "ของเสียจากปลานั้นทำให้น้ำเป็นพิษได้"
และการกำจัดสารพิษตรงนั้นก็เป็นหน้าที่ของระบบกรองชีวภาพครับ ด้วยเหตุนี้ตู้ปลาทุกใบจึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีระบบกรองชีวภาพ นอกเหนือจากระบบกรองทางกลภาพที่มีหน้าที่กำจัดเศษฝุ่นผงในน้ำ
เราลองมาทำความเข้าใจ เกี่ยวกับระบบกรองทางชีวภาพกันดูเสียหน่อยนะครับ

คือเพื่อนๆคงพอจะเคยเห็นปลากินอาหารใช่ไหมครับ แต่เพื่อนๆทราบไหมครับว่า ปลากินอาหารแล้วก็ต้อง"ขี้"ด้วย ขี้นี่แหละครับที่เป็นจุดเริ่มต้นของของเสียในตู้ปลา แล้วการที่เราดูดขี้ปลาไปทิ้ง หรือเก็บไว้ที่ใยแก้ว..นั้นไม่ได้หมายความว่าน้ำในตู้ปลาสะอาดเหมาะสมสำหรับปลาแล้วนะครับ ต่อให้เพื่อนๆดูดขี้ออกจากตู้ปลา(ไม่ได้ให้ดูดลงคอไปเด้อ...) แต่น้ำก็ยังเสียอยู่ดีแหละครับ ยังไงก็ต้องมีระบบกรองครับ
ที่ไหนมี"ขี้"ที่นั้นก็จะเกิดแอมโมเนีย(NH4) -- (บ่ใช้แอมเสาวลักษณ์เด้อ) น้องแอมฯเนี้ยถือว่าเป็นสารตัวแรกที่เกิดจากขี้ปลาครับ แล้วก็อันตรายต่อปลาเรามากกกกกครับ เจอขึ้นสูงไม่มาก...เจ้าปลาเราก็ไปหาพี่ยมแล้วครับ เพื่อให้เพื่อนๆจำให้ง่ายๆ ให้มองว่าเพื่อนๆแต่งงานกันน้องปลา เพื่อมีนางเอกก็ต้องมีตัวร้าย งานนี้ก็"น้องแอมฯ"แหละครับ ซึ่งอย่างไงก็ตามน้องปลาก็แพ้ทางน้องแอมฯครับ น้องปลาแกต้องหนีเพื่อนๆไปหาพี่ยมแน่ๆครับ (น้องแอมฯนี้ร้ายมากกกเลยนะครับ ถือว่าร้ายที่สุดของนิยายเรื่องนี้ครับ)

แล้วทำไงหละทีนี้

ณ ตรงนั้น จะมีแบคทีเรียชนิดหนึ่งชื่อ Nitrosomonas(บ่ต้องจำชื่อหรอกครับ เอาแค่เข้าใจว่ามีแบคทีเรียฝ่ายธรรมะเกิดขี้นเป็นพอครับ) ซึ่งเจ้านี้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติครับ เรียกกว่าที่ไหนมีแอมโมเนีย..เจ้าแบคทีเรียชนิดนี้ก็จะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ไม่ต้องไปเสียเงินหาซื้อมานะครับ มันมาเองครับ อย่างที่รู้ๆกันแหละครับ หนังน้ำเน่าเมืองไทย..ที่ไหนมีนางร้าย ที่นั่นก็มีผู้ช่วยนางเอกอยู่แล้ว

เจ้าแบคทีเรียชนิดนี้จะกินแอมโมเนียครับ เจ๋งไหมครับ ซึ่งขั้นตอนนี้เจ้าแบคทีเรียต้องใช้อ๊อกซิเจนด้วยนะครับ แต่สารที่เกิดจากขั้นตอนนี้ซึ่งก็คือ"ไนไตรท์"(NO2)ก็ยังมีพิษต่อปลาของเราอยู่ดีแหละครับ แม้เจ้านี้จะไม่ร้ายเท่าน้องแอม แต่ก็อันตรายต่อน้องปลาของเรานะครับ ไนไตร์ทปริมาณไม่มากในตู้ปลาสามารถฆ่าปลาเราได้นะครับ ทำเป็นเล่นไป

อยุธยาไม่เคยยากไร้คนดีฉันใด ตู้ปลาเราก็ยังไม่หมดหนทางฉันนั้น

ผู้ช่วยนางเอกอีกคนก็ปรากฏตัวขึ้น (แบบนิยายน้ำเน่าเลยครับ ^_^ )

ณ จุดนั้น ก็จะมีแบคทีเรียอีกประเภทเรียกว่า Nitrobacter ซึ่งก็เช่นกันครับ เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติไม่ต้องไปหาซื้อหรอกครับ เจ้านี้จะกัดกินไนไตร์ทครับ (ใช้อ๊อกซิเจนอีกเช่นกัน) แต่ก็จะได้"ไนเตรท"ในขั้นตอนนี้ "ไนเตรท"(NO3)เป็นสารที่เป็นพิษต่อปลาเราเช่นกัน แต่...โทษทีครับปลาเราสามารถทนต่อไนเตรท ในปริมาณมากกว่าเจ้าแอมโมเนียหรือไนไตร์ทเป็นร้อยเท่าครับ

แล้ววิธีกำจัดเจ้าไนเตรทก็คือการเลี้ยงต้นไม้น้ำ เพราะต้นไม้น้ำจะใช้ไนเตรทเป็นอาหารในการเจริญเติบโตครับ แต่ในแง่ความเป็นจริงแล้ว ต่อให้มีไม้น้ำเต็มตู้ก็กินไนเตรทไม่ทันหรอกนะครับ ดังนั้นวิธีที่ง่ายกว่านั้นคือการถ่ายน้ำอย่างสม่ำเสมอครับ คำว่าสม่ำเสมอไม่ได้หมายความว่า วันเว้นวัน อาทิตย์ละครั้ง อาทิตย์ละสองครั้งนะครับ

แม้มาตราฐานพิมพ์นิยมจะบอกว่าอาทิตย์ละครั้งที่ 30% นั่นเพราะคุณฝรั่งเมืองนอก เวลาเค้าจะเลี้ยงปลา เค้าจะศึกษาข้อมูลอย่างดีครับว่าตู้ขนาดที่เค้าเป็นเจ้าของนั้น เลี้ยงปลาอะไรได้บ้าง เลี้ยงได้แค่ไหน ไม่ใช่แบบพี่ไทยครับ ทำตามใจได้คือไทยแท้ บางคนก็เลี้ยงแออัดโครตๆ แบบหลายๆคนที่อยู่ดีๆก็หาซื้อปลาทอง ฯลฯ มาเทๆใส่ตู้ หรือไม่ก็แบบคนรักอะโรฯ บ้านตัวเราก็แทบจะไม่มีรูอยู่ ดันซื้อตู้ใหญ่ๆมาใส่อะโรฯตัวเดียว

เลี้ยงปลาแออัดก็ถ่ายน้ำถี่หน่อย เลี้ยงปลาหลวมๆก็นานๆทีได้-- งานนี้ต้องดูนิสัยปลาด้วย ปลาบางตัวชอบน้ำใหม่ ถ่ายน้ำบ่อยๆก็ดีเช่นปลาปอม ปลาทอง แต่ปลาบางตัวชอบน้ำเก่า ก็ต้องพยายามรักษาสภาพน้ำให้ดีแต่ยืดเวลาถ่ายน้ำไปอีกหน่อย

บอกอะไรให้ฟังไหมครับ น้ำเมืองไทยถูกมากนะครับ น้ำ1000 ลิตรไม่ถึง 20 บาท อย่าประหยัดกันมากนัก รักจะเลี้ยงปลาก็เลี้ยงให้ดีครับ ถ้าขี้เกียจถ่ายน้ำให้ปลา แล้วมาอ้างว่าเปลืองน้ำด้วย...ผมว่าขี้เกียจอาบน้ำดีกว่าครับ ขี้เกียจเหมือนกันประหยัดน้ำเหมือนกันด้วยครับ

แต่ก็อย่าบ้าถ่ายเช้าถ่ายเย็น หรือถ่ายปริมาณมากๆ ระวังปลาจะแป๊กเอาด้วยนะครับ

พระท่านว่าให้เดินทางสายกลางครับ

แบคทีเรียสองชนิดที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาตินั้นเกิดขึ้นที่ไหนครับ คำตอบก็คือทุกทีแหละครับ ผนังตู้ เปลือกpower สายอ๊อกฯ ฯลฯ แต่นั้นไม่เพียงพอต่อการย่อยของเสียทั้งหมดที่เกิดขึ้นในตู้ปลาครับ งานนี้ต้องมีระบบกรองครับ เพราะ80%ของแบคทีเรียจะอาศัยอยู่ในตู้กรองเราครับ ก็อยู่ที่วัสดุกรองแหละครับ

แหมจะให้ทำตัวไร้หลักแหล่ง ลอยไปลอยมาได้ไง คนเราก็ต้องมีบ้านฉันใด เจ้าแบคทีเรียก็ต้องมีบ้านฉันนั้นครับ

ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องมีกรองไงครับ จะกรองนอก กรองล่าง กรองข้างตู้ข้างเตียงอะไรก็ขอให้มีกรองนะครับ

แต่.....

เพื่อนๆสังเกตไหมครับว่ารูปแบบของของเสียที่เกิดขึ้นมีอย่างไร

จากขี้->แอมโมเนีย->ไนไตร์ท->ไนเตรท

ทีนี้ถ้าเพื่อนๆ มีระบบกรองที่สมบูรณ์คือเซ็ตตัวอยู่แล้ว ก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ เพราะในกรองเราจะมีแบคมีเรียที่พร้อมจะฆ่า กัด กิน ทำลาย (555 บ้าไปแล้วตรู)ของเสียทันทีทันใดที่เกิดขึ้น แต่....

ถ้าเป็นตู้ใหม่ๆ กรองใหม่ๆ หล่ะครับ

ตู้ใหม่ๆที่กรองยังไม่เซ็ตตัว จะไม่มีแบคทีเรียที่ว่านะครับ แล้วเพื่อนๆจะสังเกตเห็นว่า แบคทีเรียเกิดขึ้นได้ต้องมีของเสียเกิดขึ้นก่อนครับ การที่มีของเสียเกิดขึ้นก่อน ซึ่งก็หมายถึงช่วงนั้นน้องปลาของเราต้องอยู่ในตู้ที่มีของเสียไงครับ...
ด้วยเหตุนี้ผมจึงนิยมให้เพื่อนๆ เซ็ตระบบกรองแล้วทำให้ระบบกรองของเราสมบูรณ์ ก่อนที่เราจะลงปลาตัวโปรดของเรา

ขั้นตอนนี้เราเรียกว่าการ cycle tank (ขอดัดจริตให้หน่อยะครับ อิ อิ)

ไม่ยากอะไรครับ งานนี้ต้องอาศัยพี่บรู๊ช วิลลิช หรือ คุณจอน แม็คเคนแห่ง die hard ครับ
ไม่ต้องงงครับพี่ ภาษาประกิตเค้าบอกว่าให้เราใส่ hard fish หรือปลาที่ทนๆ เช่นปลาทอง ปลาคร๊าฟ นี่แหละครับ เอามันมาทรมาณ 555 เลี้ยงมันไปก่อน ให้มันกิน ให้มันขี้ เพื่อให้เกิดแบคทีเรีย จากนั้นก็...555...ให้เจ้าอะโรฯเรากินไปซะ
ผมไม่เคยใช้หรอกนะครับปลาทอง ปลาคร๊าฟที่ว่า ผมใส่ตะเพียนเผือกตาแดงครับ ก็ใส่ไปเลยในตู้ ไว้ทดสอบคลอรีนด้วย เป็นแท็งค์เมทด้วย ทำให้กรองเซ็ตตัวในช่วงแรกด้วย คุ้มอิบหาย อิ อิ
ถามว่า"นานไหมครับ กล่าวระบบกรองจะเซ็ตตัวสมบูรณ์" ---- ไม่นานครับ ปกติก็ 40 วันครับ (นั้นแหละเป็นเหตุผลที่ผมจะเชียร์ให้เพื่อนๆ ซื้อตู้มาล่วงหน้า เลี้ยงtankmate ไปก่อนในระวังที่เรามองหาอะโรฯตัวโปรด กว่าจะได้ปลาตัวโปรด กรองในตู้ก็สมบูรณ์แล้ว ปลาก็ไม่เครียด สีก็ดี สบายใจผู้เลี้ยง ^_^ )
บางคนอาจจะบอกว่าก็ทุกทีก็ซื้อตู้มา ล้างตู้ ใส่น้ำ เดินกรอง ใส่ปลา ก็เลี้ยงมาปกติ ปลาก็อยู่ดี โตด้วย ไม่เห็นตายเลย ไม่เห็นต้องซีเรียสอะไรเลย นั้นก็บังเอิญกว่าเพื่อนๆโชคดี ได้บักอึดมาเป็นนางเอกครับ ทนได้สารพัด ทนต่อสภาพแวดล้อมเลวๆ ห่วยๆ โดยที่ไม่ตายครับ แบบว่าบักอึดรักพี่มากค่ะ ชาตินี้จะอดทนเพื่อพี่แหละ พี่ที่แหละที่น้องจะอยู่ด้วย
อ้อ....เกือบลืมไป พอระบบกรองเช็ตตัวได้แล้ว อย่าดันทะลึ่งนะครับ ผ่านไป 40 วันแล้ว ตรูรอวันนี้มานานแล้ว เอาเลย...ว่าแล้วใส่ปลาที่อยากได้นักอยากได้หนาเข้าไปทีเดียวหลายตัว
ไม่ได้ ไม่ได้เลยนะครับ ทยอยใส่ปลาลงไปครับ ไม่ใช่ชั่วโมงละตัวนะพี่... โดยปกติแล้วเค้าว่าสัปดาห์ละตัวครับ
ไม่ยากเกินไปนะครับ

สรุปเพิ่มเติมนะครับ

1 ถ้าไม่มีของเสียก็ไม่มีแบคทีเรียที่ใช้ค่อยของเสีย เพราะฉะนั้นการเดินระบบกรองโดยไม่มีปลา หรือไม่มีของเสีย ต่อให้รอนานแค่ไหน ก็ได้แต่ฝันค้างครับ เพราะระบบกรองไม่มีทางเซ็ตตัวครับ
2 ขี้ปลากับอาหารที่เหลือคาตู้ล้วนแต่ทำให้น้ำเสียทั้งนั้น แต่...เศษอาหารทำให้น้ำเสียมากกว่า ระบบกรองต้องทำงานหนักกว่า ลองให้นึกว่าหนูตายหนึ่งตัวเหม็นแค่ไหนเมื่อเทียบกับขี้หนึ่งก้อน อันไหนใช้เวลาย่อยสลายนานกว่ากัน คงพอนึกออกแล้วใช่ไหมครับ ถึงบอกว่า...อย่าพยายามให้เศษอาหารเหลืออยู่คาตู้ครับ มันไม่ดี คนเลี้ยงปลาที่มีวินัยเค้าไม่ทำกัน
3 รักจะเลี้ยงปลาก็ต้องถ่ายน้ำสม่ำเสมอนะครับ
4 เมื่อไหร่ที่ระบบกรองสมบูรณ์ ยาและสารเคมีพยายามอย่าไปใส่เลยนะครับ เดี๋ยวกรองล่มครับ ตู้ที่กรองลงตัวแล้ว แทบจะไม่มีปลาป่วยเลยครับ
5 ถ้าจะล้างวัสดุกรอง ไม่ว่าจะเป็นตุ้มฟองน้ำ bioball ประการัง ซับเสตรท(ซับในไม่เกี่ยวนะ) ฯลฯ ให้ใช้น้ำในตู้ปลาล้างนะครับ อย่าเอาน้ำก๊อกล้างนะครับเดี่ยวแบคทีเรียกลับบ้านเก่าหมด จริง ๆ แล้วเวลาล้างวัสดุกรองให้ทยอยล้างครับ เช่นเดือนนี้ล้างสัก 1/3 ของทั้งหมด เดือนหน้าก็ล้างอีก 1/3 แต่เป็นอีกส่วนหนึ่งครับ อย่าขยันมากนักแบบว่าล้างทีเดียวทั้งหมด มันไม่ดีครับ
6 แบคทีเรียทั้งสองชนิดใช้อ๊อกซิเจนในการย่อยของเสียนะครับ จะเห็นว่าทั้งปลาทั้งแบคทีเรียต่างก็ต้องใช้อ๊อกซิเจนทั้งนั้น อ็อกซิเจนสามารถละลายกับน้ำได้โดนการให้น้ำสัมผัสกับอากาศ เช่น ในกรองที่มี bioball หรือการที่ผิวน้ำในตู้ปลาเคลื่อนไหว
7 ระบบกรองที่เซ็ตตัวสมบูรณ์แล้ว ค่าแอมโนเมียกับไนไตร์ทจะเป็น 0 นะครับ แต่ค่าไนเตรทจะไม่เป็น 0 นะครับ
8 ในระยะยาวให้แฟนเรา เมียเรารักปลาเหมือนกัน เพราะอย่างน้อยเราก็จะมีลูกมือในการทำความสะอาดตู้ปลา ข้อนี้สำคัญมากกก อย่างน้อยก็มีเพื่อนคุย ดีกว่านั่งทำงก ๆ อยู่คนเดียว
ปล. รูปตู้ปลาจากคุณ Clear Ice

บทความของพี่ปิติ99 จาก http://arowana.pantown.com/ ครับ
http://www.pantown.com/content.php?id=173&name=content9&area=1
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05/01/10, [16:14:37] โดย Spirit »
Like (+5) Bullshit! (-0)

ถูกต้องนะค้า~ ผู้ชายเหมือนควายดื้อ ถ้าตึงมือจะแหกคอก ~ ถูกต้องนะค้า
Tags: ระบบกรอง 
หน้า: 1   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: